LOGIN‘ลินน์’ สาวออฟฟิศที่เปล่งประกายด้วยความมั่นใจและเสน่ห์ในตัวเอง ลินน์เป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่มีทั้งความเก่งและความสวย เธอเป็นหัวหน้าสายครีเอทีฟโฆษณา ซึ่งต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์สูง แต่ก็ยังรักษาความเป็นตัวเองไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เธอมีรูปลักษณ์ที่สะดุดตา ผมดำยาวสลวย ผิวพรรณเนียนใส ใบหน้าคมเข้มแต่ดูอบอุ่นทุกครั้งที่ยิ้ม เธอไม่ใช่สาวสวยแบบเรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ชวนให้คนอื่นอยากรู้จักโดยไม่ต้องพยายาม ลินน์เป็นคนพูดตรง ใจกล้า มีไหวพริบ แต่ก็มีความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ในใจ เธอไม่เชื่อในความรักง่ายๆ เพราะเคยเจ็บจากอดีตมาก่อน แต่ลึกๆ แล้วก็อยากเจอใครสักคนที่เข้าใจเธอจริงๆ ในโลกที่ทุกอย่างเร็วและผิวเผิน ลินน์เป็นเหมือนแสงสว่างที่ส่องผ่านความวุ่นวาย แต่ก็ยังคงเก็บความลึกลับเอาไว้ในรอย
View Moreฝนโปรยปรายลงมาอย่างสม่ำเสมอ เสียงหยดน้ำกระทบกระจกหน้าต่างกว้างเป็นจังหวะคล้ายดนตรีกล่อมใจ ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆสีเทาหม่น แสงอาทิตย์ถูกบดบังจนห้องทั้งห้องแช่อยู่ในความสลัวแบบนุ่มนวล สว่างพอให้เห็นรายละเอียดของทุกอย่าง แต่ทิ้งเงาไว้ในทุกมุมห้อง
ภายในห้องนอนบนชั้นสามของคฤหาสน์สไตล์มงปารนหลังใหญ่ เผยให้เห็นกลิ่นอายของศิลปะและความหรูหราร่วมสมัย ผนังห้องบุด้วยผ้าไหมทอลายสีนวลอ่อน มีกรอบภาพขนาดใหญ่ติดไว้ประปราย เป็นภาพวาดของหญิงสาวในท่วงท่าต่างๆ แบบโมเดิร์นอาร์ต โคมไฟระย้าคริสตัลแบบฝรั่งเศสแขวนกลางเพดาน ส่งประกายระยิบระยับเมื่อแสงจากโคมไฟหัวเตียงสะท้อนขึ้นไป เตียงสี่เสาใหญ่ปูด้วยผ้าปูเตียงสีครีมทอง และหมอนขนนกเรียงรายอย่างประณีต ม่านผ้ากำมะหยี่สีเทาเข้มถูกรูดเปิดครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นสายฝนที่ไหลผ่านกระจกบานสูงที่ทอดยาวจากพื้นจรดเพดาน และระเบียงหินอ่อนเล็กๆ ที่น้ำฝนไหลรินรดพื้นจนฉ่ำ พรมทอลายวินเทจใต้เท้านุ่มนวลเมื่อเธอก้าวเดินออกมาจากห้องน้ำ ชุดคลุมผ้าขนหนูสีเทาแนบเนื้อ เส้นผมยังเปียกหมาดและกลิ่นสบู่อ่อนๆ ของลาเวนเดอร์ลอยฟุ้งในอากาศ เขานั่งอยู่บนโซฟาบุผ้าลินินสีหมอก บุหรี่มวนหนึ่งอยู่ในมือ ก่อนที่เขาจะดูดมันลึก ๆ แล้ววางลงในที่เขี่ยบุหรี่บนแก้วคริสตัลทรงเตี้ย เสียงฝนตกข้างนอกดังประสานกับเสียงไฟในเตาผิงที่แตกเปรี๊ยะเบา ๆ เป็นจังหวะนิ่งงันของความลึกซึ้งระหว่างคนสองคน “วันนี้พี่คิณห์ดูเครียดๆ นะคะ ให้หวาานเอาน้ำออกให้นะคะ” หญิงสาวเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม สายตาเป็นประกายเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทานไหว เธอไม่รอให้เขาตอบ เธอเปลื้องชุดคลุมออกจากเรือนร่าง เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าขาวผ่องอมชมพู สายตาของเธอจับจ้องเพียงเรือนร่างของเขาที่สมบูรณ์แบบ เธอนั่งลงคุกเข่าต่อหน้าของเขา ปลดผ้าขนหนูสีขาวที่เขาสวมใส่เพียงชิ้นเดียวออกจากเรือนร่าง เผยให้เห็นดุ้นที่ให้และยาวของเขาจนน่าตกใจ อาจจะใหญ่และยาวตามความสูงของเขาที่สูงเกือบสองเมตร เธอเลียดุ้นที่ยังไม่ได้แข็งตัวช้าๆ ตั้งแต่หัวจรดโคลน ซ้ำไปซ้ำมาเธอมองใบหน้าของเขาไปด้วย เห็นว่าเขายังดื่มเหล้าด้วยท่าทีนิ่งเฉย ไม่รู้สึกเสียวกับการกระทำของเธอ เธอจึงเลียหัวเบาๆ และสวบไปยังไม่ถึงครึ่งดุ้น แค่ครึ่งดุ้นก็แทบสำลักแล้ว “อ๊อก…อ๊อก…อ้อ…อ๊อก…!” เธอร้องเบาๆ ในลำคอ ขณะที่ดูดดุ้นหนักๆ เขาวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะกระจก แล้วจับหัวของเธอโม้กเข้าไปลึกขึ้นอีก จนดุ้นเข้าไปจนเพดานปากของเธอ ทำให้เธอแทบอ้วกออกมา “อมควย มันต้องอมลึกๆ อมแบบนั้นเมื่อไหร่จะเสร็จ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดที่เธอทำไม่ได้ดั่งใจเขา “อึก…อึก…อ๊อก…อ๊อก…” เธอร้องครางในลำคอ น้ำตาไหลนองหน้าของเธอ เพราะแทบหายใจไม่ออก เธอกดหัวให้เข้าไปลึกที่สุด “อึก…อึก…อ่า…” เขาร้องครางกระเส่าแผ่วเบา แล้วปล่อยน้ำกามเข้าไปในโพรงปากของเธอ แขส่งถุงยางให้เธอ เธอรับถุงยางจากเขา แล้วแกะมันออกจากถุง แล้วใส่ถุงยางบนดุ้นของเขา แล้วขึ้นคร่อมบนดุ้นของเขาในทันที “อึก…อื้อ…อึก…อ๊ะ…อ๊ะ…อ๊ะ…อร๊าย!!!” .......................................... ตอนแรกมาแล้ว!!! สนุกไหมคะ ตอนนี้มาเจอคุณพี่คิณห์พระเอกก่อน เร่าร้อนไหมคะ 555 ตอนหน้าได้เจอกับน้องลินน์นางเอกของเราแน่นอน น้องจะมาในรูปแบบไหนฝากติดตามด้วยนะคะ ทุกคน! นิยายเรื่องนี้มีตัวละครหลักๆ มีประมาณสองคนตัวละคร คือ คิณห์ และ ลินน์ อาจมีตัวละครออกมาเรื่อยๆ และเนื้อหาเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ไปตามบริบทของตัวละครเช่นกันความแซ่บจะปะทุทุก EP ไรท์ชอบอ่านคอมเม้นท์ของทุกๆ ท่าน อย่าลืมคอมเม้นท์ด้วยนะคะ เม้นท์แล้ว อย่าลืมกดหัวใจให้ด้วยน๊ะ“คิณห์…คุณต้องการอะไร บอกฉันมาสิ วันนี้ฉันจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังคุณ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงกระเส่ายั่วยวนปลุกปั่นอารมณ์ของเขาอย่างมาก ทำให้เขาลอบกลืนน้ำลาย“ผมเป็นของตายของคุณ ไม่ว่าสิ่งใดที่คุณอยากทำ ผมก็พร้อมพลีกายให้คุณ” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอเขยิบเรือนร่างจูบที่ริมฝีปากของเขาอย่างเร่าร้อนและดูดดื่ม เธอสัมผัสลิ้นลายของเขาพันกับเธออย่างนัวเนียราวกับหาสิ่งใดในโพรงปากเธอค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก พรมจูบเขาที่ซอกคอที่เขาชอบทำ ไล่ลงมาที่หน้าท้องที่อุดมไปด้วยซิกแพคหนา มายังดุ้นของเขาที่แข็งเป็นไต เส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงมันทำให้เส้นเลือดขึ้นด้วยเธอใช้มือเรียวรูดขึ้นลงด้วยมือทั้งสองข้าง มองใบหน้าของเขาที่มองมายังเธอช่างเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทานไหว ไม่ต่างอะไรกับสายตาของเธอเลยด้วยซ้ำ เธอเลือกถ่มน้ำลายลงเหมือนเป็นเจลหล่อลื่น เธอกดริมฝีปากดูดดุ้นขึ้นลงพร้อมกับมือเรียวของเธอที่รูดขึ้นลงสลับกัน“ลินน์…อึก…อ่า” เขาร้องครางกระเส่าในลำคอ ขณะที่เธอดูดดุ้นขึ้นลงหนักหน่วง แต่ทว่าเขารู้สึกแปลกใจ ตั้งแต่มีเซ็กส์ด้วยกันมาจนถึงเมื่อวานนี้ เธอไม่เคยใช้ปากกับดุ้นของเขา ทั้งอมและดูดก็ไม่เคยสักครั้ง เป็นเขาทุ
และค่ำคืนนั้นจบลงอย่างสง่างาม ในอ้อมแขนของกันและกัน ในเสียงเพลงรักและในสายตาทุกคู่ที่รู้…ว่า นี่แหละ คือรักแท้แต่ทว่า… สัมผัสหนึ่งแตะเบาๆ ที่ต้นคอของเธอ ลมหายใจอุ่นรินรดผิวอ่อนบาง เสียงต่ำทุ้มชวนให้ใจสั่นกระซิบชิดใบหู“คิดอะไรอยู่ครับ เมียรัก…” เขาถามเธอ ลินน์ยิ้มบางๆ ดวงตาปรือขึ้นช้าๆ ก่อนจะพบว่าคิณห์ยืนโอบกอดอยู่ด้านหลัง ทอดสายตามองเรือนร่างของเขาเปลือยเปล่าไม่ได้สวมสิ่งใดแม้แต่ชิ้นเดียว นอกจากต่างหูเพชรของเขาที่สวมใส่เป็นประจำข้างหนึ่งตัวเรือนเป็นเงิน ยกเว้นแต่ว่าเขาต้องเจอบุคคลสำคัญ เขาถึงจะไม่สวมใส่ต่างหูบัดนี้ผิวเขาต้องแดดเป็นสีแทนเนียนน่าลูบสัมผัส มีหยดน้ำทะเลเกาะตามลำตัว แผ่นอกซิกแพคหนาแนบมาติดแผ่นหลังเธอ มือหนาอีกข้างวางลงบนต้นขาเธออย่างเป็นเจ้าของ“คิดถึงวันแต่งงานของเราค่ะ” เสียงเธออ่อนนุ่มแววหวาน เขาก้มลงจูบที่ต้นคอเธอเบาๆ อีกครั้ง ริมฝีปากเปียกชื้นจากน้ำทะเล แตะสัมผัสผิวเนื้อของเธออย่างอ้อยอิ่ง“จำได้สิ… คุณสวยมากจนผมหายใจไม่ออกเลยล่ะวันนั้น” เขากระซิบ พร้อมเลื่อนมือไปแตะสร้อยไข่มุกที่เธอสวมอยู่“แล้วตอนนี้ล่ะ…” ลินน์หันมามองเขา สบตากับแววตาเข้มที่สะท้อนแสงอาทิตย์บนผิว
ค่ำคืนถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟนับพันดวงเหนือระเบียงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผ้าไหมบางเฉียบสีครีมทองพริ้วไหวไปตามสายลมเย็น โคมไฟแก้วคริสตัลห้อยระย้าระยิบระยับกลางโดมโปร่ง ดอกไม้สีขาวและทอง ถูกจัดเรียงตามโต๊ะยาวสไตล์ยุโรป เสิร์ฟคอร์สดินเนอร์ฝรั่งเศสใต้เสียงเพลงจากวงออร์เคสตราสดเจ้าสาวและเจ้าบ่าวเพิ่งเดินเข้าสู่งานท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง กล้องนับสิบตัวถ่ายทอดสดไปยังจอ LED ยักษ์ด้านหลังเวที ริมฝีปากของลินน์ยังคงมีรอยยิ้มบางๆ มือของคิณห์ไม่เคยปล่อยเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียวกฤต อัครเดชานนท์ชายวัยหกสิบกว่าในชุดสูทสามชั้นสีกรมเข้มลุกขึ้นยืน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นคง สุขุม และจริงใจ“คิณห์… หลานชายของอา ไม่ใช่แค่ผู้บริหารที่เก่งกาจ เขาเป็นชายหนุ่มที่ภาคภูมิในสิ่งที่เชื่อมั่น และวันนี้ อารู้สึกภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต ที่ได้เห็นเขายืนอยู่ตรงนี้กับผู้หญิงที่คู่ควรที่สุดคนหนึ่ง” เขาพูดถึงคิณห์จบ แล้วหันมาหาลินน์ แล้วกล่าวต่ออีกว่า “คุณลินน์… คุณไม่ใช่แค่เจ้าสาวผู้สง่างาม แต่คุณคือแรงบันดาลใจที่มีชีวิตจริงสำหรับผู้หญิงหลายๆ คน อาขอให้ชีวิตแต่งงานของหลานทั้งสอง เต็มไปด้วยศรัทธา เหมือนวันที่เริ่ม และมั่
เสียงลมอ่อนจากแม่น้ำเจ้าพระยาโอบไล้ผิวบางของลินน์ขณะยืนอยู่บนระเบียงไม้เนื้อดีที่ทอดยาวออกจากตัวโรงแรมหรูระดับหกดาว ฉากหลังคือเส้นน้ำคดเคี้ยวตัดกับพระปรางค์วัดอรุณยามสาย และเรือหางยาวที่แล่นผ่านเบื้องหลังเป็นระยะราวภาพวาด แสงแดดช่วงเช้าเคลือบผิวเธอด้วยประกายทองอ่อนๆ และในขณะที่เจ้าสาวในชุดสีขาวสะอาดตา กำลังยืนอยู่กลางแสงธรรมชาติอันสวยงามนั้น เสียงเข้มของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างมั่นคงและมืออาชีพ“พี่ลินน์ เดินเฉียงซ้ายอีกนิดค่ะ…ใช่ค่ะ ตรงนั้นแหละ ยกคางขึ้นหน่อย สายตาช้อนนิดเดียว ไม่ต้องฝืนยิ้มมากนะคะ แค่แววตาคิดถึงคุณคิณห์พอ” ฟ้า เลขาสาวของลินน์ กล่าวพลางยื่นชุดคลุมหางยาวขึ้นจากพื้นไม่ให้ลากเลอะพื้นไม้ ฟ้าไม่ได้เป็นแค่เลขา เธอคือ Executive Wedding Director ของ L’ Èclat Wedding บริษัทเวดดิ้งอันดับต้นของเอเชีย ที่ลินน์เป็นเจ้าของทุกคนในที่นี้คือทีมของเธอเอง ไม่ว่าจะเป็นช่างกล้องระดับเวิลด์คลาสจากปารีส ช่างแต่งหน้ามือทองที่บินตรงจากเกาหลี หรือแม้แต่คนถือร่มกรองแดดที่ผ่านการฝึกซ้อมมานับร้อยรอบ“ไม่ต้องจ้างใครนอกทีมเลยค่ะ… เจ้าสาวเป็นเจ้านายพวกเราอยู่แล้ว” หนึ่งในทีมช่างภาพพูดติดตลกพร้อ





