LUCIANO
-2-
ขายข่าวฉาว
[ลานจอดรถหลัง Sixteen April Pub 01:15 น.]
ตึก ตึก...ตึก เฌอร์ชีวาวิ่งกระหืดกระหอบมาจนถึงรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งของเธอ หญิงสาวยืนพิงหลังลงกับเบาะรถพลางหอบหายใจรัวจนหน้าอกกระเพื่อมไหว เหงื่อเม็ดเล็กซึมชื้นตามไรผมภายใต้แมสก์สีดำ
ในหัวยังสั่นประสาทกับทั้งภาพและเสียงที่วาบหวิวของคนทั้งคู่ ทำเอานักข่าวสาวแบบเธอรู้สึกวูบวาบอย่างอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน
“อะไรใหญ่...จนจุกขนาดนั้นเลยวะ?” เฌอร์ชีวานึกถึงเสียงครางของดาราสาวแล้วก็อดสงสัยไม่ได้จริง ๆ
“บ้าไปแล้ว ๆ ตั้งสติหน่อยเฌอร์ชีวา” เธอตบใบหน้าที่ร้อนผ่าวของตัวเองเพื่อดึงสติกลับมา ก่อนจะหยิบกุญแจรถมาเสียบเตรียมจะขึ้นคร่อมเพื่อขี่รถออกไปจากสถานที่แห่งนี้
ทว่า…ครืด... ครืด... แรงสั่นจากสมาร์ตโฟนทำให้เธอสะดุ้งสุดตัวอีกครั้ง
((สายเรียกเข้า : พี่ฝนสำนักข่าวช่องโฟร์))
“ฮัลโหลพี่ฝน! เมื่อกี้พี่เกือบทำหนูตายคาผับแล้วรู้ไหม!” เฌอร์ชีวาต่อว่าปลายสายไปในทันทีด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย
(อ้าวเหรอ? โทษที ๆ พี่เห็นเราเงียบไปนาน เป็นห่วงเลยโทร. มาถามดู) ปลายสายตอบกลับมาเสียงเรียบ ดูก็รู้ว่าไม่ได้ห่วงอย่างที่พูดหรอก
“มันไม่ตลกนะพี่ ถ้าเขาจับได้ขึ้นมา หนูได้ตายคาผับนี้แน่ ๆ” เฌอร์ชีวาปาดเหงื่อพลางถอนหายใจทิ้ง
(แล้วสรุปทำงานสำเร็จไหม? ได้รูปมาเยอะสมค่าจ้างหรือเปล่าเนี่ย)
“ก็พอจะแอบถ่ายมาได้บ้างแหละ” เฌอร์ชีวาตอบไม่เต็มเสียง ก่อนจะหยิบกล้องออกมาจากกระเป๋าด้วยมือที่สั่นเทา
(จริงเหรอ! งั้นเฌอร์ส่งไฟล์เข้าเมลพี่ตอนนี้เลยได้ไหม เจ้านายพี่รอสรุปข่าวอยู่เนี่ย เขาอยากเล่นข่าวยัยแพรวาก่อนสำนักข่าวอื่น ๆ)
“ฮะ? ตอนนี้เลยเหรอพี่? ให้หนูกลับหอก่อนได้ไหม?” เฌอร์ชีวาถอนหายใจอีกครั้ง
(ไม่ได้ ๆ เจ้านายบอกว่าเราต้องเป็นคนแรกที่เล่นข่าวนะ หรือเธอคิดว่าในผับหรูขนาดนั้นจะมีสายข่าวแค่คนเดียว? ถ้าเจ้าอื่นปล่อยรูปตัดหน้าเราไปก่อน เงินห้าพันที่โอนไป...เราก็โอนคืนมาด้วยนะ!) ปลายสายเอ่ยด้วยเสียงแข็ง
คำขู่เรื่องเงินทำให้เฌอร์ชีวาต้องกัดฟันตอบกลับอย่างเลี่ยงไม่ได้ “โอเค ๆ เดี๋ยวหนูต่อสายลิงก์ส่งให้เลย”
คนตัวเล็กกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตามมาแน่ ๆ เธอก็รีบจัดการเปิดกล้องเพื่อส่งข้อมูลเข้าโทรศัพท์ตัวเองในทันที
(แล้วได้มาแค่ภาพเหรอ… หรือมีคลิปเด็ด ๆ ไหม? ถ้ามีคลิปด้วยเนี่ยเจ้านายพี่จ่ายไม่อั้นเลยนะ)
เฌอร์ชีวานึกถึงภาพจูบและเสียงเนื้อกระทบกันในห้องน้ำแล้วใจสั่นวูบ แต่สุดท้ายเธอก็ไม่กล้าส่งคลิปไป เพราะมันอาจทำให้แพรวาไม่มีที่ยืนในสังคม แม้คลิปนี้จะทำเงินก้อนโตก็ตาม
“เฌอร์ได้มาแค่ภาพจูบกันในผับน่ะ… คลิปหรืออะไรที่มากกว่านั้นไม่มี” หญิงสาวมองคลิปที่มีอย่างลังเลใจว่า เธอควรจะลบทิ้งไป หรือเก็บไว้เผื่อฉุกเฉินดี แต่สุดท้ายความดีที่มีอยู่บ้างก็เอาชนะความชั่วร้ายได้ เฌอร์ชีวาตัดสินใจกดลบคลิปนั้นไปแม้ว่าจะเสียดายมากก็ตาม
(อ่า ๆ ๆ งั้นก็ส่งมาเท่าที่ได้แหละ ตอนนี้เลยนะ พี่จะรีบลงข่าวคืนนี้เลย) พี่ฝนออกคำสั่งรัว ๆ ก่อนจะตัดสายไป
ตู้ด... ตู้ด... เฌอร์ชีวาลดโทรศัพท์ลงพลางถอนหายใจยาว
“ขอให้เป็นงานข่าวบันเทิงงานสุดท้ายของฉันทีเถอะ!!” เฌอร์ชีวาบ่นพึมพำ ก่อนจะรีบเชื่อมต่อกล้องเข้ากับโทรศัพท์ทันที ท่ามกลางลานจอดรถที่มืดมิด เธอถ่ายโอนไฟล์ภาพส่งให้นักข่าวรุ่นพี่ โดยที่ปลายสายก็ส่งข้อความมาเร่งเธอไม่หยุด
ในตอนที่แสงจากหน้าจอสะท้อนใบหน้าเคร่งเครียดภายใต้แมสก์ เธอไล่ดูรูปถ่ายที่สลัวรางแต่เห็นความเร่าร้อนชัดเจน
“เร็วสิ ๆ อีกนิดเดียวเท่านั้น” เฌอร์ชีวาใจจดจ่ออยู่กับการดาวน์โหลด โดยไม่ได้สนใจรอบข้างใด ๆ
50% >> 70% >> 90%>> แต่ทว่า... ในขณะที่แถบดาวน์โหลดกำลังจะถึง 99%
หมับ! กล้องราคาแพงของบริษัทถูกกระชากออกจากมือเธออย่างแรง จนสายเชื่อมขาดสะบั้น
“เฮ้ย...เดี๋ยว” เฌอร์ชีวาหัวใจแทบหยุดเต้น เพราะคนที่แย่งกล้องไปจากมือของเธอคือ...ลูเซียโน่
“นะ...นาย” เธอพึมพำชื่อนั้นเบา ๆ
“พวกนักข่าวเนี่ย...หาแดกกันง่ายดีนะ” เมื่อเห็นร่างสูงของลูเซียโน่ยืนอยู่ตรงหน้า แสงไฟจากเสาไฟฟ้าทำให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำในระยะประชิดตัว
“ถ่ายสวยดีนี่...แต่เสียดาย ฉันไม่ใช่พระเอกหนังโป๊ที่เธอจะเอาภาพไปเร่ขายฟรี ๆ หรอกนะ” น้ำเสียงและแววตาของเขาจ้องหน้าเธอแทบจะกินเลือดกินเนื้อ
“เออ คือ...ขอโทษ คือ...ฉันจะลบรูปให้เดี๋ยวนี้เลย แต่นาย...เอากล้องคืนมาก่อนได้ไหม?!” เธอพยายามแย่งคืน ทว่าลูเซียโน่กลับคว้าคอเสื้อเธอไว้แน่นจนตัวลอย
“ต้องการกล้องคืนงั้นเหรอ!!” ลูเซียโน่แค่นยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาเลื่อนดูรูปในกล้องครู่เดียว ก่อนจะถอดซิมการ์ดออกมาใส่กระเป๋ากางเกง
“ใช่” คนตัวเล็กพยักหน้าไปแบบตัวสั่น ๆ เมื่อเธอถูกจับได้แบบไม่ทันตั้งตัว
“ได้สิ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงน่าสะพรึงกลัว
โครม!! มือหนาเหวี่ยงกล้องราคาเหยียบแสนลงพื้นพร้อมกับยกเท้ากระทืบมันจนแตกละเอียด!
ปึก! ปึก! ปึก! แคร่ก ๆ สภาพของกล้องยับเยินแทบไม่เหลือชิ้นดี
“เฮ้ย…ไม่นะ...ไม่ ๆ ๆ” เฌอร์หน้าซีดเพราะยืมกล้องสำนักข่าวมา และราคาก็แพงเหยียบแสน
ฟุ่บ... ลูเซียโน่คว้ารั้งที่ลำคอของเธอ และกระชากให้หญิงสาวถอยกลับมาทันที
“อะ...อื้อ” เฌอร์พยายามจะแกะฝ่ามือหนาออกจากลำคอ แต่ก็แทบไม่เป็นผล
“ฉันเคยเตือนสำนักข่าวเธอไปหลายรอบแล้วนะ” เขาคำรามลอดไรฟัน มืออีกข้างกระชากหมวกแก๊ปของเธอทิ้งจนผมยาวสลวยสยายเต็มแผ่นหลัง
...แต่มันไม่มีใครเตือนฉันเรื่องนี้มาก่อนเลยไง... คนตัวเล็กเถียงกลับในใจ
“ปล่อยก่อน...ปล่อยฉัน” แรงบีบที่ท้ายทอยทำให้เจ็บจนน้ำตาเล็ด
“ว่า...ถ้าฉันเจอหมาตัวไหนมาตามถ่ายรูปฉันอีก ไม่ว่าที่ไหน...เมื่อไหร่... ฉันจะกระทืบมันให้ตายคาตีนทันที!!” ชายหนุ่มโน้มหน้าลงมาจนจมูกแทบชิด ปลายนิ้วเรียวยาวเกี่ยวขอบแมสก์ลงช้า ๆ... แววตาอาฆาตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริก
“แต่ในเมื่อเธอเป็นผู้หญิง...ฉันก็คงจะกระทืบเธอให้ตายคาตีนไม่ได้” ร่างสูงกระชากใบหน้าของเธอเตรียมจะโน้มริมฝีปากเข้าหาจนแทบจะแนบชิดกัน
“ปะ...ปล่อยฉันนะ!!” เฌอร์ชีวากำหมัดแน่น เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นลมหายใจที่ร้อนระอุ และรสขมของบุหรี่ผสมแอลกอฮอล์ของร่างสูงตรงหน้า
“งั้นเปลี่ยนเป็น...เอาเธอให้ตายคาเตียงแทนดีไหม?” ร่างสูงไม่ได้พูดเปล่า แต่เขาค่อย ๆ เลื่อนฝ่ามือจากลำคอลงมาถึงเนินอกสวย พร้อมกับจงใจบดคลึงยอดอกของหญิงสาวอย่างตั้งใจ
“อะ...โอ๊ย...ไอ้โรคจิต” เฌอร์ชีวาร้องลั่นด้วยความเจ็บบริเวณหน้าอกที่ถูกบิดอย่างแรง ๆ เธอใช้จังหวะที่ลูเซียโน่กำลังย่ามใจกับร่างกายเธอ โน้มใบหน้าเข้าไปกัดที่ไหล่ของเขาอย่างแรง
“มันเจ็บนะเว้ย!” เธอใช้จังหวะที่เขาเผลอแทงเข่าใส่กลางหว่างขาของคุณชายจอมโหดตรงหน้าไปเต็มแรง
ปึก! ลูเซียโน่หน้าเขียว ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความจุกจนพูดอะไรไม่ออกในเสี้ยววินาทีนั้น
“โอ๊ย! นี่เธอ...อึก...อ่า” ลูเซียโน่กุมเป้ากางกางแน่น และมองทางเฌอร์ชีวาเหมือนพร้อมจะกระโจนมาฆ่าเธอทันทีที่เขาหายจากความจุกนี้
เฌอร์ชีวากุมหัวนมตัวเอง และรีบวิ่งพุ่งสุดตัวขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์สตาร์ตรถแล้วบิดคันเร่งหนีไปไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงเสียงคำรามอย่างโกรธแค้นของชายหนุ่มแบดบอยที่ถูกลูบคม
“ฉันจะฆ่าเธอ...จะฆ่าเธอให้ตาย!! ยัยบ้าเอ๊ย!!” ลูเซียโน่ตวาดลั่น สายตาคมจดจำแผ่นหลังและทะเบียนรถของเธอจนขึ้นใจ
บรื้นนน...บรื้น...บรื้น...เฌอร์ชีวากัดฟันกรอด รีบบิดมอเตอร์ไซค์ของเธอหนีออกมาแบบไม่คิดชีวิต
“ซี้ด...โอ๊ย...กล้องก็พัง รูปก็ไม่ได้...แถมยัง...เจ็บนมอีก...ไอ้บ้าเอ๊ย” เธอบิดไปก็ตะโกนระบายอารมณ์ไปอย่างหัวเสียไม่แพ้กัน
“ทำไมมันซวย ๆ ๆ ๆ แบบนี้วะ”
วันต่อมา
[สำนักข่าวบันเทิงช่องโฟร์]
บรรยากาศในออฟฟิศข่าวที่เคยดูน่าตื่นเต้นสำหรับเฌอร์ชีวา วันนี้กลับกลายเป็นนรกบนดิน ร่างบางเดินคอตกเข้าไปพร้อมถุงกระดาษที่บรรจุ 'เศษซาก' กล้องราคาเหยียบแสนเอาไว้ข้างใน เธอวางมันลงบนโต๊ะทำงานของรุ่นพี่สายข่าวที่กำลังจิบกาแฟ และยุ่งอยู่กับงานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอ
“อันนี้เป็นซากกล้องที่เฌอร์ไปเก็บมาให้ได้นะคะ” เฌอร์ชีวาก้มหน้าอย่างรู้ตัวเองดีว่าผิด และเธอเองก็ไม่ได้คิดจะหนีปัญหาใด ๆ เลย
พี่ฝนชะงักมือก่อนจะกระชากถุงกระดาษไปเปิดดู ทันทีที่เห็นเศษเลนส์ที่แตกยับและบอดี้กล้องที่ถูกกระทืบจนบิดเบี้ยว
“งานที่ให้ทำก็ทำไม่สำเร็จ แถมกล้องบริษัทที่ยืมไปยังพังแทบไม่เหลือซากแบบนี้ ไม่ทราบว่าเฌอร์จะให้พี่เข้าไปบอกกับหัวหน้าพี่ยังไงดี?” พี่ฝนเงยหน้ามองเธออีกครั้ง ใจก็อยากจะด่า แต่เมื่อคืนก็ด่าไปเยอะมากแล้ว เธอทำได้แค่เพียงส่ายหน้าอย่างคิดไม่ตกเช่นกัน
ตามจริงแล้วเฌอร์ชีวาได้โทร. มาบอกเรื่องราวทั้งหมดก่อนหน้าแล้ว และพี่ฝนเองก็ต่อว่าเธอมาตลอดทั้งคืน จนถึงเช้านี่แหละ
“เอาเป็นว่าเดี๋ยวพี่จะให้ทางฝ่ายบัญชีไปประเมินค่าเสียหายมา แล้วเราก็ค่อยมาจ่ายคืนให้กับบัญชีของบริษัทแล้วกัน รุ่นนี้ก็น่าจะหลักแสนน่ะ”
“แต่พี่ฝน...เฌอร์เป็นแค่นักศึกษาที่รับงานพาร์ตไทม์หลักพันเองนะ...จะเอาเงินแสนที่ไหนมาชดใช้ให้ได้?”
“แล้วที่เฌอร์มารับงานแบบนี้ เพราะเฌอร์มีปัญหาเรื่องเงิน” เด็กสาวถอนหายใจพยายามโต้แย้งเพื่อความอยู่รอด
“แล้วพี่ไม่แย่รึไงเฌอร์!?” พี่ฝนแผดเสียงสวนกลับมาทันที แววตาฉายความหงุดหงิดออกมาอย่างปิดไม่มิด
“พี่โดนนายด่าตั้งแต่เช้า เพราะสำนักข่าวอื่นเขาเอาข่าวไปกินหมดแล้ว! แต่เรามาหลอกให้พี่รอ...รอ...รอ! สุดท้ายทำงานก็ไม่สำเร็จแถมยังมีเรื่องกล้องนี่อีก พี่เห็นใจเฌอร์นะพี่ถึงหางานให้อะ แต่เฌอร์ก็ต้องเห็นใจพี่ด้วยสิ พี่เองก็ลำบากเหมือนกันนะ!”
“คือเฌอร์ไม่ได้หมายความว่า เฌอร์จะไม่ชดใช้ค่ากล้องนะ แต่เฌอร์ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะหาเงินเป็นแสนได้ยังไงในตอนนี้” คนตัวเล็กมองรุ่นพี่ตรงหน้าอย่างอ้อนวอนขอความเห็นใจ
“ถ้าจะให้ใช้หนี้จริง ๆ ก็...ขอเป็นระยะยาวหน่อยได้ไหมคะ” เฌอร์พยายามต่อรอง เพราะหนี้เป็นแสนสำหรับนักศึกษามันไม่ง่ายเลยที่จะใช้หมดในเวลาอันสั้น
พี่ฝนจ้องมองท่าทางอ่อนแอของรุ่นน้องนิ่ง ๆ แววตาที่เคยหงุดหงิดค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นประกายเจ้าเล่ห์ในระหว่างที่เฌอร์ชีวากำลังอ้อนวอน
“จะว่าไป...มันก็พอมีวิธีหาเงินแสนมาใช้หนี้น่ะนะ ถ้าเฌอร์จะยอมเสี่ยงอีกรอบหนึ่ง” พี่ฝนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ แสยะยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกเย็นสันหลัง
พี่ฝนหันไปรัวคีย์บอร์ดหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งพรินต์เอกสารออกมาปึกใหญ่ เธอโยนมันลงบนโต๊ะตรงหน้าเฌอร์ชีวาอย่างมีนัยสำคัญ
“อันนี้เป็นข้อมูลส่วนตัวที่พี่พอจะหาได้เกี่ยวกับ ลูเซียโน่ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านจอมพล...ว่าที่แคนดิเดตนายกที่มาแรงที่สุดในปีนี้”
“บอกทีว่าพี่ไม่ได้มีแผนจะให้เฌอร์ไปตามถ่ายหมอนี่อีก?” เฌอร์ชีวาส่ายหน้าแบบรัว ๆ
________📸________