เข้าสู่ระบบหลังเหตุการณ์วันไนท์สแตนด์ผ่านไปเกือบปี เธออุ้มท้องใกล้คลอดไปขอความรับผิดชอบจากพ่อของลูก แต่เขากลับปัดความรับผิดชอบอย่างเลือดเย็น
ดูเพิ่มเติมน่านฟ้า อายุ30ปี สูง186cm.
กุมารแพทย์ (หมอเด็ก) สุขุม นุ่มลึก อบอุ่นเวลาอยู่กับเด็กๆในโรงพยาบาล ปลายฝน อายุ24ปี สูง160cm. เป็นพนักงานออฟฟิศ ก่อนจะลาออกมาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและทำงานหาเงินเลี้ยงลูก . . . ตัวอย่าง “แม่...หม่ำๆ…” เสียงร้องงอแงนั้นทำให้น่านฟ้าที่นอนหลับอยู่ข้างๆสะดุ้งตื่นขึ้นทันที ชายหนุ่มลืมตาขึ้นแล้วรีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองไปที่ปลายฝนที่ยังคงนอนหลับไหลไม่ได้สติ น่านฟ้ากลัวว่าเสียงของลูกจะปลุกคนตัวเล็กให้ตื่นขึ้นมา เขาจึงรีบเอื้อมมือไปอุ้มร่างป้อมของพายุขึ้นมาแนบอกทันที พร้อมกับเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม “ชู่ว...แม่ยังหลับอยู่ครับ ไม่กวนแม่นะเด็กดี เดี๋ยวพ่อพาไปห้องโน้นเอง” . . . . . . . . . . . . . . . บ้านปลายฝน เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความอึดอัดภายในบ้านหลังเล็ก ปลายฝน หญิงสาววัย24ปียืนตัวสั่นน้ำตาคลอเบ้าหลังเพิ่งโดนผู้เป็นพ่อด่าทอและกดดันอย่างหนักเรื่องเงินจำนวน50,000บาท ซึ่งเป็นหนี้ก้อนโตที่แม่เลี้ยงใจร้ายสร้างขึ้นจากการเล่นการพนัน ปลายฝนต้องคอยตามเช็ดตามล้างและหาเงินมาใช้หนี้ให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ครั้งนี้เธอไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นได้ทันตามกำหนด “ถ้าแกหาเงินห้าหมื่นนี่มาให้ไม่ได้ภายในคืนนี้ ก็ไสหัวออกจากบ้านฉันไปซะ อย่ามาเป็นภาระ!” เสียงพ่อพูดตอกย้ำอย่างไร้เยื่อใย โดยเข้าข้างแม่เลี้ยงที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างๆ ปลายฝนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลาย เธอไม่มีเงิน ไม่มีที่พึ่ง และกำลังจะถูกไล่ออกจากบ้านอย่างไร้ความปรานี ด้วยความเครียดจนมุมและมืดแปดด้าน เธอจึงตัดสินใจเดินออกจากบ้านอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่บาร์หรูแห่งหนึ่ง ทั้งที่ปกติเธอไม่ใช่คนเที่ยวกลางคืนเลย เธอนั่งดื่มแอลกอฮอล์ย้อมใจติดต่อกันหลายแก้วเพื่อหวังจะลืมความทุกข์ระทมทั้งหมด ในเวลาเดียวกัน น่านฟ้า กุมารแพทย์หนุ่มวัย30ปี เจ้าของใบหน้าหล่อนิ่งขรึม ผิวขาวจัด และมีเสน่ห์ดึงดูดใจก็มานั่งดื่มลำพังเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากงานที่โรงพยาบาล ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวดูดีเดินออกมาจากบาร์ด้วยความมึนงงเล็กน้อย ก่อนที่ร่างบางของปลายฝนที่เดินใจลอยจะเซเข้าไปชนเข้าเต็มแรง พลั่ก! “…” น่านฟ้าขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ปลายฝนเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า แววตาของเธอสะท้อนความสิ้นหวัง แต่ประกายความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทางและเครื่องแต่งกายราคาแพงของเขา ผู้ชายคนนี้ดูร่ำรวยและอาจเป็นทางรอดเดียวของเธอ “คุณคะ ฉันกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินห้าหมื่นบาท คุณพอจะช่วยฉันได้ไหมคะ ขอยืมก่อนก็ได้ แล้วฉันจะรีบหามาคืน” ปลายฝนเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น่านฟ้ามองผู้หญิงแปลกหน้าหัวยุ่งเหยิงตรงหน้านิ่งๆ พิจารณาจากรูปร่างหน้าตาแล้วถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ในเมื่อเขากำลังหงุดหงิดและอีกฝ่ายก็เสนอตัวเข้ามาเอง มุมปากกระตุกยิ้มหยันก่อนจะตอบตกลงอย่างไร้ความลังเล “ห้าหมื่นสำหรับฉันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าเธอต้องการมัน…ฉันขอแลกกับตัวเธอหนึ่งคืน” ปลายฝนชะงักไปชั่วครู่ แต่ความกดดันเรื่องเงินและบ้านที่ตัวเองกำลังจะถูกไล่ออกทำให้เธอไม่มีทางเลือก เธอพยักหน้ารับคำอย่างจำยอม ทันทีที่ตกลง น่านฟ้าก็หยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมาโอนเงิน 50,000 บาทเข้าบัญชีของเธอทันทีก่อนจะพาร่างบางไปยังโรงแรมม่านรูดใกล้บาร์แห่งนั้น ค่ำคืนนั้น น่านฟ้าปลดปล่อยความต้องการอย่างไร้ความปรานี เขาตักตวงความสุขจากเรือนร่างของหญิงสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายต่อหลายรอบ ราวกับเสือหิวกระหาย เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่ทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมและติดใจในรสสัมผัสได้เท่าเธอมาก่อน ปลายฝนถูกกระทำจนสะบักสะบอมไปทั้งตัว เช้าวันใหม่ปลายฝนตื่นขึ้นมาก่อน ขณะที่น่านฟ้ายังคงหลับสนิทอยู่บนเตียง เธอแอบเปิดกระเป๋าสตางค์ราคาแพงของเขาดู จนได้รู้ชื่อและนามสกุลเต็มๆของชายหนุ่มก่อนที่เธอจะรีบแต่งตัวแล้วนั่งรถกลับบ้านไปจัดการใช้หนี้ด้วยความรู้สึกขื่นขมอย่างที่สุด หนึ่งเดือนผ่านไป ร่างกายของปลายฝนเริ่มมีความผิดปกติ จนกระทั่งตรวจพบว่าเธอท้อง ข่าวนี้สร้างความตกใจและหวาดกลัวให้กับเธอเป็นอย่างมากเมื่อแม่เลี้ยงตัวแสบรู้เข้าก็นำเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อทันที พ่อโกรธเกรี้ยวและด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงหาว่าใจแตกสำส่อน ก่อนจะไล่เธอออกจากบ้านจริงๆตามที่เคยขู่ไว้ ปลายฝนจำใจต้องเก็บเสื้อผ้าและย้ายออกมาเช่าอพาร์ทเมนท์เล็กๆอยู่ตามลำพังด้วยความยากลำบาก หลายเดือนผ่านไป โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง น่านฟ้าในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตากำลังนั่งตรวจแฟ้มประวัติคนไข้ด้วยสีหน้านิ่งขรึมตามเคย ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของปลายฝนที่ยืนตัวสั่น ท้องโตนูนเด่นชัดขึ้นในชุดคลุมท้องสำหรับคนท้องได้เจ็ดเดือน น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงที่เดินเข้ามาด้วยความแปลกใจระคนรำคาญเล็กน้อย เมื่อกวาดสายตาสำรวจดีๆเขาก็พอจะจำรางเลือนได้ว่าผู้หญิงคนนี้คือคนเดียวกับที่เคยมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนด้วยเมื่อหลายเดือนก่อน ปลายฝนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะเอ่ยปากพูดออกไปเสียงสั่น “คุณหมอคะ ฉันปลายฝนนะคะ คนที่...คนที่เคยเจอกันเมื่อเจ็ดแปดเดือนก่อน” น่านฟ้าแค่นเสียงหึในลำคอ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้กอดอกมองเธอ “อ๋อ...จำได้สิ ผู้หญิงที่เคยเสนอตัวแลกเงินห้าหมื่นคืนนั้นไง แล้วนี่มาหาฉันถึงที่นี่ มีธุระอะไรอีก หรือว่าเงินห้าหมื่นที่ฉันให้ไปมันยังไม่พอใช้?” คำพูดดูถูกดูแคลนกระแทกเข้ากลางใจของปลายฝนจนเจ็บแปลบ น้ำตาคลอเบ้าทันทีด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่เธอไม่มีทางเลือก เธอต้องเอ่ยเรื่องที่สำคัญที่สุดออกไป “เปล่านะคะ ฉันไม่ได้มาขอเงินคุณ แต่ที่ฉันมาวันนี้…เพราะฉันท้องค่ะ ฉันตั้งท้องได้เจ็ดเดือนแล้ว และเด็กคนนี้ก็เป็นลูกของคุณค่ะ” ปลายฝนเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือเรียวสั่นเทาลูบเบาๆที่หน้าท้องนูนเด่นของตัวเอง “ในเมื่อเขาก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ ฉัน...ฉันแค่อยากมาบอกให้คุณรู้และอยากให้คุณช่วยรับผิดชอบลูกบ้าง” น่านฟ้าชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า ‘ท้อง’ แต่ความตกใจนั้นถูกแทนที่ด้วยความโกรธเคืองทันที เขามองว่าผู้หญิงคนนี้วางแผนมาจับเขาชัดๆ “หึ! ท้องงั้นเหรอ?” น่านฟ้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานด้วยแววตาวาวโรจน์ “เธอคิดจะเอาเด็กมาผูกมัดฉันงั้นสินะ ตื่นจากความฝันได้แล้ว! เรื่องคืนนั้นมันก็แค่การซื้อขายแฟร์ๆ ต่างคนต่างได้สิ่งที่ต้องการ จบแล้วก็คือจบ อย่ามาทำมารยาเรียกร้องความรับผิดชอบอะไรบ้าๆบอๆจากฉันเลย เด็กในท้องจะใช่ลูกฉันหรือเปล่าก็ไม่รู้” “คุณหมอ! ทำไมถึงพูดจาใจร้ายแบบนี้คะ!” ปลายฝนสะอื้นไห้จนตัวโยน หัวใจแตกสลายไม่เหลือชิ้นดีเมื่อได้ยินคำดูถูกเหยียดหยาม หยามเกียรติความเป็นแม่จากปากของพ่อเด็ก “เด็กคนนี้เป็นลูกของคุณจริงๆนะคะ! ฉันไม่ได้นอนกับใครอื่นเลย!” “เลิกเล่นละครน้ำเน่าแล้วไสหัวไปซะ! ถ้าไม่อยากให้ฉันเรียกรปภ.มาลากตัวเธอออกไป!” น่านฟ้าตวาดกร้าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและไร้ความปรานี ใบหน้าหล่อเหลานิ่งสนิทไร้ความรู้สึกผิดใดๆทั้งสิ้น “จำใส่สมองไว้ซะว่าอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก และอย่าเอาเรื่องตลกแบบนี้มาเรียกร้องอะไรจากฉัน ออกไป!” ปลายฝนยืนนิ่งน้ำตาอาบแก้ม หัวใจชาหนึบจนก้าวขาแทบไม่ออก เธอรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ทั้งใจร้ายและไร้หัวใจแค่ไหน ปลายฝนหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีออกจากห้องตรวจนั้นทั้งสะอื้น ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความเจ็บปวดและผิดหวังอย่างถึงที่สุดโดยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันมาเหยียบที่นี่หรือขอความช่วยเหลือจากผู้ชายใจร้ายคนนี้อีกเป็นครั้งที่สองช่วงบ่าย ขณะที่ปลายฝนกำลังนั่งพักเหนื่อยและป้อนข้าวบดให้ลูกชายกินบริเวณโต๊ะไม้เล็กๆในห้องครัว คุณหญิงวิไลลักษณ์ที่เดินตรวจความเรียบร้อยภายในบ้านก็เดินเข้ามาสมทบ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อเห็นดวงตากลมโตของน้องพายุกำลังมองมาที่ตนอย่างตื่นรู้“แกดูเลี้ยงง่ายดีนะ หน้าตาน่าเอ็นดูเชียว จมูกโด่งเป็นสันเชียว หน้าตาคล้ายใครล่ะเนี่ย?” คุณหญิงวิไลลักษณ์เอ่ยทักด้วยความเอ็นดูพลางทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ถือตัว ปลายฝนรีบวางช้อนในมือลงแล้วยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม“ขอบพระคุณค่ะคุณหญิง น้องพายุหน้าตาเหมือน…เหมือนทางฝั่งพ่อเขาน่ะค่ะ” ปลายฝนตอบเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยหลุบลงต่ำด้วยความรู้สึกเจ็บแปล๊บในอกเมื่อนึกถึงอดีตที่ไม่อยากจดจำคุณหญิงวิไลลักษณ์สังเกตเห็นแววตาเศร้าสร้อยและท่าทีอ้ำอึ้งของหญิงสาว จึงเอ่ยถามต่อด้วยความสงสัยแกมความเมตตา “แล้วพ่อของแกไปไหนเสียล่ะ ทำไมถึงปล่อยให้เธอต้องมาอุ้มท้องเลี้ยงลูกลำบากตามลำพังแบบนี้ ทั้งที่แกเพิ่งจะตัวแค่นี้เอง”คำถามนั้นทำให้หัวใจของปลายฝนกระตุกวาบ สองมือเรียวบีบเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ ความทรงจำอันโหดร้ายในช่วงเวลาที่ตั้งครรภ์และความเย็นช
เช้าวันหนึ่งในเดือนถัดมา เมื่อเสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้นพร้อมกับข่าวที่ทำให้หัวใจของปลายฝนหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มยายข้างห้องผู้ใจดีที่เคยเป็นที่พึ่งพิงยามเธอต้องออกไปทำงานยืนถือกระเป๋าเดินทางใบย่อมด้วยสีหน้าเกรงอกเกรงใจ “ปลายฝน พอดีลูกชายยายที่ไปทำงานต่างจังหวัดเขาเพิ่งโทรมาบอกว่าจะมารับยายไปอยู่ด้วยถาวรแล้วนะลูก ยายต้องไปวันนี้เลย”ข่าวดีของเพื่อนบ้านกลับกลายเป็นฝันร้ายเงียบๆของคนเป็นแม่ ปลายฝนหน้าซีดเผือดลงทันที สมองของเธอขาวโพลนหมุนเคว้งด้วยความตื่นตระหนก เธอยังมีภาระงานแม่บ้านที่คฤหาสน์หลังใหญ่รออยู่ และที่สำคัญคือเธอไม่มีเงินมากพอที่จะจ้างเนอสเซอรี่หรือคนเลี้ยงเด็กราคาแพงได้เลยในตอนนี้ในที่สุด…ปลายฝนกุมมือเล็กๆของน้องพายุเดินก้าวผ่านประตูรั้วอัลลอยด์สีดำสนิทของคฤหาสน์หลังใหญ่ด้วยความรู้สึกใจหายวาบ หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวว่าหากเจ้าของบ้านหรือแม่บ้านรุ่นพี่จับได้ว่าเธอพาลูกชายเข้ามาในเวลาทำงาน เธออาจจะถูกไล่ออกและสูญเสียงานรายได้ดีนี้ไปชั่วพริบตา“อยู่กับแม่เงียบๆนะลูก เป็นเด็กดีนะพายุนะ” ปลายฝนกระซิบเสียงสั่นขณะอุ้มลูกชายแนบอก รีบพาเด็กน้อยหลบมุมเข้าไปในโซนห้องเก็บของและ
อพาร์ทเม้นท์ปลายฝนวางกระเป๋าเสื้อผ้าลงบนพื้นก่อนจะค่อยๆวางร่างเล็กของน้องพายุที่เพิ่งหลับไปตลอดทางลงบนฟูกนอนบางๆบนเตียงปลายฝนถือกระดาษใบหนึ่งในมือด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา มันคือ ‘สัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อผ่อนชำระหนี้ค่ารักษาพยาบาล’ ที่เธอจำใจต้องจรดปากกาเซ็นลงไปหลังจากที่เงินเก็บก้อนสุดท้ายถูกเทกองลงไปจ่ายเป็นค่ามัดจำรอบแรกจนเกลี้ยงบัญชี ยอดเงินคงค้างก้อนโตที่เหลือถูกแปลงเป็นค่างวดที่เธอต้องหามาจ่ายให้โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ทุกๆสิ้นเดือนตัวเลขงวดละหลายพันบาทที่ปรากฏอยู่บนเอกสารทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดและขาดห้วงไปวูบหนึ่ง สำหรับคนที่มีรายได้แค่วันต่อวันจากการทำขนมฝากขาย ยอดเงินจำนวนนี้เทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายทั้งเดือนของเธอและลูก ลำพังแค่ค่าเช่าห้องกับค่านมผงของน้องพายุในแต่ละเดือนก็แทบจะกระอักเลือดอยู่แล้ว แต่นี่เธอยังต้องมีภาระหนี้ก้อนใหญ่ที่ถูกผูกมัดไว้ด้วยกฎหมายและเครดิตของโรงพยาบาลคอยไล่ล่าตามกำหนดเวลา“แม่ควรทำยังไงดี…พายุลูกรัก” ปลายฝนทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเตียง เลื่อนปลายนิ้วสั่นเทาไปตามแก้มเนียนนุ่มของลูกชาย หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลร่วงลงมาเงียบๆไร้เสียงสะอื้น มีเพียงคว
แม้ว่าอาการไข้สูงและภาวะขาดน้ำของน้องพายุจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่น่านฟ้าในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ยังคงสั่งให้เด็กชายวัยหนึ่งขวบต้องนอนดูอาการต่อที่โรงพยาบาลอีกสักระยะเพื่อเฝ้าระวังเรื่องการติดเชื้อซ้ำซ้อนและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้กับเด็กที่มีภูมิต้านทานต่ำช่วงบ่ายของวันที่สามในห้องพักผู้ป่วยรวมพิเศษ น่านฟ้าเดินเข้ามาตรวจอาการตามรอบปกติ ร่างสูงในชุดเสื้อกาวน์สีขาวย่างก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามวิสัยของกุมารแพทย์มืออาชีพ ทว่าทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าของเขาชะงักไปเล็กน้อยบนเตียงผู้ป่วยเด็ก ปลายฝนกำลังพยายามป้อนโจ๊กเหลวๆให้ลูกชาย แต่น้องพายุกลับส่ายหน้าหนีและส่งเสียงร้องงอแงด้วยความเบื่ออาหาร ร่างกายที่ผอมบางและผิวที่ยังคงซีดเซียวทำให้เด็กน้อยดูน่าสงสาร ปลายฝนที่มีขอบตาดำคล้ำจากการไม่ได้นอนเต็มตื่นมาหลายคืนกำลังทำหน้าจะร้องไห้ด้วยความจนปัญญา“คุณหมอ...” ปลายฝนรีบวางชามข้าวลงแล้วลุกขึ้นยืนโค้งศีรษะให้เขาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว สองมือประสานกันแน่นด้วยความประหม่าและหวาดกลัวคำตำหนิแบบเดิมแต่น่านฟ้าไม่ได้เอ่ยปากดุว่าอะไร เขาทำเพียงแค่พยักหน้ารับสั้นๆก่





