Mag-log in“...ขอบคุณนะ”
“อื้ม ไปพักผ่อนเถอะ”
“...อื้อ” ฉันรับคำช้า ๆ แล้วลงจากรถคันหรูที่ไม่เคยคิดว่าทั้งชาติจะมีวาสนาตูดได้นั่ง แต่วันนี้ฉันได้นั่งแล้วล่ะ ได้นั่งแบบงง ๆ ด้วย
-หนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา-
“ไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทขนาดนั้น ฉันแค่ไม่ชอบให้ผู้หญิงมานั่งเอนเตอร์เทนเหมือนเป็นแค่สินค้า ถ้าทำให้เธอรู้สึกแย่ฉันขอโทษ”
“...นายพูดอะไร?”
“ขอโทษไง”
“...ตบหัวแล้วลูบหลังเหรอ?” ฉันยังอึน ๆ งง ๆ กับคำขอโทษของเขาเลยต้องใช้เวลาตั้งสติในการจะพูดอะไรออกมา
“เปล่า”
“...” เขาตอบมาสั้น ๆ สั้นแค่นี้ฉันเลยไม่รู้จะไปต่อยังไง
“ฉันบอกเพื่อนไว้แล้วว่าห้ามเรียกพีอาร์มาให้เพราะฉันไม่ชอบแต่พวกมันก็ยังเรียกเลยหงุดหงิดจนเผลอพูดจาไม่ดีกับเธอ”
“เหรอ? อือ ถ้างั้นก็ช่างเถอะยังไงก็ผ่านมาแล้ว นายจะไล่ฉันก็ไม่ผิดหรอกมันสิทธิ์ของนายเพราะนายไม่ได้เรียกฉันเองซะหน่อย ถ้างั้นก็เอาเป็นว่าไม่มีอะไรติดค้างต่อกันแล้วแล้วกันเนอะ” จากตอนแรกโกรธ โกรธมาก โกรธจนแทบจะเรียกว่าแค้นฝังหุ่นอยู่ดี ๆ ตอนนี้ใจฉันก็เริ่มเต้นแรงอีกครั้ง เหมือนตอนนั้นเลยค่ะ เหมือนตอนที่ฉันเห็นหน้าเขาครั้งแรกเป๊ะเลย -///-
นั่นล่ะค่ะก็ตามนั้นเลย พอเขาขอโทษและแสดงความรู้สึกผิดด้วยใบหน้านิ่ง ๆ แต่แววตาดูไม่หลอกลวงฉันก็ลืมความโกรธไปจนหมด ปกติฉันก็ไม่ใช่คนที่ชอบมีเรื่องกับใครอยู่แล้วก็เลยยกโทษให้เขาง่าย ๆ ได้อย่างไม่มีอะไรตะขิดตะขวง พอเขาขอโทษฉันก็พูดแค่นี้แล้วหันหลังเดินไปที่ป้ายรถเมล์เพื่อรอแท็กซี่
ฟู่ว์~ ไอ้ใจเต้นแรงเพราะเขินมันก็ใช่อยู่หรอกแต่อีกใจก็ตกใจมากเหมือนกันนะคะ ถ้าเมื่อกี้เขามาอีกรูปแบบหนึ่ง ถ้าเขามากระชากฉันเพราะโมโหที่ปากดีด่าเขาแล้วทำอะไรไม่คาดฝันขึ้นมา
...ไม่อยากจะคิดเลยยัยบ้าเอ้ย~
ตึก ๆๆ
ขวับ!
เสียงฝีเท้าที่เดินมาทางนี้ทำให้ฉันหันไปมองตามเสียงก่อนจะพบร่างทองของผู้ชายคนนั้นนั่นแหละที่เดินมา
อะ...อะไรอีก
อย่าทำให้กลัวได้ไหมเพิ่งหายกลัวนายไปหยก ๆ เองนะ T_T
ฉันมองเขาแบบหวาดวิตกเพราะเขากำลังเดินมาทางนี้ เขาหน้าตาดีมากนะแต่มันไม่ได้เป็นตัวชี้วัดนิสัย อยู่ ๆ เขาก็มาทำอะไรแบบนี้ฉันก็กลัวสิคะ ยิ่งเขาเดินมาใกล้เท่าไหร่ฉันก็ยิ่งใจเต้นแรงขึ้นด้วยความกลัวเพราะสายตาเขาฉันสามารถยืนยันได้เต็มปากแบบไม่หลงหรือเข้าข้างตัวเองว่าเขากำลังมองมาที่ฉัน ฉันคือจุดโฟกัสเดียวของเขา
“นะ...นายมี... / ...” เขามาใกล้มากแล้วหยุดอยู่ตรงเก้าอี้ริมสุดของป้ายรถเมล์ส่วนฉันนั่งอยู่ตัวที่สี่ฉันเลยรีบถามพร้อมกับเตรียมวิ่งแต่พูดได้แค่นี้เพราะการนั่งลงของเขาทำให้ฉันแปลกใจไปหมดจนถึงขั้นหุบปากลงไปทันใด
นี่เขาจะทำอะไร?
ฉันนั่งมองใบหน้าด้านข้างของผู้ชายคนนี้ที่นั่งลงที่เก้าอี้ตัวแรก เขาไม่ได้มองฉันแต่มองตรงไปข้างหน้ายิ่งทำให้ฉันงงกับงงและงง
“มันเปลี่ยว เดี๋ยวนั่งรอรถเป็นเพื่อน”
“ฮะ?” เขาคุยกับฉันเหรอ? ใช่เหรอแต่เขาไม่ได้หันมามองหน้าฉันเลยนะ
ขวับ!...ขวับ!
ฉันหันซ้ายหันขวามองหน้ามองหลังจนมั่นใจว่าไม่มีใคร แต่ความจริงถึงไม่มองมันก็ต้องใช่อย่างที่คิดนั่นล่ะ ก็บอกแล้วไงว่าวันนี้มันวันอะไรก็ไม่รู้แถวนี้ถึงได้เงียบไม่เห็นใครไม่เห็นแม้แต่หมาสักตัว
“มันเปลี่ยว เดี๋ยวนั่งรอรถเป็นเพื่อน”
เสียงทุ้มแถมยังหล่อที่พูดลอย ๆ ออกมาเมื่อกี้บอกฉันไม่ใช่บอกผีที่ไหนทำให้แก้มฉันร้อนผ่าวขึ้นมาได้ดื้อ ๆ
“กูไม่เอา ไล่ไปนั่งที่อื่น”
“ไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทขนาดนั้น ฉันแค่ไม่ชอบให้ผู้หญิงมานั่งเอนเตอร์เทนเหมือนเป็นแค่สินค้า ถ้าทำให้เธอรู้สึกแย่ฉันขอโทษ”
“มันเปลี่ยว เดี๋ยวนั่งรอรถเป็นเพื่อน”
นี่เขาเป็นคนยังไงกันแน่นะ
ฉันแอบมองใบหน้าด้านข้างที่ถึงจะเห็นแค่ครึ่งเดียวแต่ความหล่อไม่ได้จางหายไปไหนต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะหันกลับมาเพราะรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงเกินความจำเป็นเกินไปแล้ว
พอแล้วแก โฟกัสที่แท็กซี่เถอะ เขาคงรู้สึกผิดจริง ๆ นั่นล่ะที่หักหน้าเสียมารยาทกับแกแบบนั้นเลยมาชดใช้ความรู้สึกผิดในใจ เลิกสนใจเขาแล้วมองหารถกลับหอสักทีก่อนที่ใจจะไม่รักดีไปมากกว่านี้ -///-
ติ๊ก!
ตอก!
ติ๊กตอก ๆๆ
...ฉัน
...ยัง
...ต้อง
...รอ
...เธอ
...อีก
...นาน
...ไหม~
ฉันนั่งรอแท็กซี่มาเกือบสี่สิบนาที รอจนท้อ รอจนรากจะงอกอยู่แล้ว นี่มันวันอะไรกัน มันเกิดมหาวิปโยคอะไรขึ้นกับถนนสายนี้เหรอแท็กซี่ที่ขับผ่านหน้าฉันถึงได้พร้อมใจกันไม่ว่างเลยสักคัน T^T
ฉันนั่งรอแท็กซี่ที่จะเปิดไฟว่างให้ผ่านมาให้โบกจนท้อ ท้อจนฉันเปลี่ยนจากรอเป็นนับรถแท็กซี่ที่ไม่ว่างที่ขับผ่านหน้าฉันทุกคันไปแล้ว
“ไม่มีรถผ่านมาสักคัน”
“...” เขาคุยกับฉันเหรอ? ฉันได้ยินเสียงเขาที่นั่งเงียบมาตั้งนานแล้ว นานจนฉันเกือบลืมว่ามีคนหล่อนั่งอยู่ด้วยเพราะใจจดจ่อรอแท็กซี่จนหงุดหงิดพอหันไปมองก็เห็นเขายังนั่งมองไปอีกทางเพื่อมองรถเหมือนเดิมก่อนที่เขาจะหันหน้าหล่อ ๆ มามองคนสวยอย่างฉันช้า ๆ
“ไปส่งไหม”
“ฮะ?”
ตึก ๆๆๆ
ฉันได้ยินชัด ฉันได้ยินชัดเจนจริง ๆ ทั้งคำถามของเขาและเสียงหัวใจของฉัน
“ให้ฉันไปส่งไหม นั่งแบบนี้คงอีกนาน”
“...ไม่เป็นไร ฉันรอได้นายกลับไปเถอะ ขอบคุณนะที่นั่งเป็นเพื่อน” อย่าตื่นเต้น ๆๆ แกเคยเจอลูกค้าหล่อ ๆ มาเยอะแล้ว มืออาชีพหน่อยสิวะ
“โอเค”
จะ...จะกลับแล้วเหรอ
เอ่อ...เห็นเขาตอบว่าโอเคเลยสงสัยเฉย ๆ นะว่าจะกลับแล้วเหรอไม่ได้อาลัยอาวรณ์อะไรเลยจริง ๆ ^_^!
ว่าแต่โอเคแล้วทำไมเขาไม่ลุกไปสักที
“นายไม่กลับเหรอ” เพราะไม่เห็นเขาลุกแถมยังมองไปทางที่รถจะผ่านเหมือนเดิมอย่างกับมองดูรถช่วยฉันต่อทำให้ฉันต้องถามเขา
“ใครจะกล้าปล่อยให้เธอนั่งรอรถคนเดียว”
“...”
ตึก ๆๆๆ
แกใจฉันเต้นแรงไม่ไหวแล้ว เขาพูดจาธรรมดามากนะแต่สายตาเขาตอนที่หันมาตอบมันเต็มไปด้วยความหวังดีสุด ๆ ไปเลย
แล้วยังไงต่อล่ะ...ไม่ยังไงต่อหรอก หลังจากที่ฉันได้ยินประโยคนี้ฉันก็บอกกับตัวเองไว้เลยว่าถ้าเขาอาสาไปส่งอีกครั้งฉันจะตอบตกลงด้วยความเต็มใจทันที
-///-
“พี่ตัส~”“อืม~ เสียวมาก~” เสียงครางของคนข้างบนทำสติฉันจะวูบหายครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันชอบเสียงเขามาก ชอบเวลาพี่เซตัสครางทุกครั้งที่เขาอยู่ในตัวฉัน“อื้อ~ ชาก็เสียว~” ฉันร้องบอกเขาไม่ต่างจากที่เขาบอกฉัน บอกแล้วแยกขาให้กว้างมากขึ้นเพื่อให้เขา ทำรัก ให้ฉันได้สะดวก สะโพกก็เด้งรับตัวตนใหญ่ของเขาที่เข้ามาในตัวฉันครั้งแล้วครั้งเล่าพั่บ พั่บ พั่บ!พั่บ พั่บ พั่บ!“อ่าส์~” สะโพกสอบขยับถี่รัวไม่มีหยุด ฉันเสียวไปทั่วทั้งร่องรัก ข้างในเริ่มเกร็งตัวมือที่เคยจับแขนล่ำไว้ก็ขยับสูงขึ้นเพื่อออกแรงรั้งให้เขาพาใบหน้าหล่อกับริมฝีปากที่เร่าร้อนตรงหน้ามาหาฉันพั่บ พั่บ พั่บ!“อ๊ะ! อยากจูบ~”ฉันออกแรงรั้งแขนพร้อมกับเอ่ยปากบอกเพื่อให้เขารู้ว่าฉันต้องการแค่ไหน พูดจบพี่เซตัสก็โน้มตัวลงมาจูบฉันทันทีจ๊วบ~ / พั่บ พั่บ พั่บ!เขามอบจูบที่เร่าร้อนปนความอ่อนโยนมาให้พร้อมกับสะโพกสอบที่อัดกระแทกตัวตนใหญ่ยักษ์เข้ามาด้วยความถี่และรุนแรงถึงใจไม่หยุดพั่บ พั่บ พั่บ!“อ๊ะ!” ฉันเปล่งเสียงครางที่ไม่มีปัญญากลั้นไหวทั้งที่กำลังจูบกับเขาอยู่ออกมา มือเริ่มจิกเล็บลงไปที่แผ่นหลัง สะโพกก็เด้งขึ้นเพื่อรับท่อนเอ็นใหญ่อย่างเอาเป็นเอาต
ฟอด~“เมื่อกี้เสียวมากใช่ไหม~ ครางดัง ๆ ล่ะที่รักเพราะพี่จะทำให้เสียวกว่าที่หนูโดนลิ้นพี่เลียเป็นร้อยเท่าเลยเมียจ๋า~”“พี่ตัส~” ฉันเขินจะแย่ ทั้งเขินทั้ง...เสียวเขายิ้มมุมปาก ตาเต็มไปด้วยประกายของความต้องการแล้วบางอย่างที่...ไม่เคยจะเล็กเลยสำหรับร่างกายฉันก็ค่อย ๆ ดันเข้ามาโดยที่เจ้าของท่อนเอ็นใหญ่ลำนี้ไม่ได้จับมันเพื่อนำทางเลยแม้แต่นิดเดียว“อื้อ~” ท่อนเอ็นใหญ่ที่แข็งเต็มลำถูกสะโพกสอบดันเข้ามาในตัวฉันช้า ๆ เขาเข้ามาในตัวฉันได้ไม่ยากเพราะน้ำรักของฉันฉ่ำเยิ้มไปทั้งร่องรักแต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเพราะขนาดที่ใหญ่เกินมาตรฐานก็ยังทำให้ต้องค่อย ๆ เข้ามามากกว่าจะดันเข้ามาหมดทั้งลำในครั้งเดียว“อ่าส์~ แน่นเหมือนเดิมเลยเมียจ๋า~” พี่เซตัสใช้สองมือประคองแก้มฉันเอาไว้แล้วกดจูบลงมาที่ปาก พอท่อนเอ็นเข้ามาในตัวฉันได้หมดทั้งลำเขาก็หมุนควงสะโพกช้า ๆ และการหมุนควงแบบนี้นี่ล่ะที่ฉันชอบไม่ต่างจากการโดนทำรักแรง ๆ เลย“อื้อ~” เสียวจัง เสียวที่สุดเลย~“ชอบไหม~” เขาถอนจูบออกแล้วซบลงที่คอ เสียงพร่าถามออกมาพร้อมกับลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะผิวตรงคอทำให้ความเสียวยิ่งเพิ่มมากขึ้น“ชะ ชอบค่ะ” ฉันกอดเขาแน่น ยกสะโพกข
“...ถ้างั้นพี่ตัสก็ทำเลยค่ะ ลบคราบสกปรกที่ไม่ควรมีผู้ชายคนไหนมาแตะต้องชา ลบให้ชาเท่าที่สามีคนหนึ่งจะทำให้ภรรยาตัวเองได้ ทำให้ชาหน่อยนะคะที่รัก~”ฟอด~จบคำพูดของฉันเขาก็จูบลงมาที่แก้ม ถึง...ตรงนั้นของพี่เซตัสจะไม่เคยอ่อนตัวลงเลยตั้งแต่เขาเดินเข้ามาจนถึงตอนนี้แต่ฉันไม่รู้สึกถึงความหื่นหรือการคุกคามเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่เหมือนทุกครั้งที่เขาจ้องจะกลืนกินฉันเข้าไปทั้งตัว ครั้งนี้มันอบอุ่นและแตกต่างมาก ฉันรู้สึกเหมือนต่อให้เขาจะอยู่ตรงหน้าด้วยสภาพที่พร้อมจะมีอะไรกับฉันตลอดเวลาแต่เขาก็คือพื้นที่ปลอดภัย เขาคือ “บ้าน” ที่มีไว้ให้ฉันพักกาย พักใจ พักทุกความเหนื่อยล้า และปลดปล่อยทุกความหวาดกลัว“พี่รักเรา~” เสียงกระซิบแผ่วเบาที่มุมปากจบลงปากร้อนของพี่เซตัสก็ประทับจูบลงมา เขากดจูบลงช้า ๆ แค่กดฝังไว้ไม่ได้สอดลิ้นเข้ามา มือเขาประคองต้นคอฉันไว้ปลายนิ้วค่อย ๆ คลึงต้นคออยู่พักหนึ่งลิ้นร้อนถึงได้สอดแทรกเข้ามาในปากฉัน“อืม~”พี่เซตัสจูบด้วยความอ่อนโยน เขาส่งเสียงครางในลำคอออกมาตอนที่ฉันจูบตอบโต้แล้วใช้ทั้งสองมือคล้องคอเขาเอาไว้“ชารักพี่ตัสนะคะ~” เขาถอนจูบออกแค่ริมฝีปากเป็นอิสระฉันก็เอ่ยปากบอกรักเขาด้วยคว
“ขึ้นห้องก่อนพี่เลยนะ อาบน้ำหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น”“พี่ตัสจะทำธุระเหรอคะ”“อื้ม พี่จะโทรไปเคลียร์เรื่องวันนี้ให้เรียบร้อยแล้วเดี๋ยวพี่ตามขึ้นไป หรือว่า...ที่รักอยากรอให้พี่อาบให้เผื่อจะรู้สึกดีกว่าเดิม~”“บ้า! ไม่ต้องมาทะลึ่งเลยนะคะ จัดการธุระของตัวเองเลยค่ะชาขอตัวไปอาบน้ำแป๊บเดียวเดี๋ยวลงมา” ปั้นชารีบเดินหนีผมขึ้นข้างบนในขณะที่ผมก็เอาแต่มองตามเธอด้วยความเอ็นดูไม่ใช่สายตาหื่นอย่างที่เพิ่งแกล้งทำเมื่อกี้…ถ้าวันนี้ไปช่วยไม่ทันปั้นชาน้อย ๆ ของผมจะต้องมีชีวิตด้วยความทุกข์ทรมานแค่ไหนวะปั้นชามีศักดิ์ศรี ถ้าเธอโดนย่ำยีต่อให้ผมจะโอบกอดเธอเอาไว้ด้วยความเข้าใจและความรักทั้งหมดที่มีก็ไม่สามารถทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของปั้นชามีความสุขได้หรอก“อ่าส์~” ทันทีที่ปั้นชาลับสายตาไปผมก็พ่นลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโล่งในใจ ไม่มีใครรู้ดีกว่าผมว่าตอนที่ยังช่วยเธอไม่ได้ ตอนที่ยังหาเธอไม่เจอผมเครียดมากแค่ไหนติ๊ด!(เออว่าไง มึงอยู่ไหนหรือว่าถึงบ้านแล้ว) ทันทีที่ไอ้คินกดรับสายมันก็เป็นฝ่ายถามผมก่อน“อืม ถึงบ้านแล้ว เพิ่งถึงแล้วมึงล่ะ” มันตามไปดูผลงานของผมแต่ผมไม่ได้อยู่รอเจอมันเพราะปั้นชาอยู่ต่อไม่ไหวเลยมา
พี่เซตัสพาฉันออกมาจากที่เกิดเหตุหลังโทรหาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใหญ่พ่อของพี่แท็คเรียบร้อย ข้างนอกมีคนของเขายืนอยู่และมี คนของพี่แท็ค กองอยู่ที่พื้นด้วยสภาพที่เละเป็นโจ๊กแต่โชคดีที่ดูด้วยตาก็รู้ว่ายังไม่ตายก่อนที่เขาจะพาฉันมาที่รถของเขา“หิวไหม” พอเข้ามาในรถเขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและห่วงใยมาก ๆ“...”“ว่าไง พี่ถามว่าหิวไหม”“...”“ชา เอาแต่มองหน้าพี่อยู่นั่นล่ะ ตอบพี่หน่อยได้ไหม” มือใหญ่ลูบหัวฉันช้า ๆ แถมยังยิ้มเอ็นดูด้วยนะ“...” ฉันยังไม่ตอบเขาเหมือนเดิม เอาแต่มองไม่พูดอะไรสักคำเลยทำให้คนตรงหน้าขยับมาใกล้แล้วใช้มือใหญ่ประคองแก้มฉัน“กลัวเหรอคนดี”“...อื้อ” ฉันพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนที่น้ำตาจะคลอออกมาแล้ววางมือประกบลงที่หลังมือเขาที่ประคองแก้มฉันไว้“ชากลัวต้องเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ตัส~” ถ้าเกิดขึ้นจะเป็นยังไงนะ เป็นแผลที่ไม่มีวันหาย ฝันร้ายตลอดชีวิต หรือว่า...เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันไม่สามารถหายใจได้อีกต่อไป“พี่ไม่ยอมให้ใครมาทำแบบนั้นหรอก ชาตินี้ทั้งชาติยังไงก็ไม่มีทางยอม”ฟอด~“ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นปั้นชา ถ้าพี่ไม่ตายพี่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายชาได้อีก”“
“อย่าทำอะไรชาเลยพี่แท็ค ฮึก!” ฉันขอร้องในขณะที่ตัวเองกำลังหันหลังช้า ๆ อย่างที่ไอ้สารเลวคนนี้ต้องการ“หึ ๆๆ กลัวอะไรคะ พี่แค่จะพาไปขึ้นสวรรค์นะชา~”ผลัก!“โอ้ย!” เสียงหวานแต่ดูโรจจิตจบลงฉันก็ถูกผลักไหล่ให้โน้มตัวลงไปที่หัวเตียงแล้วหัวก็ถูกมือของไอ้บ้านี่จับกดลงไป“หึ ๆๆ ชอบว่ะ โคตรชอบเลยเวลามีทาสร้องทรมานอยู่ตรงหน้า~” ทาสเหรอ? นี่มันคิดจะทำอะไรกับฉันบ้าง ทำไมไอ้บ้าคนนี้ถึงได้โรคจิตและวิปริตขนาดนี้ฟอด~“...ฮึก!” ฉันขยะแขยง เสียงกระเส่าจบลงมันก็กดหน้าลงที่สะโพกฉัน ต่อให้ฉันจะยังไม่ถูกมันถอดหรือกระชากเสื้อผ้าออกจากร่างกายแต่ความขยะแขยงก็เกิดขึ้นอยู่ดี“อ่าส์~ หอมมาก~ กลิ่นทาสที่กลัวจนตัวสั่นมันหอมแบบนี้นี่เอง~” ไอ้โรคจิตมันลากไล้ริมฝีปากตรงจุดที่เพิ่งจูบไปบริเวณใกล้ ๆ มือก็ลูบไล้จากสะโพกลงไปหาต้นขาช้า ๆ สลับกับบีบเฟ้นต้นขาฉันเหมือนอยากจะกระตุ้นอารมณ์ความต้องการหรืออารมณ์ดิบให้คนที่มันเรียกว่าทาส แต่ขอโทษทีเถอะมันไม่ได้ให้ความรู้สึกพวกนั้นเลยนอกจากความขยะแขยง!ฟอด~“อ่าส์~ ไม่ไหวแล้วค่ะปั้นชา~ พี่อยากหอมปั้นชาน้อย ๆ ของพี่สุด ๆ แล้ว~” เสียงพร่าจบลงมือของไอ้บ้านี่ก็ขยับลูบมาข้างหน้า มาหย







