INICIAR SESIÓN“ต่อหน้าคนอื่น เขาคือ CEO ผู้แสนเย็นชาที่มองเธอเป็นแค่เด็กฝึกงานไร้ตัวตน… แต่ในพื้นที่ลับ เธอคือคนเดียวที่ต้องยินยอมอยู่ใต้ร่างเขา ภายใต้กฎเหล็กข้อเดียวคือ ห้ามรัก”
Ver másภายในห้องเพนท์เฮาส์ชั้นสูงสุดบนตึกหรูใจกลางเมือง แสงไฟสีส้มสลัวกระทบเรือนร่างสองร่างที่กำลังหลอมรวมกันอย่างลึกซึ้งและเร่าร้อน เสียงลมหายใจกระเส่าดังประสานไปทั่วห้องนอนกว้างขวาง ร่างบางของ มินตรา สั่นสะท้านไปตามจังหวะที่โถมเข้าใส่ตามอารมณ์ดิบดิบของ ธันวา ประธานบริหารผู้เพียบพร้อมและไร้ที่ติในสายตาของคนทั้งโลก
"อ๊ะ... คุณธัน..."
"อื้อออ…จะ..เจ็บค่ะ"
"มิน..อย่าตอดถี่ขนาดนี้…อ๊าส์"
"อ๊ะ…อื้ออ"
มินตราครางแผ่ว จิกเล็บลงบนแผ่นหลังล่ำสันที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อและหยาดเหงื่อของชายหนุ่ม เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายที่ยามนี้บิดเกร็งด้วยความกระสันอยาก ธันวาก้มลงประกบริมฝีปากลงมาอย่างเอาแต่ใจ บดขยี้และสูบฉีดความหวานจากปากเล็กจนเธอแทบขาดใจตาย จังหวะรักลึกซึ้งและหนักหน่วงกดลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างบางโยกคลอนไปตามแรงอารมณ์ เธอพยายามยื่นมือไปกอดคอเขาเพื่อหาที่พึ่งพิง แต่เขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปประสานไว้เหนือหัว ตรึงเธอไว้กับฟูกหนาอย่างสมบูรณ์แบบ
"ครางชื่อฉัน"
"อ๊ะ…คุณธัน"
"ตับ! ตับ! ตับ!"
"อ๊ะ อื้อ"
เรือนร่างเพรียวบางถูกเคี่ยวกรำจนถึงขีดสุด เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นแข่งกับเสียงแอร์เย็นฉ่ำ ธันวาเร่งจังหวะสุดท้ายอย่างหนักหน่วง ไร้ซึ่งความนุ่มนวล แต่เต็มไปด้วยการครอบครองและตักตักเอาความสุขสมจนกระทั้งตัวเกร็งกระตุก ปลดปล่อยความร้อนผ่าวเข้าสู่ร่างกายของเธอทุกหยาดหยด
"อ๊าส์"
ทว่า... ความอบอุ่นวาบหวามนั้นอยู่ได้เพียงชั่วครู่ ทันทีที่กิจกรรมบนเตียงสิ้นสุดลง ธันวาถอนกายออกอย่างไม่แยแส เขาผละตัวออกจากร่างที่นอนสั่นเทาของมินตราทันที ราวกับเรือนร่างที่เขาเพิ่งตักตักความสุขไปเมื่อครู่กลายเป็นสิ่งของไร้ค่า เขาเดินตรงไปหยิบชุดคลุมอาบน้ำมาสวมอย่างจัดระเบียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความอ่อนโยน หรือแม้แต่สายตาที่จะหันกลับมามองเด็กสาวที่นอนหมดแรงอยู่ใต้ผ้านวม
มินตราพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง ร่างกายบอบช้ำและชื้นเหงื่อ รอยแดงเป็นจุดทั่วผิวเนียนเตือนให้รู้ว่าบทรักเมื่อครู่ดุดันเพียงใด เธอเอ่ยเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ยังไม่หายสั่น
"คุณธันคะ..."
ธันวาหยิบซองยาหลังการร่วมเพศพร้อมแก้วน้ำที่จัดเตรียมไว้บนโต๊ะข้างเตียง วางลงตรงหน้าน้อยๆ เสียงแก้วกระทบโต๊ะหินอ่อนดัง ก๊อก ชัดเจนในความเงียบ ก่อนที่เขาจะเลื่อนสายตาเย็นชาราบเรียบ... สายตาแบบเดียวกับที่ใช้มองพนักงานที่ทำเรื่องผิดพลาดในบริษัท มาหยุดอยู่ที่เธอ
"กินซะ"
น้ำเสียงนั้นราบเรียบและเย็นเยือกจนคนฟังหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"คุณธัน... แต่นี่มันยารวมครั้งที่สองของสัปดาห์นี้แล้วนะคะ มิน... มินเวียนหัว"
มินตราพยายามอธิบายด้วยสายตาเว้าวอน ร่างกายของเธอรับมันไม่ไหว ด้วยอาการข้างเคียงที่เกิดจากการกินยาต่อเนื่องกันถี่เกินไป แต่อีกคนมีหรือจะสน ทุกอย่างในชีวิตของเขา รวมถึงคนที่วนเวียนอยู่รอบตัวเขา ต้องอยู่ในกรอบในเส้นที่เขาขีดเอาไว้เท่านั้น เขาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับมินตรา มือหนาติดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำอย่างเรียบร้อย ท่าทางของเขาสูงส่ง สง่างาม และสมบูรณ์แบบ ไร้รอยยับย่นแม้แต่น้อย เขามองเด็กมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายที่เป็นทั้งเด็กฝึกงานในบริษัทและเมียลับบนเตียงด้วยสายตาที่ปราศจากความรู้สึก
"ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหม มินตรา"
ธันวาเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ไม่มีความอลุ่มอล่วยแม้แต่นิดเดียว
"บริษัทของฉันไม่เคยรับความผิดพลาด และชีวิตส่วนตัวของฉันก็ยิ่งไม่มีพื้นที่ให้คนไร้ความรับผิดชอบ"
คำพูดนั้นเหมือนดั่งเข็มเล่มโตที่แทงเข้ากลางอกของมินตรา
"ถ้าแค่เรื่องควบคุมตัวเอง การจัดการผลกระทบง่ายๆ เธอยังทำไม่ได้... สัญญาระหว่างเราคงต้องจบลงตรงนี้ รวมถึงตำแหน่งเด็กฝึกงานในแผนกของเธอด้วย"
ธันวาสวมนาฬิกาเรือนหรูราคาแพงลิบลิ่วเข้าที่ข้อมือ สายตามองตรงมาที่เธอราวกับเธอเป็นเพียงวัตถุชิ้นหนึ่งที่มีไว้เพื่อตอบสนองความต้องการ และพร้อมจะถูกทิ้งทันทีหากเกิดข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
"จำไว้ มินตรา... ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไร อย่าเสนอหน้าเอาความรู้สึกไร้สาระมาใช้กับฉัน คนอย่างเธอมีหน้าที่แค่ทำตามข้อตกลงและกินยาให้ครบ อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง"
พูดจบ ประธานบริหารผู้แสนเพียบพร้อมก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้มินตรานั่งกำแพงยาในมือแน่น หยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงทรวงอก... ชัดเจนแล้วว่า สำหรับ คุณธันวา ของเธอ เธอไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเมียลับไร้ตัวตน ที่เขาพร้อมจะเขวี้ยงทิ้งได้ทุกเมื่อที่หมดประโยชน์ จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ลับๆนี้ เธอเองที่เป็นคนเสนอมัน
>> 12.00 น.บรรยากาศในห้องทำงานประธานบริหารอบอวลไปด้วยความเงียบสงบที่ชวนอึดอัด เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแผ่วเบาตัดกับเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังที่ชี้บอกเวลา 12:00 น. มินตรา เดินถือแฟ้มรายงานที่ปรับแก้และตรวจเช็กอย่างละเอียดเรียบร้อยแล้วเข้ามาในห้องด้วยก้าวขาที่สั่นเทา อาการหน้ามืดและปวดทิ่มที่ท้องน้อยยังคงเล่นงานเธอไม่หยุดพัก แต่เธอก็ฝืนทนทำจนเสร็จทันเวลาเพื่อไม่ให้เขาหาเรื่องไล่เธอออกได้อีก"งานที่คุณสั่งเรียบร้อยแล้วค่ะ..." มินตราวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้วยท่าทางสุภาพและเว้นระยะห่างตามกฎที่เขาตั้งไว้ธันวา ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแฟ้มตรงหน้าด้วยซ้ำ เขาส่งสัญญาณให้เลขาฯ หน้าห้องออกไปพักเที่ยง และทันทีที่เสียงประตูกลอนไฟฟ้าล็อกลงอย่างเป็นทางการ สายตาเรียบเฉยเย็นชาเมื่อเช้าก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสายตานักล่าที่เต็มไปด้วยความตัณหาและครอบครอง“หมับ!”"อ๊ะ! คุณธัน!"มินตราอุทานด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ ร่างสูงใหญ่ก็ลุกขึ้นมากระชากแขนเธออย่างแรงจนตัวลอยเข้าไปปะทะกับอกแกร่ง ธันวาไม่พูดพ่ามทำเพลง เขาดันร่างบางของเธอขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีทันที แฟ้มเอก
>> ปัจจุบันบรรยากาศภายในชั้นบริหารของบริษัทเคพี โฮลดิ้ง เต็มไปด้วยความเงียบสงบและกดดัน เสียงแป้นพิมพ์และเสียงกระดาษพลิกไปมาเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เล็ดลอดออกมา พนักงานทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยความระมัดระวัง เพราะทุกคนรู้ดีว่า คุณธันวา ประธานบริหารผู้เพียบพร้อมและเจ้าระเบียบ ไม่เคยอลุ่มอล่วยให้ความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยมินตรา ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยปักเข็มมหาวิทยาลัย ก้าวออกมาจากลิฟต์ด้วยสองขาที่สั่นเทา ใบหน้าหวานซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด แสงไฟนีออนสว่างจ้าในออฟฟิศยิ่งทำให้เธอรู้สึกเวียนหัวจนโลกหมุน ผลข้างเคียงจากยาฉุกเฉินสองเข็มรวดที่เขายัดเยียดให้เมื่อเช้ากำลังฤทธิ์ เล่นงานระบบในร่างกายจนกะเพาะอาหารปั่นป่วนและศีรษะหนักอึ้งเหมือนมีใครเอาหินมาถ่วงไว้ เธอพยายามพาย้อนรอยสังขาร หอบแฟ้มเอกสารรายงานประจำไตรมาสที่ต้องนำส่งห้องประธานตรงไปข้างหน้า ทว่าเข็มนาฬิกาบนผนังกลับชี้ไปที่เวลา 09:03 น.สายไปสามนาที...เพียงแค่สามนาทีที่เธอต้องแวะเข้าห้องน้ำเพื่ออาเจียนเอาคราบน้ำย่อยออกมา“ครืด…”ประตูห้องทำงานใหญ่เปิดออกพร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทสรีระเนียบกริบของธันวาที่ก้าวออกมา ใบหน้าคมคายดุจรูปสลัก
หลังจากวางสาย มินตรากำเช็คเงินสดในมือแน่น หยาดน้ำตาไหลพรูด้วยความอัปยศอดสู เธอมองหน้าธันวา ชายผู้เป็นคนแรกในชีวิต ชายผู้ใจร้ายที่เหยียบย่ำเธอเมื่อคืน แต่กลับเป็นคนเดียวที่มีเงินต่อชีวิตให้แม่ของเธอในเวลานี้ธันวามองท่าทางดิ้นรนและสายตาที่แหลกสลายของเด็กสาว เขารับรู้ได้ทันทีว่าเงินก้อนนี้มีความสำคัญต่อชีวิตของเธอมากเพียงใด ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน นำชุดคลุมอาบน้ำมาสวมอย่างจัดระเบียบ ท่าทางสูงส่ง สุขุม และเปรียบเทียบยังคงเด่นชัด"ขอบคุณสำหรับเงินค่ะ..." มินตราพึมพำเสียงแหบแห้ง "แต่หนูรู้... ว่าเงินจำนวนนี้ มันเกินกว่าค่าเสียหายเมื่อคืน"ธันวาชะงัก เลิ่กลอกมองเธอเล็กน้อย "เธอหมายความว่ายังไง?"มินตรายันกายลุกขึ้นจากเตียง กอดผ้านวมแน่น สบตากับประธานบริหารหนุ่มด้วยสายตาที่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดในชีวิต"แม่ของหนูป่วยหนัก... และต้องใช้เงินรักษาอย่างต่อเนื่อง อาจจะต้องใช้เวลานานเป็นปี" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน "หนูรู้ว่าคุณเป็นคนใหญ่คนโต... เป็นประธานบริหารที่ร่ำรวย คุณจะว่าอะไรไหมคะ ถ้าหนูจะขอเสนอ... ทำ สัญญาลับ กับคุณ""สัญญาลับ?" ธันวาขมวดคิ้วด้วยความงุนงง คนอย่างเขาไม่จำเป็ฯที่จะต้
>> เช้าวันต่อมาแสงแดดยามเช้าตรู่สาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาภายในห้องพัก VIP นกน้อยส่งเสียงร้องแผ่วเบาอยู่ด้านนอก บรรยากาศเงียบสงบตัดกับความวุ่นวายเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิงมินตราค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก เปลือกตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักตลอดทั้งคืน ร่างกายบอบช้ำปวดระบมไปทุกสัดส่วน ความเจ็บเกร็งที่ช่องท้องน้อยเตือนให้รู้ว่าเรื่องราวอัปยศเมื่อคืนไม่ใช่เพียงแค่ฝันร้าย เธอเคลื่อนกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ผ้านวมผืนหนาเลื่อนหลุดเผยให้เห็นรอยแดงเป็นจุดทั่วซอกคอและแผ่นอก รวมทั้งรอยเลือดสีเข้มแห้งกรังบนผ้านวมข้างกายของเธอ... ร่างสูงใหญ่ของ ธันวา นอนหลับใหลอยู่ ใบหน้าคมคายยามหลับดูสงบนิ่ง เพียบพร้อม และสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งร่องรอยของปีศาจร้ายผู้ป่าเถื่อนเมื่อคืนโดยสิ้นเชิงสติของธันวาเริ่มกลับคืนมาเมื่อแสงแดดแยงตา ชายหนุ่มขยับตัว กระพริบตาช้าๆ คลายอาการปวดหัวจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และความตึงเครียดของยาที่หมดฤทธิ์ลงแล้ว เขายันกายลุกขึ้นนั่ง สายตาคมกริบปรับโฟกัส มองเห็นเด็กสาวในชุดผ้านวมพันกายที่กำลังนั่งร้องไห้เงียบๆ อยู่ข้างๆและเมื่อสายตาของเขาปาดไปเห็น รอยเลือดสีสดบนผ้านวมสีขาว... ความเ