LOGIN“มองอะไร หรืออยากจะเอาผัว” เขาส่องกระจกตรงหน้าเห็นซาน่ากำลังนั่งจ้องมองมาทางเขาอยู่จึงกระชากเสียงถามขึ้น “ทำไมทำแบบนี้” “แล้วไง ใครสน แต่งงานด้วยก็บุญเท่าไหร่แล้วยัยแหม่ม!" ถอดชุดออกโยนทิ้งเหลือแต่งร่างกึ่งเปลือย เพราะเหลือแต่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวติดกาย “แล้วนั่นจะไปไหน” เมื่อเห็นเจ้าบ่าวแต่งตัวด้วยกางเกงยีนส์และเสื้อกล้าม และตามด้วยเสื้อลายสก๊อตพาดไหล่ “เสือก!" ซาน่าสะดุ้งกับคำตะโกนตอบกลับมา หล่อนกัดฟันแน่น เขาตั้งใจทำให้หล่อนอับอายผู้คน “คุณเป็นผัวฉัน เราแต่งงานจดทะเบียนสมรสกันแล้ว” ใช่ ตอนผูกข้อไม้ข้อมือมีเจ้าหน้าที่ทะเบียนมาจดทะเบียนสมรสให้ด้วย “จดแล้วจะทำไม ไม่ได้จดสัญญาชีวิต จะทำอะไร จะไปไหน ไปเอากับแมวหมาข้างนอกก็เรื่องของผัวไหมล่ะ เป็นแค่เมียในทะเบียนอย่าเสือก! แค่นี้ยังไม่พอใจอีกเหรอที่ทำให้ฉันหมดตัว สมบัติทุกอย่างเป็นของเธอหมดแล้ว เชิญ! อยากได้ก็เอาไปเลย คนอย่างหรรมใหญ่ไม่ง้ออยู่แล้วเว้ย!" ในเมื่ออยากแต่งงานคิดว่าจะใช้ทะเบียนสมรสและชีวิตหลังแต่งงานบังคับคนอย่างหรรมใหญ่ไม่มีทางเสียหรอก เขาจะทำให้หล่อนรู้จักนรกบนดิน ในเมื่ออยากผูกรั้งเขาด้วยการแต่งงานดีนัก
View More"อุ๊ย!"
“sory!"
เสียงหวานเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อชนเข้ากับร่างใหญ่ที่เดินพ้นประตูห้องออกมา เพราะหล่อนสนใจแต่โทรศัพท์ในมือจนลืมดูทางเดินข้างหน้า
คนโดนชนหน้าย่นทันที หงุดหงิดอารมณ์เสียจากคนในห้องมาแล้วยังต้องมาโดนชนจากผู้หญิงที่ไม่คิดจะสนใจมองทาง
“เพราะไม่ดูทางไงถึงชนผม” น้ำเสียงกระด้างเปล่งออกมาจากริมฝีปากหนาโดยไม่คิดจะมองคู่กรณี
น้ำเสียงกระด้างน่าเกลียดดังลอดออกมาทำให้เธอผละจากโทรศัพท์มาสนใจคนตัวโตตรงหน้า มือเล็กเท้าสะเอวจ้องมองสำรวจคนปากไม่ดีตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า สภาพไม่น่ามาอยู่ในโรงแรมหรูระดับห้าดาวนี้ได้ แววตามองสำรวจบุรุษตรงหน้าด้วยสายตาดูถูกเดียดฉันท์ มองรองเท้าแตะเก่า ๆ กางเกงยีนส์ขาดเข่าสีซีด เสื้อกล้าม แล้วเสื้อยีนในมือที่เขาตวัดขึ้นพาดไหล่ ปากหนาคาบไม้จิ้มฟัน ใบหน้ารกไปด้วยหนวดเครา ดวงตาก็แข็งกร้าวน่ากลัว ดูทรงแล้วไม่น่าใช่คนดี เท้าเล็กจึงถอยห่างชายตรงหน้าไปเล็กน้อยเพื่อตั้งหลัก
“ฉันก็ขอโทษคุณไปแล้วยังไงคะ” เธอเท้าสะเอวตอบกลับอย่างเอาเรื่อง
ครั้งนี้ชายหนุ่มจ้องมองหน้าสวยที่แหงนเงยขึ้นมาสบตาของตน ปากนิด จมูกหน่อย ผิวขาว ผมทอง ตาสีน้ำตากลมโตกำลังจ้องมองเขา ร่างเล็กเพรียวระหงด้วยชุดเดรสเปิดไหล่รัดรูป
"หึหึ ก็แค่ผู้หญิงหากิน”
แม้จะชื่นชมความเป็นลูกครึ่งของหล่อนที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว แต่ก็อดเอ่ยเยาะเย้ยดูถูกสาวเจ้าไม่ได้
“what?” เธอถามคนตรงหน้า เธอฟังออกว่าเขาพูดอะไร แต่กล้าดียังไงถึงมาดูถูกหล่อนแบบนี้
“ไม่ต้องมาว็อดเวิ้ดหรอก หมายความอย่างที่พูดนั่นแหละ ไหน ๆ ก็เจอแล้วไปกันเถอะ พี่จะให้ห้าร้อยเลยคืนนี้” ไม่พูดเปล่า คนถ่อยก็กระชากข้อมือเล็กเปิดประตูกลับเข้าไปในห้องที่เพิ่งทำให้ตนหงุดหงิด
"ว้าย!"
สาวเจ้าร้องตกใจขืนร่างไว้แต่ก็ต้านแรงกระชากของคนถ่อยไม่อยู่
“ฉันขอใช้ห้องเธอหน่อยนะ ไหน ๆ เธอก็ให้ความสุขฉันไม่ได้แล้ว” เข้ามาในห้องของสาวที่ตั้งใจจะมาหาความสุขด้วยแล้วก็ไล่หล่อนออกจากห้องของตน เพราะเขาจะขอยืมห้องเธอสักคืน
“ไปสิเจน เธอเป็นเมนส์ให้ความสุขฉันไม่ได้ก็ควรจะไปซะ ไปค้างไหนก็ได้คืนนี้ เพราะคืนนี้ฉันจะใช้ห้องเธอกับยัยแหม่มนี่” ไล่ซ้ำอีกครั้งเมื่อเห็นเจนจิรายืนงงอยู่
“ค่ะ” หล่อนรีบรับคำทันที เพราะดื้อดึงไปตัวหล่อนเองนั่นแหละจะซวย ด้วยรู้ดีว่าชายตรงหน้าร้ายกาจแค่ไหน
ปัง!
เสียงประตูห้องปิดลงพร้อมกับเจ้าของห้องตัวจริงเดินออกไปจากห้อง ทิ้งเหลือไว้แต่คนถ่อยกับสาวแหม่มผมทอง
“นายจะทำอะไรฉัน” เธอถามเสียงไม่ดังนัก มองสำรวจห้องที่เขาฉุดดึงบังคับเข้ามาเพื่อหาทางหนีเอาตัวรอด
“อย่าทิ้งพี่ไปแต่งงานใหม่เลยนะ”“ซาน่า...”“ซาน่าเกลียดพี่ พี่รู้ แต่พี่อยากให้ซาน่าให้โอกาสพี่ใหม่ พี่จะพยายามปรับตัว จะพยายามเป็นคนที่...ดีขึ้น”“แล้วทุกวันนี้ยังไม่ดีอีกเหรอคะ ถ้าคิดว่ายังดีไม่พอแล้วคิดว่าซาน่าจะฝากชีวิตกับคนที่ดีไม่พอได้เหรอคะ”เธอเช็ดน้ำตาของตัวเองออกจากสองแก้มนวล และผละห่างจากคนตัวโต ลุกมายืนอยู่ข้างเตียง ปากน้อยขยับยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหนุ่มกุมขมับด้วยความเครียดซาน่าก็รักพี่นะคะ รักที่พี่เป็นคนดีไม่พอแบบนี้ แต่ซาน่ายังอายที่จะยอมรับว่าซาน่าเองก็รักพี่ เธอพูดกับตัวเองในใจ“นอนพักเถอะค่ะ ซาน่ามีนัดกับพี่เอฟตัน”“ไม่ให้ไป! ทำไมซาน่าต้อง...”“ซาน่าต้องไปค่ะ พักผ่อนให้หายดีนะคะ เรื่องของเรา ซาน่ากลับมาค่อยคุยกันค่ะ ซาน่าเหนื่อยแล้ววันนี้” เธอสวนกลับทันควัน พร้อมกับเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเอง เพราะตอนนี้ถึงเวลานัดกับเอฟตันแล้วตอนนี้เขาโวยวายได้ไหม เขาหงุดหงิดกระชากลากถูกซาน่ามากักขังอยู่ใต้ร่างได้ไหม ได
“ไม่! ที่ให้คนตามเก็บรูปพี่กับเธอคนนั้นเพราะว่ามันจะเป็นประโยชน์ตอนฟ้องหย่าค่ะ ซาน่าว่าพี่รีบเซ็นใบหย่าให้ซาน่าเถอะค่ะ เราจะได้ไม่ต้องเกี่ยวข้องอะไรกันอีก”“พี่ไม่หย่าแล้วซาน่าจะทำไม อีกอย่างพี่ไม่มีวันปล่อยเมียกับลูกพี่ให้คนอื่นหรอก พี่รักของพี่ พี่หวงของพี่” และคนห่ามปากเสียอย่างเขาก็พูดในสิ่งที่เก็บไว้ในใจตลอดระยะเวลาที่ห่างจากภรรยาคนสวยมะ...หมายความว่ายังไง เขารักฉันอย่างนั้นนเหรอ เป็นไปไม่ได้ที่ผู้ชายอย่างเขาจะรักใครเป็น ซาน่าถามตัวเองในใจ เมื่อได้ยินคำสารภาพรักไม่หวานและห้วนของชายหนุ่ม“อย่าพยายามรั้งฉันไว้ด้วยคำว่ารักเลยค่ะ พี่พูดออกมาเพียงเพราะอยากจะรั้งฉันไว้ ฉันรู้ค่ะ ปล่อยฉันไปใช้ชีวิตของฉันเถอะพี่หรรม”“พี่ไม่ได้พยายามรั้งซาน่า แต่พี่อยากบอกความรู้สึกของพี่จริง ๆ พี่รักเธอซาน่า รักเธอตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ แต่พี่รักเธอจริง พี่ปล่อยเธอไปไม่ได้จริง ๆ ยอมรับว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่พี่จะไม่ยอมเสียเธอไปให้ใคร” หรรมใหญ่ดึงร่างน้อยเข้ามากอดแนบแน่นอีกครั้ง ไม่สนว่าเธอจะดิ้นรนขัดขืน ตอนนี้เขาแพ้แล้ว เขาแพ้ต่อหัวใจตัวเองที่เผลอไปรักหล่อนโดยไม่รู้ตัว“ปล่อย! อย่าทำแบบนี้กับซาน่า ซาน่า..
“ไม่อยากดื่มน้ำแล้วนี่สิ ทำไงดี คิดถึง ไม่ได้ยินเหรอพี่บอกว่าพี่คิดถึงเธอ”“เรากำลังจะหย่ากันค่ะ อย่าทำแบบนี้กับฉัน”“ตอนนี้เรายังไม่หย่ากัน และพี่ไม่มีวันเซ็นใบหย่าบ้าบอนั่นด้วย ซาน่ากับลูกเป็นของพี่คนเดียวเท่านั้น”น้ำเสียงทุ้มเอ่ยกระด้างออกมา พร้อมกดร่างเล็กในอ้อมกอดให้แนบอิงซบอกตน ไข้หวัดแค่นี้ทำอะไรเขาไม่ได้เลยสักนิด เมื่อเทียบกับซาน่าที่กำลังจะทิ้งเขาไปซบอกคนอื่นมันแทบไม่มีผลกับร่างกายของเขา เรื่องของซาน่าต่างหากที่ทำให้เขาเจ็บป่วยอยู่ตอนนี้“ที่มาถึงอเมริกาเพียงเพราะมาบอกเรื่องนี้เหรอคะ” หล่อนผละออกจากอ้อมกอดบุรุษที่ตนโหยหาตลอดระยะเวลาที่จากมา แล้วแสร้งตีใบหน้าเรียบตึงราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร“ไม่! พี่มาเพื่อพาเรากลับบ้าน กลับบ้านของเรา ไร่ของเรา โรงแรมของเรา ทุกอย่างรอซาน่ากลับไป”“เดี๋ยวซาน่าจะโอนทุกอย่างคืนให้ เราจะได้ไม่มีอะไรเกี่ยวพันกันอีก อีกอย่างตอนนี้ซาน่าต้องการใบหย่า พี่ควรเซ็นให้ซาน่าให้เร็วที่สุด เพราะซาน่าจะแต่งงานใหม่ในเร็ว ๆ ที่จะถึงนี้ค่ะ” เธอบอกเขาน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาของเธอไม่ได้หนักแน่นเหมือนคำพูดเอาเสียเลย“ไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น พี่ต้องการเธอซาน่า พี่...”
สาลิกากับสามีนั่งปรึกษากันอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านวิลแฮม ส่วนเจ้าของบ้านยังไม่ลงมา ทั้งสองไม่รู้เลยว่าหลังจากลูกชายตื่นได้สติลูกชายจะเป็นยังไง จะทำนิสัยยังไงใส่ซาน่า จะเป็นยังไง สองสามีภรรยาคาดเดาอารมณ์ของลูกชายตัวเองไม่ออกเลยจริง ๆ“คุณพร้อมคุณว่าตาหรรมของเราจะฉลาดขึ้นไหมคะพอได้สติขึ้นมา”“ไม่รู้เหมือนกันคุณสา ผมเดาอารมณ์ลูกคนนี้ไม่ได้เลยจริง ๆ อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ แบบตาหรรมยากจะคาดเดาได้”“แต่ถ้าตาหรรมฉลาด ตาหรรมต้องฉวยโอกาสนี้เข้าหาออดอ้อนหนูซาน่า แต่ถ้าโง่แสดงกริยาห่ามถอยใส่หนูซาน่าทุกอย่างก็จบค่ะ”“กลัวแต่ลูกชายของเราโง่น่ะสิคุณสา เฮ้อ!" ถอนหายใจในตอนท้าย“ฉันหวังว่าตาหรรมจะฉลาดค่ะ” สาลิกาเองก็เช่นกัน“สา คุณพร้อมทานข้าวเช้ากันเถอะค่ะ เด็ก ๆ ตั้งโต๊ะรอแล้วค่ะ” ภาวิกาเดินควงแขนสามีมาชวนแขกทั้งสองไปทานข้าวเช้า และทั้งสองก็ลุกขึ้นเดินตามเจ้าของบ้านไปพอไปถึงห้องรับประทานอาหารเช้าก็เห็นซาน่ามานั่งรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้วพวกเขาก็ลงมือทานมื้อเช้ากันด้วยความเงียบ ไม่มีใครปริปากพูดถึงหรรมใหญ่แม้แต่น้อยหลังจากทานข้าวมื้อเช้าเสร็จซาน่าก็ขอตัวขึ้นมาดูคนป่วยบนห้องว่า