เข้าสู่ระบบWhen Brigitta discovered her husband's appalling betrayal involving her stepsister and best friend, her world crumbled. Her subsequent divorce led her to a local bar, where a chance encounter with a charismatic stranger resulted in a passionate night. Five years later, she found herself back in her hometown, with five beautiful children and an ailing grandmother in desperate need of medical care. In the face of these dire circumstances, Brigitta made the drastic decision to impersonate her stepsister and enter into a marriage with Ragnar Marshall, the seemingly ill and vegetative son of the notorious Wigglesworth family. Her surprise was palpable when Ragnar was revealed as the continent's wealthiest CEO, a man whose features mirrored her children's. Yet, disturbing rumors about Ragnar compelled her to shield her children from him. How long could she keep them hidden, especially when the children were so determined to make Ragnar Marshall their daddy?
ดูเพิ่มเติม“สวัสดีจ้ะ เด็กน้อยที่น่ารักของแม่”
“วันนี้เป็นวันที่แม่มีความสุขที่สุดในโลกที่รู้ว่ามีหนูอีกหนึ่งชีวิตที่จะเกิดมาบนโลกนี้ ในท้องของแม่ ที่เราจะพบกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แม่จะรอวันนั้น ไม่ว่าหนูจะเป็นเด็กหญิงหรือเด็กชายก็ไม่สำคัญอะไรเลย สิ่งสำคัญที่สุดคือเราจะมีกันและกันท่ามกลางความรักมากมายที่แม่จะมอบให้หนูจนหมดหัวใจ แล้วพบกันนะคะ ดวงใจของแม่”
แม่มุกดา
พร้อมลงวันที่กำกับไว้ให้หนูน้อยได้มาเปิดอ่านเมื่อเติบใหญ่
มุกดา ปิดสมุดบันทึกลงพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าพร้อมกับน้ำใส ๆ แห่งความปลื้มปีติที่เอ่อล้นดวงตาคู่สวยนั้น การเดินทางอย่างโดดเดี่ยวได้สิ้นสุดลงแล้ว ต่อจากนี้หัวใจของเธอจะไม่แห้งเหี่ยวอีกต่อไป มือลูบวนที่หน้าท้องอย่างมีความสุขและคาดเดาใบหน้าของเด็กน้อยไปต่าง ๆ นานา ทั้งที่ยังเป็นก้อนเลือดอยู่ในนั้น
คำว่าครอบครัวที่เธอรอคอยมาแสนนานกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ย่าของเธอที่เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ลูกจะมาเติมเต็มความรักและคำว่า “ครอบครัว” ครั้งใหม่ให้กับเธออีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะมีกันอยู่แค่สองคนก็เพียงพอแล้ว แค่นี้ก็ทำให้หัวใจอันโดดเดี่ยวพองโตและชุ่มฉ่ำขึ้นมาได้อย่างอัศจรรย์
“คุณตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ”
คำพูดของคุณหมอยังวนเวียนอยู่ในหัวและวันทั้งวันก็ยังอิ่มเอิบอยู่ในใจด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว
เธอวางแผนอนาคตสำหรับตัวเองและลูกไว้แล้วหลังจากนี้ว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่มาอาศัยอยู่ที่นี่ บ้านอัครเทพ กับชายชราเจ้าของบ้านที่ร่ำรวยและเปี่ยมล้นด้วยจิตเมตตา
สิ่งที่เธอตั้งใจไว้หลังจากนี้คือ กราบลา “คุณท่าน” และพาดวงใจน้อย ๆ ที่อยู่ในท้องของเธอออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ก่อนที่ยวนใจผู้เป็นป้าของเธอจะกลับมาจากต่างจังหวัด
ป้ายวนใจ คือป้าสะใภ้ของมุกดาที่มาทำงานเป็นแม่บ้านในบ้านอัครเทพ หลังจากที่สามีของหล่อนคือผู้เป็นลุงของมุกดาเสียชีวิตลง ยวนใจต้องมาหางานทำเพื่อส่งเงินเป็นค่าเล่าเรียนให้ลูกชายที่อยู่กับย่าที่โคราช ในตอนนั้นที่ย่ายังคงมีชีวิตอยู่
และวันชัยก็คือส่วนหนึ่งที่ทำให้มุกดาต้องมาอยู่ที่นี่ ที่บ้านอัครเทพแห่งนี้
หนึ่งปีที่แล้ว
ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำที่แสนเจ็บปวด เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายใบเล็กดังขึ้นขณะที่เธอกำลังเดินทางออกจากหอพักเพื่อกลับไปบอกข่าวดีกับผู้เป็นย่า ว่าผลสอบเทอมสุดท้ายออกแล้ว ผลคือเธอสอบผ่านทุกวิชาและจบหลักสูตรเรียบร้อย เธอเรียนจบแล้ว
“พรุ่งนี้เช้ามุกจะกลับไปหาย่า มีข่าวดีจะบอกย่าด้วยนะ”
บอกหญิงชราอย่างตื่นเต้นก่อนจะวางสายสนทนาไปพร้อมกับรอยยิ้ม
ความตั้งใจของหญิงสาวคือจะกลับไปหางานทำใกล้ ๆ บ้านเพื่อจะได้ดูแลหญิงแก่ชราที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก หลังจากที่พ่อกับแม่มีเธอโดยไม่ได้ตั้งใจและเลิกรากันไป แม่ทิ้งเธอไว้กับผู้เป็นย่าหลังจากคลอดเธอได้เพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น ต่อมาไม่นานพ่อก็เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมาแล้วขับ
“ฮัลโหล ว่าไงว่าน” กดโทรศัพท์รับสายเข้าจากเพื่อนรักสมัยปฐม
(“มุกเอ็งถึงไหนแล้ว?”)
“อยู่บนรถใกล้ถึง บ.ข.ส. แล้ว มีอะไรรึเปล่า?”
(“ตอนนี้ย่าเอ็งอยู่โรงพยาบาลแล้วรีบมาเร็ว ๆ เข้า”)
เหมือนโดนสายฟ้าฟาดลงตรงกลางใจ เธอถึงโรงพยาบาลหลังจากนั้นเพียงไม่นานแต่มันสายไปเสียแล้ว
“ทำใจเถอะวะไอ้มุกย่าไปสบายแล้ว” คำปลอบใจจากเพื่อน
“ทำไมย่าจากไปเร็วแบบนี้…ทำไม?
เสียงสะอื้นให้ด้วยดวงใจที่แตกสลายกับข่าวร้ายที่สุดในชีวิต น้ำตาไหลอาบสองแก้มนวลประหนึ่งว่าเขื่อนแตกก็ไม่ปาน โลกมืดมนไปชั่วขณะ เจ็บปวดเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นถึงแม้ผู้เป็นย่าจะแก่ชราด้วยวัยไม้ใกล้ฝั่งและทำใจไว้บ้างแล้วว่าสักวันการจากลาก็ต้องมาถึง แต่มันไม่ควรเป็นวันนี้
“แล้วมุกจะอยู่กับใคร?”
เธอโผเข้ากอดเพื่อนรักด้วยความหดหู่ในดวงใจที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ ว่าความเสียใจของเธอมันมากมายเพียงใด
ย่ามาลัยที่ช็อกหนักเมื่อรู้ว่าบ้านที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่เด็กและเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่จะเก็บไว้ให้มุกดา ถูกวันชัยแอบเอาไปจำนองนอกระบบ รู้ตัวอีกทีเจ้าหนี้ก็มายึดถึงบ้านเสียแล้ว ทำให้ย่าที่มีปัญหาเรื่องหัวใจบวกกับความดันและด้วยวัยชราไม่สามารถตั้งรับเรื่องราวไว้ได้ทัน ต้องหามส่งโรงพยาบาลและจากโลกนี้ไปโดยไม่มีคำลากับเธอแม้เพียงคำเดียว
หลังจากงานศพส่งย่าผู้เป็นที่รักสู่สรวงสวรรค์แล้ว เธอก็ออกเดินทางเข้ากรุงเทพพร้อมกับยวนใจทันที
“คุณท่านใจดีมากนะให้มุกไปพักอยู่ที่บ้านได้ระหว่างที่หางานทำ”
“ขอบคุณนะคะป้ายวน”
ยวนใจที่เป็นธุระจัดการขอให้เธอมาพักอาศัยอยู่บ้านเจ้านายก่อน ในขณะที่มุกดายังหางานทำไม่ได้ ในเมื่อไม่มีที่ไปและไม่มีเงินทุนสำรองสักแดงเดียวบวกกับความเสียใจที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ทำให้ทุกอย่างที่วางไว้มันพังทลายลงไปพลอยทำให้สมองมันตื้อคิดอะไรไม่ออก และตัดสินใจตามคำแนะนำของยวนใจทันที
ยวนใจไม่ได้มีจิตใจที่ดีมีเมตตากับหญิงสาวอะไรเบอร์นั้น ข้อนี้เธอรู้ซึ้งในใจเป็นอย่างดีกับป้าสะใภ้เห็นแก่ตัวที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก แต่เนื่องด้วยบ้านไม้หลังเก่าทรุดโทรมมรดกชิ้นเดียวของย่ามาลัยที่โดนยึดไป สาเหตุเกิดจากวันชัยลูกชายที่รักของนางและกลัวว่าหญิงสาวจะฟ้องร้องเอาความ
แต่มุกดาไม่ได้ทำอย่างนั้นถึงแม้ในใจจะอยากเต็มที เนื่องด้วยเห็นแก่ผู้เป็นลุงที่ล่วงลับไปแล้วที่เคยเลี้ยงดูเธอเช่นเดียวกับย่ามาลัยซึ่งบุญคุณนั้นก็มีมากโขอยู่ และทุกคนก็ใช่ว่าจะเห็นดีเห็นงามกับวันชัย เหตุมันเกิดขึ้นแล้ว เสียแล้วก็เสียกันไปเริ่มต้นใหม่ก็แล้วกัน
บ้านอัครเทพ
มุกดานั่งพับเพียบอยู่ที่พื้นเงาวาววับสะอาดสะอ้านข้างกายคือยวนใจผู้เป็นป้าสะใภ้ บนโซฟาหรูด้านหน้าคือชายชราผู้อาวุโสของบ้านอัครเทพ “คุณท่าน” คือชื่อที่ยวนใจเรียกและบอกให้เธอรับรู้หรือ ภูวนาถ ประธานบริษัทเจ้าของธุรกิจไอที รวมทั้งบริษัทนำเข้าอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย
“ชื่ออะไรล่ะ?” น้ำเสียงที่แฝงด้วยความอบอุ่นและมีเมตตา
“มุกดาค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มสุภาพจากใบหน้าสวย
“เห็นยวนใจบอกว่าเพิ่งเรียนจบและกำลังหางานทำอยู่”
“ใช่ค่ะคุณท่าน”
“ถ้าหางานยังไม่ได้ก็ไปฝึกงานที่บริษัทก็แล้วกัน”
มุกดาเงยหน้าที่ก้มอยู่น้อย ๆ ขึ้นมองหน้าผู้พูดอย่างตื่นเต้นจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ทันทีที่ผู้สูงวัยพูดจบ
“วันจันทร์ก็ให้นายเริงพาไปก็แล้วกัน”
“ขอบคุณค่ะคุณท่าน”
ยกมือไหว้พร้อมแววตาที่ไหวระริกด้วยความดีใจ ริมฝีปากเหยียดยิ้มจนเห็นฟันขาว เธอมีงานทำแล้วและมีที่พักอีกด้วย ถือว่าเป็นข่าวดีหลังจากเพิ่งผ่านข่าวร้ายมาหมาด ๆ ที่พอจะทำให้หัวใจที่แห้งเหี่ยวมีแรงลุกขึ้นสู้ต่อได้
การมาพักอาศัยอยู่ที่นี่ตามที่ยวนใจบอกกับหญิงสาว คือเธอต้องทำงานบ้านและดูแลคุณท่านช่วยป้ายวนใจ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาสำหรับมุกดาเลยสักนิด ดวงตาส่งประกายแวววาวอย่างมีความสุขในใบหน้าอิ่มเอิบนั้น
“ภรรยาคุณท่านเสียไปเมื่อหลายปีมาแล้ว”
“คุณท่านมีลูกชายสองคน”
“คนโตชื่อคุณ ภูวไนย แต่งงานแล้วมีลูกสาวหนึ่งคนชื่อ คุณแอนเดรีย ดูแลบริษัทในเครืออยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น”
“ลูกชายคนเล็กชื่อคุณ ภูวดล ยังไม่แต่งงานพักอยู่ที่คอนโดนาน ๆ จะกลับมาบ้านสักครั้ง” คือคำบอกเล่าของป้ายวนใจ
เสียงสนทนาของสองหนุ่มสาวจากห้องนั่งเล่นที่ไม่คุ้นหูทำให้มุกดาเดินมาชะเง้อมองที่ข้างประตูห้องครัวอย่างระมัดระวัง เพราะหากเป็นแขกสำคัญของคุณท่านจะเป็นการเสียมารยาท แต่วันนี้เป็นวันหยุดคุณท่านไม่รับแขกนี่นาเธอคิดในใจ
“แอบมองอะไรน่ะ?”
เสียงจาก ขนุน สาวใช้ในบ้านที่ย่องมาด้านหลังและกระซิบข้างหูแกล้งเธอ ตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักที่สกัดกั้นไว้ไม่กล้าปล่อยเต็มเสียง เหตุเพราะกลัวว่าจะไปรบกวนเจ้านายที่อยู่ในห้องนั่งเล่นด้านใน
“ตกใจหมดเลยขนุน…เฮ้อ”
ดุขนุนด้วยสายตาพลางยกมือทาบอกพร้อมกับถอนใจหาย แต่คนแกล้งกลับหัวเราะชอบใจ
“คุณดลกับคุณ ลลิตา เธอยังไม่เคยเจอนี่นา”
“ลูกชายคนเล็กของคุณท่าน” ขนุนอธิบายในสิ่งที่เธอสงสัย
“แล้วนั่นแฟนคุณดลเหรอ?”
“ก็อาจจะอะนะ…ไม่รู้สิ”
“อ้าว”
“คุณดลเขาไม่ค่อยได้กลับบ้านน่ะอยู่ที่คอนโดเลยไม่รู้ นานๆ จะกลับมาที แต่ก็เห็นมีผู้หญิงมาด้วยหลายคนเลยไม่รู้ว่าคนไหนเป็นแฟน”
“อ๋อ….” พยักหน้ารับรู้
“ภูวดล อัครเทพ” นักธุรกิจหนุ่มโสดรูปหล่อไฟแรง ที่สาว ๆ ต่างหมายตาอยากจะได้ตำแหน่งสะใภ้เล็กของบ้านอัครเทพ หากเขียนรายชื่อลงคิวคงยาวเป็นหางว่าว แต่พ่อเนื้อทองก็ยังคงครองสถานะโสดเรื่อยมา แม้กระนั้นสาวสวยโปรไฟล์ดีทั้งหลายก็ยังยินดีที่จะเป็นคู่ควงของเขาแม้เพียงไม่นานก็ตาม
มุกดาที่มือวางแนบขอบประตูโผล่แค่หน้าออกมาแอบดูเจ้านายน้อย ที่นั่งพิงพนักโซฟายกขาอีกข้างพาดเข่าด้วยท่าทีสบาย ขนุนถือถาดเครื่องดื่มเดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่นและวางลงตรงหน้าสองหนุ่มสาว และเดินกลับเข้ามาในครัว
ขนาดมองไกล ๆ ออร่าความหล่อยังเปล่งประกายมาถึงนี่เลย ใบหน้าคมเข้ม รูปร่างสมส่วนกำยำดูแข็งแรง ถึงจะเก็บรายละเอียดจากมุมไกลแต่คิดว่าอยู่ใกล้คงหล่อไม่ใช่เล่น ก็ไม่แปลกที่คนหล่อจะเลือกได้ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัวช่วยขนุนทำกับข้าว
“ดลคะลิต้ามีตั๋วหนังวันนี้เราไปดูกันนะคะ เรื่องนี้เพื่อน ๆ บอกสนุกมากเลย”
“ลิต้าเช็คแล้วมีรอบดึกสองรอบค่ะ”
ลลิตาเอ่ยปากชวนชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้มสดใสและลุ้นคำตอบในใจอยู่ ผ่านไปหลายปีแล้วที่เธอและเขารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยที่ภูวนาถ และ เกรียงเดช พ่อของทั้งสองฝ่ายที่คุ้นเคยกันผ่านทางเครือข่ายธุรกิจ และคอยช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันเรื่อยมาจนกระทั่งสองหนุ่มสาวเรียนจบมหาวิทยาลัย
ผู้เป็นพ่อต่างทาบทามและตกปากรับคำให้สองหนุ่มสาวหมั้นหมายกันในอนาคต เพื่อความเป็นปึกแผ่นของธุรกิจ แต่เป็นเพียงแค่ความคิดของผู้ใหญ่เท่านั้น ภูวดลยังคงเป็นชายหนุ่มผู้รักอิสระและเมินเฉยกับความสัมพันธ์โดยไม่มีท่าทีว่าจะหมั้นหมายกับเธอแม้แต่น้อย มีเพียงเธอเท่านั้นที่คอยคะยั้นคะยอ เกรียงเดชผู้เป็นพ่อให้เร่งรัดกับภูวนาถก่อนที่เธอจะเสียเขาไปให้หญิงอื่น
ลลิตาทำทุกอย่างเพื่อที่จะมัดใจชายหนุ่มหรือจะบอกว่าจับก็น่าจะเหมาะกว่า เธอเฝ้าภาวนาขอให้ตั้งท้องทายาทของเขาแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่บรรลุผลตามที่เธอหวัง ภูวดลระวังตัวและป้องกันอยู่เสมอ ความปรารถนาครอบครองรักจากเขานั้นช่างดูริบหรี่เหลือเกินสำหรับลลิตา
“ผมเหนื่อยอยากพักผ่อนมากกว่างานหนักมาทั้งอาทิตย์เลย”
“คุณไปกับเพื่อน ๆ เถอะ” ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“ดลไม่ไปลิต้าก็ไม่ไป ไว้วันหลังค่อยไปก็ได้ค่ะ” เธอพยายามรักษาอารมณ์ของเสียงให้เป็นปกติ
“ผมจะให้คนขับรถขับไปส่งคุณ ผมรู้สึกปวดหัวไม่อยากขับ”
“พรุ่งนี้วันหยุดลิต้าไม่ได้ทำงานขอค้างกับคุณนะคะ” เธอออดอ้อน
ถึงแม้จะมีผู้หญิงหลายคนที่แวะเวียนมาหาเขา แต่จะไม่มีผู้หญิงคนไหนได้ค้างที่บ้านกับเขาเลยสักราย นี่คือสาเหตุที่เขาเลือกที่จะพักอยู่ที่คอนโด เพราะเลี่ยงที่จะโดนภูวนาถตำหนิในพฤติกรรมที่ผู้เป็นพ่อไม่ชอบเอาเสียเลย ถึงแม้เขาจะเป็นชายโสดก็เถอะ
“อย่าเลย…วันนี้รู้สึกจะมีแขกสำคัญของคุณพ่อมาบ้านน่าจะไม่เหมาะ” เขาโกหก
“คุณกลับไปก่อนดีกว่า”
ลลิตาชะงักกับคำปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใยใบหน้าแสดงความผิดหวังออกมาจนเห็นได้ชัด แต่แค่ครู่เดียวก็ต้องรีบปรับสีหน้าใหม่ทันที เพราะเธอรู้ดีว่าเขาไม่เคยง้อ
“ค่ะ” ก่อนจะกลับบ้านตามคำสั่งของเขาแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก
Ragnar Marshall was able to get Cassie's contact, and he had invited her over to his location at England. When Cassie landed with Dian who was now a big boy, Ragnar Marshall who was already waiting for them at the airport walked towards them and welcomed them, then he lead them inside his car. When they eventually got to his house and settled, he made them ate and afterwards, Cassie and Dian came to sit with him in the living room. "Dad, you abandon us for years, it's so unfair," Dian said. "I'm so sorry, I'll make it up if you and your mom let me," Ragnar said. "Ragnar, although we have suffered so much, I still love you. I'm glad you called us back," Cassie said. "Dad, when you were away, it was prince Guthred of Maridonna that made mom and I live very comfortable," Dian said. "Dian!" Cassie cautioned him. Dian and Cassie had agreed to keep that a secret, she didn't expect for him to spill such out. "Did Guthred knows that you are coming here?" Ragnar Marshall asked the mothe
Birdie walked up to the window and kept hitting the window, she could tell that it was very strong. Not even a stone could break it. Whereas, Serafina continued crying fretfully. All of a sudden, the door opened and Birdie saw two huge men walk in. Fear gripped the heart of the two girls that they shrinked frightfully, the two guys ignored Serafina and carried Birdie out of the room. Birdie struggled but her struggle was futile. At the end, she was forced to sit on a seat in a yard. Before her was Guthred who sat majestically. "What do you want with me?" Birdie asked courageously. She was scared, yes, but due to her experiences and that of her brothers in the past, she had grown a thick skin. "Your dad's house location in England." Guthred went straight to the point. "You are a child, I don't want to hurt you at all but if you refuse to cooperate, then I'll be left with no choice but to let you experience an unspeakable amount of pain. One that would traumatize you your entire life
An aeroplane landed at Jora City's international airport at 2PM. Students of age 17 and 18 could be seen stepping down from the airport. Amidst all these students was Birdie and her bestfriend, Serafina. Serafina had already clocked eighteen while Birdie would clock eighteen the following day. As they walked alongside other students to the bus that would take them to the hotel, both friends discussed about various things, some of which were Birdie's experiences here at Jora. Afterall, she once lived in Jora City with her parents. She may be young then but she still remembered their culture and their way of life. That night, all the students lodged at the hotel. Around 10PM in the evening, a man walked towards the receptionist and dropped a backpack of cash on the table, "you won't make these money even if you work hard your entire life." The receptionist unzipped the backpack and saw loads of money, his eyes widened, "what service may I render you, sir?" He took the backpack of mo
At Maridonna's kingdom, the ten princes of Maridonna's kingdom stood before the great emperor of the kingdom. They trembled in fear and had their head lowered in shame. Lined up in the left roles were the council members and lined up in the right row were the overlords of cities. The atmosphere were tensed and everyone present steadied their breath as they were scared to even breath. "How shameful!" The emperor stated. "Not only could you not get Ragnar Marshall, we even lost our spy, Brigitta. That woman tricked us. Yet, I had the opportunity to kill her but you... You, Guthred told me to pardon and use her." He added in fury, "you couldn't even produce even one of her babies. I have never been dissapointed as I am right now." The emperor was boiling in anger, "Ragnar Marshall isn't the governor of any state, he's not a president of anywhere, neither is he a king nor an emperor, he holds no political position. He's just a random citizen with soldiers yet he defeated us in battle."
"We just received news that Ragnar Marshall had been able to kill the remaining three Lords of the Wigglesworth's family," he said."Oh my days! That's a good one. And where is Ragnar Marshall now? How is he? Is he coming back?" She asked. She was so curious about his well-being. "No, he's not coming
Beocca didn't argue but instead lead her outside. He soon drop her at her house and then she walked inside the building. Once she entered the room, she began to carry her heavy legs towards where the children's room are. The way she was walking was so sluggish like someone who had lost all hopes. It
She was surprised to see him park at a cemetery. There, he walked up to a grave and knelt before the grave. He lowered his head and that time, a heavy rain began to fall. Brigitta had to remain inside the car, watching him through the window. His growls could be heard and his cries went up to the sk
Alex held her from falling, the children could be heard screaming, "mommy! Mommy!"Birdie shouted with her tiny voice, "you killed mommy...you killed her." On the road, the cries of the kids could be heard."Your noise are given me headache," he covered Birdie's nose and then that of Henley and at onc






Welcome to GoodNovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more admiration from readers.
ความคิดเห็นเพิ่มเติม