INICIAR SESIÓN"วันที่แม่ตาย..." รามินเค้นเสียงพูดซ้ำ หยาดน้ำตาแห่งความเคียดแค้นรื้นขึ้นมาคลอเบ้าตาแต่ไม่ยอมให้ไ
"พี่มิน... ไม่ไหวแล้ว... จะเสร็จแล้ว กรี๊ดดดด!"ระวีแผดเสียงหวีดร้อง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ช่องทางรักบีบรัดตัวตนของเขาแน่นหนาจนแทบขยับไม่ได้ หยาดน้ำรักสีใสพุ่งทะลักออกมาเคลือบชโลมโคนลำเอ็นจนล้นทะลัก เธอแตะขอบสวรรค์และปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดออกมาในอ้อมกอดของเขาและในวินาทีนั้นเอง รามินก็กระแทกสะโพกสวนเข้าไปลึกสุดแรงเกิดอีกสามครั้งซ้อน ก่อนจะกดแช่แกนกายไว้ที่จุดลึกที่สุดชิดปากมดลูก!พรึ่บ! พรึ่บ!สายธารน้ำรักสีขาวขุ่นอุ่นจัดจำนวนมหาศาล ฉีดพวยพุ่งเข้าสู่ก้นบึ้งของมดลูกสาวอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง รามินเกร็งหน้าท้องแน่น สันกรามขบจนแทบแหลก ซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวของเธอ หอบหายใจคำรามลั่นในลำคอดุจสัตว์ป่าที่ได้ครอบครองเหยื่ออันเป็นที่รักหยาดน้ำรักและหยาดเหงื่อไหลทะลักออกมาตามร่องขาขาว หยดลงสู่พื้นพรมเป็นวงกว้างรามินยังคงกดแช่แกนกายไว้ในตัวเธออยู่หลายวินาที ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อที่เปียกชื้นทว่า ความปรารถนาอันบ้าคลั่งของเขายังไม่มอดดับลงเพียงแค่นี้เขาค่อยๆ ถอนแกนกายที่ยังคงแข็งขึงตึงแน่นออกจากช่องทางรักช้าๆ
"พี่มิน... ตรงนี้... มันโล่งเกินไป อื้อ!""โล่งสิดี..." รามินกระตุกยิ้มเหี้ยม นัยน์ตาสีดำสนิทลุกโชนไปด้วยประกายแห่งความหิวกระหาย "...หนูจะได้จำได้ขึ้นใจ ว่าไม่มีที่ไหนที่หนูจะหนีพ้นมือพี่ได้"เขาโน้มใบหน้าลงไป อ้าปากออกแล้วครอบครองยอดปทุมถันข้างหนึ่งไว้ในโพรงปากร้อนจัดทันที!จ๊วบ!ปลายลิ้นร้อนตวัดรัวขยี้ปลายยอดอกอย่างหิวกระหาย ฟันคมขบกัดเบาๆ สลับกับดูดดึงอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังเฉอะแฉะ ระวีหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายกระตุกเกร็ง เธอแอ่นแผ่นอกขึ้นรับสัมผัสอันตราย สองมือที่ยันกระจกไว้จิกเกร็งจนฝ่ามือชื้นเหงื่อทิ้งรอยคราบไว้บนเนื้อกระจกใสมือหนาอีกข้างหนึ่งของรามินเลื่อนต่ำลงผ่านหน้าท้องแบนราบ ลูบไล้ผ่านสะโพกมน ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปในรอยแยกที่คับแคบระหว่างเรียวขาทั้งสองข้างสวบ...ปลายนิ้วยาวหยาบกร้านแตะสัมผัสเข้ากับติ่งเกสรที่ไวต่อความรู้สึก แล้วออกแรงบดขยี้เป็นวงกลมอย่างเชี่ยวชาญ หยาดน้ำหวานสีใสที่หลั่งรินออกมาจากภายในเหนียวหนืดและร้อนจัด ชโลมเคลือบทั่วนิ้วมือของเขาจนเปียกชุ่ม"อ๊ะ! พี่มิน... อื้อ! อย่าบี้ตรงนั้น...
"ฉันไม่ต้องการโลกสีขาวที่ไม่มีนายหรอก รามิน..."เสียงหวานกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ทว่าหนักแน่นและก้องกังวานในหัวใจของคนฟัง"ฉันเลือกแล้ว... ฉันเลือกที่จะอยู่กับนาย อยู่ในโลกสีเทานี้ และยืนเคียงข้างนายไปจนวันตาย"คำยืนยันอันบริสุทธิ์และเด็ดเดี่ยวของเธอ เปรียบเสมือนกุญแจที่ปลดล็อกหัวใจของมัจจุราชอย่างสมบูรณ์แบบพรึ่บ!โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า รามินสอดสองมือหนาเข้าใต้สะโพกมน ออกแรงยกอุ้มร่างเล็กของระวีขึ้นสู่ความสูงในพริบตาเดียว!เขาวางร่างของเธอนั่งลงบนราวระเบียงหินอ่อนสีดำขัดเงาระวีสะดุ้งเล็กน้อย สัญชาตญาณความกลัวความสูงทำให้เธอรีบยกสองขาเรียวขึ้นเกี่ยวรัดรอบบั้นเอวสอบของเขาไว้แน่น สองมือเกาะไหล่กว้างไว้มั่นคง ท่าทางนั้นทำให้ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันจนไร้ช่องว่าง ทรวงอกอวบอิ่มใต้ชุดเดรสบางเบาบดเบียดกับแผงอกกว้างที่ร้อนผ่าวเบื้องหลังของเธอคือห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างและวิวเมืองหลวงชั้นที่สี่สิบห้าแต่เบื้องหน้าของเธอ... คือชายหนุ่มที่พร้อมจะโอบกอดและปกป้องเธอจากทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้รามินโน้มใบหน้าคมคายลงมา สบต
"เธอเป็นอิสระแล้ว ระวีวรรณ..."รามินกดเสียงต่ำ ลึกและหนักแน่น"ไม่มีหนี้สิบล้าน ไม่มีสัญญาผูกมัด และไม่มีศัตรูหน้าไหนกล้ามาแตะต้องครอบครัวเธออีก... เธอสามารถเก็บเสื้อผ้า กลับไปเรียน กลับไปหาพ่อแม่ และกลับไปใช้ชีวิตนักศึกษาปกติของเธอได้ตั้งแต่วินาทีนี้"คำว่า เธอเป็นอิสระแล้ว ดังก้องสะท้อนในโสตประสาทของระวีราวกับระฆังแห่งความตายอิสรภาพ... สิ่งที่เธอเคยกรีดร้องเรียกร้องมาตลอดสิ่งที่เธอเคยต่อสู้ ดิ้นรน และยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อทวงมันคืนมาแต่ทำไม... ในวินาทีที่ได้รับมันกลับคืนมา หัวใจของเธอกลับเจ็บปวดรวดร้าวราวกับถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ?ภาพความทรงจำตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาผุดขึ้นมาตอกย้ำในอก... ภาพผู้ชายที่บังคับให้เธอไปซื้อกาแฟกลางแดด ภาพผู้ชายที่นอนสั่นเทิ้มเพราะฝันร้ายและกอดเธอไว้แน่น ภาพผู้ชายที่ยอมเอาแผ่นหลังกว้างรับลูกกระสุนแทนเธอในดงป่า และคำว่า ทูนหัวของพี่ ที่เขาครางเรียกเธอใต้แรงอารมณ์...ชีวิตของเธอ... มันไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไปแล้วเพราะหัวใจของเธอ มันไม่ได้เป็นของเธออีกต่อไป แต
ที่โถงหน้าลิฟต์...เงาร่างสูงตระหง่านหนึ่งร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตรกำลังก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามารามินทร์!เขายังคงสวมเสื้อเชิ้ตสีดำตัวเดิมที่แขนเสื้อพับร่นขึ้นมาจนถึงข้อศอก ชายเสื้อหลุดลุ่ย มีรอยคราบเขม่าดินปืนจางๆ และผ้าก๊อซสีขาวตรงต้นแขนขวา ทว่าสิ่งที่ทำให้ระวีต้องหยุดชะงักค้าง ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอคือ 'ดวงตา' ของเขานัยน์ตาสีดำสนิทที่เคยเยียบเย็น มืดมิด ไร้ก้นบึ้ง และเปี่ยมไปด้วยรังสีอำมหิตดั่งพญามัจจุราช... บัดนี้กลับปราศจากหมอกควันแห่งความเคียดแค้น มันสงบนิ่ง อ่อนโยน และเปล่งประกายความผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง ราวกับภาระหนักอึ้งดั่งขุนเขาที่กดทับวิญญาณของเขามาตลอดสิบสี่ปี ได้ถูกปลดเปลื้องออกไปจนหมดสิ้นแล้ว"รามิน..." เสียงหวานหลุดออกจากริมฝีปากที่สั่นระริก น้ำตาแห่งความโล่งอกไหลทะลักลงมาอาบสองแก้มใสทันทีรามินหยุดฝีเท้า ทอดสายตามองร่างเล็กในชุดเดรสสีขาวที่ยืนน้ำตานองหน้าอยู่กลางห้องนั่งเล่นมุมปากหยักลึกค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆมันไม่ใช่รอยยิ้มเย้ยหยัน ไม่ใช่รอยยิ้มของสัตว์นักล่า... แต่มันคือรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจที่สุดเท่าที่เธ
คำขาดที่เลือดเย็นและไร้ความลังเล ทำให้เจ้าสัวธาดาตัวสั่นงันงกชายชราผู้กุมอำนาจสูงสุดของวงการธุรกิจมืด มองดูแววตาของลูกชายแท้ๆ... แววตาที่ไม่ใช่เด็กชายที่คอยร้องไห้หาแม่ ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ทำตามคำสั่งอย่างไร้ทางสู้ แต่คือพญาราชสีห์ตัวใหม่ที่เติบโตเต็มวัย และพร้อมจะขย้ำคอจ่าฝูงตัวเก่าให้ตายคาทีหากล้ำเส้นอาณาเขตรามินไม่ได้ขู่เล่นๆผู้ชายคนนี้พร้อมจะเผาทำลายทุกสิ่ง ยอมสละทั้งทรัพย์สินนับหมื่นล้านและอำนาจบารมี เพื่อแลกกับความปลอดภัยของผู้หญิงคนเดียวเรี่ยวแรงทั้งหมดของเจ้าสัวธาดามลายหายไปในพริบตาเดียวตุบ...ร่างของชายชราทรุดฮวบลงนั่งบนเก้าอี้หนังแท้หลังโต๊ะทำงานอย่างหมดสภาพ สองมือเหี่ยวย่นตกลงบนหน้าตัก ไหล่กว้างที่เคยผึ่งผายค่อมงุ้มลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบที่เคยคุกคามผู้คน บัดนี้ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่เจ้าสัวธาดา อัครบวร รู้สึกว่าตัวเองแก่ชราและโดดเดี่ยวเหลือเกิน"แกชนะแล้ว รามิน..."เสียงกระซิบของชายชราแหบพร่าและแผ่วเบาราวกับเสียงใบไม้แห้งปลิดขั้ว"ไป







