مشاركة

บทที่ 7

مؤلف: Duck.bell
last update تاريخ النشر: 2026-03-05 11:48:55

หลังจากที่ทามไทเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้ว น้ำพิ้งค์ก็ค่อยๆ พยุงตัวขึ้นมาจากเตียงมองเขม็งไปที่ประตูห้องน้ำที่คนตัวสูงเดินเข้าไปก่อนหน้านี้อย่างขุ่นเคือง เธอไม่รู้ว่าเรื่องที่เขาพูดก่อนหน้านี้เขาทราบมาจากไหน แต่ก็สืบได้ไม่ยากเพราะเรื่องที่เธอประกาศว่าทามไทเป็นเกย์มีแค่กลุ่มเธอกับเพื่อนร่วมรุ่นสองคนนั้นเท่านั้นที่รับรู้

แต่ก็ช่างเถอะ...ถึงทามไทจะรู้ว่าเธอเป็นคนปล่อยข่าวนั้นเธอก็ไม่ตกใจเท่ากับเรื่องตกหลุมรักผู้ชายที่ชื่อภีมแล้วสามีที่คุณแม่ของเธอจัดมาให้อย่างทามไทมองออกว่าเธอแอบปิ๊งผู้ชายคนนั้นอยู่ แล้วที่สำคัญเธอก็ดันโป๊ะแตกเลิ่กลั่กพูดออกไปแล้วด้วย

คราวนี้แหละ เธออาจจะโดนจำกัดอิสระขึ้นกว่าเดิมแน่ถ้าเขาเอาเรื่องนี้ไปฟ้องแม่เธอจริงๆ

เฮ้อ~

"ไม่น่าโป๊ะแตกเลยพิ้งค์...ไม่น่าเลยจริงๆ"

น้ำพิ้งค์พึมพำกับตัวเองสายตาละห้อยอย่างหมดแรงก่อนจะถอนหายใจเดินคอตกออกไปนั่งโซฟาข้างนอกแทน

หลายนาทีต่อมา...

ร่างสูงโปร่งของทามไทเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยเสื้อคลุมอาบน้ำหลังจากที่อาบน้ำเสร็จ กำลังจะเดินไปทางห้องครัวแต่สายตาดันเหลือบไปเห็นน้ำพิ้งค์ออกมานั่งคอตกยัดขนมเข้าปากเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากอยู่บนโซฟาหน้าทีวีซะก่อน เขาก็เลยหยุดเดินแล้วหันไปถามเธอ...

"เป็นอะไร”

“...เปล่า”

“เหรอ...แค่ฉันรู้ว่าเธอชอบไอ้ภีมถึงกับนั่งหงอยคอตกเลยเหรอ"

ขวับ!

"เหอะ!...เปล่าเถอะ พี่อย่าคิดเองเออเองขอร้อง แล้วที่สำคัญพิ้งค์แค่มองเฉยๆ พี่อย่ามาใส่ร้ายพิ้งค์ได้ปะ"

ร่างเล็กบนโซฟาว่าด้วยสีหน้าบูดบึ้งออกไปก่อนจะตะปบขนมในถุงกินอย่างขึงขังในเวลาต่อมาเมื่อเห็นคนตัวสูงดูจะมีความสุขกับการได้คุมความสุขของเธอแบบนั้น

แค่มองผู้ชายนิดๆ หน่อยๆ เองทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วย ทำอย่างกับตัวเองไม่เคยมองผู้หญิงสวยๆ แล้วปลื้ม

"หึ ถ้าไม่อยากให้ฉันใจร้ายกับเธอก็เลิกชอบไอ้ภีมสิ อีกอย่างที่แม่เธอยอมให้เธอมาอยู่ตรงนี้ก็เพราะฉัน ถ้าเธอไม่เชื่อฟังฉัน ฉันจะรายงานเรื่องวันนี้ของเธอทุกอย่าง รวมถึงเรื่องขับรถด้วย"

นั่นไงเห็นไหมว่าเขาใจร้ายและขี้ฟ้องด้วย

"พี่ทาม! นี่พี่กลายเป็นคนขี้ฟ้องไปแล้วเหรอ"

"เขาเรียกว่ารายงาน"

“เหอะ!”

น้ำพิ้งค์กระแทกลมหายใจออกไปอย่างฉุนเฉียวหลังจากที่ทามไทว่าด้วยสีหน้านิ่งๆ จบเขาก็เดินไปทางห้องครัวทันที ปล่อยให้เธอที่เด้งตัวจากโซฟานั่งทำหน้าบูดบึ้งไม่สบอารมณ์ต่อไปที่โดนเขาตอบกลับมาแบบนั้น แต่ไม่วายยังไม่ทันจะได้พิงโซฟากลับตามเดิมก็ได้ยินเสียงคนตัวสูงตะโกนแว่วออกมาอีกครั้ง...

"รีบไปอาบน้ำซะถ้าอยากไปกินหมูกระทะ"

พรึบ!

"พี่ว่าอะไรนะ"

จากที่ทำหน้าบูดบึ้งก่อนหน้านี้พอได้ยินประโยคมีอิทธิพลปุ๊บ....น้ำพิ้งค์ก็หูผึ่งเด้งตัวลุกออกจากโซฟาพร้อมยิ้มแฉ่งทันทีที่ได้ยินคนตัวสูงในห้องครัวตะโกนออกมาว่าจะพาเธอไปกินหมูกระทะตามที่เธอเคยบ่นกับแม่ไปเมื่อคืนนี้ โดยที่ลืมเรื่องที่มีปากเสียงกับคนตัวสูงในครัวก่อนหน้านี้ไปชั่วพริบตา

"ถ้าขี้หูเยอะก็ไปหาที่แคะหูมาแคะออกไป" แต่ก็ไม่วายโดนคนปากร้ายอย่างทามไทตอบกลับมาด้วยความกวนโอ๊ยจนได้เมื่อเธอทวนคำพูดของเขา...

แต่ไม่เป็นไรเธอจะทำเป็นไม่สนใจละกันเพราะเธอมีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าอย่างหมูกระทะรออยู่

ฟึบ!

เธอจึงรีบก้มลงกอบโกยพวกถุงขนมต่างๆ ที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาไว้ในอ้อมอกอย่างไวก่อนจะเดินลั้ลลาไปเก็บในห้องครัวที่มีคนตัวสูงยืนดื่มน้ำเปล่าอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัว เก็บเสร็จเธอก็ไม่ลืมที่จะเชิดหน้าใส่คนที่ดื่มน้ำอยู่อย่างทามไทก่อนเดินออกมาจากห้องครัวด้วย

@ร้านหมูกระทะ96 อร่อยสดขี้ไม่รั่วยินดีคืนเงิน

“อร่อยสดขี้ไม่รั่วยินดีคืนเงิน”

อึกๆ

หลังจากที่มาถึงร้านหมูกระทะและได้ลงจากรถของทามไทเรียบร้อยแล้ว น้ำพิ้งค์ก็ยืนกลืนน้ำลายตัวเองลงคอดังอึกทันทีที่เห็นป้ายหน้าร้านที่ช่างโปรโมตได้น่าสยดสยองสำหรับกระเพาะอาหารและทวารหนักของเธอเหลือเกิน จนเธอต้องแอบจับก้นกับหน้าท้องด้วยความหวั่นใจ

“เป็นไรจับก้นปวดขี้หรือไง” ทามไทที่เดินลงมาจากรถเดินมาหยุดข้างๆน้ำพิ้งค์ ก่อนจะเอ่ยถามเธอออกไปเมื่อเห็นเธอยืนทำหน้าไม่สู้ดีนัก

“...พี่พาพิ้งค์มาฆ่าหรือเปล่าเนี่ย ดูป้ายโปรโมตนั่นสิ”

น้ำพิ้งค์พยักพเยิดหน้าไปที่ป้ายโปรโมตหน้าร้านที่ทำเธอกลัวจนไม่กล้าขยับเท้าเข้าไปในร้านให้ทามไทดู

“มันก็แค่ป้ายจะไปกลัวอะไร หรือเธอไม่อยากกินแล้วถ้าไม่อยากกินจะกลับก็ได้นะ”

“เปลี่ยนร้านได้ไหม”

“ไม่เปลี่ยน ให้เลือกแค่จะกินกับจะกลับเท่านั้น”

คนบ้าเอ๊ย เขาเป็นคนที่ใจร้ายและใจร้ายกับเธอได้เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ ก่อนหน้านี้อุตส่าห์ดีใจที่บอกว่าจะพามากินหมูกระทะ

แต่ดูตอนนี้สิ...แล้วก็ดูร้านที่พามาสิ ขี้ไม่รั่วยินดีคืนเงินใครมันจะกล้าเข้าไป

“ว่าไง จะกินหรือจะกลับ”

“กิน”

ใช่ เธอจะกินและถ้าเธอกินไปแล้วเกิดท้องเสียขึ้นมาละก็คนที่ต้องรับผิดชอบและดูแลเธอก็คือเขานั่นแหละ

เพราะฉะนั้นไปค่ะ เดินเข้าร้านไปด้วยความมั่นใจเหมือนพริกไทยเมื่อเช้านี้

“อ้าวเฮ้ย! ไอ้ทาม! ทางนี้เว้ย ตรงนี้ๆ” ผู้ชายหน้าตาดีท่าทางกวนหน่อยๆ นั่งโบกไม้โบกมือเรียกคนตัวสูงข้างๆ เธอด้วยหน้าระรื่นตรงบริเวณโต๊ะตรงกลางของร้าน

ซึ่งในโต๊ะนั้นมีผู้ชายที่นั่งด้วยกันอีกอยู่ประมาณสามสี่คนด้วยกัน ประกอบด้วย...

ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาแต่ดูท่าทางกวนๆ ที่นั่งโบกไม้โบกมือแล้วหนึ่ง

ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาดูรวยมีสกุลรุนชาติแต่แอบเท่อีกหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ผู้ชายคนแรก

ถัดมาผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาดูอบอุ่นเปรียบเสมือนตู้ไมโครเวฟที่ขนาดยืนอยู่ห่างกันหกเมตรยังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของเขาอีกหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ คนที่สอง

และสุดท้ายผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาแต่ดูนิ่งๆ ดูสุขุมไม่ค่อยพูดค่อยจา ดูๆ แล้วบุคลิกก็จะคล้ายๆ กับคนข้างๆ เธอตอนนี้ที่กำลังเดินไปหาเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอีกหนึ่ง ซึ่งนั่งถัดมาเป็นลำดับที่สี่

สรุปแล้วเขาพาเธอมากินหมูกระทะเนื่องในโอกาสต้องการต้อนรับเธอหรือเขาพามากินหมูกระทะเพราะนัดกับเพื่อนไว้แล้วกันแน่

เฮ้อ~

อุตส่าห์คิดดีนึกว่าจะใจดีพามาให้ แต่ที่ไหนได้มาเพราะนัดกับเพื่อนไว้อยู่แล้ว...

“ไงมึง นัดมาสองทุ่มแต่มาสองทุ่มครึ่งไม่สมกับเป็นเฮดว้ากที่สอนเรื่องเวลากับน้องๆ เลยนะไอ้ทาม” คนที่นั่งเก้าอี้ตัวแรกซึ่งมีชื่อว่าแปลนเอ่ยขึ้นทันทีที่ทามไทดึงเก้าอี้ลงไปนั่งฝั่งตรงข้าม

เมื่อเขาซึ่งเป็นคนนัดกับเพื่อนๆ ว่าจะมาถึงร้านตอนสองทุ่มแต่ความเป็นจริงแล้วสองทุ่มเขายังนั่งรอน้ำพิ้งค์แต่งตัวอยู่ที่ห้องอีก

ใช่ เขาไม่เคยรู้ว่าผู้หญิงจะใช้เวลาในการแต่งตัวได้นานขนาดนั้น เขาคิดแค่ว่าเธออาบน้ำเสร็จก็แต่งตัวออกมาได้เลยแต่เปล่า...เธออาบน้ำเสร็จเธอยังไม่สามารถเลือกชุดได้ว่าจะใส่ชุดไหนออกมา

ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาที่นั่งรออยู่ข้างนอกเมื่อหลายนาทีที่แล้วถึงกับเซ็ง

“โทษทีมีคนไม่รู้จักเวลาพ่วงท้ายมาด้วย”

ขวับ!

“พี่เป็นคนชวนพิ้งค์มาเถอะ” น้ำพิ้งค์ที่รู้ตัวว่าโดนแขวะรีบหันขวับไปแก้ทันทีที่โดนคนข้างๆ เมาท์ว่าเหมือนเธออยากตามเขามาแถมยังว่าเธอไม่รู้จักเวลาอีกด้วย

ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าเขาจะนัดเพื่อนๆ มากินด้วย เธอก็เลยไม่ได้สนใจเวลาที่จะออกมา รู้แต่ว่าออกจากห้องแล้วคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ตอนนี้ก็ทำหน้านิ่งบอกบุญไม่รับแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอยู่ดี จนกระทั่งตอนนี้นี่แหละที่รู้ว่ามีเพื่อนมาด้วย

“แล้วนี่มึงไม่คิดจะแนะนำคนที่มึงพามาด้วยเหรอวะไอ้ทาม” คนที่นั่งเป็นลำดับที่สองที่ดูเท่ๆ หน่อยมองไปที่น้ำพิ้งค์นิ่งๆ

...ซึ่งนั่นก็คือตฤณ...

เมื่อตอนเที่ยงเขาเห็นหญิงสาวคนนี้ที่เพื่อนลากไปนั่งที่โต๊ะแล้วแต่ก็ไม่ได้สนใจถามเพราะคิดว่าเป็นผู้หญิงทั่วไปที่ชอบเรียกร้องความสนใจกับเพื่อนเฉยๆ แต่พอเห็นเพื่อนพามากินหมูกระทะตอนนี้ด้วยแล้วคงไม่ใช่ผู้หญิงทั่วไปที่ชอบมาเรียกร้องความสนใจกับเพื่อนแน่นอนเพราะมันผิดปกติ

ใช่ ทามไทเพื่อนของเขาถือว่าฮอตมากในหมู่สาวๆ ฮอตชนิดที่ว่าสาวล้อมหน้าล้อมหลังเลยทีเดียว แต่เสียดายเพื่อนเขาไม่ยุ่งกับใครสักคนเพราะเป็นคนเย็นชากับสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลกใบนี้

เขาก็เลยเกิดความสนใจใคร่อยากรู้มากๆ ว่าสาวสวยหน้าตาน่ารักคนนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเพื่อน เพื่อนถึงได้พามานั่งตรงนี้ด้วยกันได้

“นี่น้ำพิ้งค์” ทามไทแนะนำน้ำพิ้งค์ให้เพื่อนๆ ทั้งสี่คนรู้จักด้วยสีหน้าเรียบนิ่งหลังจากที่โดนตฤณทวงถาม ซึ่งน้ำพิ้งค์ก็ยกมือไหว้รุ่นพี่ทันทีที่ถูกแนะนำ

“สวัสดีค่ะ”

“หวัดดีครับพี่ชื่อแปลน” แปลนรับไหว้แล้วแนะนำชื่อตัวเองด้วยรอยยิ้ม

“พี่ชื่อตฤณ”

“พี่ชื่อโยธาครับ” เมื่อทุกคนแนะนำตัวกันเป็นทอดๆ แล้วต่อมาสายตาเธอก็ไปสะดุดกับคนสุดท้ายที่นั่งกินหมูกระทะอยู่เงียบๆ คนเดียว

“...”

“ส่วนไอ้นั่นมันชื่อเธียร” เป็นทามไทที่แนะนำชื่อเพื่อนคนสุดท้ายที่นั่งคีบหมูกระทะเข้าปากแทน ซึ่งเขาเป็นคนนิ่งๆ ที่ไม่ค่อยพูด ง่ายๆ คือพูดน้อยต่อยหนักและมีตำแหน่งเป็นรองเฮดว้ากคณะด้วย

“ค่ะ”

“แล้วพวกมึงสองคนเป็นอะไรกันวะ” ยังคงเป็นตฤณที่ตั้งคำถามต่อมากับเขา เขาจึงจ้องไปที่เพื่อนซึ่งนั่งตรงข้ามกับเขาพอดีด้วยความเบื่อหน่ายที่เพื่อนมาตั้งคำถามปัญญาอ่อนนั้นกับเขา

และที่สำคัญเขาก็ดูออกว่าเพื่อนอย่างตฤณนั้นกำลังสนใจเรื่องของเขากับน้ำพิ้งค์ตอนนี้มาก มากชนิดที่เรียกว่าเสือกได้เลย และรอยยิ้มที่มุมปากนั้นก็ทำให้เขาเกิดความรำคาญมากเช่นกัน

จนโพล่งบางอย่างที่ทำให้ทุกคนช็อกออกไป

“...ผัวเมีย พอใจมึงยังไอ้ตฤณ”

ขวับ!

“O_O” น้ำพิ้งค์

“!!!” แปลน

และคนอื่นๆ

“O_O”

ทุกคนต่างเบิกตาโตและช็อกไปตามๆ กัน ทันทีที่ได้ยินประโยคแสนช็อกจนเส้นเลือดในสมองเกือบจะแตก เมื่อคนที่เย็นชาและแสนหวงตัวอย่างเฮดว้ากคณะวิศวะประกาศกร้าวว่ามีเมียแล้ว

ยกเว้นแต่น้ำพิ้งค์ที่ตกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะเปิดเรื่องสถานะให้เพื่อนๆ รับรู้ ในขณะที่ตอนเที่ยงเธอพยายามปกปิดเรื่องนี้จากเพื่อนๆ แทบตาย

“…เอ่อ...แล้วพวกมึงเป็นผัวเมียกันได้ไงวะ แต่งงานกันหรือปักๆ กันทั่วไปอย่างไอ้ตฤณ”

ผัวะ!

“โอ๊ย!”

“อย่าโยงเก่งเป็นแกทแพทไอ้สัสแปลน” ตฤณที่นั่งอยู่ข้างๆ แปลนยกมือขึ้นไปผัวะเข้าให้ ทันทีที่แปลนโยงเข้าเรื่องของตนเองอย่างเนียนๆ

ส่วนคนที่ถูกโยงอย่างน้ำพิ้งค์ก็ได้แต่นั่งบีบมือตัวเองบนตักเงียบๆ อย่างเดียวเพราะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกที่คนข้างๆ เปิดเผยสถานะแบบโจ่งแจ้งขนาดนั้น

เธอไม่เคยคิดว่าคนที่ดูจะต่อต้านการถูกบังคับให้แต่งงานอย่างทามไทจะมาเปิดโปงสถานะอันลับสุดยอดแบบนี้กับเพื่อน และตอนนี้เธอก็งงไปหมดแล้วด้วย ว่าจริงๆ แล้วควรจะเป็นยังไง

ควรจะทำเป็นแต่งแล้วเงียบหรือแต่งแล้วประกาศกันแน่

“เรื่องมันยาว”

ทามไทตอบแปลนกลับไปแบบชิลล์ๆ แล้วคีบหมูกระทะที่โยธานั่งย่างให้ใส่จานน้ำพิ้งค์ที่นั่งเงียบกริบหลังจากที่เขาเผยสถานะออกไปพร้อมกับเหลือบมองเธอเล็กน้อย

“แต่พวกกูมีเวลาฟัง เล่ามาเลย”

“มึงไม่ค่อยอยากจะเสือกเรื่องของมันเลยนะไอ้แปลน”

“มีใครที่ไม่อยากเสือกเรื่องของเฮดว้ากคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้เงียบขรึมอย่างไอ้ทามที่แม่งไม่เคยมีข่าวว่าควงผู้หญิงมาก่อนเลยบ้างวะ? แต่จู่ๆ แม่งมีเมียเฉย”

!!!

ไม่เคยควงผู้หญิง? น้ำพิ้งค์เบิกตาโตสะดุดกับคำว่าไม่เคยควงผู้หญิงของแปลนทันทีที่บอกว่าคนข้างๆ เธอที่สุดแสนจะหล่อเท่ประเสริฐศรีขนาดนี้ไม่เคยควงผู้หญิง

เป็นไปได้เหรอ?

หรือว่าเขา...

“ฉันไม่ได้เป็นเกย์อย่างที่เธอไปบอกเพื่อนนะยัยตัวแสบ หยุดมองฉันแบบนั้นสักทีเดี๋ยวแม่งก็จิ้มตาให้หรอก”

ทามไทรีบเอ่ยดักทางด้วยความฉุนเฉียวทันทีเมื่อน้ำพิ้งค์มองหน้าเขาแล้วทำหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่คนเดียวแล้วก็ทำหน้าตกใจภายหลัง

“ฮาร์ดคอกับเด็กปีหนึ่งไม่พอแม่งยังฮาร์ดคอกับเมียด้วยว่ะ มึงนี่มันสุดยอดจริงๆ เลยไอ้ทาม” ตฤณหัวเราะเบาๆ ในลำคอหลังจากที่ดูเพื่อนทำหน้าดุใส่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเมียอย่างน้ำพิ้งค์

“น้องไม่ต้องกลัวมันหรอก กินหมูนี่ดีกว่า” โยธาที่เป็นคนรู้เรื่องคร่าวๆ ของเพื่อนมาบ้างแล้วยิ้มอบอุ่นให้น้ำพิ้งค์ก่อนจะคีบหมูกระทะให้

“อ้าวเปลี่ยนเรื่องกันง่ายแบบนี้เลยเหรอวะ กูยังไม่ได้รู้เลยนะเว้ยว่าไอ้ทามได้กับเมียมันยังไง” แปลนที่เห็นเพื่อนๆ กำลังจะเปลี่ยนเรื่องคุยโวยขึ้นมาอย่างไม่ยอม

“มันจะได้กับเมียมันยังไงมึงจะไปเสือกอะไรกับมันวะไอ้แปลน แดกหมูไปเถอะมึงอะ” ตฤณว่าพร้อมกับตักเนื้อหมูใส่จานตรงหน้าแปลน

จากนั้นทุกคนก็นั่งกินต่อไปโดยพูดเรื่องสัพเพเหระของเด็กปีหนึ่งที่นัดเจอวันนี้แทนการพูดคุยเรื่องส่วนตัวของทามไท จนกระทั่งที่กินเสร็จและบนโต๊ะก็ไม่เหลืออะไรนอกจากจานและเศษอาหารบางส่วนที่เหลือไว้แค่นั้น

5 นาทีต่อมา...

“โคตรอิ่มเลยว่ะ” แปลนพูดพร้อมกับลูบหน้าท้องด้วยความอิ่ม

“มึงไม่อิ่มก็แปลกแล้วไอ้แปลน หมูที่ไอ้โยย่างเสร็จมึงก็เอาไปแดกหมด”

“โทษทีว่ะกูอดมื้อเย็นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ”

“สัส...เอองั้นก็แยกย้ายตรงนี้เลยนะ กูกลับละแม่งอิ่มเหมือนท้องจะแตกเลยว่ะ ไปไอ้เธียร” ตฤณว่า

“เคกลับบ้านดีๆ”

หลังจากที่ทานกันเสร็จแล้วเดินออกมาจากร้านตฤณกับเธียรก็ขอแยกตัวกลับก่อน โยธากับแปลนก็เลยหันมาบอกลาเพื่อนอย่างทามไทเช่นเดียวกัน...

“งั้นกูกับไอ้แปลนกลับก่อนนะ”

“อืม ขับรถดีๆ” ใบหน้าหล่อเหลาของทามไทพยักหน้ารับรู้ให้เพื่อนทั้งสองคนที่เตรียมหมุนตัวเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ไม่ไกลเป็นคู่ต่อไป

และทันทีที่ทุกคนขึ้นรถกลับไปหมดแล้ว น้ำพิ้งค์ก็หันขวับจ้องตาเขียวใส่ทามไททันที

“พี่ทาม! เมื่อกี้พี่พูดบ้าอะไรของพี่ พี่ไปบอกเพื่อนๆ พี่ว่าเราเป็นผัว...เอ่อ…สามีภรรยากันทำไม”

“เธอยังบอกเพื่อนเธอว่าฉันเป็นเกย์ได้เลย”

“แต่มันไม่เหมือนกันนะ พิ้งค์ทำเพราะไม่อยากให้สวยมันชอบพี่”

“แต่เธอก็บอกเพื่อนเธอว่าฉันเป็นพี่เธอ”

“แล้วมันไม่ดีหรือไงที่พิ้งค์บอกว่าเป็นน้องพี่อะ”

“ฉันยอมแต่งงานกับเธอเพื่อให้เธออยู่ในสถานะเมียไม่ใช่น้อง! อย่าโง่”

!!!

ว่าจบทามไทก็เดินล้วงกระเป๋าไปขึ้นรถอย่างฉุนเฉียวปล่อยให้น้ำพิ้งค์ยืนช็อกที่โดนด่าว่าโง่ทั้งๆ ที่ยังงงงวยต่อไป จนกระทั่ง...

ปี๊น!!!!!!!

เฮือก!

“จะกลับไหมบ้านอะ ถ้าไม่กลับฉันจะได้กลับคนเดียว” หลังจากที่กดบีบแตรจนน้ำพิ้งค์ที่ยืนหน้ารถขวัญกระเจิงไปแล้วเขาก็ชะโงกหัวตะโกนถามเสียงหงุดหงิดต่อ จนน้ำพิ้งค์รู้สึกโมโหกระทืบเท้าเดินไปขึ้นรถในที่สุด

ปึก!

“ถ้าเห็นพิ้งค์เป็นเมียรบกวนช่วยอ่อนโยนหน่อย เพราะพิ้งค์เปราะบางด่าโง่แล้วรู้สึกเจ็บ”

“...งั้นก็อย่าฉลาดน้อย กินปลาเยอะๆ จะได้ฉลาดว่าเธอไม่ได้แต่งมาเป็นน้องฉัน”

“...”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 270

    1ปีผ่านไป....“พีช ช่วยป๊าเลี้ยงน้องก่อนครับ ป๊าขอเซ็นเอกสารให้พี่เขาแป๊บหนึ่งลูก”“ปะป๊าค่ะ พีชก็กำลังรักษาคนไข้อยู่นะคะ เนี้ยคนไข้เจ็บหนักต้องผ่าตัดด่วนเลยนะคะ ปะป๊ารอก่อนได้ไหมคะ”เวรกรรม คือวันนี้ผมพาลูกสาวและลูกชายในวัยหนึ่งขวบมาทำงานที่บริษัทด้วย เพราะวันนี้ชฎาขอผมไปเข้าสปาขัดผิวอะไรไม่รู้ของเ

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 269

    5นาทีต่อมา....หลังจากที่ได้กอดกันด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักแล้ว ต่างฝ่ายก็ต่างผละออกจากกันแล้วมองตากันอยู่สักพักโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ก่อนที่มือใหญ่ของตฤณจะลูบไล้พวงแก้มเนียนละเอียดของชฎาอย่างทะนุถนอมด้วยความอ่อนโยนตามด้วยประทับจุมพิตเบาๆบนริมฝีปากของชฎาในเวลาต่อมา"ต่อไปนี้เธอจะ

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 268

    20 นาทีผ่านไป....หลังจากที่ลูกพีชบอกว่าจะนอนกับผมพร้อมกับแม่ของเธอแล้ว ผมก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เสร็จเรียบร้อยแล้วเดินขึ้นไปนอนบนเตียงที่มีพวกเธอนอนกันอยู่"ปะป๊ามาแล้ว หนูอยากให้ปะป๊าอ่านนิทานก่อนนอนให้หนูฟังได้ไหมคะ หนูฟังหม่ามี้อ่านจนเบื่อแล้วค่ะ" ทันทีที่ร่างกายของผมเอนไปกับเตียง ลูกพีชที่

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 267

    แต่สุดท้ายแม่ง...“เฮ้อ~”ฟึบ!ผมก็ลุกออกจากโซฟาตรงดิ่งไปที่ประตูจนได้ ก่อนจะขับรถตรงกลับบ้านในที่สุด ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมต้องรีบร้อนขนาดนี้ แต่ตอนที่ผมหลับตาเมื่อกี้ สีหน้าและสายตาของชฎาที่มองผมเมื่อเช้ามันก็แวบเข้ามา และนั้นก็ทำให้ผมทนอยู่คอนโดไอ้แปลนต่อไปไม่ไหว ถึงแม้อยากลองใจแข็งอยู่ต่อแ

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 266

    Trin partผมไม่รู้ว่าต้องอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไงดีมันถึงจะถูก ทุกอย่างที่ผ่านมามันอยู่ในแผนการของชฎามาตลอด ในขณะที่ผมตามหาเธอกับลูกแทบพลิกแผ่นดินแต่เธอกลับรู้ทุกความเคลื่อนไหวของผมมาตลอดหึ ผมนี่มันโคตรน่าสมเพชฉิบหายเลย ถูกลูกเมียตลบหลังได้น่าสมเพชมาก“ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้ว่าความตั้งใจที่ผ่านมาข

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 265

    “…”“ตอบฉันมาชฎา”“หมอสวยแนะนำให้ฉันไปอยู่เชียงใหม่เพราะไม่อยากให้ฉันคิดมากเรื่องนาย และให้หมอน้ำพิ้งค์เพื่อนของเธอช่วยจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยให้พร้อมกับฝากครรภ์เลย”เหอะ! แบบนี้เองสินะ ไอ้พวกเพื่อนเลวเอ๊ย นี่พวกมันต้มผมจนเปื่อยเลยน่ะ พวกแม่งรู้เรื่องของชฎามาตลอดแต่ก็ปิดบังผมมาตลอดเช่นกัน โดยเฉพาะไ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status