Finn Reserve วิศวะจองรัก

Finn Reserve วิศวะจองรัก

last updateآخر تحديث : 2026-07-29
بواسطة:  Sweet_Moonتم تحديثه الآن
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
4فصول
1وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

“กูไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงกับมึง แต่กูขาดมึงไปไม่ได้จริงๆ ว่ะ วาดดาว”

عرض المزيد

الفصل الأول

วิศวะจองรัก :: Episode 1 [50%]

Finn Reserve วิศวะจองรัก

จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์จากคำว่า ‘เพื่อน’ นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่มากเกินกว่าเพื่อนที่ควรจะเป็น

ลานเกียร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ 3 ปีก่อน

“แล้วใครจะไปคิดว่าแม่งเสือกสอบติดคณะเดียวกันวะ”

“เออ กูก็งงเหมือนกัน”

“ทำตัวเป็นแฝดสามไปได้”

ผมยืนเท้าเอวมองบุคคลตรงหน้าทั้งสองคน คนหนึ่งมีใบหน้าหล่อเหลา ดูดุดันและเต็มไปด้วยแววตาที่แข็งกระด้าง สไตล์แบดบอยปากร้ายอย่าง ‘เฮียพีท’ และเสมองอีกคนที่ยืนทำหน้าเหม็นเบื่อราวกับโลกใบนี้ไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้น ‘ไอ้เก้า’ 

“น้อง” เราสามคนหันไปมองพี่ว้ากที่เห็นบอกว่าพี่ว้ากคณะวิศวะโคตรโหด แต่ทำไมคนนี้ถึงได้ไม่ดูโหดกับพวกผมวะ กับรุ่นน้องคนอื่นนี่คือแทบจะแดกหัวเข้าไปทั้งตัวถ้าทำได้ “นี่น้องสามคนนามสกุลเดียวกันหมดเลยเหรอ”

“รู้อยู่แล้วจะถามทำไมล่ะพี่” ถอนหายใจพลางกลอกตาขึ้นบน

“แฝดสาม”

“หน้าตาไปคนละทางขนาดนี้ มองยังไงว่าแฝดสามวะพี่” ด้วยเพราะนิสัยส่วนตัวผมเป็นพวกที่หัวร้อนได้ง่ายมาก อะไรที่ไม่เข้าหูหรือรกตาไปบ้างก็จะวีนเหวี่ยงตามประสา จนเฮียพีทเอามือดันแผงอกผมไว้

“มึงเงียบ กูคุยเอง” สุดท้ายเฮียพีทก็ยืนคุยกับพี่ว้ากคณะวิศวะ โดยที่ผมกับไอ้เก้ายืนมองไปรอบๆ เห็นนักศึกษาที่เข้ามาใหม่รวมตัวกันพูดคุยและบางส่วนก็หันมามองกลุ่มของผมกัน ส่วนมากเป็นสาวคณะวิศวะที่พอเห็นผมฉีกยิ้มโบกมือทักทายก็กรี๊ดกันเสียยกใหญ่ไม่เว้นแม้แต่รุ่นพี่เองก็ตาม

“มองหาใคร”

“ก็...” ผมกำลังจะตอบไอ้เก้าฉับพลันก็นึกขึ้นมาได้จึงส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่มีอะไร”

“เท่าที่มึงเคยบอก กูว่าเขาไม่มาเรียนที่นี่หรอก”

“คงใช่”

“แต่ก็ไม่แน่นะ”

คำตอบของไอ้เก้าทำให้ผมขมวดคิ้วอยากจะบอกมัน ‘ไม่มีทาง’ แต่ทำไมไม่รู้เหมือนกัน ผมถึงได้คาดหวังที่จะได้เจอกันคนๆ นั้นก็ไม่รู้ดิ ทั้งที่มันก็นานมากจนผมรู้สึกสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ใจหนึ่งก็เกลียดเขาแทบบ้าอีกใจก็ดันคาดหวังว่าจะได้เจอกันสักวันหนึ่ง ผมถอนหายใจพลางยกมือลูบใบหน้าตัวเองสองสามครั้ง

กระทั่งสัมผัสได้ถึงใบไม้ที่ปลิวไหวและพัดเอาลมเอื่อยๆ ผ่านเรือนร่างของผมไม่เว้นแม้แต่กลิ่นอะไรบางอย่างที่คุ้นจมูกเสียจนผมเงยหน้ามองผู้หญิงคนหนึ่งที่โบกมือทักทายกับเพื่อนผู้หญิง เส้นผมสีดำปลิวสยายมาพร้อมกับกลิ่นที่ทำให้ผมถึงกับก้าวเท้าเดินตามเหมือนกับหมาตามกลิ่น

หมับ

“เดี๋ยว” ไอ้เก้าคว้าต้นแขนผมเอาไว้ ก่อนจะเดินไปถึงตัวผู้หญิงคนนั้นที่ฉีกยิ้มคุยกับเพื่อนผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยเก๋ “มึงจะไปไหน”

“คนนั้นน่ะกลิ่นคุ้นฉิบหาย”

“มึงเป็นหมาเหรอ” ก็นะมันเป็นกลิ่นเฉพาะที่ทำให้ผมไม่เคยลืมไปเลยด้วยซ้ำ จะบอกว่าใช่คนๆ นั้นก็ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก ในเมื่อเธอคนนี้เป็นนักศึกษาวิศวะเพิ่งเข้ามาเรียนเหมือนกับพวกผม “อย่าไร้สาระ”

คงจะจริงนะผมน่าจะหมกหมุ่นเรื่องพวกนี้มากเกินไป จึงสลัดความคิดเรื่องนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในรั้วมหาลัย แน่นอนว่าเพียงมาทำกิจกรรมรับน้องและตามล่าเกียร์วิศวะ ผมก็กลายเป็นหนุ่มฮอตจนใครหลายคนอยากทำความรู้จักกันทั้งนั้น อย่างน้อยการได้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เจอกับเพื่อนใหม่แม้จะไม่มีใครโดนใจก็เถอะ หากต้องการจะมีเพื่อนสักคนมันจะต้องเจอกับใครสักคนที่เหมือนกับเรา ไม่อย่างนั้นจะคบกันเป็นเพื่อนได้ยังไงล่ะ

“เห็นหมอนั่นปะที่ทำตัวโปรยเสน่ห์ไปทั่ว”

“หมายถึงคนไหน?” บังเอิญได้ยินบทสนทนาของผู้หญิงสองคน และหนึ่งในนั้นคือคนที่ผมจะตามกลิ่นเธอไปนั่นแหละ ไม่ได้อยากจะเสือกนะแค่เผลอได้ยินเฉยๆ ก็เลยหยุดฟังสักหน่อย

“หมอนั่นไงที่หน้าตาหล่อๆ หุ่นดี แล้วก็ยิ้มเก่ง”

“ในคณะเราคนหล่อเยอะนะ”

“ฟินน์ไง ฟินน์อะ” อ่า หมายถึงผมจริงๆ ด้วยสินะ อยากจะขอบคุณดีไหมที่อุตส่าห์ชมกันว่าผมหล่อ หุ่นดีแล้วก็ยิ้มเก่ง ไม่ใช่แค่ยิ้มนะที่เก่ง เยสก็เก่งด้วยนั่นแหละหมายถึงตอนวัยกำลังห้าวนะ “ทำตัวแอ็คชะมัด”

“บุคลิกเขาหรือเปล่า ฉันก็ไม่เห็นว่าเขาจะแอ็คตรงไหน”

“เฟย์ แกอย่าไปหลงความหล่อเขาดิ”

“ฉันเปล่า แค่พูดไปตามที่เห็น” เพื่อนสาวสุดเท่ของเธอถอนหายใจและคีบบุหรี่ออกจากมุมปาก สูบบุหรี่ด้วย “ผู้ชายแบบฟินน์มีเสน่ห์ เขายิ้มเก่ง เป็นมิตร มันคงไม่แปลกที่เขาจะถูกแกมองว่าแอ๊ค”

“แกเข้าข้างหมอนั่น”

“เปล่า แค่พูดไปตามที่เห็น” เธอย้ำชัด “ฟินน์ไม่จำเป็นต้องทำตัวเองให้ดูดี ดูมีเสน่ห์”

“...”

“หมอนั่นมีเสน่ห์อยู่แล้ว หรือแกไม่เห็นด้วย”

“ไม่เด็ดขาด” เถียงเพื่อนคอเป็นเอ็นเชียวนะ ยัยบ๊อง “แอ๊คหอยเกิน”

ว่าไงนะ! หาว่าผมแอ๊คหอยเหรอเนี่ย ยัยนี่ มันน่าจับทุบซะดีมั้งนินทาผมไม่เท่าไหร่ กล้ามากที่มากล่าวหาว่าคนอย่างผมแอ๊คสาว เหอะ ต่อให้ไม่ทำตัวแอ๊คหอยสาวก็พร้อมจะเข้าหาเว้ย!

“เพื่อนเขาอีกสองคนหล่อมากๆ ไม่เห็นจะทำแบบนั้นเลย อยู่เฉยๆ ก็ดีแล้วปะ หมั่นไส้”

“ถ้าจะบ้านะแก ฟินน์มันก็ไม่ได้มาแอ๊คใส่แกก็มองข้ามไปดิ” เพื่อนของเธอทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้นและโน้มตัวหยิบกรองบุหรี่ทิ้งลงถังขยะ “ไปได้แล้ว เดี๋ยวก็โดนพี่ว้ากเล่นงานจนได้”

พอให้หลังสองคนนั้นเดินออกไปผมก็เดินตามหลังเสมองยัยนั่นที่ยืนฟังพี่ว้ากด่ายับ มองป้ายชื่อที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘WadDraw’ เธอเงยหน้ามองผมที่ยกยิ้มพลางเบ้ปากใส่ วาดดาวชื่อของยัยคนนั้นทำให้ผมจำได้ขึ้นใจและได้มารู้ว่าเธอเข้าเรียนคณะวิศวะเครื่องกลเหมือนกันกับผม จนทำกิจกรรมของคณะเพื่อสร้างความสัมพันธ์หรือการได้เพื่อนใหม่ กระทั่งพี่ว้ากให้เราจับคู่กับใครก็ได้ที่ไม่ใช่เพื่อนสนิทที่มาด้วยกันตั้งแต่แรก ทุกคนที่นั่งอยู่ก็มองหาคนข้างกายและถามไถ่ว่าอยากจับคู่กันไหมบลาๆ

มีเพียงผมที่ลุกขึ้นยืนจนพี่ว้ากที่ยืนกอดอกอยู่ขมวดคิ้ว “มีปัญหาอะไรน้อง”

“ผมเลือกคู่เพื่อนได้เองใช่ไหมครับ”

“ได้”

“งั้นผมขอจองคนนั้นครับ” ไม่วายก็ชี้นิ้วไปหาวาดดาวที่เบิกตากว้างทำหน้าเลิ่กลั่กทันที “บังเอิญว่าอยากทำความรู้จักกับคนนั้นน่ะครับ”

“มีเหตุผลอะไรไหม หรือว่าชอบกัน” พี่ว้ากพูดขึ้นท่ามกลางเสียงซุบซิบ ทำให้วาดดาวถึงกับโบกมือไปมาแน่นอนว่ายัยนั่นไม่รู้จักผมหรอก แต่ผมน่ะเห็นทุกอย่างที่เธอทำ เป็นผู้หญิงที่แข็งแรงและดูเป็นผู้นำมากๆ ไม่รู้สิ ยิ่งได้ฟังเธอนินทาผมแล้วก็อยากจะแกล้งยัยนั่นชะมัด

“ไม่มีเหตุผลครับ แค่อยากทำความรู้จักเฉยๆ เผื่อเราจะเป็นเพื่อนกันได้ในอนาคต”

กิจกรรมสุดท้ายคือการล่าเกียร์ ก่อนหน้านั้นเราได้รับเสื้อช้อปวิศวะสีแดงเป็นที่เรียบร้อยพอสวมปุ๊บแล้วดูดีเวอร์ ผมไม่รีรอที่จะลุกขึ้นเดินไปนั่งขัดสมาธิข้างๆ วาดดาวที่ยังคงทำหน้าเหวอ ดูใกล้ๆ แล้วสวยชะมัดเลยแหะ หนำซ้ำรูปร่างหน้าอกหน้าใจก็ใหญ่สมส่วน

“ยินดีที่ได้รู้จัก เราฟินน์นะ” ฉีกยิ้มกว้างและโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนวาดดาวเอามือดันแผงอกผม “คนที่เธอบอกว่าชอบทำตัวแอ๊คหอยน่ะ”

“!”

“เดี๋ยวทำให้ดูไหมว่าแอ๊คหอยมันเป็นยังไง”

“นะ นาย...”

คนตรงหน้าทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกจับได้ว่าแอบนินทาผมซะยกใหญ่ กระทั่งกิจกรรมที่ลานเกียร์วันนั้นเต็มไปด้วยความสนุกและความสุข รวมไปถึงการได้เจอเพื่อนใหม่ที่ให้ความรู้สึกถึงมิตรภาพ ความอบอุ่น

“เหนื่อยฉิบหายกว่าจะได้เกียร์มาโคตรยุ่งยาก”

“คนที่ยุ่งยากน่ะมันเธอเว้ย!” ผมหันไปตวาดใส่คนด้านหลังที่แบกตั้งแต่ไปตามล่าเกียร์นอกสถานที่ แน่นอนว่าเป็นในป่าที่เต็มไปด้วยดินโคลนห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ ด้วยเพราะดันจองวาดดาวไว้ทำให้ผมต้องแบกยัยนี่เดินกลับออกมาด้วย เพราะดันข้อเท้าพลิกตอนเหยียบโคลนไปเอาเกียร์ นอกจากเป็นภาระยังเป็นลิงเป็นค่างอีกต่างหาก “ผู้หญิงห่าอะไรตัวหนักฉิบหาย”

“ไม่ได้หนักขนาดนั้นสักหน่อย”

“กล้าพูดนะ ตูดก็ใหญ่ นมก็ทิ่มหลัง”

“นี่! แล้วใครให้นายมาคู่กับฉันเล่า”

“หมั่นไส้เธอไง” ตวาดใส่วาดดาวที่ฟาดมือลงบนศีรษะผม “ทะลึ่งๆ ไม่รู้จักเด็กจักผู้ใหญ่”

“ผู้ใหญ่บ้าอะไร นายรุ่นเดียวกับฉันนะ” เรียนน่ะรุ่นเดียวกัน แต่เรื่องอายุน่ะผมอายุมากกว่ายัยนี่ 2 ปีเลยนะ สภาพผมดูดิ จากหล่อๆ กลายเป็นหมาตัวเปื้อนไปหมดไม่คิดว่าการรับน้องหรือการล่าเกียร์วิศวะมันจะโหดขนาดนี้ “นายโคตรหัวดื้อ ฉันบอกแล้วว่าให้ไปอีกทาง แล้วเป็นไง”

“เหอะ”

“ที่ฉันต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะนาย ฉะนั้นรับผิดชอบฉันซะ”

“ได้” ผมประชดก่อนจะแบกวาดดาวกลับมานั่งรอคนอื่นๆ โดยเฉพาะเพื่อนของพวกเรา ผมเห็นเฮียพีทไปกับเพื่อนสาวของวาดดาวที่ชื่อว่าเฟย์ ส่วนไอ้เก้าไปกับผู้ชายตัวใหญ่ล่ำบึก ไอ้เก้าเนี่ยยังไงก็ได้มันไม่แคร์หรอกว่าจะต้องไปกับใคร ผมยืนเท้าเอว มือซ้ายยกขวดน้ำขึ้นดื่มเหลือบมองวาดดาวที่เอาเกียร์ที่ตัวเองล่ามาได้ขึ้นดูอย่างปลาบปลื้ม “เห่อซะไม่มี”

“เรื่องของฉัน”

“นานวันไปจะคอยดู เดี๋ยวก็วางทิ้งส่งเดช”

“มันคือความภาคภูมิใจปะวะ ได้เล่นกิจกรรม ได้เจอเพื่อนใหม่ ได้มิตรภาพดีๆ” วาดดาวเบ้ปากและชื่นชมเกียร์ของตัวเอง ผมจึงคว้าสร้อยเกียร์จากมือวาดดาวออกมา “เฮ้ย ทำอะไรอะฟินน์ เอามานะ!”

“เฉยๆ แปบเดียว” ผมหันหลังให้วาดดาวที่กระโดดโหยงๆ พยายามคว้าเกียร์ของตัวเองไป ด้วยเพราะส่วนสูงของผมทำให้บังยัยนี่จนมิด สูงเลยไหล่ผมนิดเดียวทำมาเก่งจะมาแย่งจากมือนะ ฝันไปเถอะ “เรียบร้อย”

“อะไรอะฟินน์ เอาออกไปเลยนะ” พอผมคืนให้ยัยนี่ก็ทำหน้าบูดใส่ผม

“ก็คืนให้แล้ว จะให้เอาอะไรออกอีก”

“เกียร์นายไง!” ตวาดใส่ผมและชูสร้อยเกียร์ที่ตอนแรกมีแค่เกียร์ของวาดดาวอันเดียว แต่ผมดันเอาของตัวเองใส่ลงไปด้วย กลายเป็นว่ายัยวาดดาวมีเกียร์ห้อยแล้วสองอัน

“รับผิดชอบอยู่ ไม่พอใจ”

“ด้วยการ...”

“ให้เกียร์เธอเก็บไว้” วาดดาวขมวดคิ้วพลางทำหน้าขนลุก “อะไร”

“นี่ไม่รู้นิยามของเกียร์วิศวะเหรอฟินน์”

“นิยามห่าไร” เท้าเอวมองวาดดาวที่ทำหน้าเหยเกราวกับขยะแขยงผมซะงั้น ยัยนี่แม่งน่าตบหัวทิ่ม

“ฝากเกียร์ไว้กับใคร เหมือนฝากใจไว้ที่คนนั้นอะ อี๋!”

“ปัญญาอ่อน” ผมผลักศีรษะวาดดาว “ไม่ได้ฝาก แต่ให้”

“แล้วให้ฉันเพื่อ?”

“เป็นสัญญาไง” วาดดาวได้ฟังก็ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก ขณะที่ผมเอานิ้วกลางดีดตรงเกียร์สองอันจนเกิดเสียงดังกระทบ “ว่าจองเธอให้มาเป็นเพื่อน... ตลอดไป”

‘ว่าจองให้เธอมาเป็นเพื่อน ตลอดไป’

[50%]

*-----------------------------------------------------------*

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
4 فصول
วิศวะจองรัก :: Episode 1 [50%]
Finn Reserve วิศวะจองรักจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์จากคำว่า ‘เพื่อน’ นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่มากเกินกว่าเพื่อนที่ควรจะเป็นลานเกียร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ 3 ปีก่อน“แล้วใครจะไปคิดว่าแม่งเสือกสอบติดคณะเดียวกันวะ”“เออ กูก็งงเหมือนกัน”“ทำตัวเป็นแฝดสามไปได้”ผมยืนเท้าเอวมองบุคคลตรงหน้าทั้งสองคน คนหนึ่งมีใบหน้าหล่อเหลา ดูดุดันและเต็มไปด้วยแววตาที่แข็งกระด้าง สไตล์แบดบอยปากร้ายอย่าง ‘เฮียพีท’ และเสมองอีกคนที่ยืนทำหน้าเหม็นเบื่อราวกับโลกใบนี้ไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้น ‘ไอ้เก้า’ “น้อง” เราสามคนหันไปมองพี่ว้ากที่เห็นบอกว่าพี่ว้ากคณะวิศวะโคตรโหด แต่ทำไมคนนี้ถึงได้ไม่ดูโหดกับพวกผมวะ กับรุ่นน้องคนอื่นนี่คือแทบจะแดกหัวเข้าไปทั้งตัวถ้าทำได้ “นี่น้องสามคนนามสกุลเดียวกันหมดเลยเหรอ”“รู้อยู่แล้วจะถามทำไมล่ะพี่” ถอนหายใจพลางกลอกตาขึ้นบน“แฝดสาม”“หน้าตาไปคนละทางขนาดนี้ มองยังไงว่าแฝดสามวะพี่” ด้วยเพราะนิสัยส่วนตัวผมเป็นพวกที่หัวร้อนได้ง่ายมาก อะไรที่ไม่เข้าหูหรือรกตาไปบ้างก็จะวีนเหวี่ยงตามประสา จนเฮียพีทเอามือดันแผงอกผมไว้“มึงเงียบ กูคุยเอง” สุดท้ายเฮียพีทก็ยืนคุยกับพี่ว้ากคณะวิศวะ โดยที่ผมกับไอ้เก้ายืนมองไปรอบ
last updateآخر تحديث : 2026-07-29
اقرأ المزيد
วิศวะจองรัก :: Episode 1 [100%]
สายตาของผมทอดมองสร้อยเกียร์ที่มีสองอันเหมือนเดิมไม่ได้ถูกเอาออกไป นับตั้งแต่ที่ผมให้เกียร์วาดดาวเก็บเอาไว้ เสียงประตูห้องน้ำเปิดดังขึ้น ผมที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียงกระดิกเท้าไปด้วยเหลือบมองร่างบอบบางผิวขาวเนียนละเอียด นุ่งเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวออกมา ยังไม่ทันได้เห็นผมละมั้งถึงได้ฮัมเพลงออกมาอย่างสบายใจผมเลิกคิ้วมองเรือนร่างของคนตรงหน้าที่กำลังเอาเรียวขาเนียนขาวสวยพาดลงบนเก้าอี้ หยิบครีมขึ้นมาทาลูบไล้ไปมาเหมือนกับกำลังถ่ายโฆษณาครีมทาผิวแบบนั้นเป๊ะ“มึงคิดจะยั่วกูเหรอวาด”“หือ” ในที่สุดผมก็พูดออกไปส่งผลให้คนตรงหน้าเอี้ยวมามอง “กะ กรี๊ด!”ตุ้บ“โอ๊ย เขวี้ยงขวดครีมใส่กูทำไมเนี่ยวาด!”“มะ มึงเข้ามาได้ไง”“ก็เดินเข้ามาอะดิ กูคงไม่เหาะเข้าห้องมึงได้หรอกนะ เจ็บฉิบหาย”ขวดครีมทาผิวแบบขวดปั๊มด้วยนะ คิดดูว่ามันจะต้องใหญ่และหนักแค่ไหนเวลาที่มันกระแทกเข้าใส่หัวผมเต็มๆ วาดดาวถึงกับเปิดประตูห้องออกไปชะโงกดูว่าจะมีใครได้ยินเสียงกรีดร้องของมันไหม คำตอบคือไม่มีใครสนใจ มันลืมไปหรือเปล่าว่าห้องตัวเองเก็บเสียง“ฟินน์ นี่มันหอพักหญิงนะ ผู้ชายเข้ามาไม่ได้”“มึงรู้ใช่ปะวาด ว่ากูไม่เคยทำอะไรตามกฎ” ฉีกยิ้มใ
last updateآخر تحديث : 2026-07-29
اقرأ المزيد
วิศวะจองรัก :: Episode 2 เพื่อนสนิท [50%]
วิศวะจองรัก EP2: เพื่อนสนิท :Rrrมือถือร้องระงมทำให้ฉันที่นอนหลับสบายอยู่บนเตียงที่แสนสุขต้องควานมือไปยังหัวเตียง พอเปลือกตาเปิดขึ้นดูปลายสาย ‘FINN’ ชื่อนี้ก็ทำให้ต้องถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด สุดท้ายหากไม่รับหมอนั่นจะโทรเข้ามาถี่ๆ หรือไม่ก็รีบบุกมาที่หอพัก ซึ่งตอนกลางคืนน่ะไม่เท่าไหร่เกิดมาป้วนเปี้ยวตอนสว่าง มีหวังฟินน์เจอปัญหาใหญ่แน่“ฮัลโหล”(“มึงยังไม่ตื่นอีกเหรอวาด”)“ตื่นแล้ว ตื่นเพราะมึงโทรมาปลุกกูเนี่ยล่ะ” เหลือบตามองนาฬิกาเวลานี้เกือบจะเก้าโมงเช้า มีเรียนตอนสิบโมงนี่นา มีเวลาอีกเยอะมันจะรีบโทรมาปลุกฉันทำไมวะ พอเสมองเตียงข้างๆ ก็เห็นเฟย์ยังนอนคลุมโปงอยู่เลย “มึงติดกูเกินไปปะฟินน์ กูเพิ่งไปนอนค้างกับมึงมานะ โทรหาคนอื่นบ้างก็ได้ โทรหาแต่กู”(“มึงเป็นเพื่อนสนิทกูไง กูก็ต้องโทรหามึง”)“เฟย์กับจีก็เพื่อนมึงปะ ไหนจะพีทกับเก้าอีก”(“เลิกพูดมาก ตื่นได้แล้ว กูอยู่ร้านกาแฟเอาไร”) ถามมาขนาดนี้จะให้นอนต่อก็ยังไงอยู่“ลาเต้เย็นกับแซนวิช ซื้อมาเผื่อเฟย์ด้วย”(“มันเอากาแฟปะ”)“มึงคิดว่าเฟย์มันจะตื่นพร้อมกูไหม ซื้อมาละลายมันไม่กินหรอก” เฟย์โลกส่วนตัวสูงมาก ไม่ชอบให้ใครมาล้ำอาณาเขตของตัวเอง
last updateآخر تحديث : 2026-07-29
اقرأ المزيد
วิศวะจองรัก :: Episode 2 เพื่อนสนิท [100%]
“ห๊า! มองนมวาด” ฉันไม่คิดหรอกนะว่าเก้ามันจะพูดออกมาตรงๆ อะ ฟินน์หันมามองหน้าฉันและไล่สายตามองมาที่หน้าอกจนฉันต้องเอามือฟาดลำคอของมันให้หันไปอีกทาง “ทำไมมึงต้องจ้องนมเพื่อนด้วยวะ”“แค่มอง นมใหญ่ดี”“ไอ้เก้า มึงเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย มองยังไงนมยัยนี่ใหญ่วะ”“หรือไม่จริง”“ก็ไม่จริงอะดิ เล็กกว่าผู้หญิงที่กูคุยด้วยอีกนะ”“นี่! เลิกพูดถึงนมกูสักทีจะได้ไหม” ฟินน์มันบอกว่านมฉันเล็ก ถามจริง ผู้หญิงที่มันคุยด้วยนมคัพจีหรือไงวะ! เก้ายิ้มเยาะก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในคณะ ส่วนฉันก็หันมาเล่นงานไอ้เพื่อนบ้าที่กล้าดียังไงมาบอกว่าฉันนมเล็ก “ที่มึงบอกว่ากูนมเล็กน่ะ มึงไปเดตกับผู้หญิงที่เป็นแม่พันธุ์วัวมาหรือไงฟินน์”“นั่งให้ไอ้เก้าจ้องนมทำเหี้ยไรก่อน”“กูก็นั่งของกูปกติปะ เก้ามันจ้องก็สิทธิ์ของมัน กูไม่ได้โชว์ให้มันดูสักหน่อย”“นมเล็กแล้วมั่นหน้ามาก” ฉันมองค้อนฟินน์ที่เบ้ปากใส่ ก่อนจะวางถุงไส้กรอกจัมโบ้ที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำร้านใหม่ ไม่ใช่เจ้าประจำที่ฟินน์มันชอบกินนักหนา แต่ฉันรู้สึกว่ามันไม่อร่อยเพราะแป้งเยอะ “งั้นกูนั่งจ้องบ้าง สิทธิ์ของกูเหมือนกันปะ”“ทะลึ่ง”“เลิกคลาสวันนี้พากูไปกินชาบูด้
last updateآخر تحديث : 2026-07-29
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status