Partager

บทที่ 6

Auteur: Duck.bell
last update Date de publication: 2026-03-05 11:48:17

“ไม่ได้สวยแกจะชอบพี่ชายฉันไม่ได้ เดี๋ยวแกจะเสียใจเอาทีหลัง”

ใช่ ฉันควรตัดปัญหานี้ตั้งแต่ตอนนี้ ฉันไม่ควรปล่อยให้มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนี้ เพราะถ้าอนาคตยัยสวยดันรักพี่ทามขึ้นมาจริงๆ เรื่องมันจะวุ่นวายและจะต้องมีคนเสียใจแน่นอน อย่างเช่น...

“พี่รักสวยไม่ได้หรอก พี่มีคนที่พี่รักแล้ว”

“พี่รักใคร?”

“พิ้งค์...พี่รักพิ้งค์”

“ทำไมอะพี่ทามทำไมถึงไม่เป็นสวยที่พี่รัก สวยรักพี่ทามมากกว่าที่พิ้งค์รักพี่อีกนะ”

“สวยอย่าพยายามเลย ยังไงซะคนที่พี่เลือกและคนที่พี่รักสุดหัวใจก็คือพิ้งค์คนเดียว”

“...”

“พิ้งค์...พิ้งค์...ยัยพิ้งค์!!”

“ฮะ ฮะ?... เรียกฉันเหรอ?”

“ก็เออสิเรียกแกนั่นแหละ พูดกับยัยสวยอยู่ดีๆ ก็นั่งเหม่อลอยเหมือนวิญญาณหลุดจากร่างไปเลย เป็นไรปะ?”

บ้าจริง นี่เมื่อกี้ฉันนั่งคิดอะไรของฉันเนี่ย บรึ๊ย จักจี้เป็นบ้าเลยมโนไปได้ไงว่าพี่ทามจะรักตัวเองแบบนั้น

เฮ้อ~ ยัยพิ้งค์นะยัยพิ้งค์สมงสมองแกไปหมดแล้วนั่นน่ะ คิดอะไรไม่กลัวฟ้าผ่าเลย คนอย่างพี่ทามน่ะเหรอจะมารักแก เย็นชาซะขนาดนั้น

“ไม่มีอะไรแค่นั่งคิดอะไรเพลินไปหน่อย ฉันไปเก็บจานก่อนนะ...แต่สวยแกจะชอบพี่ชายฉันไม่ได้นะ ยังไงๆ ก็ไม่ได้”

ฉันที่กำลังจะลุกไปเก็บจานแล้วแต่นึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้คุยอะไรค้างกับยัยสวยอยู่ก็เลยหันไปย้ำมันอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปเก็บจานข้าวของตัวเองในเวลาต่อมา

แต่ตอนเดินผ่านโต๊ะพี่ทามฉันก็แอบแบะปากใส่พี่ทามด้วยนะ ก็หมั่นไส้อะเย็นชาขนาดนั้นแล้วยังทำให้ยัยสวยชอบได้อีก

ติ่ง!

พี่ทาม: ปากเป็นไร

เหอะ! มีการไลน์มาถามด้วย จะเป็นอะไรก็เรื่องของฉันเถอะ ยุ่ง!

น้ำพิ้งค์: ไม่รู้สิเห็นหน้าพี่แล้วมันกระตุกเอง

ฉันตอบแค่นั้นก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าผ้าของตัวเองที่สะพายอยู่ จากนั้นก็เดินเมินหน้าพี่ทามที่มองฉันไปนั่งเล่นรอเวลานัดรวมปีหนึ่งอยู่ใต้คณะที่ฉันเรียนเมื่อเช้า

ใช่แล้ว วันนี้รุ่นพี่เขานัดรวมปีหนึ่งวันแรกตอนบ่ายสาม พวกฉันที่ไม่มีเรียนแล้วก็เลยขี้เกียจกลับไปที่ห้องก็เลยนั่งรอที่คณะไปเลย

จนกระทั่งบ่ายสามเป็นเวลานัดของรุ่นพี่ พวกฉันทั้งสามคนก็เดินไปนั่งกันที่ลานคณะซึ่งมีพี่ๆ และคนอื่นๆ นั่งรออยู่แล้ว

แต่ความพิเศษอยู่ตรงไหนรู้ไหม ความพิเศษมันอยู่ตรงที่ลานข้างๆ ของพวกฉันมีเด็กวิศวะนั่งรับน้องอยู่เหมือนกัน

แล้วไอ้รุ่นพี่ที่ยืนหัวโด่อยู่ข้างหน้าลานก็คือพี่ทาม ใช่พี่ทามสามีแห่งชาติของฉันเอง ยืนทำหน้าหล่อเก๊กขรึมนั่นไง

แล้วข้างๆ ก็มีพี่ๆ คนอื่นๆ ในกลุ่มที่ไปนั่งทานข้าวเมื่อตอนเที่ยงอีกสามสี่คนยืนอยู่ข้างๆ ด้วย หนึ่งในนั้นก็มีพี่ไมโครเวฟของยัยพริกไทยด้วย

“พ่อไมโครเวฟของพริกหล่ออะไรปานนั้นล่ะพ่อคุณ” ยัยพริกไทยที่นั่งอยู่ข้างหลังฉันนั่งท้าวคางทำหน้าเคลิ้มมองพี่ไมโครเวฟของมันจนตาเยิ้มไปหมด เห็นแล้วก็อดจะส่ายหัวกับความเกินหน้าเกินตาของมันไม่ได้

“มึงๆ พี่คนนั้นที่ยืนอยู่ตรงกลางอะหล่อมากเลยอะ”

“ใช่ๆ อยากได้วาร์ปพี่เขาจังเลยอะ”

“อยากได้วาร์ปเหรอเรามีนะแต่ทำใจหน่อยละกันพี่เขาไม่สนใจผู้หญิง”

ฉันหันขวับยื่นหน้าไปบอกผู้หญิงสองคนที่นั่งข้างหน้าทันทีที่ได้ยินว่าแอบกระซิบแล้วแอบเหล่มองพี่ทามซึ่งกำลังยืนเก๊กขรึมต่อหน้ารุ่นน้องในคณะตัวเอง จนผู้หญิงสองคนที่ได้ยินฉันพูดแบบนั้นหันขวับมาทำตาโตใส่ฉันทันที

“จริงเหรอ? เสียดายอะ”

ผู้หญิงหนึ่งในสองคนที่นั่งข้างหน้าฉันว่าออกมาด้วยสีหน้าเสียดายสุดๆ ก่อนจะหันกลับไปด้านหน้าที่มีรุ่นพี่กำลังเปิดพิธีอยู่และหลังจากนั้นกิจกรรมการพบปะรุ่นพี่กับรุ่นน้องในวันแรกก็ดำเนินไปจนถึงจบกิจกรรม

ในกิจกรรมก็ไม่มีอะไรมากหรอก...คณะฉันถือว่ารับน้องได้น่ารักมากๆ คุยกันสุภาพสุดๆ แนะนำตัวรุ่นพี่รุ่นน้องสายรหัสกันแบบเรียบร้อยมีอะไรก็สามารถปรึกษากับรุ่นพี่ได้ แลกไลน์แลกเบอร์กันไปเผื่อมีอะไรต้องปรึกษากันก็จบ

...แต่ตัดภาพไปที่คณะข้างๆ พวกฉันสิ...ทั้งตะโกนทั้งตะคอก แหกปาก ดุดันจนพวกฉันที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ยังแอบสะดุ้งตกใจกันอยู่หลายรอบ

เข้าใจนะว่านั่นมันคือวิศวะ แต่ฉันแอบสงสารผู้หญิงตัวน้อยๆ ที่มีน้อยกว่าผู้ชายประมาณสามเท่ามากที่ต้องมาเจอรุ่นพี่โหดเย็นชาอย่างกลุ่มของพี่ทามจัง

...แล้วพี่ผู้หญิงที่ชื่อน้ำแข็งซึ่งเป็นแฟนของพี่ภีมก็ไม่น้อยหน้าเหมือนกันนะ ใช่จ้ะแม่นางก็เป็นพี่ว้าก ทำหน้านิ่งจนฉันยังแอบกลัว ไม่รู้ว่าพี่ภีมชายผู้อ่อนโยนของฉันไปตกหลุมรักนางยักษ์อย่างพี่เขาไปได้ไง ดุขนาดนั้นสู้ฉันที่สวยและอ่อนโยนอย่างกับปุยนุ่นก็ไม่ได้ คำหยาบก็ไม่มีเล็ดลอดออกมา ตะคอกตะโกนก็ไม่ทำ ทุกอย่างซอฟต์หมด!

...ซอฟต์จนเจ้าสล็อตยังอาย...

3 นาทีต่อมา...

“คณะวิศวะนี่รับน้องได้ฮาร์ดคอร์มาเลยอะ ฉันอยากจะยื่นยาสเตร็ปซิลให้เลย”

“ฮ่าๆ เออๆ จริงของแก”

ยัยพริกไทยพูดจบพวกฉันก็หัวเราะร่าออกมาเลยเพราะขำเมื่อนึกถึงภาพก่อนหน้านี้ที่พวกเขาทำ

“ส่งสัยฉันต้องหาทางหาไลน์พี่ไมโครเวฟแล้วละจะได้แอบส่งสเตร็ปซิลไปสักกระเช้าให้ที่บ้านแทนการเลี้ยงข้าวตอนเที่ยงด้วย”

“ฮ่าๆ ขอให้แกหาไลน์พี่เขาเจอพริก”

“ย่ะ ไม่เกินความสามารถของฉันอยู่แล้ว” มันว่าอย่างมั่นอกมั่นใจกลับมา

“เออนี่ขับรถกลับดีๆ กันล่ะไว้เจอกันพรุ่งนี้ต่อ”

...เมื่อเดินมาถึงรถของฉันที่จอดอยู่ที่เดิมตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วฉันก็โบกมือร่ำลากับเพื่อนๆ ก่อน ซึ่งยัยสวยกับยัยพริกไทยก็หยุดเดินแล้วโบกมือให้ฉันเช่นกัน...“เค เจอกันพรุ่งนี้”

...จากนั้นพวกมันสองคนก็เดินไปขึ้นรถของตัวเอง ฉันก็เลยหันมาปลดล็อกประตูรถตัวเองแล้วขึ้นไปนั่งให้เรียบร้อยก่อนจะสตาร์ตรถแล้วขับกลับคอนโดพี่ทาม...

@คอนโดทามไท

18.00น.

ฟุ่บ!

อ่า~ รู้สึกสบายใจจังพอกลับมาถึงห้องแล้วได้โดดเตียงนุ่มๆ แบบนี้ แล้วเตียงพี่ทามนี่ก็หอมจริงๆ หอมจนฉันต้องเปิดผ้าห่มแล้วซุกตัวเข้าไปข้างในเลยทีเดียว จากนั้นก็หลับตาพริ้มทั้งชุดนักศึกษาไปเลย...

ตอนนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยแล้วก็เพลียมากเลย รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหลุดพ้นจากความหนักอึ้งที่หนังตาแล้วไปเฝ้าพระอินทร์แทน

Zzz

[ Timethai part ]

ปึก!

ผมเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องหลังจากที่กลับมาถึงคอนโด ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ ห้องที่เงียบสนิทเหมือนไม่มีคนอยู่ ผมจึงยกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นมาดูอีกครั้งก็พบว่าตอนนี้มันเพิ่งเวลาหกโมงเย็น คิดว่าน้ำพิ้งค์น่าจะยังไม่กลับมาเพราะผมให้เวลาเธอถึงหนึ่งทุ่ม ก็เลยเดินไปทางห้องนอนเพื่อจะอาบน้ำรอยัยนั่นกลับมา

...จะได้พาไปที่ที่หนึ่งที่แม่เธอโทร. มาบอกผมว่าเธออยากไป...

ปึก! แอ๊ด~

...แต่พอเปิดประตูเท่านั้นแหละ...

Zzz

O_O

เชี่ยเอ๊ย! ผมถึงกับควันออกหู

น้ำพิ้งค์แม่งขึ้นไปนอนบนเตียงผมทั้งๆ ที่อยู่ในชุดนักศึกษาแบบนั้นได้ไงวะ แล้วกระโปรงที่ใส่อยู่แม่งก็ผ่านการนั่งบนพื้นมาด้วย

ยัยบ้าเอ๊ย!

รู้อะไรเกี่ยวกับตัวผมบ้างไหมวะเนี่ย...คือผมแม่งไม่ชอบอะไรที่มันสกปรกและไม่เป็นระเบียบเอามากๆ จะว่าผมเป็นผู้ชายสายเนี้ยบก็ได้ เพราะผมเป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่เชื่อก็แหกตาดูสิ่งของในห้องผมดูได้ว่ามันถูกจัดเป็นระเบียบขนาดไหน!

แต่ดูเธอสิวะ! พาเชื้อโรคไปกอดใต้ผ้าห่มผมแบบนั้นได้ไง

ปึง!

ตึก! ตึก! ตึก!

ผมรีบปิดประตูห้องแล้วเดินดุ่มๆ ไปที่เตียงที่ยัยตัวเชื้อโรคนอนอยู่ทันทีก่อนจะอุ้มตัวเธอทั้งผ้าห่มไปโยนในอ่างอาบน้ำในห้องน้ำ

ตุบ!

“โอ๊ย!”

และหลังจากนั้นผมก็ยืนเท้าเอวหายใจแรงๆ ด้วยความโมโหรอน้ำพิ้งค์ค่อยๆ กระเสือกกระสนลืมตาลุกขึ้นมาจับขอบอ่างด้วยใบหน้าเหยเก

“พี่ทาม! พี่จับพิ้งค์มาโยนในอ่างทำไมเนี่ยเป็นบ้าเหรอ!”

“เธอสิเป็นบ้าอะไรกลับมาจากมหาลัยแล้วโดดไปนอนบนเตียงฉันทั้งๆ ที่ยังไม่อาบน้ำ ไม่รู้หรือไงว่ามันสกปรก!” ผมตวาดเสียงดังกลับไปอย่างโมโหที่ยัยนี่ช่างไม่รู้ห่าอะไรเลย

“นี่! พิ้งค์ไม่ได้สกปรกขนาดนั้นนะ อีกอย่างพิ้งค์ก็ไม่ได้ลงไปกลิ้งที่พื้นกับหมาที่คณะสักหน่อย”

แม่ง เถียงเก่งฉิบหาย ผมยืนเท้าเอวเป็นเทวรูปมารขนาดนี้ยังกล้าถลึงตาเถียงกับผมอีก จะกลิ้งหรือไม่กลิ้งมันก็สกปรกไหมวะ!

ผมคิดถูกหรือคิดผิดวะที่ยอมแต่งงานกับยัยเด็กโง่นี้นี่ฮะ!

“ไม่รู้แหละคราวหน้าคราวหลังก็อย่าบังอาจขึ้นไปนอนบนเตียงฉันอีกถ้าเธอยังไม่อาบน้ำ ถ้าฉันเห็นอีกฉันจะไม่แค่โยนในอ่างอาบน้ำฉันจะโยนเธอลงจากตึกนี้เลยคอยดู”

ว่าจบผมก็หมุนตัวเดินหน้าเข้มออกไปจากห้องน้ำทันทีเพราะขี้เกียจใช้พลังเสียงกับน้ำพิ้งค์แล้ว แค่ว้ากเด็กปีหนึ่งที่แม่งจองหองกับพวกผมก็เจ็บคอจะตายอยู่แล้วนี่แม่งยังต้องกลับมาใช้พลังเสียงกับยัยเด็กโง่นี่อีก

กล่องเสียงผมอักเสบกันพอดี

“ชิไอ้คนเรียบร้อยไอ้คนรักสะอาด เหอะ!”

แต่ไม่วายหูผมดันได้ยินเหมือนน้ำพิ้งค์เธอแบะปากว่าผมอยู่ข้างหลัง ผมก็เลยหันขวับไปจ้องตาเขียวให้ จนยัยนั่นหยุดชะงักแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กลอกตาซ้ายขวาไปมาแทนที่โดนผมจ้องหน้านิ่งๆ กลับไป ก่อนจะเลิกสนใจแล้วเดินออกไปที่เตียงอีกครั้ง

พอไปถึงเตียงผมก็จัดการดึงชุดผ้าปูที่นอนออกให้หมดแล้วหาชุดใหม่มาเปลี่ยนแทน แต่ในระหว่างที่ผมกำลังเปลี่ยนอยู่ อยู่ๆ ยัยเด็กที่โดนผมโยนทิ้งลงอ่างเมื่อกี้ก็มาดึงออกไปจากมือผม

ปึก!

“พี่ไม่ต้องทำหรอกเดี๋ยวพิ้งค์จัดการเอง”

ผมนี่เท้าเอวเลย เออ! ไม่พอใจไงมาดึงจากมือผมแบบนี้ได้ไงวะ มารยาทน่ะรู้จักไหม

( - -)

“อะไรเล่าพิ้งค์จะทำให้ไง ไม่ดีหรือไง” แต่พอโดนผมมองแรงใส่ก็ทำเป็นมาโวยวายกลบเกลื่อนแล้วหันหนีไปจัดการผ้าปูที่นอนแทน

ยัยนี่แม่งน่าจับมานั่งพื้นแล้วอบรมสั่งสอนซะให้เข็ด

ติ่ง!

แต่อยู่ๆ ก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นซะก่อน ผมก็เลยเลิกสนใจน้ำพิ้งค์แล้วหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาดูแทน เพราะกลัวไอ้พวกนั้นมันจะทักมาถามเรื่องที่นัดกันไว้ด้วย

โยธา: เดี๋ยวนี้มึงเป็นเกย์แล้วเหรอวะไอ้ทาม

???

ผมค่อนข้างที่จะงงกับข้อความของไอ้โยเพื่อนสนิทของผมที่มันส่งข้อความมาว่าผมเป็นเกย์

ผมไปเป็นเกย์ตอนไหนวะ? แล้วอะไรของมันอยู่ๆ ก็เปิดประเด็นเรื่องนี้เลย

ทามไท: เกย์เหี้ยไรของมึง

ผมพิมพ์ถามกลับไปในขณะที่คิ้วก็ขมวดกันเป็นปมจนเกือบจะผูกรวมเป็นอันเดียวกันแล้วเนื่องจากผมไม่รู้ว่ามันไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน

โยธา: ก็เพื่อนน้องที่มึงลากไปที่โรงอาหารตอนเที่ยงวันนี้ไง แม่งไม่รู้ไปได้ไลน์กูมาจากไหน ทักมาถามว่ากูเป็นเกย์หรือเปล่าเพราะน้องเขาบอกว่ามึงเป็น

บ้าเอ๊ย! ใครมันปล่อยข่าวว่าผมเป็นเกย์วะ

ทามไท: แล้วน้องคนนั้นไปได้ข่าวมาจากไหน

โยธา: จากน้องคนที่มึงลากไปนั่นแหละ

...น้องคนที่มึงลากไป?

ขวับ!

ผมหันขวับไปที่น้ำพิ้งค์ทันทีที่รู้ว่าเธอทำแสบอะไรไว้กับผม ก็ยัยสีกาที่ผมแตะต้องตัววันนี้และลากไปนั่งที่โต๊ะอาหารก็มีแต่ยัยนี่นี่แหละ

ยัยบ้าเอ๊ย เป็นบ้าอะไรไปปล่อยข่าวว่าผมเป็นเกย์วะ

“พี่มองพิ้งค์แบบนั้นทำไมอะ” หึ ยังมีหน้ามาถามอีก

“เธอไปบอกคนอื่นว่าฉันเป็นเกย์ทำไม”

O_o

“พี่...พี่รู้ได้ไง”

“หึ แสดงว่าเป็นเธอจริงสินะ”

พรึบ!

“ว้าย! พี่ทามพี่จะทำอะไรของพี่เนี่ย” ผมผลักร่างน้ำพิ้งค์ลงไปนอนบนเตียงแล้วคร่อมร่างกายเธอไว้ทันทีก่อนจะจ้องนัยน์ตาที่ตื่นตระหนกของเธออย่างนิ่งๆ

ยัยนี้แม่งไม่รู้จักผมจริงๆ ใช่ไหมถึงได้ปล่อยข่าวบ้าๆ นั่นออกไป

“ทำให้เธอรู้ไงว่าฉันไม่ได้เป็นเกย์อย่างที่เธอไปบอกให้เพื่อนเธอรู้”

“ดะเดี๋ยวๆ...พี่ใจเย็นๆ ก่อนนะพิ้งค์อธิบายเรื่องนี้ได้”

น้ำพิ้งค์ยกมือขึ้นมาป้องตัวผมแล้วบอกให้ผมใจเย็นๆ อย่างตะกุกตะกัก ทำเหมือนตัวเองมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้น ผมก็เลยถามออกไปว่าต้องอธิบายอะไร

“อธิบายว่าอะไร”

“ก็อธิบายว่าที่พิ้งค์ทำไปเพื่อปกปิดสถานะของเราแล้วก็ป้องกันความวุ่นวายในอนาคตไง พิ้งค์รู้ว่าพี่ไม่ชอบความวุ่นวาย”

หัวคิ้วผมขยับมาชนกันทันทีที่น้ำพิ้งค์อธิบายพลางหรี่ตามองเธอด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจในเวลาเดียวกัน ก่อนจะถามอีกครั้ง

“ยังไงเล่ามาดิ”

“พี่ลุกออกไปจากตัวพิ้งค์ก่อนได้ไหมมันเล่าไม่สะดวก”

ผมก้มลงดูสภาพของเราสองคนที่นอนทับกันก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปหาคนที่บอกว่าเล่าไม่สะดวกอีกครั้งแล้วตอบกลับไปว่า...

“เธอไม่สะดวกเล่าท่านี้แต่ฉันสะดวกที่จะฟังท่านี้ มีปัญหาอะไรไหม?”

เอาดิทำแสบไว้กับผมแล้วนึกว่าผมจะปล่อยไปง่ายๆ เหรอวะ อยากเล่าก็เล่ามันท่านี้แหละ

“ก็ได้!” น้ำพิ้งค์ก็เลยแหวเสียงเข้มตอบผมกลับมาพร้อมกับใบหน้าบูดบึ้งที่บ่งบอกว่าเธอไม่พอใจที่ผมไม่ยอมลงจากตัวเธอ

...แล้วไงใครสน...

“จะเล่าได้ยัง”

“...”

“...ก็จะเล่าอยู่นี่ไงอย่าเร่งสิ...”

“...คือว่ายัยสวยที่เป็นเพื่อนใหม่พิ้งค์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามพิ้งค์ตอนเที่ยงอะเขาชอบพี่ พิ้งค์ก็เลยโกหกว่าพี่เป็นเกย์เพราะไม่อยากให้เพื่อนมาชอบพี่ พิ้งค์ทำแบบนั้นเพราะไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนในอนาคตและรู้ว่าพี่ไม่ชอบความวุ่นวาย...พิ้งค์หวังดีกับพี่นะ”

หึ หวังดีกับผม?

ตะกะอะไรของยัยนี่วะ ไปบอกว่าผมเป็นเกย์เพื่อจะได้ห้ามเพื่อนไม่ให้มาชอบผม แล้วมาบอกว่าหวังดีกับผม

...มันหวังดีกับผมยังไง...

แต่ช่างเรื่องนั้นก่อนเพราะตอนนี้ผมมีเรื่องใหม่ที่นึกขึ้นได้พอดี เรื่องที่ทำให้ผมต้องมาใช้ชีวิตร่วมเตียงกับยัยนี่ไง

“หึ เธอสกัดผู้หญิงคนอื่นเข้าหาฉันแต่ลืมหักห้ามใจตัวเองตอนที่เห็นหน้าไอ้ภีมนี่นะ จะอธิบายเรื่องนี้ยังไง”

ใช่ เรื่องผู้ชายนี่แหละ

ผมดูออกว่าน้ำพิ้งค์เธอชอบไอ้ภีมแฟนของน้ำแข็ง ก็ตอนที่ไอ้นั่นมันเดินไปที่โต๊ะเธอเมื่อตอนเที่ยง ผมสังเกตตลอดแหละว่าน้ำพิ้งค์เธอทำสีหน้ายังไงบ้าง ก็เล่นยิ้มแฉ่งระริกระรี้เป็นไส้เดือนดินขนาดนั้น ไม่งั้นผมจะส่งข้อความไปว่าเธอทำไม

“อะไร พิ้งค์ไม่ได้ชอบพี่ภีมสักหน่อย”

เหอะ! เลิ่กลั่กขนาดนี้มองจากดาวอังคารก็ดูออกไหมวะว่าหวั่นไหวกับมัน

“ไปฝึกมาใหม่ไปเลิ่กลั่กขนาดนั้น”

“ใครเลิ่กลั่ก...ไม่มี้~ แล้วพี่อะอย่ามาปรักปรำว่าพิ้งค์ชอบพี่ภีมนะ พิ้งค์ไม่ได้ชอบสักหน่อย”

“ฉันก็ยังไม่ได้พูดว่าเธอชอบไอ้ภีมเลยนะ...แต่พูดแล้วก็พูดเถอะ ถ้าไม่อยากแขนขาหักก็อย่าไปยุ่งกับมันเพราะเมียมันดุ อีกอย่างถ้าโดนน้ำแข็งจิกหัวไปตบเมื่อไหร่ฉันไม่ช่วยเธอนะเพราะถือว่าเธอรนหาที่เอง”

“หึ”

ว่าจบผมก็ยันตัวลุกออกจากร่างกายของน้ำพิ้งค์ที่นอนจ้องผมอยู่ จากนั้นก็กระตุกยิ้มมุมปากกลับไปเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปอาบน้ำ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 270

    1ปีผ่านไป....“พีช ช่วยป๊าเลี้ยงน้องก่อนครับ ป๊าขอเซ็นเอกสารให้พี่เขาแป๊บหนึ่งลูก”“ปะป๊าค่ะ พีชก็กำลังรักษาคนไข้อยู่นะคะ เนี้ยคนไข้เจ็บหนักต้องผ่าตัดด่วนเลยนะคะ ปะป๊ารอก่อนได้ไหมคะ”เวรกรรม คือวันนี้ผมพาลูกสาวและลูกชายในวัยหนึ่งขวบมาทำงานที่บริษัทด้วย เพราะวันนี้ชฎาขอผมไปเข้าสปาขัดผิวอะไรไม่รู้ของเ

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 269

    5นาทีต่อมา....หลังจากที่ได้กอดกันด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักแล้ว ต่างฝ่ายก็ต่างผละออกจากกันแล้วมองตากันอยู่สักพักโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ก่อนที่มือใหญ่ของตฤณจะลูบไล้พวงแก้มเนียนละเอียดของชฎาอย่างทะนุถนอมด้วยความอ่อนโยนตามด้วยประทับจุมพิตเบาๆบนริมฝีปากของชฎาในเวลาต่อมา"ต่อไปนี้เธอจะ

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 268

    20 นาทีผ่านไป....หลังจากที่ลูกพีชบอกว่าจะนอนกับผมพร้อมกับแม่ของเธอแล้ว ผมก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เสร็จเรียบร้อยแล้วเดินขึ้นไปนอนบนเตียงที่มีพวกเธอนอนกันอยู่"ปะป๊ามาแล้ว หนูอยากให้ปะป๊าอ่านนิทานก่อนนอนให้หนูฟังได้ไหมคะ หนูฟังหม่ามี้อ่านจนเบื่อแล้วค่ะ" ทันทีที่ร่างกายของผมเอนไปกับเตียง ลูกพีชที่

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 267

    แต่สุดท้ายแม่ง...“เฮ้อ~”ฟึบ!ผมก็ลุกออกจากโซฟาตรงดิ่งไปที่ประตูจนได้ ก่อนจะขับรถตรงกลับบ้านในที่สุด ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมต้องรีบร้อนขนาดนี้ แต่ตอนที่ผมหลับตาเมื่อกี้ สีหน้าและสายตาของชฎาที่มองผมเมื่อเช้ามันก็แวบเข้ามา และนั้นก็ทำให้ผมทนอยู่คอนโดไอ้แปลนต่อไปไม่ไหว ถึงแม้อยากลองใจแข็งอยู่ต่อแ

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 266

    Trin partผมไม่รู้ว่าต้องอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไงดีมันถึงจะถูก ทุกอย่างที่ผ่านมามันอยู่ในแผนการของชฎามาตลอด ในขณะที่ผมตามหาเธอกับลูกแทบพลิกแผ่นดินแต่เธอกลับรู้ทุกความเคลื่อนไหวของผมมาตลอดหึ ผมนี่มันโคตรน่าสมเพชฉิบหายเลย ถูกลูกเมียตลบหลังได้น่าสมเพชมาก“ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้ว่าความตั้งใจที่ผ่านมาข

  • My Wife เมียเด็กของนายวิศวะ   บทที่ 265

    “…”“ตอบฉันมาชฎา”“หมอสวยแนะนำให้ฉันไปอยู่เชียงใหม่เพราะไม่อยากให้ฉันคิดมากเรื่องนาย และให้หมอน้ำพิ้งค์เพื่อนของเธอช่วยจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยให้พร้อมกับฝากครรภ์เลย”เหอะ! แบบนี้เองสินะ ไอ้พวกเพื่อนเลวเอ๊ย นี่พวกมันต้มผมจนเปื่อยเลยน่ะ พวกแม่งรู้เรื่องของชฎามาตลอดแต่ก็ปิดบังผมมาตลอดเช่นกัน โดยเฉพาะไ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status