Masuk‘อยากนัด x กับผู้ชาย 2 คนค่ะ…ถ้าแลกรูปกันก่อนได้จะดีมาก ทักอินบ๊อกมาคุยกันได้ค่ะ^^’
พิมพ์เสร็จเธอก็แนบรูปสัดส่วนโค้งเว้าของตัวเองในชุดนอนไม่ได้นอนลายลูกไม้สีดำที่แอบถ่ายไว้เมื่อคืน และไม่ลืมเบลอหน้าแนบลงไปในโพสต์ด้วย
ตึ๊ง ตึ๊ง ตึ๊ง
หลังจากโพสต์ไปได้ไม่กี่นาที เสียงแจ้งเตือนรัวไลก์และคอมเมนต์ก็ดังเข้ามาไม่หยุดจนเครื่องแทบรวนเลยทีเดียว
“คะ คนคอมเมนต์เยอะเกินไปป้ะเนี่ย?”
อัยรินทร์กะพริบตาปริบๆ ไล่อ่านคอมเมนต์และข้อความที่ส่งเข้ามาในช่องแชตส่วนตัวของเธอแล้วแก้มใสก็แดงระเรื่อขึ้นมาทีละน้อย เพราะแต่ละรูปที่ส่งเข้ามามีแต่ภาพสิบแปดบวกและ ‘ของลับ’ กันทั้งนั้น
“ไม่เห็นจะมีแบบสองคนเลยนี่นา…” ส่วนใหญ่ที่ส่งข้อความกันเข้ามา มันจะเป็นผู้ชายแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งทางแอพฯ มีฟังชันก์การนัดแบบรวมกลุ่มหลายคนอยู่ด้วย
และที่เธอต้องการก็คือสองคนขึ้นไปน่ะสิ!
“ช่างเถอะ…รอไปก่อนแล้วกัน”
คิดได้ดังนั้นเธอก็ปิดมือถือ แล้วไปเดินเช็กความเรียบร้อยภายในร้าน ก่อนจะเก็บกระเป๋าแล้วเตรียมตัวกลับบ้าน เพราะหน้าที่ของเธอนั้นไม่ได้มีอะไรมาก ส่วนใหญ่จะรับสายลูกค้าที่โทรมานัดจองคิวนวดแผนไทย เฝ้าเคาน์เตอร์ต้อนรับด้านหน้า คอยจัดโพรโมชัน และลงคอนเทนต์โพรโมตช่องทางต่างๆ ในโซเชียล
แต่วันนี้เป็นวันทำงานคนจึงไม่ค่อยเยอะมาก และตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาปิดร้านจึงกลับเร็วกว่าปกติเล็กน้อย
กระทั่งเดินทางมาถึงที่คอนโด ร่างเย้ายวนก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนานุ่มสีเทาภายในห้องครู่หนึ่งอย่างอ่อนเพลียเพราะปัญหารถติด สักพักเธอก็ถอดเสื้อผ้าแล้วเตรียมตัวไปอาบน้ำ จะได้รีบไปกินข้าวและดูซีรีส์ที่ดูค้างเอาไว้เมื่อคืน
“อ่าส์…สบายตัวจัง…”
เสียงหวานครางแผ่วพร้อมปิดเปลือกตาลงอย่างผ่อนคลายเมื่อได้นอนแช่น้ำในอ่างและฟังเพลงไปด้วย
แต่เธอยังเสพความสุขได้ไม่ทันไร เสียงมือถือก็ดังขึ้นขัดจังหวะและอารมณ์สุนทรีย์เข้าเสียก่อน อัยรินทร์กลอกตาไปมา พ่นลมหายใจออกมาน้อยๆ ก่อนจะหยิบมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ มาดูว่าใครเป็นคนโทรมา
‘แม่’
“คราวนี้จะโทรมาบ่นอะไรอีกล่ะเนี่ย” เธอบ่นอุบอิบเสียงเบาทว่าแววตากลับเป็นประกายความคิดถึงอยู่ในนั้น นิ่งคิดสักพักจากนั้นจึงตัดสินใจกดรับสายในเวลาต่อมา
ติ๊ด!
“ว่าไงคะคุณหญิงสมจิต”
[คุณหญิงบ้านแกสิ...สงกรานต์นี้กลับบ้านไหม?]
เสียงของ ‘สมจิต’ แม่บังเกิดเกล้าของเธอดังมาจากปลายสาย
“ไม่แน่ใจเลยอะ…ช่วงนี้ที่ร้านหนูวุ่นๆ น่ะ”
[นี่แกยังเปิดร้านนั่นอยู่อีกเหรอ? เมื่อไหร่จะเลิกทำแล้วไปหางานบริษัทหางานราชการเหมือนคนอื่นเขาทำกันสักทีห้ะ? ไม่ก็มาช่วยแม่ทำงานที่บ้านนี่ เดี๋ยวให้เงินเดือน]
“โอ๊ย~ แล้วเปิดร้านนวดมันไม่ดีตรงไหนแม่ อาชีพสุจริตแถมยังเงินดีจะตาย ไม่งั้นแม่จะได้นอนสบายอย่างกับคุณหญิงคุณนาย ได้เงินไปทำห้องเช่า ทำบ้านเช่าแบบนี้เหรอ?”
[ไอ้สบายมันก็สบายอยู่หรอก แต่ชาวบ้านเขาลือกันให้แซ่ดว่าฉันมีลูกสาวเป็นแม่เล้า หลอกเด็กมาเปิดซ่องคอยหลอกรีดไถเงินจากพวกผู้ชายตอนนวด]
“แม่จะสนขี้ปากชาวบ้านทำไม หนูบอกแล้วไงว่าหนูไม่ใช่แม่เล้า แล้วก็ไม่ได้หลอกเด็กที่ไหนมาขายตัวด้วย เราเลิกพูดถึงเรื่องนี้สักวันได้ไหมเนี่ย?” อัยรินทร์พ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ทีหนึ่งอย่างเหนื่อยหน่าย เธอกับแม่คุยเรื่องนี้กันตั้งแต่เปิดร้านปีแรกๆ จนกระทั่งตอนนี้เปิดมาได้สี่ปีแล้ว แต่แม่ก็ยังไม่เลิกบ่นเสียที
[จะไม่ให้สนได้ยังไง หมู่บ้านก็เล็กแค่นี้ เรื่องจริงไม่จริงเขาก็นินทากันสนุกปากนั่นแหละ แค่ไม่ได้เรียนต่อมหาลัยฉันก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว…เพราะงั้นก็รีบเลิกทำร้านนี้ แล้วไปหาอย่างอื่นทำซะ หรือกลับไปเรียนมหาลัยก็ได้ไป กลับมาสงกรานต์จะได้สู้หน้าญาติๆ ได้]
“เฮ้อ...เมื่อไหร่แม่จะเลิกพูดเรื่องเรียนต่อมหาลัยสักทีเนี่ย บอกแล้วไงว่าหนูชอบงานนี้ แค่เลี้ยงตัวได้ก็พอแล้วไหมอะ ทำไมต้องสนคนอื่นด้วย?”
เธอถอนหายใจยาวพรืด ก่อนจะถามผู้เป็นแม่อย่างน้อยอกน้อยใจ
จริงอยู่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่นั่นก็เป็นเพราะว่าเธอทำงานอย่างหนักและเก็บเงินเพื่อสานฝันอาชีพที่ตัวเองชอบ และมันก็ยังทำเงินให้ได้มากเสียด้วย ทว่าผู้เป็นแม่กลับเอาแต่สนคำนินทาของพวกชาวบ้าน ซึ่งพวกเขาไม่ได้รู้เรื่องราวหรือตัวตนที่แท้จริงของเธอ วันๆ เอาแต่จับกลุ่มกันนินทาแล้วใส่สีตีไข่เพียงเพราะว่ามาเปิดร้านนวดแผนไทยที่เมืองกรุง
[แต่เรื่องงานของแกมันก็กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ไปทั่วหมูบ้านแล้ว ฉันเดินไปวัด ไปตลาด ไปที่ไหนก็ได้ยินแต่เรื่องนี้ จะไม่ให้เก็บมาคิดได้ยังไงฮึ?]
“……”
ในตอนนี้ไม่รู้เลยว่าเธอควรจะต้องรู้สึกยังไง
คุยกับคนที่สนใจคำพูดของคนนอก แต่ไม่ค่อยสนใจความรู้สึกของคนในครอบครัวมันช่างเหนื่อยและท้อใจเหลือเกิน...
[รีบหางานใหม่ซะ แล้วก็รีบหาผัวเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว]
“อ้าว แล้วมันโยงมาเรื่องหาผัวได้ไงอะแม่?”
[แล้วแกจะอยู่อย่างงี้ไปจนถึงเมื่อไหร่? แกจะยี่สิบห้าแล้วนะอัยย์ แฟนสักคนยังไม่เคยมี แบบนี้จะไม่ให้ชาวบ้านเขานินทาได้ยังไงว่าแกไปเป็นแม่เล้าน่ะห้ะ?]
“ช่างเถอะๆ...หนูไม่อยากคุยเรื่องนี้แล้ว เอาเป็นว่าสงกรานต์นี้หนูไม่ได้กลับแล้วกันนะ”
[อัยย์ นี่แกไม่ฟังที่แม่พูดเลยใช่ไหม?!]
“ไม่ใช่ไม่ฟัง แต่ที่หนูไม่กลับก็เป็นเพราะว่าต้องรีบหาผัวตามที่แม่ต้องการไง”
[นี่แกย้อนฉันเหรอ?]
“หนูวางสายแล้วนะแม่ จะรีบไปหาผัวตามบัญชา”
สิ้นเสียงก็ไม่รอช้า รีบกดวางสายทันทีเพราะไม่อยากถูกบ่นจนหูชาเรื่องซ้ำซากไร้สาระพวกนี้อีก
“จะบ้าตาย...แค่แฟนยังไม่มี จะให้ไปหาผัวจากที่ไหนล่ะ” เสียงหวานบ่นอุบอิบ สักพักเสียงแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นข้อความจากในแอพฯ หาคู่ที่เธอตั้งโพสต์เอาไว้
“ดะ เดี๋ยวนะ…เอาจริงป้ะเนี่ย?”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ารูปที่ส่งมาในช่องแชตเป็นรูปของผู้ชาย 3 คน ที่ถ่ายตั้งแต่ปลายคางลงมา อวดท่อนบนโชว์ซิกซ์แพ็กน่าลูบไล้ และพวกเขาแต่ละคนก็มีรอยสักแตกต่างกันออกไป แม้ว่าจะไม่ได้โชว์ของลับแบบเปลือยจัดเต็มเหมือนกับคนอื่นๆ แต่เธอกลับรู้สึกดึงดูดได้ง่ายกว่า
และข้อความที่พวกเขาส่งมาก็ล่อตาล่อใจใช่ย่อยเลย!
‘พวกเรารุนแรงนะ ไม่เอาแค่รอบเดียวด้วย ถ้ามั่นใจว่าไหว...ก็นัดวันมาได้เลย’
“อะ อ๊ะ อ๊ายย...แตงไม่ไหว อะ อ๊าาส์...แรงเกินไปแล้ว!”ใบหน้าสวยหวานของแตงกวาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดปนเสียวซ่าน ร่างเล็กอวบอิ่มสั่นไหวไปตามแรงกระแทกของเขานี่เขาจะเอาให้เธอลุกไม่ได้เลยหรือไง!“อ่าาาส์...ซี้ดดดด ก็มันเสียว...อึ้! อึ้! พี่ทำเบาๆ ไม่เป็นหรอก” แตงกวาน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาเป็นคนที่ชอบเซ็กส์แบบรุนแรง ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเธอจึงยอมให้เขานวดคอร์สพิเศษแบบป่าเถื่อนทุกครั้งเขาโน้มตัวลงไปคร่อมใกล้กับหลังของเธอมากขึ้นแต่ไม่ได้ทิ้งน้ำหนักลงไป สองมือค้ำยันตรงที่นอนนุ่มเหนือศีรษะของเธอ กัดฟันจ้วงรูเสียวคับแน่นถี่ยิบจนน้ำเสียวสีใสแตกกระเซ็น“อะ อ๊ะ อ๊าส์...พี่นัทขา อ๊ะอ๊ายยย...หนูจะแตกแล้ว!”“อึ้! อึ้! อึ้! รอพี่ด้วย!”ทั้งคู่ครางเสียงดังลั่นห้องนอน เปลี่ยนท่าไปมาอยู่หลายรอบก็รู้สึกใกล้จะแตกเต็มที ตอนนี้นัทอยู่ในท่านอนตะแคงด้านหลังเธอ ขาเล็กข้างหนึ่งของแตงกวาถูกเขาจับยกขึ้นสูง อัดลำยักษ์เข้าไปด้วยจังหวะดุดัน“อะ อ๊ะ ใกล้แล้ว...อะ อะ อ๊าาส์...ปะ ปล่อยเข้ามาในตัวหนูเยอะๆ เลย”หลายเดือนแล้วที่แตงกวาเปลี่ยนมาทานยาคุมแทนการใช้ถุงยาง ตั้งแต่เริ่มมีอะไรกันครั้งแรกแบบสดๆ ทั้งคู่ก็ติดใจจนถ
“อะ อ๊ะ อ๊าาส์...ชะ ใช่ค่ะ...นวดให้แตง อะ อ๊าย...นวดตรงนั้นแรงๆ เลย!”ใบหน้าหวานใต้กรอบแว่นหนาเตอะของแตงกวาเหยเกอย่างเสียวซ่านเธออ้าขวาเรียวออกกว้าง ดึงกระโปรงขึ้นมาจนไปกองอยู่ตรงเอวคอดเพื่อให้เขาขยับมือได้ถนัดมากยิ่งขึ้น“นมใหญ่ขึ้นนะเนี่ย...ไม่เสียแรงที่พี่บีบนวดให้ทุกวัน” นัทขย้ำเต้าใหญ่ขาวอมชมพูของแตงกวาอย่างหลงใหล จมูกโด่งซุกไซร้ตรงซอกคอหอมอ่อนๆ แล้วขบเม้มสร้างรอยไว้อย่างที่ทำเป็นประจำ“อ๊าาาส์...ตะ แตงจะไม่ไหวแล้วค่ะพี่นัท...ซี้ดดด ใช้อย่างอื่นนวดรูให้ตอนนี้เลยได้ไหม”‘อย่างอื่น’ ที่แตงกวาพูดนั้นเขาเข้าใจเป็นอย่างดี แล้วเขาก็พร้อมจะใช้มันนวดให้เธอหนักๆ เลยด้วย“ได้เลยครับคุณลูกค้า...ผมจะบริการให้อย่างสุดความสามารถเลยครับ” เขาดันร่างนุ่มนิ่มของแตงกวาให้นอนคว่ำหน้าบนเตียง จากนั้นก็เอาหมอนนุ่มมาสอดตรงช่วงท้องน้อยของเธอ ให้ก้นสวยลอยโด่งขึ้นเล็กน้อย“อื้อออ...แทงเข้ามาเลยค่ะพี่นัท แตงอยาก...” แตงกวาถอดกางเกงในลูกไม้สีดำเลื่อนลงไปตรงขาอ่อน เผยให้เห็นกลีบเนื้ออวบอูมและรูเสียวสีแดงสดที่มีน้ำสีใสไหลเยิ้มอยู่เต็มไปหมดเธอเสียวจนจะไม่ไหวแล้ว!“ซี้ดดดด...รอแป๊บนะ” นัทรีบถอดกางเกงและกางเกงใ
“อ๊าาส์...ปะ ปล่อยนะคะพี่นัท”“หึหึ...แฉะขนาดนี้ก็มีอารมณ์เหมือนกันใช่ไหมล่ะ...พี่บอกแล้วว่าทำในลิฟต์เสียวดีจะตาย” นัทขยับนิ้วที่สอดเข้าไปในรูเสียวของแฟนสาวออกมาทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ขยับเลยสักนิด แค่แช่นิ้วเข้าไปเฉยๆ แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้แตงกวาปล่อยน้ำเสียวไหลทะลักออกมา จนไหลเยิ้มเต็มง่ามขาสวยเต็มไปหมด“พี่ชอบแกล้งแตงอะ...” แตงกวาเบะปากอย่างขัดใจ เมื่อครู่เขาทำท่าจะใช้นิ้วช่วยเธอแท้ๆเมื่อลิฟต์มาถึงชั้นที่เธออยู่ จึงรีบเดินออกไปไม่รอเขาเลยสักนิด“หึหึ...โกรธพี่เหรอ?” นัทเดินตามหญิงสาวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้ายิ้มๆความจริงเขาเองก็เสียวมากไม่ต่างกับเธอนักหรอก...“เปล่านี่คะ...”“โกรธอยู่แน่ๆ ไม่งั้นก็เครียดเรื่องที่ทำงาน ใช่ไหมครับ?” เขาแกล้งถามเธอทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องงานเลยสักนิด“เปล่าสักหน่อย...” แตงกวาทำเป็นไม่สนใจเขา เดินเลยเข้าไปในห้องทันทีเพราะรู้ดีว่าเขาจะต้องมาง้อ“โถ่...ที่รัก มามะ พี่จะนวดให้ ขมวดคิ้วแน่นขนาดนั้นจะเครียดกว่าเดิมนะ” เขาตามไปนั่งบนเตียงซ้อนด้านหลังของเธอ ยกมือทั้งสองข้างบีบนวดไหล่เล็กให้แฟนสาวอย่างเอาใจ“อืมมมมม” แตงกวาครางเสียงแผ่ว
“ซี้ดดดด...เสียวดีใช่ไหมล่ะ พี่ชอบที่แคบๆ แบบในลิฟต์มากเลยรู้ไหม...มันตื่นเต้นกว่าเดิมตั้งเยอะตอนที่มีคนอยู่ด้วยกันในลิฟต์แบบนี้” เขากระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหูของแฟนสาวให้ได้ยินกันแค่สองคน นิ้วมือของเขาขยี้ร่องเสียวของแตงกวาผ่านกางเกงในลูกไม้บางเบาหนักขึ้นเรื่อยๆ จนเธอแทบยืนต่อไปไม่ไหวอ่าาาส์ รู้สึกเสียวจนขาอ่อนแรงไปหมดแล้ว!“อูยยยย...พี่นัท...”ตึ๊ง!เสียงลิฟต์เปิดออก จากนั้นผู้หญิงทั้งสามคนก็ออกไป เหลือแค่เธอกับเขาสองคน“ซี้ดดดด...นี่พี่จะทำอะไรคะ” แตงกวาเอ่ยถามเสียงสั่นเพราะกำลังมีอารมณ์ เขาไม่ปล่อยเธอออกจากลิฟต์ทั้งๆ ที่มาถึงชั้นที่เธออยู่แล้ว แถมยังยื่นมือไปกดให้ลิฟต์ลงไปชั้นล่างอีกรอบ“พี่บอกแล้วไงว่าพี่ชอบลิฟต์...มันมาถึงห้องเร็วไปหน่อย เพราะงั้นเราสองคนก็ลงไปข้างล่างอีกรอบ แล้วค่อยขึ้นมาใหม่แล้วกัน...”“อะ อ๊าาาส์...ตะ แต่ในลิฟต์มันมีกล้องวงจรปิดนะคะ พี่ทำแบบนี้...”“อ่าาาส์...ก็อย่าทำตัวมีพิรุธสิ...ยืนตัวตรงๆ หน่อย”นัทยังคงใช้ลำเนื้อใหญ่ยักษ์ที่แข็งโด่ของเขาที่อยู่ใต้กางเกงสแล็คถูไถสะโพกอวบอัดของแตงกวาอย่างมีอารมณ์แบบนี้จะให้เธอยืนตัวตรงๆ แบบไม่ให้มีพิรุธได้ยังไงกันแค่ยืน
“ฉันมีผัวฉันก็ต้องติดผัวสิ จะให้ฉันติดแกหรือไง?”“แหมๆๆๆ น้องแตงกวานี่ตั้งแต่มีแฟนไม่ค่อยอยู่ทำโอที แถมยังจะไม่อยู่กินเลี้ยงที่บริษัทอีกเหรอคะเนี่ย...หนูติดผู้ชายเกินไปหรือเปล่าจ๊ะลูก?” เสียงของพี่กัญญา หญิงสาวรุ่นพี่ในแผนกเอ่ยแซะแตงกวาทันทีที่มีโอกาสเธอไม่ค่อยชอบหน้าแตงกวากับสายไหมมากเท่าไหร่ เพราะสองคนนี้สวยแล้วก็เก่งเกินหน้าเกินตารุ่นพี่อย่างเธอที่ทำงานมาก่อนตั้งหลายปี แม้ว่าเธอจะแต่งตัวสไตล์คล้ายๆ กันกับแตงกวา แถมยังใส่แว่นรวบผมยาวเหมือนกัน แต่กลับดูด้อยกว่ารุ่นน้องอย่างแตงกวาที่แม้จะไม่ได้แต่งหน้ามาก็ดูสวยกว่าอย่างเห็นได้ชัดไม่เห็นจะยุติธรรมเลยสักนิด!แถมยัยเด็กนี่ยังมีแฟนข้ามหน้าข้ามตาเธออีก จะไม่ให้รู้สึกหมั่นไส้ได้ยังไง?“ก็ธรรมดาของคนมีผัวแหละค่ะพี่กัญญา อยากอยู่ด้วยกันกับผัว ติดผัวเกินไปก็ไม่แปลก...พี่ไม่มีผัวแบบหนูพี่คงไม่เข้าใจหรอกค่ะ” แตงกวาตอกกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบอย่างไม่ไว้หน้า ตบท้ายด้วยการยิ้มบางๆ อย่างคนมีชัยอยากแซะมาก่อนเอง ช่วยไม่ได้!“อ๋อ...งั้นเหรอจ๊ะ ผัวคงรวยมากสินะถึงไม่ค่อยทำโอทีที่บริษัท”“ใช่ค่ะ...ผัวหนูรวย ความจริงเขาจะให้หนูไปนอนเล่นอยู่บ้านให้เขาเลี้ยง
หลายเดือนผ่านไป...18 : 34 น.“วันนี้หนูกลับช้านะคะพี่นัท พี่นอนก่อนเลยก็ได้” แตงกวาเดินมาเข้าห้องน้ำแล้วโทรหานัทแฟนหนุ่มของเธอวันนี้ในแผนกมากินเลี้ยงกัน น่าจะไม่ได้กลับไปหาเขาเร็วๆ นี้[อ้าว ทำไมล่ะ ทำโอทีเหรอ?]“เปล่าค่ะ แค่มาทานข้าวข้างนอกกับพี่ๆ ในแผนก หนูไม่อยากให้พี่รอ”ทีแรกกะว่าจะกลับคอนโดตอนเลิกงานเลย แต่ตอนนี้คงไปไม่ได้แล้ว[กลับดึกเลยเหรอ? เดี๋ยวพี่ไปรับดีกว่า ส่งโลเคชั่นมาให้หน่อย]ไม่รอให้แฟนสาวตอบนัทก็อาสาจะไปรับทันที ความจริงเขาอยากให้แตงกวามาอยู่ที่คอนโดด้วยกันกับเขา แต่ว่าที่ทำงานของเธออยู่ไกลจากเขามาก จึงได้แต่ตัดความคิดนี้ทิ้งไปนัทมาหาเธอที่คอนโดเกือบทุกวันหลังจากเลิกงานที่บริษัท แม้ว่าจะมีประชุมหรือว่ามีงานเข้ามาหนักแค่ไหนก็จะหาเวลามาอยู่กับเธอจนได้“โอเคค่ะ เดี๋ยวหนูส่งไปให้” แตงกวาตอบตกลงอย่างว่าง่าย เธอเองก็ไม่ได้อยากจะอยู่กินเลี้ยงแผนกเท่าไหร่ แต่ก็หาเหตุผลกลับก่อนไม่ได้ ถ้าเกิดพี่นัทเป็นคนมารับเธอก็จะได้มีข้ออ้างกลับเร็วขึ้นคุยกับนัทได้สักพักก็วางสายไป แล้วเดินออกจากห้องน้ำหลังจากทำธุระเสร็จเรียบร้อย“ยัยแตงกวา แกไปเข้าห้องน้ำหรือไปสร้างห้องน้ำยะ นานมากกก”







