LOGIN“อ้าปากซิ” เขาพูดเสียงเบา ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ ทำให้สาวเจ้าตกใจเล็กน้อย ผงะศีรษะออกห่างใบหน้าคม หากแต่มือใหญ่ที่จับที่ท้ายทอยรั้งให้กลับคืนมาตำแหน่งเดิม ความใกล้ชิดที่แนบสนิทเรียกความเขินอายให้กับเธอได้อย่างไม่ยาก “อ้าปากซิ” เขาสั่งอีกรอบ หญิงสาวทำตามที่เขาสั่งอย่างว่าง่าย ในใจมีแต่คำถามว่าให้เธออ้าปากทำไม คิมหันต์ยิ้มก่อนจะเฉลยคำถามที่ค้างคาใจของปิ่นปัก ดวงตาสวยงามเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเขาเลื่อนใบหน้าเข้ามาชิดใกล้ ก่อนที่จะทาบทับกลีบปากแสนนุ่มของเธอ ความตกใจเปลี่ยนเป็นความพิศวงงงงวย เมื่อปลายลิ้นหนาที่แทรกซอนเข้ามาในโพรงปากอิ่ม กำลังพันเกี่ยวแลกรัดลิ้นนุ่มอย่างกระหาย หัวใจสาวเต้นระทึกหวามไหวในอก ความรู้สึกนี้เหมือนกับว่าเธอเคยได้รับมาก่อน อ้อมกอดนี้เหมือนกับว่าเธอเคยได้อิงซบไออุ่น มันก็คงใช่เมื่อคืนที่เขาอาจจะจูบเธอกอดเธอแบบนี้ หัวใจของคนที่จูบเต้นแรงไม่แพ้ผู้หญิงที่เขากอดรัด จูบแรกที่เขาสัมผัสเมื่อคืนว่าหวานแล้ว จูบเธอในวันนี้ยิ่งหอมกว่า หวานกว่า ละมุนลิ้นยิ่งกว่า ทุกความรู้สึกเพิ่มทบทวี เขานึกหวงริมฝีปากของคนที่เขาบอกว่าเกลียดขึ้นมา ไม่อยากให้ชายใดครอบครอง
View More“ช่วยด้วย ช่วยด้วย กรี๊ดดด” นิสากรสาวน้อยวัยเพียงสิบเก้าปีทั้งดิ้นทั้งร้องเพื่อนำพาตัวเองให้หลุดจากเงื้อมมือของรังสีน้องชายของแม่เลี้ยงสาว ที่เข้ามาปลุกปล้ำเธอถึงในห้องนอน
“คุณหนูนิคนสวยของพี่ ไม่ต้องร้องนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่จะพาไปขึ้นสวรรค์” รังสีเปล่งประกายความปรารถนาออกมาทางแววตา และน้ำเสียงที่แหบพร่า ทำให้สาวน้อยไร้เดียงสาหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ถึงจะกลัวมากแค่ไหนแต่หญิงสาวสาบานว่าจะไม่มีวันตกเป็นของรังสี มือน้อยๆ ป่ายปัดไปตามที่นอน จนกระทั่งสะดุดอะไรบางอย่าง
“โอ๊ย! มึง” รังสีเพราะมัวแต่ซุกไซ้ที่ซอกคอหญิงสาวอยู่ ไม่ทันระวังตัวว่าภัยกำลังมา จึงร้องเสียงหลงเมื่อถูกปิ่นปักผมของนิสากรแทงลงไปที่ท้ายทอย สาวน้อยดึงปิ่นออกมาพร้อมกับเลือดที่พุ่งกระฉูด เลือดชั่วไหลหลั่ง
นิสากรตัวสั่นงันงก นั่งมองภาพของรังสีที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวด มันยันตัวลุกขึ้น ใช้มือข้างขวาจับที่ท้ายทอย เลือดยังไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ร่างเล็กนั่งคุดคู้ชันเข่ามองรังสีค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งที่พื้นอย่างทำอะไรไม่ถูก เสียงฝีเท้าของนมแม้นศรีวิ่งเข้ามาห้องนอนของเธอเป็นคนแรก
“ว้าย! ตาเถร...คุณหนูนิของนม มันทำอะไรคุณหนูนิหรือเปล่าคะ” แม้นศรีสำรวจร่างกายของนิสากร เจ้านายสาวที่นางเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิด รักและเทิดทูนเป็นอย่างมาก
“หนูนิกลัว นมแม้นหนูนิกลัว พี่รังสีจะปล้ำหนูนิ ฮือ” นิสากรกอดร่างของแม้นศรีเอาไว้แน่น ที่พึ่งพิงคนสุดท้ายที่เธอมีอยู่ เพราะในโลกนี้คนที่เธอรู้จัก คนที่รักเธอและคนที่เธอรัก ได้จากนิสากรไปหมดแล้ว แม้นศรีมองร่างของรังสีที่นั่งกุมท้ายทอยด้วยความแค้นเคือง เห็นทีคุณหนูของนางจะอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว คนที่นี่ใจร้ายและโหดเหี้ยมเกินกว่าที่นิสากรจะรับมือได้ จังหวะที่นิสากรหวาดกลัว และแม้นศรีกำลังคิดอะไรบางอย่าง รังสีที่เริ่มมีแรงฮึดจากแรงแค้น ลุกขึ้นยืนก้าวเดินมาที่เตียง
ร่างของแม้นศรีถูกผลักลงไปนั่งจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้น ลุกแทบไม่ขึ้นเนื่องจากร่างกายและวัยเสื่อมถอยลงทุกวัน รังสีปราดเข้าไปคร่อมร่างของนิสากร มือของมันทั้งสองข้างกำรอบลำคอนิสากร บีบเท่าที่แรงของมันจะมี หญิงสาวใต้ร่างเริ่มหายใจไม่ออก ร่างกายดิ้นทุรนทุราย พยายามหาทางให้ตัวเองหลุดพ้น อาวุธที่อยู่ในมือยังคงกำไว้แน่น คือหนทางของอิสรภาพ
“อ๊าก!” ปิ่นปักผมที่ทำจากเหล็กมีความยาวประมาณยี่สิบเซนติเมตร ทิ่มแทงลงไปตามสีข้าง แผ่นหลังของรังสีไม่ยั้ง เลือดของมันไหลกระเซ็นมาโดนเสื้อผ้าของเธอ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของรังสีเบาลง เบาลง
“พอคุณหนู พอค่ะ” แม้นศรีที่พยุงร่างลุกขึ้น รีบก้าวขึ้นมาบนเตียงคว้ามือน้อยๆ ที่กระหน่ำแทงเข้าไปในร่างกายของรังสีอย่างไม่ยอมหยุด ก่อนจะผลักร่างของรังสีที่แน่นิ่งให้ลงไปจากร่างของ นิสากร กอดร่างที่สั่นเทา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เข้ามากอดอย่างปลอบโยน
“ไม่ต้องกลัวนะคะ ไม่ต้องกลัว”
“หนูนิกลัว หนูนิกลัว พี่รังสีจะตายหรือเปล่าคะ” หญิงสาวพูดอย่างเสียขวัญ ร้องไห้ออกมาไม่ขาดสาย เธอไม่มีเจตนาจะทำร้ายรังสีให้ถึงแก่ความตาย เพียงแต่ป้องกันตัวเองเท่านั้น นิสากรเหลือบมองร่างที่นอนแน่นิ่งจมกองเลือด ด้วยความอกสั่นขวัญแขวน
“หนีคะคุณหนู หนีค่ะ” นางตัดสินใจพูด แม้รู้ว่ารังสียังไม่ตาย เนื่องจากแผ่นอกที่กระเพื่อมตามแรงลมหายใจของมันยังทำหน้าที่อยู่
“หนี หนีไปไหนคะ หนูนิไม่รู้จักใคร ไม่รู้จะไปที่ไหน”
“ไปตามที่อยู่ที่นมเขียนไว้นี่นะคะ ไปหาน้องสาวของนม เค้าจะช่วยคุณหนูนะคะ” แม้นศรีเขียนชื่อที่อยู่ลงบนกระดาษที่วางอยู่หัวเตียง ก่อนจะยื่นให้หญิงสาวที่เลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะ
“เชียงราย ” นิสากรอุทานเมื่อเห็นว่า สถานที่ไปอยู่ในจังหวัดใด ซึ่งมันไกลเหลือเกินสำหรับเธอ
“เร็วค่ะคุณหนูไม่มีเวลาแล้ว เดี๋ยวนมจะเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าให้ ส่วนคุณหนูเก็บของมีค่าให้มากที่สุดนะคะ” แม้นศรีสั่ง ก้าวลงจากเตียงไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบกระเป๋าเดินทางออกมา ยัดเสื้อผ้าที่รวบไว้ อัดเข้าไปในกระเป๋าอย่างรีบเร่ง นิสากรลุกขึ้นไปที่ลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบแหวนประจำตระกูลที่บิดามอบให้ไว้ก่อนเสียชีวิต สอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เนื่องจากนิ้วของเธอนั้นเล็กกว่าขนาดของแหวนมากนัก เงินสดมีติดตัวประมาณสองพัน เครื่องประดับทองคำเส้นเล็กพร้อมสร้อยข้อมือทองคำอีกเส้น นั่นคือสมบัติที่หม่อมหลวงนิสากร ดิเรกพัฒน์ มีติดกายไปในการเดินทางครั้งนี้
“นมจ๋า พี่รังสีจะตายมั้ยคะ” นิสากรถามอีกครั้ง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ร้อนใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ตวัดสายตามองร่างของรังสีที่ยังคงนอนแน่นิ่งที่เตียง นิสากรไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกร
“ไม่ต้องห่วงอะไรนะคะคุณหนู ถ้าไปจากที่นี่ได้ไม่ต้องกลับมาอีก และที่สำคัญอย่าให้ใครรู้เด็ดขาดว่าคุณหนูคือหม่อมหลวงนิสากร ดิเรกพัฒน์ อย่าให้ใครรู้เด็ดขาดนะคะ” นางย้ำแล้วย้ำอีกในประโยคท้าย ดันร่างของเจ้านายสาวออกไปจากห้องนอน กึ่งลากกึ่งจูงลงไปที่ชั้นล่างของบ้านหลังใหญ่ ไม่สนใจร่างของสาวใช้อีกประมาณสามสี่คนที่เดินมาถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งหมดหยุดการเคลื่อนไหว เมื่อเสียงกรีดร้องของใครบางคน ดังลั่นสนั่นบ้าน
“ไปคุณหนูหนีเร็ว ไปค่ะ” แม้นศรีจับจูงร่างน้อยของนิสากรวิ่งออกไปด้านนอกของตัวบ้าน
“คุณหนูหนีไปค่ะ หนีไป เร็วค่ะ” แม้นศรีเร่ง เมื่อพาหญิงสาวออกมาจากนอกอาณาเขตของบ้านดิเรกพัฒน์สำเร็จ นิสากรห่วงหน้าพะวงหลัง ใจหนึ่งอยากหนี อีกใจหนึ่งเป็นห่วงแม้นศรี
“แล้วนมล่ะคะ นมไปกับหนูนินะคะ”
“ไม่ค่ะ นมหนีไม่ได้เพราะถ้าหากไอ้รังสีตาย นมจะยอมรับผิดเอง คุณหนูหนีไปนะคะ อย่าลืมที่นมสั่ง อย่าลืมที่นมบอกนะคะ อย่าลืม” แม้นศรีเร่งสาวน้อย พร้อมกับกำชับเสียงหนัก
“นมจ๋า นม” หญิงสาวยังละความเป็นห่วงที่มีอย่างล้นเหลือกับแม้นศรีไม่ได้
“หนีค่ะ หนี ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณหนูห้ามกลับมาที่นี่อีก ห้ามกลับมานะคะ” แม้นศรีโบกรถแท็กซี่ที่แล่นผ่านมาพอดี เปิดประตูทางด้านหลัง พร้อมกับดันร่างเล็กให้เข้าไปในตัวรถ ปิดประตูทันที
รถแท็กซี่เคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านดิเรกพัฒน์ นิสากรมองร่างของแม้นศรีกับบ้านที่ตัวเองอาศัยมาตั้งแต่เกิดอย่างอาลัยอาวรณ์ ต่อจากนี้เธอคงไม่มีวันได้เห็นแม้นศรี ได้เห็นบ้านหลังนี้ และคงไม่ได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว น้ำตาไหลพรากเมื่อนึกถึงข้อนี้
“คุณพ่อ คุณแม่ นม” หญิงสาวพึมพำด้วยความเสียใจ รถเลี้ยวออกไปตามถนนใหญ่ ภาพของแม้นศรีที่เธอเห็นเป็นครั้งสุดท้ายนั้น คือภาพที่นางโบกมือให้กับเธอ
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 58 “ลิเดียเป็นคนรับใช้ของฉัน ไม่ใช่ทาส เมื่อก่อนฉันเอาแต่ใจ จิกหัวใช้ลิเดียสารพัด ไม่พอยังทำให้ลิเดียรู้สึกว่าตัวเองเป็นกระโถนรองรับอารมณ์ของฉัน ยิ่งมารู้ว่า ลิเดียก็ถูกไอ้ชั่วหลอกด้วยแล้ว ฉันสงสารและเห็นใจ ฉันก็พยายามทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง ไม่ใช่เอาแต่สั่งๆ เหมือนก่อน เพราะถ้าลิเดียทนไม่ไหวขึ้นมา ลาออกไป ฉันคงเสียใจมากกว่านี้”ความเปลี่ยนแปลงของโซเฟียอีกเรื่องหนึ่งคือ ลิเดียไม่ใช่สาวใช้ที่รองมือรองเท้าเธออีกต่อไป โซเฟียรู้จักเห็นอกเห็นใจลิเดียเมื่อรู้ว่า ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันคือ ถูกอัคนารถหลอกใช้ด้วยวาจาอ่อนหวาน ด้วยความรักจอมปลอม เวลานี้โซเฟียทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น ไม่ปัดภาระให้ลิเดียทำเพียงคนเดียว“ดีแล้วค่ะที่คุณคิดได้ ฉันดีใจแทนลิเดียค่ะ” การจับกุมอัคนารถ ส่งผลดีต่อใครหลายคนจริงๆ“เธอนอนพักเถอะนะ ฉันก็จะไปจัดกระเป๋า เดี๋ยวฉันให้ลิเดียมาอยู่เป็นเพื่อนนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ณัฐกานต์กล่าวขอบคุณ ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อน เพราะรู้สึกอ่อนเพลียจากการแพ้ท้อง โซเฟียเมื่อเสร็จหน้าที่ เธอได้เดินออกจากห้องพี่สะใภ้ และทันทีที่เปิดประตูห้องออกก็พบว่า พี่ช
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 57“พระเจ้า...ณัฐ เยี่ยม...เยี่ยมที่สุดเลยที่รัก”สวรรค์กำลังเปิดรับร่างหนาที่ล่วงล้ำอัดกายใส่ร่างอรชร แอรอนโหมกายหนักขึ้น เพิ่มกำลังแรงกับบทรักที่กำลังสิ้นสุดในบทแรกของวันนี้ ไขว่คว้ามือแตะขอบสวรรค์ที่ลอยเด่นตรงหน้า ในจังหวะสุดท้ายของแรงส่ง หยุดการเคลื่อนไหวแช่นิ่งตัวตนเข้าลึกสุดทาง ระเบิดความสุขชโลมรสช่อดอกไม้งาม“สุดยอดเลยที่รักจ๋า” เสียงเหนื่อยหอบของแอรอนเอ่ยบอกสาวใต้ร่างที่ระบายลมหายใจแรงๆ ให้รางวัลณัฐกานต์ด้วยจูบหวานๆ พร้อมกับคำรักที่เขาจะบอกเธอทุกเมื่อเชื่อวัน “ฉันรักเธอ...ณัฐ”ณัฐกานต์รู้ว่าเขารักเธอ ซึ่งเธอเองก็มีความรู้สึกนี้ให้กับแอรอนเช่นกัน “ณัฐรักคุณค่ะ แอรอน”“น่ารักอย่างนี้ต้องให้รางวัลซะหน่อย” เขายิ้มเมื่อนึกถึงรางวัลที่จะมอบให้สาวอันเป็นที่รักเพียงคนเดียว “อย่างนี้ต้องทั้งคืน”“จะไหวเหรอคะ” ผู้หมวดสาวเย้ากลับ มองเขาตาเป็นประกาย“ดูถูกกันนี่นา แบบนี้ต้องทำให้ดูซะแล้ว”พูดจบแอรอนก็แสดงให้เธอรู้ว่า เขามีกำลังเหลือเฟือมากแค่ไหน พลังม้ายังชิดซ้าย พลังช้างยังชิดขวาเมื่อเจอกับผู้ชายที่ชื่อ แอรอน ชาล์ลวาเกียมีประโยคหนึ่งที่คนมักพูดหลังเรื่องเลวร้าย
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 56“นะตัวเองนะ เค้าขอโทษนะ” แอรอนเอ่ยชิดเรียวปากอิ่ม จูบเบาๆ ใช้ไรฟันกัดกลีบปากล่างของณัฐกานต์แล้วดึงไม่แรงมาก ก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระ ใช้ปลายลิ้นลูบไล้แทนที่ “เค้าขอโทษนะ”วินาทีนี้หูของณัฐกานต์รู้สึกอื้อ ดวงตาพร่างพราย หัวใจเต้นระส่ำ ความคิดความอ่านคล้ายกำลังหยุดทำงาน“อืม” เธอครางเบาๆ ออกมาอย่างเสียมิได้ ไม่ใช่คำตอบรับแต่เป็นความรัญจวนที่แฝงในกาย ทว่าเสียงครางครึ้มที่แอรอนได้ยิน เขาโมเมเองว่า เธอยกโทษให้เขาแล้ว“ฉันรักเธอ...ณัฐ รักมากที่สุด”จบประโยคหวานหู ริมฝีปากใหญ่แนบติดปากเล็กน่าจูบทันที บดเบียดแผ่วเบา เรียกร้องให้เธอเปิดปากกว้างเพื่อที่เขาจะได้ส่งเรียวลิ้นเข้าไปในช่องปากสาว กระหวัดหาความหวานที่อุดมอย่างมากมาย กวาดต้อนเท่าไหร่ไม่มีวันหมด ไม่ช้าไม่นานริมฝีปากของณัฐกานต์ก็เผยอรับลิ้นใหญ่ที่พุ่งเข้าใส่ด้วยความรีบร้อน ตามแรงอารมณ์ของเขาที่โหมกระพือทีละน้อย แต่ไหลเชี่ยวไม่ต่างกับสายนทีที่ต้องลมมรสุม แทะเล็มรสละมุนซาบซ่านถึงทรวงในระหว่างที่เขากำลังดื่มด่ำกับจุมพิตกระชากใจ มือแข็งแกร่งก็ถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้น โดยที่ณัฐกานต์ยินยอมพร้อมใจให้ความร่วมมือ
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 55“คุณแอรอน” ณัฐกานต์เรียกชื่อเจ้าของร่างกายที่ทาบทับตนเอง “เล่นบ้าอะไรเนี่ย”ปากไม่ได้แค่พูด ฝ่ามือน้อยๆ แต่หนักยังตีไปยังท่อนแขนกำยำของแอรอนที่ทำหน้าทะเล้นเต็มแรง แต่อีกฝ่ายก็หาได้เจ็บไม่ กลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชวนหมั่นไส้เสียเหลือเกิน“ไม่ได้เล่น เอาจริง”ขาดคำ ปากหนาที่พูดเมื่อครู่ก็ระดมหอมไปทั่วดวงหน้าหวายสวยด้วยความรักและคิดถึงสุดใจ ฝ่ายหญิงก็หลบหลีกริมฝีปากของเขาพัลวัน แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล“คิดถึง คิดถึง คิดถึงที่สุดเลย”แอรอนพูดไปด้วย หอมแก้ม หอมหน้าผาก หอมจมูกของเธอไปด้วย ให้สมกับการรอคอยของเขานานสองเดือนที่เหมือนกับสองปี“ยี้...หยุดเดี๋ยวนี้นะ” สาวใต้ร่างร้องประท้วง ผลักร่างสูงใหญ่ หลบหน้าหนีเรียวปากหนาที่ทำให้เธอร้อนรุ่มได้ทุกครั้งที่ใกล้ชิด แล้วดูเหมือนว่าเธอจะพ่ายแพ้เขาอย่างสิ้นเชิง เสียงประท้วงขาดหายเพราะมันถูกกลืนหายไปในลำคอ หลังจากที่ปากหลายเหลือของเขา ทาบทับกลีบปากสาวนุ่มแสนนุ่มความรักและความคิดถึงของแอรอนที่มีต่อณัฐกานต์ ถูกถ่ายทอดด้วยจุมพิตหวานล้ำแสนเสน่หา ริมฝีปากใหญ่บดเบียดเรียวปากนุ่มจนปากสาวเผยอกว้าง เขาเร่งส่งปลายลิ้นเข้าไปสำรวจค
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 23“คราวหน้าถ้าจะพาณัฐไปไหน กรุณามาขออนุญาตผมก่อน ไม่ใช่นึกจะพาณัฐไปไหนก็ไปแบบนี้ ณัฐไม่มีสิทธิ์ไปไหนโดยที่ผมไม่รู้” แอรอนพูดเสียงเรียบ แต่ทว่าดวงตากลับแข็งกระด้าง“ค่ะ ลิลลี่รับทราบค่ะ” มยุรีตอบกลับด้วยรอยยิ้ม“ไปกันได้แล้ว” แอรอนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ฝ่ามือใหญ่คว้าหมับท่อนแขน
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 3“ทนอีกนิดณัฐ ทนอีกนิด” เขากระซิบบอกคนรักชิดเรียวปากนุ่ม ก่อนจะดันความเป็นชายเข้าไปจนสุดในคราเดียว “เดี๋ยวมันจะดีขึ้นเองที่รัก”แอรอนปลอบโยนณัฐกานต์ มอบจูบปลอบโยนให้เธอคลายความเจ็บปวด ในขณะที่สะโพกใหญ่เริ่มทำงาน ขยับออกอย่างเชื่องช้า ให้เธอชินกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่เพิ่ม
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 1ณัฐกานต์ยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนของแอรอน ชาล์ลวาเกีย ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของประธานาธิบดีมอร์แกน ชาล์ลวาเกียแห่งประเทศเมอริกันด้า ประเทศเล็กๆ ทางตอนเหนือของประเทศสเปน ชายหนุ่มที่มอบความรักให้กับตนจนหมดใจ เอาใจใส่และดูแลเธอมาตลอดสองปี เฝ้ารอให้เธอมอบความรักตอบกลับไปแล้ววั
Chapter 49พรเพ็ญนั่งมองกองไฟกองใหญ่ที่จุดอยู่หน้าลานกว้างของบ้านไม้สักทอง คืนนี้ที่ไร่มีงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของนาง ปกตินางจะจัดที่โรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ มีแขกเหรื่อมากมายมาร่วมยินดี มีเค้กปอนด์ใหญ่ให้นางได้ตัด มีของขวัญนับร้อยกองอยู่บนโต๊ะ ปีนี้ไม่เหมือนปีก่อนนางทิ้งความเริ่ดหรูที่เมืองกร





