Mag-log in
“มึงสายไปห้านาที”
ร่างสูงทักท้วงทำทียกข้อมือขึ้นมาดูเวลาบนนาฬิกาหรู
“โธ่ ทำไมเดี๋ยวนี้เคี่ยวกันนัก”
เพิร์ธบ่นอุบ เขาเองก็รีบสุดๆแล้ว หากแต่รถมันติดแถมตอนมามีอุบัติเหตุตรงหน้าโรงเรียนก่อนจะถึงแยก โชคดีที่อยู่ในขั้นตอนเคลียร์ทางไปบ้างแล้วจึงไม่ได้ติดนานนัก แต่ด้วยช่วงเปิดเทอมแถมวันศุกร์รถถึงได้เยอะกว่าปกติ
“เวลากูเป็นการเป็นงาน นี่แค่ On call ถ้ามีเคสกูก็ต้องไป มึงจะไม่ได้เจอกูหรอก”
“อ่า ผมเข้าใจแล้ว ต่อไปจะเผื่อเวลาไว้”
เหนือเมฆพยักหน้า ดวงตาจับจ้องคนมาใหม่ไปด้วยที่ตอนนี้ลากเก้าอี้ทิ้งตัวนั่งฝั่งตรงข้ามเขา จังหวะนั้นสายตาเหลือบไปเห็นรอยสัก จำได้ว่าตอนเห็นครั้งล่าสุดยังไม่สวยเท่านี้
“คำนี้แหละที่กูอยากได้ยิน ว่าแต่สักเสร็จแล้ว?”
พยักหน้าไปยังท่อนแขนแกร่งของเพิร์ธ ซึ่งมีลายสักนกฟีนิกซ์คาดอยู่ อาจเพราะเจ้าของเป็นคนผิวพรรณดีพอสักตรงนั้นด้วยรูปที่เข้ากับเขาจึงดูเท่ไปอีกแบบ
“ใช่พี่ เท่ไหม”
เขามองมันชัดๆอีกรอบ ท่าทางที่นิ่งเงียบทำคนถามคลี่ยิ้มออกมา เนื่องจากรู้แล้วว่ารุ่นพี่ของเขาจะตอบอะไร
“อืม ก็เท่ดี ช่างคนเดิมสัก?”
“ครับ งานจบแล้ว แต่ใจยังอยู่กับช่างอยู่เลย คนอะไรสวยชะมัด”
“กูชักอยากเห็นหน้าแล้วสิ” เขาแค่นหัวเราะพลางยกแก้วกาแฟดำชนิดร้อนขึ้นมาจิบ หันไปทางเคาน์เตอร์ซึ่งมีพนักงานยืนอยู่ “จะกินไร สั่งพนักงาน”
“พี่ได้อะไรมากิน”
“มึงไม่เห็นว่าเป็นกาแฟ?”
ดวงตาคมกริบตวัดมอง หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน
“ก็นึกว่านมร้อนไรงี้”
“นมบ้านมึงสีดำ?”
เพิร์ธหัวเราะร่วน ก่อนจะลุกจากโต๊ะไปสั่งเครื่องดื่มของตัวเอง ไม่นานก็เดินกลับมาเมื่อสั่งเสร็จ
“เอาไหม เดือนหน้าเราไปด้วยกัน ผมว่าจะสักอีกลายที่หลัง”
“มึงเริ่มเสี้ยนเข็มแล้วสินะ”
“เสี้ยนเห็นหน้าช่างสักด้วย”
“เป็นเอามากไอ้สัส”
“สวยจริงๆพี่ ผมว่าจะลองจีบดู คนนี้ถ้าจีบติดผมจะหยุดมองคนอื่นเลย”
“กับคนก่อนมึงก็พูดแบบนี้”
เหนือเมฆแค่นหัวเราะ มองแก้วกาแฟที่หมดไปแล้ว พลางหันไปสั่งน้ำเปล่าต่อ ซึ่งถูกนำมาเสิร์ฟพร้อมกันกับกาแฟของเพิร์ธ เขารับมาทั้งสองอย่างแล้วส่งเมนูที่ไม่ใช่ของตัวเองให้อีกคน
“คนนี้ไม่เหมือนคนอื่น เอาเป็นว่าถ้าพี่ได้เห็น พี่จะเข้าใจเลยทันที เธอดูดุๆ ท่าทางเย็นชา แต่ผมคิดว่าถ้าได้เป็นแฟนคงจะเอาผมอยู่หมัด”
“ขนาดนั้นเลย?”
“สักไหมพี่ เอาสักหน่อย ถ้าพี่สักผมว่าเท่”
น้ำที่ถูกเปิดขวดกระดกพอล้างลำคอขมฝืดเพราะกาแฟ ถูกเมินทันทีที่ปิดฝากลับไป ม่านตาคมกริบในตาสีน้ำตาลเข้มละจากก้านนิ้วแกร่งที่วางทาบกับโต๊ะ สะท้อนภาพคู่สนทนาที่กำลังพูดถึงเรื่องที่ตัวเองชื่นชอบด้วยสีหน้าตื่นเต้น พลางเลิกคิ้วสูง
“กูเป็นหมอ สักอะไรของมึง”
“ใต้ร่มผ้าไงพี่ กลางหลงกลางหลังไม่มีใครเห็นหรอก”
“เพื่อ?”
“สาวกรี๊ด”
“เฮอะ! อย่างกูเหลือแต่ไปเป็นดาราแล้วตอนนี้”
“ครับๆ ผมรู้ว่าพี่ฮอต หลักฐานก็ชัดอยู่ ถ้างั้น..ไปเป็นเพื่อนหน่อย”
“มึงเห็นกูว่าง?”
“มันต้องมีสักวันแหละน่า อยากให้พี่ไปเห็นเธอด้วย จะได้บอกผมได้ไงต้องเข้าหายังไง พี่แม่งช่ำชองเรื่องผู้หญิง ผมว่าผมเลือกปรึกษาคนไม่ผิด”
“นี่มึงชมกู?”
เพิร์ธหัวเราะออกมาอีกครั้ง ก่อนจะก้มลงไปสนใจกาแฟของตัวเอง
“นะพี่ ครั้งเดียว หาเวลาไปเป็นเพื่อนผมหน่อย”
เหนือเมฆมองหน้าเพื่อนรุ่นน้อง ความนิ่งสงบบ่งบอกว่าเขากำลังครุ่นคิดอยู่ และเมื่อเห็นว่าสิ่งนี้ไม่ได้เสียหายอะไร แถมมันจะดีมากถ้าคนที่กำลังเครียดเรื่องงานแบบติดกันและสะสมยาวนานอย่างเขาได้ทำเรื่องที่ไร้สาระในชีวิตบ้าง
“เออ จะหาเวลาดู”
ร่างสูงพยักหน้า คนชวนกำลังดูดกาแฟอย่างเพลิดเพลิน เกือบได้สำลัก
“จริงปะพี่”
“ถ้ามึงถามอีก กูจะเปลี่ยนใจ”
“โอเคๆ ขอบคุณครับ ว่าแต่พี่นัดผมมาที่นี่มีเรื่องอะไร ไม่ใช่เพราะอยากเลี้ยงกาแฟผมอย่างเดียวหรอกใช่ไหม”
คราวนี้กลับเข้ามาในโหมดจริงจัง ประเด็นหลักที่เขาต้องการจะพูดในตอนแรก เหนือเมฆยกแขนขึ้นมากอดอก ทิ้งแผ่นหลังพิงพนักโซฟา พลางถอนหายใจ
“รอบหน้าลงแข่งแทนกูหน่อย”
“ฮะ? เรซใหญ่ที่มีแต่ตัวตึงๆน่ะนะ โหพี่ ผมจะทำได้ไหมเนี่ย”
“ยังไม่ทันแข่ง มึงปอดแหกซะแล้ว เป็นเด็กกูได้ไง กูละผิดหวังจริงๆ”
“อ่า ถ้าพูดงี้ก็ฆ่าผมซะเถอะ แม่งโคตรทิ่มแทงใจ”
“มึงก็แค่ทำให้เต็มที่ เทคนิคดี รถพร้อม คนไม่ปอดแหกยังไงก็มีลุ้น”
“พูดจริงปะเนี่ย”
“ดูหน้ากูด้วย เล่นหรือจริง เอาไง เดี๋ยวกูเทรนให้ แต่มึงต้องมาตอนกลางคืน และวันอาทิตย์ที่กูหยุดด้วย”
เพิร์ธถึงกับเงียบ ก้มหน้าเม้มปากแน่น เขาเริ่มหวั่นใจเพราะกังวลจะทำไม่ได้เหมือนกับลูกพี่
“ว่าแต่พี่จะไปไหนวะ”
เหนือเมฆเงียบ สายตาจับจ้องไปที่รุ่นน้องซึ่งยากจะคาดเดา แต่ถ้าจ้องนานก็จะเห็นว่าความว่างเปล่านั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและหดหู่สุดๆ
“มีเคสสำคัญ ผู้ป่วยในความดูแลของกูกำลังจะหมดลม”
และแล้วงานวิวาห์ก็เกิดขึ้น งานถูกจัดแบบไม่อลังการมาก แต่ก็ไม่น้อยหน้าใคร ด้วยสินสอดที่ใครๆต่างต้องตาลุก นี่มันตกถังขาวสารน้ำหนักสามตันชัดๆ วันหนึ่งได้บ้านพักตากอากาศ เงินสด ทองคำ เพชร และเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินอีกหลายแห่ง รอบถึงรถอีกสามคัน ไม่พอยังมีห้องเพนท์เฮาส์ที่เธอเคยอยู่ถูกยกให้ด้วย เรียกได้ว่าถอดชุดเจ้าสาวก็สวมเดรสส้นเข้ม เดินนวยนาดสะบัดผมได้เลยบอกตามตรงว่าเธอเองก็เพิ่งจะรู้ว่าเหนือเมฆรวยกว่าที่คิดก็วันนี้ไหนจะสมบัติจากพินัยกรรมที่พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ให้เขาอีกและงานวันนี้คนที่ตกใจคงไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นโจกับตู๋ เพื่อนที่ทำงานเก่าของเธอ เพราะรู้ทีเดียวก็ตอนการ์ดเชิญถึงมือพวกเขาแล้ว แน่นอนว่ากว่าตู๋จะยอมมา และแสดงความเย็นดี เล่นเอาโจพูดจนปากเปียกปากแฉะ เกือบสิ้นพระชนม์“ยินดีด้วยนะพี่”เขายอมรับว่าวันนี้วันหนึ่งสวยที่สุด แต่ความยินดีกลับมีขีดจำกัดให้มากไม่ได้ ตู๋ยังคงมีความเสียใจแฝงอยู่ภายในนั้น แต่เพราะเชื่อว่าการรักใครสักคนต้องให้คนคนนั้นได้ดี ยินดีกับความสุขของกันและกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน นั่นถึงจะเรียกว่ารักที่บริสุทธิ์เขายอมมาเพื่อให้วันหนึ่งสบายใจใช้ชีวิตข้างหน้าอย่างไม่
วันที่ท้องฟ้าแจ่มใส หลังผ่านฤดูฝนมาได้ไม่นาน แม้โบราณจะบอกว่าฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ แต่กลับไม่ใช่กับเธอคนนี้ธาดา กับหน้าท้องนูนๆของเธอที่ยืนอยู่หน้าหลุมฝังศพของสามีภรรยา ผู้วายชนม์คู่หนึ่งซึ่งเธอมีส่วนรวมต่อการจากไปของพวกเขากว่าจะมายืนตรงนี้ได้มันไม่ง่ายเลย เธอจะต้องหลบหลีกผู้คนหายหน้าหายตาไปจากสังคม ตอนคลอดก็ต้องห่างไกลจากเมืองเหนือเมฆคงกำลังพลิกแผ่นดินหา และแน่นอนว่าสิ่งนั้นต้องเป็นไปไม่ได้เธอได้สัญญากับสรวงสมรแม่ของเขาเอาไว้แล้ว จะไม่โผล่หน้าออกมาให้ใครเห็นเลยสักคน โดยเฉพาะเหนือเมฆและใต้น้ำลูกๆของเธอ แลกด้วยเงินจำนวนหนึ่ง ที่สามารถอยู่ได้อีกหลายปี และเลี้ยงลูกในท้องให้สบายไปจนโต หากไม่ฟุ่มเฟือยอยู่โรงเรียนที่เยอะค่าใช้จ่าย แต่เลือกโรงเรียนรัฐทั่วไป คงอยู่ได้จนถึงมหาลัย และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอจะต้องไม่ให้ลูกของเธอใช้นามสกุลเดียวกันกับพวกเขา ป้องกันการหาเจอ หากเป็นไปได้เธอจะต้องไปเปลี่ยนชื่อตัวเองข้อแม้และเงื่อนไขมีเพียงแค่นั้น ซึ่งยอมรับว่าภายในใจลึกๆเลี่ยงไม่ได้ว่าเธอนั้นน้อยใจ เพราะเธอจะไม่ได้เจอแม้กระทั่งวันหนึ่งเพื่อนสนิท และไม่สามารถกลับมาเยี่ยมเด็กๆกับผู้มีพระคุณที่บ้านเ
“อยากมีลูกเหรอคะ” ร่างเล็กเอ่ยถามหลังจากนอนอยู่ใต้ร่าง คนตัวสูงที่คร่อมลงมาทาบทับกัน เขาผงกศีรษะยันตัวขึ้นมาเล็กน้อย “มันก็ดีไม่ใช่เหรอครับ จะได้ไม่เหงา” “มันก็ดี แต่หนึ่งยังไม่พร้อมเลยอะ ยังไม่อยากถูกแย่งความรักไป อีกอย่าง คิดว่ายังเป็นแม่ที่ดีไม่ได้” กลีบปากหยักยกยิ้ม คำตอบของเธอช่างน่าเอ็นดู จนเขาต้องบีบปลายจมูกเชิดรั้นนั้นเบาๆ แล้วโน้มตัวลงมาใหม่ “รอให้หนูพร้อม เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นครับ พี่ไม่ได้รีบ” สิ่งที่เขารีบตอนนี้ คือการสอดใส่เข้าไปในตัวเธอต่างหาก ท่อนลำร้อนทั้งดุ้นของเขาตึงเครียด ตอนนี้ผงาดพองเต็มเป้ากางเกงจนอึดอัดหายใจไม่ออกแล้ว “คนดี.. คืนนี้ขอทำถึงเช้าได้ไหมครับ แบบหลายๆรอบ” มือบางถูกมือหนาดึงเข้าไปภายใน เพียงแค่นิ้วเธอสัมผัส ความเสียวซ่านก็แทรกแซงจนต้องแหงนหน้าสูดปาก เขากำลังบอกให้เธอรู้ว่าไอ้เจ้านี่ตอนนี้มันทนไม่ไหวแล้ว ขืนเธอยังชักช้าไม่สานต่อสักที เขาอาจขาดใจตายเป็นแน่ “ทำไมน้องใหญ่ขึ้นกว่าเดิมคะ” “น้อง?” “ใช่ค่ะน้อ
มื้อค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความสุขและเป็นกันเองเป็นอย่างมาก อาคีรารวยล้นฟ้านับแสนล้านแต่ทำตัวกึ่งติดดิน เหนือเมฆเคยเล่าว่าเขาเปลี่ยนไปมากทุกวันนี้เพราะภรรยา เนื่องจากเธอมาจากที่ธรรมดา และแน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นผลพลอยได้ของวันหนึ่งในค่ำคืนนี้ด้วย ก็ลองคิดดูว่าหากเขาถือตัว ดูเข้าถึงยากสิ เธอที่ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้คนมาแต่ไหนแต่ไร จะเป็นอย่างไร ไม่ประหม่าตายเลยรึ “อันนี้อร่อย” เหนือเมฆตักเนื้อกุ้งให้ ซึ่งอยู่ในห่อหมกทะเล เธอขยับปากขอบคุณเขาเบาๆ และทานอย่างเงียบๆ สลับกับตักให้เขาบ้าง ต่างฝ่ายต่างถามไถ่ใส่ใจซึ่งกันและกัน “ขอบคุณค่ะ”สลับกับการชำเลืองมองอีกคู่ ที่พูดคุยกันอย่างน่ารัก หวานน้ำตาลแว่น ด้วยบทสนทนาสนิทสนม เป็นกันเอง แต่ใครฟังแล้วเป็นอันต้องยิ้มตามทว่าพอหันมาทางคนของตัวเองเหมือนว่าไม่แตกต่าง คนคนนี้ก็เอาใจเก่ง ประหนึ่งเธอนั้นคือเจ้าหญิงที่พลัดพรากจากพระราชวังให้ตาย “ทานเยอะๆครับ” “พี่ก็ด้วยนะ”หลังจากนั้น ทั้งสี่ก็นั่งคุยกันตามปกติ ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล พูดคุยกันถึงแผนการของวันพรุ่งนี้ และเล่าเรื
และแล้วก็ถึงวันไปเที่ยว หลังส่งใต้น้ำขึ้นเครื่องไปฝรั่งเศสได้สองวัน เหนือเมฆ วันหนึ่ง อาคีรา และพะแพง ก็มุ่งหน้าสู่เกาะส่วนตัว “เสียดายจังที่พี่สาติดงาน” พะแพงบ่นอุบ เมื่อรายนั้นที่จัดว่าเปรี้ยวจี๊ดเสียวฟันไม่มีโอกาสได้มาทริปนี้ด้วย ทั้งที่ยากแสนยากกว่าจะได้รวมตัวกัน “อือ น่าจะหลายเดือนกว่าสัญญาจะหมด” “คราวนี้ไปถ่ายละครใช่ไหม” “เห็นว่าอย่างนั้น” วันหนึ่งนั่งอมยิ้ม ขณะฟังสองสามีภรรยาหันหน้าพูดคุยกัน ขนาดแค่ผิวเผิน เรื่องที่คุยดูปกติแต่ทำไมช่างน่ารัก อาจเป็นเพราะน้ำเสียงอาคีราอ่อนโยนมาก ดูทะนุถนอมภรรยา แถมพะแพงเองเองก็เป็นผู้หญิงที่ร่าเริง คำพูดคำจาสมวัย รอยยิ้มจึงดูสดใสไปหมด “พี่หนึ่งพาบิกีนีมาไหมคะ” “คะ?” แต่เหตุไฉนจู่ๆถึงหันมาทางเธอล่ะ ร่างเล็กที่กำลังเหม่อลอยมองพวกเขาเพลินๆถึงกับสะดุ้ง หันขวับมองอีกคนอย่างลืมตัว และแน่นอนเขาเองก็มองอยู่เหมือนกัน ราวกับกำลังรอคำตอบไม่ต่างจากคนถาม “บิกีนี? คือพี่..ไม่เคยใส่” “โหพี่หนึ่ง รูปร่างดีขนาดนี้ถ้าใส่คง
กว่าจะได้นำศพของพ่อและแม่มาทำตามพิธีทางศาสนาได้ เหนือเมฆต้องฝ่าด่านอุปสรรคมากมายหลายอย่างเลย เนื่องจากศพนั้นถูกอายัด เพื่อหาเหตุผลทางคดี ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้ว คดีต่างๆถูกรื้อฟื้น ทรัพย์สินหลายอย่างถูกรื้อถอน สมบัติบางอย่างที่ได้มาด้วยความมิชอบธรรมก็ถูกยึดไป รวมถึงลูกน้องคนสนิทของพวกเขาด้วยที่ถูกจับเข้าตะราง เว้นก็แต่ธาดาเท่านั้นที่หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าหล่อนเป็นตายร้ายดีอยู่ที่ไหน แน่นอนว่าในเมื่อพยายามหาแล้วยังไม่เจอ คนที่เรื่องตัวเองก็ยังยุ่งเหยิงมากพอกว่าจะเข้าที่เข้าทาง ความใส่ใจย่อมไม่ละเอียดสักเท่าไหร่นัก คงได้แต่รอและภาวนาให้หล่อนนั้นปลอดภัย และติดต่อกลับมาเองหนึ่งอาทิตย์ให้หลัง วันนี้เป็นวันที่เขากลับมายังคฤหาสน์ เป็นบ้านหลังที่เขาเกิดมาและเติบโตอยู่ที่นี่แค่วัยเด็ก หลังจากนั้นก็ไปโตที่เมืองนอกกับคุณปู่ของเขา “จะขายจริงเหรอวะ” อาคีราถาม หลังจากเงียบกันไปพักใหญ่ เขารู้มาบ้างว่าเหนือเมฆได้ทำการจ่ายเงินก้อนโตให้กับเหล่าบริวารพ่อบ้านแม่บ้าน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ข้างนอก แต่เรื่องจะขายคฤหาสน์ให้ทางภาครัฐเพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์