เข้าสู่ระบบ[ตามง้อภรรยาสุดชีวิต + ทายาทหนุ่มแห่งแวดวงเมืองหลวงขึ้นสู่อำนาจ] ในขณะที่เซ่าเยว่กำลังแท้งลูก เจียงเฉินหานก็กำลังฉลองการกลับมาของคนในดวงใจ สามปีที่ทุ่มเทและอยู่เคียงข้าง สำหรับเขา ก็เป็นแค่แม่บ้านและแม่ครัวในบ้านเท่านั้น เซ่าเยว่หมดใจ ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะหย่า เพื่อนในแวดวงต่างรู้กันดีว่า เซ่าเยว่ขึ้นชื่อเรื่องติดหนึบเหมือนกาวที่สลัดไม่ออก “ฉันพนันว่าวันเดียว เซ่าเยว่จะกลับมาแต่โดยดี” เจียงเฉินหาน “วันเดียวเหรอ? เยอะไปแล้ว มากสุดครึ่งวัน” ในวินาทีนั้นที่เซ่าเยว่หย่า ก็ตัดสินใจไม่หันหลังกลับ เริ่มต้นยุ่งกับชีวิตใหม่ ยุ่งกับธุรกิจที่เคยทอดทิ้ง และยุ่งกับการทำความรู้จักคนใหม่ ๆ วันเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ เจียงเฉินหานก็ไม่เคยเห็นเงาของเซ่าเยว่ที่บ้านอีกเลย เจียงเฉินหานตื่นตระหนกขึ้นมาทันที ในงานประชุมธุรกิจระดับสูงครั้งหนึ่ง ในที่สุดก็ได้เจอเธอที่ถูกล้อมรอบด้วยฝูงชน เขาพุ่งเข้าไปอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น “เซ่าเยว่ เธอยังงี่เง่าไม่พออีกหรือไง?!” ซางจื้อเหนียนก้าวขึ้นมาขวางหน้าเซ่าเยว่ทันใด มือหนึ่งผลักเขาออกไป กลิ่นอายเย็นยะเยือกทำให้คนเกรงขาม “อย่ามาแตะต้องพี่สะใภ้ใหญ่ของนาย” เจียงเฉินหานไม่เคยรักเซ่าเยว่เลย แต่หลังจากที่เขาตกหลุมรักเธอ ข้างกายเธอก็ไม่มีที่ให้เขายืนนานแล้ว
ดูเพิ่มเติมเขาเคยแบกรับมันไว้ได้แต่ในตอนนี้ เจียงเฉินหานกลับรังเกียจความเงียบสงบเช่นนี้อย่างยิ่ง จนรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก จนอยากจะหนีไปให้พ้นทันใดนั้นเขาก็อยากโทรศัพท์หาเซ่าเยว่ เพื่อฟังเสียงของเธอ...เจียงเฉินหานอดทนไว้เขามีสัญชาตญาณว่า เซ่าเยว่จะไม่รับสายแน่นอนแล้วจะทำให้ตัวเองโมโหซ้ำอีกทำไม!......หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ววันนั้นเซ่าเยว่ไปดูภาพยนตร์กับซางจื้อเหนียน และได้รับรูปถ่ายคู่ที่เขาถ่ายส่งมาให้ เธอเก็บมันไว้ในโทรศัพท์ทั้งหมดไม่รู้ตัวเลยว่า รูปถ่ายคู่ของเธอกับซางจื้อเหนียน เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน แต่กลับมีรูปถ่ายมากกว่าตอนที่แต่งงานกับเจียงเฉินหานถึงสามปีเสียอีกเซ่าเยว่บันทึกรูปภาพเหล่านั้นไว้เงียบ ๆยังเหลือเวลาอีกตั้งสองปี ในอนาคตคงจะมีร่องรอยของการอยู่ร่วมกันอีกมากมายและยิ่งเป็นจริงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งโน้มน้าวซางอวิ้นได้มากขึ้นเท่านั้นนอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว สิ่งที่เซ่าเยว่ให้ความสนใจมากที่สุดในขณะนี้คือสิ่งที่เธออยากทำเธอเป็นคนลงมือทำทันที หลังจากดูภาพยนตร์จบ คืนนั้นเธอก็ปรึกษาเรื่องการเปิดบริษัทบันเทิงกับเฉิงเหยียนโย่วก่อนหน้านี้
เจียงอวี่เสียนรู้สึกตกตะลึงอย่างหนัก แม้ว่าเธอจะดูถูกเซ่าเยว่ แต่เซ่าเยว่ก็เคยเป็นพี่สะใภ้ของเธอมาสามปีเต็ม อย่างน้อยพี่ชายของเธอก็ไม่มีผู้หญิงอื่น ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ชู้สาวแต่ต่อมา เซ่าเยว่กลับได้ซางจื้อเหนียนมาเป็นแบ็กอัป จนบีบให้เธอจนมุม เจียงอวี่เสียนแทบจะโมโหจนตายอยู่แล้วซางจื้อเหนียนเป็นคนเย็นชา แข็งกระด้าง ไม่ยืดหยุ่น และเป็นเหมือนพวกบ้าอำนาจที่ต้องมาคุมเธอด้วย เจียงอวี่เสียนย่อมกลัวอยู่แล้ว จึงไม่กล้าทำอะไรเซ่าเยว่ได้มากนัก นอกจากด่าเพื่อระบายความค้างคาใจแต่ไม่เคยคิดเลยว่าทั้งสองคนจะพัฒนาไปในทิศทางของคู่รักได้นี่มันมั่วซั่วไปหมดแล้วไม่ใช่หรือไง?ถ้าเซ่าเยว่กับซางจื้อเหนียนคบกัน แล้วเธอยังต้องเรียกเซ่าเยว่ว่าพี่สะใภ้อยู่ไหม? ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สูญเสียอะไร... ไม่สิ ไม่สิ ไม่ควรคิดแบบนั้น! เธอไม่เคยนับซางจื้อเหนียนเป็นพี่ชายของเธอ!“พี่ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พี่รู้ไหม?” สมองของเจียงอวี่เสียนตื้อไปหมด ก่อนหน้านี้เธอสามารถรังแกเซ่าเยว่ได้ตามใจชอบ แต่ถ้าเซ่าเยว่คบกับซางจื้อเหนียนแล้ว เธอไม่กล้าแล้วนะ!“พี่รู้” เจียงเฉินหานถือโทรศัพท์ไว้ น้ำเสียงเย็นชา“พี่รู้
การเตรียมการจัดตั้งบริษัทบันเทิงถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่เซ่าเยว่ชอบการเรียนรู้และทำความเข้าใจในสาขาใหม่ ๆ ตรงกันข้ามมันกลับเป็นพื้นที่สบายใจของเธอ เพราะเธอเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะในฐานะผู้จัดการก็เช่นกันเซ่าเยว่ยังมีงานด้านวิจัยและพัฒนาอยู่ โดยปกติแล้วไม่ควรทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน แต่กฎนี้ใช้ไม่ได้กับเซ่าเยว่ เธอสามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างให้สำเร็จได้ในเวลาเดียวกันโจวซูไป๋ “ดีเลยครับ! ผมจะรอข่าวจากพี่!”ในใจของเขาตอนนี้ เซ่าเยว่เปรียบเสมือนเทพเจ้าที่มาโปรดสำหรับโจวซูไป๋ที่ไร้ญาติขาดมิตรในเมืองไห่ และไม่ไว้ใจบริษัทอื่น ๆ การยื่นกิ่งมะกอกของเซ่าเยว่จึงเป็นที่อยู่ที่สมบูรณ์แบบให้เขาได้พักพิงดูเหมือนว่าเขามีกำลังใจขึ้นมาทันที ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลักพาตัวไปอีก... แต่โจวซูไป๋ยังไม่คิดจะแจ้งความในตอนนี้อีกฝ่ายเป็นผู้มีทรัพยากรมากมาย มีวิธีจัดการกับเขาได้สารพัดอย่าง เขาคิดว่าควรเซ็นสัญญา ถ่ายทำภาพยนตร์อย่างสบายใจ และก้าวไปทีละขั้น หากโชคดีโด่งดังขึ้นมาในภายหลัง เขาก็จะไม่กลัวอีกต่อไป และจะมีแรงพอที่จะตอบโต้การที่โจวซูไป๋ได้พบกับเซ่าเยว่ นับเป็นโชคดีที่สุดยอดมากจริง ๆ
โจวซูไป๋ปิดรอยยิ้มบนใบหน้าไว้ไม่มิด ผิดกับความตื่นตระหนกตอนที่เข้ามาอย่างสิ้นเชิงเขาก้าวเดินไป พลางหันกลับไปมองกองถ่ายอยู่หลายครั้ง ราวกับยังอาลัยอาวรณ์ที่จะจากไปเซ่าเยว่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยตอนอยู่ที่ชานเมือง โจวซูไป๋ดูเหมือนลูกสุนัขจรจัด แต่ตอนนี้เขากลับเหมือนลูกสุนัขที่เจอเจ้าของและกำลังจะได้ใช้ชีวิตแสนสุข กินแล้วก็นอนไปวัน ๆท่าทีเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง“เขาได้บทแล้วใช่ไหม?”ซางจื้อเหนียนเหลือบมองอย่างเฉยชา “น่าจะใช่”“ทั้งหล่อและมีฝีมือ ยอดเยี่ยมไปเลย” เซ่าเยว่รู้สึกมั่นใจมากขึ้น และดีใจที่เขาได้รับบทนั้นเพราะตอนที่พาเขามาที่นี่ เธอมาพร้อมกับความคิดที่ว่า ‘ลองเสี่ยงดู’ ไม่คิดเลยว่าจะสำเร็จจริง ๆซางจื้อเหนียนมองเซ่าเยว่อย่างลึกซึ้งอีกครั้งไม่รู้ว่าเธอยิ้มไปกี่ครั้งแล้ว...เซ่าเยว่โทรหาโจวซูไป๋ มองจากระยะไกล โจวซูไป๋รับสายพร้อมกับมองไปรอบ ๆ จนกระทั่งเห็นรถของเธอ เขาก็กดตัดสาย แล้วรีบวิ่งมาอย่างรวดเร็วโจวซูไป๋หยุดที่ข้างหน้าต่างรถ ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความยินดี “พี่ครับ ผมได้บทแล้ว!”เขามีความสุขมากจนแม้แต่ซางจื้อเหนียนก็ไม่
เซ่าเยว่ไม่เคยหวังลม ๆ แล้ง ๆ อะไรจากเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ยังรู้สึกผิดหวังถึงขีดสุด เธอคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ เธอจึงโกรธเกินบรรยาย “เจียงเฉินหาน นายไม่ได้รักฉัน แล้วทำไมนายยังตามรังควานฉันมานานขนาดนี้?”ก็เพราะการรังควานของเขา เธอจึงจับมือเป็นพันธมิตรกับซางจื้อเหนียนเพราะฉะนั้นเธอไม่กลัวเจียงเฉิน
แต่เซ่าเยว่กลับยังคงนิ่งอย่างน่าประหลาดใจยิ่งเมื่อเธอเอ่ยถึงคำว่ารุ่นพี่ไปเมื่อครู่ ก็ทำให้เซี่ยอวิ๋นซูพลันนึกถึงเรื่องการศึกษาของเธอขึ้นมาใช่แล้ว เซ่าเยว่ก็เป็นนักศึกษาคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยเอเช่นกัน หรือว่าเธอเองก็มีฝีมือด้านเทคนิคพวกนี้ด้วย?“เซี่ยหมิง เซ่าสวินจะแก้ไขแล้วกู้ฐาน
แต่ทุกอย่างก็หายไปในพริบตาเซ่าเยว่ชะงักเล็กน้อย หลังจากความว่างเปล่าในหัวผ่านไป สิ่งที่โผล่มาในใจมีเพียงห้าคำสามปีที่ไร้ค่า“เพี๊ยะ!” เส้าเยว่ตบหน้าของเจียงเฉินหานหนึ่งครั้งแรงไม่มากนัก แต่หนักแน่นชัดเจนเจียงเฉินหานยังตกตะลึงกับฝ่ามือแรกอยู่ไม่ทันไร ฝ่ามือที่สองของเซ่าเยว่ก็ตบซัดเข้ามาอีกคร
เฉิงเหยียนโย่วพูดไม่ผิด เซ่าเยว่ก็คือซัน นักแข่งรถใต้ดินที่หายตัวไปหลายปีนั่นเองหลังจากเกิดเรื่องกับแม่ เซ่าเยว่ระบายความเศร้าในใจไม่ได้ จึงหลงใหลในกีฬาผาดโผนหลายชนิดมีเพียงเมื่อร่างกายของเธอถูกความเร็วสุดขีดครอบงำ สมองของเธอถึงจะหยุดคิดชั่วคราว ไม่คิดเรื่องลบ ๆ และใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่างเต






คะแนน
ความคิดเห็นเพิ่มเติม