เข้าสู่ระบบ
#คอนโดวันหนึ่ง
ร่างเล็กฝืนเปลือกตาอันหนักอึ้งให้เปิดขึ้น ทันทีที่มองเห็นเพดานสีขาวที่คุ้นเคยเธอก็ถอนหายใจพรืด แน่นอนว่ารู้สึกโล่งอกเป็นอย่างมาก ก่อนจะพยุงลุกขึ้นนั่งและลากสังขารไปยังห้องครัวหลังมั่นใจว่าบ้านจะไม่หมุน
(ไอ้ตู๋มันมาแทนมึงแล้ว พักเถอะ)
โทรศัพท์เครื่องบางแต่ไม่ได้หรูนักหนีบอยู่ระหว่างกกหูกับหัวไหล่ เนื่องจากเธอเอามือไปเปิดตู้เย็นและเทน้ำ แต่ทันทีที่ปลายสายพูดประโยคนั้นน้ำที่กำลังจะถูกกระดกก็ถูกถือค้างไว้
“บอกมันไปเรียน หนึ่งตื่นแล้ว เดี๋ยวเข้าไปเอง”
(มึงไหวแน่นะ)
“อืม”
(งั้นก็โทรไปบอกมันเองดิ พี่ขับรถอยู่ กำลังจะไปเปิดร้าน)
“ได้”
จบบทสนทนาวันหนึ่งก็ตัดสายทิ้ง เธอเลือกที่จะดื่มน้ำก่อนเพราะคอแห้งผาก จากนั้นจึงจะต่อสายหารุ่นน้องอีกคน
(พี่)
“เออ มึงไม่ต้องไปแล้ว ไปเรียนเลยอย่าขาด เดี๋ยวไปทำเอง”
(พี่ฟื้นแล้วเหรอ)
“แค่เมาเองตู๋ ไม่ได้ตาย”
ปลายสายเงียบไป ได้ยินแต่เสียงลม เธอที่กำลังหยิบน้ำแข็งก้อนเล็กมาอมเล่นกลับต้องเงียบตามไปด้วย
(ผมลาแล้วอะ แล้วก็ขี่รถออกมาแล้วด้วย ถ้างั้นไปเจอกันที่ร้านละกัน พี่จะทำก็เรื่องของพี่ งั้นเดี๋ยวผมจะนอน)
“สรุปมึงจะขาดเรียน”
(วันเดียวเองพี่ ไม่เป็นไร)
“ตามใจ แค่นี้นะ จะอาบน้ำ เอ่อ..ขี่รถดีๆล่ะ”
(ครับๆ)
เสียงปลายสายฟังดูตื่นเต้นขึ้นทันทีอย่างถนัดตา วันหนึ่งส่ายหน้าให้กับสิ่งนั้นหลังจากตัดสายไป แล้วหมุนตัวเดินเข้าห้องน้ำโดยไม่ลืมหยิบผ้าเช็ดตัวจากราวมาพาดบ่า
หลายวันต่อมา
ที่สนามแข่งมีการฝึกซ้อมอย่างหนัก ได้ยินเสียงท่อของแต่ละคันดังผสานกันระงม เหนือเมฆมีหน้าที่มาฝึกซ้อมให้กับรุ่นน้องที่เพื่อนสนิทของเขาอัดฉีดเป็นสปอนเซอร์ให้ตามที่เขานั้นรับปาก ส่วนเวลาที่เหลือนำไปใช้กับงานโรงพยาบาลเป็นหลัก เนื่องจากว่าช่วงนี้หมอในแผนกเดียวกันหลายคนต้องไปดูงานที่ต่างประเทศบางคนพาผู้ป่วยไปเที่ยว ถึงแม้ว่าบุคลากรในโรงพยาบาลเอกชนจะมีมากพอ แต่การที่หายไปสักคนสองคนเขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง ยังไงก็หนักอยู่ดี เพราะการตรวจวินิจฉัย วางแผน และดูแลรักษาจะกลายเป็นหน้าที่ตัดสินใจของเขาทั้งหมด แล้วถ้าหากว่าเขาพลาดล่ะ ..จะเกิดอะไรขึ้น
“ที่โรงบาลเป็นไงบ้างพี่ ช่วงนี้ผมว่าพี่ดูเครียดๆนะ”
รุ่นน้องที่เงียบไปนานพอสมควรเงยหน้าขึ้นมาถาม หลังดับหน้าจอเรืองแสงบนโทรศัพท์ที่ก่อนหน้าใช้คุยแชทกับใครสักคน
“อืม ค่อนข้าง”
“ถึงว่าพี่ไม่มีสมาธิที่จะลงแข่ง”
“กูกลัวไม่มีสมาธิตอนผ่าตัดมากกว่า”
เขาพูดน้ำเสียงสบายๆราวกับไม่มีอะไรยาก หากแต่คนฟังตอนนี้ไม่ว่าจะครั้งไหนๆที่ได้ยินเรื่องนี้มีแต่จะอ้าปากค้างทั้งนั้น
“ผมนี่โคตรนับถือพี่เลยพี่เหนือ พี่นี่แม่ง..สุดยอด”
“อย่าชมกูมากไอ้สัส เดี๋ยวกูเหลิง”
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองไปเรื่อย ต้องการเสพบรรยากาศตอนกลางคืนของสนามโดยรอบ ก่อนจะถอนหายใจพรืดก็ตอนก้มลงดูเวลา
“มึงไปซ้อมดริฟต์อีกสักสองรอบไป สี่ทุ่มละกูจะกลับ พรุ่งนี้มีผ่าตัดอีก”
“โอเค ว่าแต่พี่.. จะไปเป็นเพื่อนสักกับผมวันไหน”
เหนือเมฆขมวดคิ้ว มองคนตรงหน้าที่ดูท่าทางจริงจังทั้งที่เขานั้นลืมเรื่องนี้ไปแล้ว
“ไอ้เพิร์ธนั่นมันเรื่องไร้สาระ”
“ผมจะจีบคนนี้จริงๆพี่ ช้าไปเดี๋ยวหมาคาบไปแดก”
“ไม่ใช่ว่าคาบไปแล้วเหรอ”
“โหพี่ ทำไมพูดแบบนี้วะ”
“มึงรู้ได้ไงว่าเธอโสด เธออาจจะมีผัว”
“ผมถามแล้ว เธอบอกว่าเพิ่งเลิกกับแฟน”
เหนือเมฆคลี่ยิ้มมุมปากก่อนจะส่ายหน้า หยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบ ซิปโป้ขึ้นมาจุด แล้วพ่นควันโขมง
“ถ้ามึงโอเวอร์สเตียร์เข้าตากูทั้งสามรอบ ผ่าตัดเสร็จพรุ่งนี้กูจะไปกับมึงเลย”
“จริงปะพี่”
“กูเคยพูดเล่นรึไง?”
“ได้พี่ งั้นจัดไป”
“ทั้งสามรอบนะมึง”
“ครับ”
เสียงน้ำไหลในอ่าง ช่วยบรรเทาความประหม่าภายใต้ความเงียบได้ดีทีเดียว หลังร่างเล็กถูกเขาประคองมาถึงห้องน้ำ และให้เธอนั่งอยู่ในอ่างที่มีน้ำไม่ถึงครึ่ง โดยถอดเสื้อผ้าออกไปทั้งหมด ความตื้นเขินถาโถมหลังจากนั้น เมื่อเขาเอาแต่จ้องมองเรือนร่างเปลือยตรงหน้าตาไม่กะพริบ ความรู้สึกมายมายที่ไม่สามารถระบายกระจายไปทั่วพื้นที่สมอง คืนนี้ทั้งคู่มีสติ ไม่เหมือนคืนก่อน ถึงได้ต่างฝ่ายต่างเงียบกริบกันเช่นนี้ “หนาวหน่อย ไม่ได้ผสมน้ำอุ่น” “มะ ไม่เป็นไรค่ะ” แขนเรียวข้างที่มีผ้าพันแผลถูกเขายกไปวางบนตักแกร่งของตัวเอง ส่วนอีกข้างถูกรดด้วยน้ำจากอ่างที่ใช้มือตัก เขาทำมันอย่างอ่อนโยน ประหนึ่งอาบน้ำให้เด็ก การกระทำนี้ทำให้เธอเผลอนิ่วหน้า ก่อนก้มหน้างุดหลีกเลี่ยงการร้องไห้ ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเธอ..ไม่เคยเลย “เป็นอะไรไป” “หนึ่งเป็นเด็กกำพร้า” “หืม?” จู่ๆเธอก็โพล่งขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำมือหนากำลังถูเนื้อเนียนอย่างละเมียดละไมชะงัก เงยหน้าขึ้นมาสบตาไหววูบ คิ้วที่ขมวดเข้าหากันของเขาบ่งบอกถึงควา
เขาพาเธอมายังคอนโดของเขาแทนที่จะพาไปโรงพยาบาล เนื่องจากอยู่ใกล้ที่สุด ความเงียบเข้าปกคลุมมาตั้งแต่ในรถ จนกระทั่งถึงห้องก็ยังไม่มีอะไรหลุดออกมาจากปากของพวกเขา ตอนนี้อยู่ในห้อง ทั่วพื้นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยา ระหว่างทำแผล “ดีจัง ไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลเลย” ร่างเล็กคลี่ยิ้ม ช้อนตาขึ้นมองร่างสูงตรงหน้า ที่เอาแต่ทำหน้าเคร่งขรึม เขาเหลือบตาขึ้นมามอง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “แผลนี้ต้องเย็บนะ ทนไหวไหม” “ไหวค่ะ” “จะทำให้เบาที่สุด” ถึงจะบอกไปอย่างนั้น แต่เธอก็หวาดเสียวอยู่ดี พลันเบือนหน้าไปทางอื่นก็ตอนเห็นเข็ม และกัดปากเป็นการระบายความเจ็บปวด เขาเลือกที่จะเย็บสดๆเพียงเพราะต้องการให้ปากแผลปิดง่ายหายเร็วภายใต้การรอบมองของผู้รักษาเป็นระยะๆ จังหวะเข็มทิ่มทะลุเนื้อ ด้วยความกังวลว่าเธอจะเจ็บ ทว่าผิดคาดเธอไม่งอแงเลย เดาว่าการเย็บสดครั้งนี้คงจะเจ็บน้อยกว่าตอนมีดบาดเป็นไหนๆ หรือไม่ก็เจ็บจนชาไม่รู้สึกอะไร “ขอบคุณค่ะ”หลังจากเขาทำแผลเสร็จ ติดเทปบนผ้าก็อตเป็นอย่างสุดท้าย เธอก็ยิ้มให้อีกครั้ง เหนือเมฆรู้ว่ารอยยิ้มบาง
“อีหนึ่ง” มือหนาถูกกำเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันปูด ก่อนจะเดินเร็วเข้ามาหาเธออย่างลืมตัว กะจะจัดการตามอารมณ์รุนแรงที่ไม่สามารถข่มได้เหมือนที่ผ่านมา จนลืมไปว่าตอนนี้เธอถือมืดใช้ตัวเองเป็นตัวประกันอยู่ มานึกขึ้นได้และขึงตากว้างก็ตอนที่คมมีดเฉือนลงไปบนเนื้อของหญิงสาวแล้ว ฉึก! เกิดแผลฉกรรจ์บนแขน เห็นเลือดค่อยๆซึมออกมาก่อนไหลเป็นทางตกหล่นบนพื้น เซนต์เห็นภาพนั้นถึงกับตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก “เชี่ย หนึ่ง..นี่มึง..” “เข้ามาอีกสิ คราวนี้..” แม้ว่าจะเจ็บปวดแต่เธอก็ยังฝืน ยอมกัดฟันไว้ ก่อนจะย้ายปลายมีดมาจ่อที่คอแทน “ตรงนี้.. หลังจากนี้ก็จัดการศพของกูด้วยละกัน” เป็นจังหวะเดียวกันกับที่โทรศัพท์ดังขึ้นมาพอดี คราวนี้เป็นสายโทรเข้า เธอไม่ได้หันไปมอง ทว่าหัวใจกลับเต้นแรง ใบหน้าเห่อร้อนวูบวาบ และปวดหนึบตรงกลางอก ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เพิ่งรู้ว่าการทำตัวเองเจ็บปวดด้วยน้ำมือของตัวเอง มันเสียใจอะไรมากมายขนาดนี้ เธอจ้องเขม็งไปยังร่างสูงตรงข้าม สายตาแข็งกร้าวเอาเรื่อง ก่อนถอยมีดออกจากตัวอีกครั้ง เพื่อ
อารมณ์รุนแรงของเซนต์ หลังจากขาดสติเมื่อครู่ได้เผลอทำร้ายร่างกายวันหนึ่ง จนเธอตกใจ กลายเป็นชนวนเหตุให้ต้องปกป้องตัวเอง เขาเข้าใจมันดี เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าครั้งนี้เธอจะใจเด็ดถึงขั้นกล้าเล่นมีด และเริ่มลังเลเมื่อสังเกตจากแววตาเห็นความนิ่ง และมุทะลุ เขาถึงได้ไม่กล้าแลก ไม่ใช่เพราะกลัวตัวเองตายหรือเจ็บ แต่กลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจไปทำตัวเองมากกว่า“วางมีดลงหนึ่ง เดี๋ยวก็เจ็บตัวจริงๆหรอก” “งั้นก็ออกไปสิ” “หนึ่ง.. กูไม่..” “ออกไป! ถ้ากลัวว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ มึงก็ออกไป” “ให้โอกาสกันหน่อยไม่ได้เหรอวะ” “โอกาสอะไรอีก กูให้มึงมามากแล้วเซนต์ เพราะให้มากเกินไปไง กูถึงได้เป็นแบบนี้ มึงรู้ไหม..ตอนนี้กูแม่งโคตรไม่ชอบตัวเองเลย ..เพราะมึง” เธอหมายถึงงานที่เธอรัก ชีวิตที่เธอต้องการ ผู้คนที่เคยคัดสรรให้เข้ามาในชีวิตด้วยตัวเอง และอะไรต่อมิอะไรที่เธอเคยจัดการมันได้ ด้วยสองมือของเธอ แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่าทุกอย่างเหมือนฝืนไปหมด ยากไปหมด แม้กระทั่งที่ซุกหัวนอน เธอไม่ได้ชอบที่นี่ กลับต้องย้ายมาอย่างจำใจด้วยเหตุผลเพรา
เส้นผมของเธอถูกกระชากไปข้างหลังอีกครั้ง หลังเขาพุ่งเข้ามาอีกรอบ หญิงสาวกัดฟันกรอด ทอดมองเพดานที่อยู่ภายในม่านตา ก่อนจะตัดสินใจกระทืบเท้าเขาอีกที จากนั้นถีบกลางลำตัวจนเขาถอยร่นไปไกลพอสมควร “อีหนึ่ง!” และเพราะรู้ว่าไม่สามารถสลัดไปได้อย่างถาวร แค่ถ่วงเวลาไว้ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เธอจึงคิดว่าวิธีอื่น จังหวะนั้นเหลือบไปเห็นมีดจึงไม่รีรอที่จะวิ่งไปคว้าไว้ ก่อนจะชี้ไปข้างหน้าอย่างสิ้นคิด “เข้ามาสิ คราวนี้กูแทงจริงๆด้วย”“เข้ามาสิ คราวนี้กูแทงจริงๆด้วย” ในตอนนั้นเธอคิดแบบนั้นจริงๆ มือบางถึงได้ไม่สั่น แต่จับด้ามมีดแน่นและอยู่ในท่าเตรียมพร้อม ในสมองไม่มีห่วงอะไรเลย นั่นเพราะเธอตัวคนเดียว ที่ผ่านมาเธอหนีเพราะอยากมีชีวิตรอด และอาจจะรักชีวิตมากเกินไปจึงเลือกที่จะยอมเอาตัวเข้าแลก เพื่อเปิดทางให้ใครอีกคนเข้ามา คนที่ใครต่อใครบอกว่าเขาสามารถช่วยเธอได้ ทว่าตอนนี้เหมือนจะรู้แล้วว่าต่อให้เป็นคนที่มีอิทธิพลมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถปกป้องเธอได้ทัน เท่ากับตัวเธอเองที่ช่วยเหลือตัวเอง ต่อมาคือความน้อยใจต่อโชคชะตาที่มีต่อเบื้องบน เธออุตส่า
“พี่เซนต์..” ประตูถูกปิดทันทีที่ตั้งสติได้ แต่เหมือนจะเร็วไม่เท่ามือเขา ที่คว้าบานประตูไม่กลัวจะถูกปิดทับ ความรู้สึกกลัวถาโถมในใจเพียงชั่วพริบตาเดียว เป็นชนวนเหตุทำให้หัวใจเต้นแรง เธอทำอะไรไม่ถูกรนไปหมด “มึงต้องเชิญกูเข้าห้องหนึ่ง ไม่ใช่ปิดประตูใส่” “ขึ้นมาได้ไง” ประตูบานนั้นยังคงถูกยื้อยึดฉุดกระชาก กระทั่งฝ่ายหญิงพ่ายแพ้เพราะทนแรงอีกคนไม่ไหว บานประตูถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างเล็กที่ปลิวไปตามแรง “ง่ายจะตาย” เท้าเล็กถอยร่นไปข้างหลัง ดวงตาขึงกว้างตอนประตูปิดกลับ “บอกแล้วไง มึงหนีไม่พ้น” เพิ่งจะตระหนักได้ว่ามีเงินเช่าคอนโดที่ราคาแพง ความปลอดภัยก็จะแพงตามด้วย อันที่จริงที่นี่ก็ไม่เลว แต่เขาอาจจะใช้กลอุบายพร้อมกับเงินมากกว่าถึงได้เข้ามาได้สำเร็จเซนต์จัดเป็นคนหน้าตาดีมากคนหนึ่ง ถ้าไม่ได้รู้จักมากพอ ดูเผินๆเขาดูเหมือนคนไม่มีพิษไม่มีภัย ด้วยบุคลิกท่าทางที่ดูใจดี แต่ใครจะรู้ว่าเขานี่แหละคือวายร้าย คนเลวคนหนึ่งที่ควรไปนอนในคุก มากกว่าเดินคลุกคลีอยู่กับคนปกติและคนอย่างเซนต์มักจะใช้เงินฟาดหัวคนอื่นเพื่อแลกกับสิ่งที




![บัตเลอร์ที่รัก [3P]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


