เข้าสู่ระบบหลังเรียนจบมาได้เพียงเดือนเศษ อมลรดา ต้องมารับภาระหนี้สินจากบิดากว่าสี่สิบล้านบาท การเจรจาขอประนอมหนี้กับ อคิณ เจ้าของโรงแรมแกรนด์ธาดาไม่ใช่เรื่องง่าย กลายเป็นว่าเธอถูกเขายื่นข้อเสนอให้มาทำหน้าที่เป็น ‘พยาบาลส่วนตัว’ ช่วยให้เขากลับมาฟิตปึ๋งปั๋งหลังถูกลอบทำร้าย อย่างนี้ก็ได้เหรอ ยัง...ยังไม่พอเท่านั้น เพราะเขากำลังยกฐานะ ‘ภรรยาจำเป็น’ ให้อีกด้วย แล้วเงื่อนไขการใช้หนี้จะจบอย่างไร จะถอนตัวทันไหม เมื่อความสัมพันธ์เริ่มยุ่งเหยิง หรือจะเปลี่ยนเขาจาก ‘เจ้าหนี้’ มาเป็น ‘คุณสามีที่รัก’ ดี!
ดูเพิ่มเติม“ออกไป!” คนไข้หนุ่มที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงตะเบ็งเสียงลั่นห้องด้วยความเกรี้ยวกราดพร้อมกับปาไอแพดที่แสดงภาพข่าวและพาดหัวตัวโตว่า ‘วิวาห์หมื่นล้านล่มไม่เป็นท่า เจ้าสาวหนีงานแต่งงานไปกับชู้รัก’ ไปกระแทกผนังห้องจนแตกกระจาย ทำให้พยาบาลสาวที่ถืออุปกรณ์เช็ดตัวเข้ามาพอดีหยุดชะงัก ยืนตัวสั่นน้ำตาคลออยู่ปลายเตียง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อคิณอาละวาด และนี่ก็ไม่ใช่พยาบาลคนแรกที่ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ หนึ่งเดือนเต็มที่ชายหนุ่มเข้ามารักษาตัวเนื่องจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในคืนวันแต่งงาน เหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นทุกวัน จนพยาบาลทั้งวอร์ดเข็ดขยาด ไม่มีใครอยากเข้ามาดูแล แม้ว่าข่าวนี้จะผ่านมาเป็นเดือนแล้ว แต่ทุกครั้งที่เปิดมาเจอเขาก็จะสติแตกแบบนี้ทุกที
“เกิดอะไรขึ้นคะ” อมลรดาเดินเข้ามาถามพยาบาลพลางปรายตามองไปยังชายหนุ่มที่นั่งทำหน้าบึ้งตึงอยู่บนเตียง
“คนไข้ไม่ยอมเช็ดตัว ข้าวก็ไม่ยอมทานตั้งแต่เช้าแล้ว”
อมลรดาเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังห้อง เห็นว่าเป็นเวลาบ่ายสองโมงกว่าแล้วจึงถามหาแม่และพี่สาวของคนไข้เจ้าปัญหาที่อายุสามสิบปีแล้วแต่ยังทำตัวเกเรเหมือนเด็กสิบขวบ “คุณสุมาลีกับคุณแพรวาทราบหรือยังคะว่าคุณอคิณเป็นแบบนี้”
“ติดต่อไม่ได้ทั้งคู่เลยค่ะ” พยาบาลสาวบอกเสียงสั่น ท่าทางเป็นกังวลเพราะอคิณมีไข้ต่ำๆ และยังไม่ได้กินยาทั้งวัน หมอจะฉีดยาให้ก็ไม่ยอม และทั้งที่แขนขวาหักจนต้องเข้าเฝือก รวมถึงขาทั้งสองข้างก็ใช้งานได้ไม่ปกติ แต่เจ้าตัวก็ตะเกียกตะกายจะกลับบ้านให้ได้ “จะทำยังไงดีคะ คนไข้ไม่ยอมฟังใครเลย”
“ฉันจัดการเอง” อมลรดาคว้าอ่างน้ำและผ้าขนหนูผืนเล็กในมือพยาบาลมาถือไว้ “คุณพยาบาลไปเตรียมอาหารกับยามานะคะ”
“อยู่บนโต๊ะแล้วค่ะ รบกวนด้วยนะคะ” พยาบาลบอกแล้วรีบชิ่งออกไป นาทีนี้จะว่าเธอทิ้งหน้าที่ก็ยอม เพราะอคิณน่ากลัวเกินกว่าจะเข้าใกล้
อมลรดาพยักหน้ารับกับพยาบาลแล้วเดินเข้าไปหาคนที่เกือบจะได้ชื่อว่าเป็น ‘พี่เขย’ ของเธอที่ข้างเตียง “ฉันจะเช็ดตัวให้ เสร็จแล้วคุณจะได้ทานข้าวทานยา”
“นี่คุณยังกล้ามาให้ผมเห็นหน้าอีกเหรอ!” อคิณกัดกรามแน่นอย่างแค้นเคือง เพราะนอกจากพี่สาวของเธอจะทำให้เขากลายเป็นคนโง่ในสายตาของคนในสังคมแล้ว เขายังเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันก่อนว่าพ่อของเธอซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ของโรงแรม ‘แกรนด์ธาดา’ ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริหารอยู่ ยักยอกเงินไปถึงสี่สิบล้านบาท
“ฉันมาเจรจาเรื่องคดีของคุณพ่อ” หญิงสาวบอกอย่างละอายใจ เธอไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำของพ่อเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ยินดีที่จะชดใช้ทุกอย่างแทน เธอจะไม่หนีเหมือนที่พ่อเธอทำ
อมลรดาถูกส่งไปเรียนที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่เรียนจบชั้นมัธยมต้น และเรียนอยู่ที่นั่นจนจบปริญญาตรี เจ็ดปีเต็มที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัว ทำให้เธอรู้เรื่องเกี่ยวกับพ่อและพี่สาวน้อยมาก โดยเฉพาะอคิณ ผู้ชายที่พี่สาวเธอแต่งงานด้วย เธอแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย นอกจากเขาเป็นเจ้านายของพ่อ และเป็นชายหนุ่มแปลกหน้าที่เธอบังเอิญให้ความช่วยเหลือที่ประเทศอังกฤษเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ก่อนจะกลับมาเจอกันอีกครั้งที่ประเทศไทยและพบว่าเขาเป็นว่าที่พี่เขยของเธอ
“ก่อนคุย ให้ฉันเช็ดตัวให้คุณก่อนนะคะ คุณจะได้ทานข้าว ทานยา” หญิงสาวหันไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กจุ่มลงในอ่างน้ำอุ่นแล้วบิดพอหมาด แต่ยังไม่ทันเสร็จดี อคิณก็ปัดอ่างน้ำตกพื้น เสียงดังโพล้งเพล้ง น้ำนองเต็มพื้น
“กลับไป! ไม่ต้องมายุ่งกับผม!!!”
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้





