Masukเพราะเธอทำให้ความรักของเขากลายเป็นความแค้น เขาแต่งงานกับเธอเพียงเพราะต้องการเอาคืน…จากรักมาก กลับกลายเป็นแค้นมาก โกรธมาก! จากที่ยอมเสียสละให้ไปในวันนั้น หวังเอาไว้ว่าพี่สาวตัวเองจะมีความสุข แต่แล้ววันหนึ่งกลับต้องมาเสียพี่สาวฝาแฝดไป เพราะเธอโดนรถชนในวันแต่งงาน!!! ใครที่เป็นคนทำ เธอจะทำให้มันได้รับกรรมอย่างสาสม ส่วนเขาที่มีส่วนเกี่ยวข้องเธอจะใช้เขาเป็นตัวล่อให้คนที่ทำผิดออกมาให้ได้
Lihat lebih banyakประเทศไทย
บนทางด่วนที่รถติดมากๆของวันในช่วงเช้า รถหรูพยายามขับแซงขับเบียดรถคันอื่น เพื่อให้เจ้านายด้านหลังไปเข้าเรียนได้ทันเวลา สาวสวยฝาแฝดนั่งอยู่ด้านหลังทอดมองรถบนท้องถนน ที่ต้องเจอแบบนี้แทบจะทุกเช้า อีกไม่กี่เดือนเธอทั้งสองก็จะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยกันแล้ว และคณะที่เธอสองคนเลือกเรียนนั้นก็ไม่ทำให้ต้องเดายาก บ้านเป็นเจ้าของบริษัท เธอสองคนก็ต้องเลือกที่จะเรียนบริหารอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่คณะที่มนิตาฝาแฝดคนเล็กอยากเรียนเลยสักนิด หลังจากเรียนจบก็ไม่ต้องไปหาบริษัทไหนเข้าทำงานให้เสียเวลา เพราะครอบครัวของสองสาวเป็นเจ้าของบริษัทที่จัดจำหน่ายเครื่องดื่มทุกชนิด แต่สิ่งที่ขายดีและทำเงินให้กับบริษัทมากที่สุด เห็นจะเป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล์
“ลุงโจคะ ขับเร็วกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ นิตาเบื่อจะแย่อยู่แล้ว ทำไมเขาไม่ทำถนนให้มันใหญ่ๆไปเลยนะ รถเยอะกว่าพื้นที่ถนนแล้ว” มนิตาฝาแฝดคนเล็กบ่นออกมาเล็กน้อย เพราะเธอไม่ชอบอยู่กับอะไรที่นิ่งนานๆ เหมือนคนสมาธิสั้น
“ไม่ต้องบ่นเลยยัยนิ เพราะเรานั่นแหละตื่นสายเลยต้องออกมาสายเลยเนี่ย”
เมื่อเห็นน้องสาวบ่นเป็นเด็ก มธุสรจึงยิ้มและส่ายหัวออกมาทันที จะไม่ให้เป็นแบบนี้ได้ยังไงล่ะ ที่ต้องมาเจอรถติดนี่ก็เพราะเจ้าตัวนั่นแหละ นอนก็ดึกพอถึงเวลาต้องตื่นกลับไม่ยอมตื่นซะงั้น พอตื่นมาก็รู้ว่าสายไปแล้ว15 นาที ลำบากลุงโจต้องขับเร็วและยังต้องคอยแซงทุกคันที่สามารถจะแซงได้ไปอีก
มธุสรเธอเป็นคนเรียบร้อย พูดจาอ่อนหวาน แต่ไหวพริบก็ยังสู้มนิตาไม่ได้ ด้วยความขี้กลัว ขี้คิดมาก และมักจะชอบแคร์ความรู้สึกคนอื่นเป็นหลักมากกว่าแคร์ความรู้สึกของตัวเอง ทำให้มนิตาต้องกลายเป็นคนห้าวๆ เปรี้ยวๆ กล้าได้กล้าเสีย เพื่อมาคอยปกป้องพี่สาวของเธอให้พ้นจากเงื้อมมือเพื่อนคนอื่นๆที่มักจะคอยแกล้งมธุสรเป็นประจำ แต่เรื่องการเรียนเธอทั้งสองไม่แพ้กันเลย เก่งเหมือนกันทั้งคู่จบมาคงไม่พ้นเกียรตินิยมอันดับหนึ่งทั้งสองคนแน่นอน ช่างเป็นหน้าเป็นตาให้กับวงศ์ตระกูลของครอบครัวเธอจริงๆ
ไม่นานรถหรูก็เข้ามาจอดหน้าคณะ แต่ถึงจะออกมาสายเจอรถติดยังไงอาจารย์ก็ยังไม่เข้า ทำให้เธอมีเวลาที่จะไปเจอเพื่อนของเธออีกคนที่มารอเธอตั้งแต่เช้าแล้ว
“รอนานไหมดา ขอโทษทีนะวันนี้รถติดมากๆเลย ยัยนิตื่นสายด้วยยิ่งช้าไปกันใหญ่” มธุสรพูดพลางทำปากจู๋ชี้ไปทางน้องสาว
“แหมจ้าาา…สายเพราะฉันคนเดียวแหละเนอะ” มนิตามองบนขึ้นมาทันที ไม่ได้สายเพราะเธอคนเดียวสักหน่อย มธุสรเองก็มัวแต่ช่วยคุณแม่เตรียมของในครัวจนช้าเหมือนกัน
“ไม่ต้องเลยๆ ฉันก็มาเช้าของฉันอยู่แล้ว ฉันอยู่หอในนะอย่าลืมสิ ห้องฉันก็อยู่แค่นี้ไม่อยากอยู่ในห้องนานๆด้วย ฉันคอยมาอ่านหนังสือทบทวนรอพวกเธอสองคนดีกว่า”
“อ่านไรเยอะแยะ ทำได้อยู่แล้วยิ่งทวนยิ่งสับสน” มนิตาพูดพลางหยิบมือถือขึ้นมากดอัปเดตข่าวสาร
“ใครจะเหมือนเธอสองคนละยะ ต่อให้ไม่อ่านก็ทำได้คะแนนเต็ม ความจำนี่ดีเหมือนกันไม่ผิดเลยที่เป็นฝาแฝดที่เหมือนกันจนแยกแทบไม่ออกขนาดนี้” ดารินพูดไปยิ้มไป
“เราว่าไปเข้าเรียนกันดีกว่า ไม่เกิน 5 นาที อาจารย์น่าจะเข้าแล้ว” มธุสรมองดูเวลาแล้วเห็นว่าใกล้ได้เวลาเข้าเรียนแล้วจึงได้ชวนอีกสองคนให้เข้าเรียน เพราะวิชานี้มักจะมีสอบหลังเรียนเสร็จทุกครั้ง เธอไม่อยากจะพลาดแม้แต่คำเดียวที่อาจารย์สอน
หลังจากที่เรียนเสร็จสองสาวก็เรียกให้คนขับรถ ขับมารับเธอทั้งสองคนกลับบ้านทันที ปกติแล้วหลังเรียนเสร็จเธอสามคนมักจะไปหาอะไรกินกันก่อน แต่วันนี้ดารินบอกว่ามีธุระของสโมฯ จัดเตรียมกิจกรรมเปิดบ้านรับน้อง ๆเด็กปีหนึ่งที่จะเข้ามาหาหอพักอยู่ ดารินเป็นเด็กฐานะธรรมดาไม่ได้ร่ำรวยเหมือนสองแฝด เธอได้รับทุนการศึกษา จึงต้องคอยทำกิจกรรมที่ทางมหาลัยกำหนดให้เก็บหน่วยกิจเพิ่มจากหน่วยกิจชั่วโมงเรียน แต่เรื่องฐานะเธอทั้งสามคนไม่มีใครสนใจเลยสักนิด แถมยังเป็นเพื่อนที่รักกันมากคอยช่วยเหลือกันตลอด คบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ดารินเป็นคนเข้าหาสองแฝดเพราะทึ่งในความที่หน้าเหมือนกันมากๆจนแยกไม่ออกว่าคนไหนเป็นคนไหน ต่างจากฝาแฝดคนอื่นที่พอจะมองออกบ้าง แถมยังหน้าตาดีทั้งคู่อีกด้วย คนอะไรจะเพอร์เฟคไร้ที่ติได้ขนาดนี้นะ เป็นคำที่ดารินคิดในใจเมื่อเจอสองสาวครั้งแรก ทำให้สนิทกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
“นิตอนเย็นไปไหนไหม พี่ว่าจะชวนคุณพ่อกับคุณแม่ไปทานข้าวร้านโปรดสักหน่อย” มธุสรเอ่ยถามขณะที่เดินเข้ามาในห้องของน้องสาว
“เย็นนี้เหรอสร นิไม่ว่างอะมีธุระเป็นพรุ่งนี้แทนได้ไหม พรุ่งนี้เราไม่มีเรียนหนิ ต้องเข้าบริษัทพร้อมท่านทั้งสองอยู่แล้ว เลิกงานก็จะได้แวะเลย” มนิตาตอบแบบพยายามเฉมองไปทางอื่น
“นิมีธุระเหรอ กับใครอะมีใครที่สรไม่รู้จักด้วยเหรอ”
“เพื่อนที่รู้จักกันที่ยิมอะแหละ นัดแฮงค์เอาท์กันนิดหน่อยอะ เห็นว่าสรไม่รู้จักนิเลยไม่ได้ชวน อีกอย่างสรไปสรก็ไม่กิน เดี๋ยวจะนั่งเบื่อเปล่าๆ”
“อืม..ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย พรุ่งนี้ก็ได้ไม่เสียเที่ยวดี” มธุสรพูดพร้อมกับยิ้มแล้วก็ขำในท่าทางของน้องสาว สงสัยกลัวเราจะคิดมากแน่ ๆ เห้ออ ยัยนินี่นะเห็นห้าวๆ พูดจาไม่ไว้หน้าใครแบบนี้ เป็นห่วงความรู้สึกของฉันที่หนึ่งเลย แบบนี้ไม่รักยังไงไหว
“เฮ้ออออ….” มนิตาผ่อนลมหายใจออกมายาวๆคล้ายกับหมดกังวลกับอะไรบางอย่าง
ช่วงค่ำของวันเดียวกัน มนิตาแต่งตัวเป็นเดรสสายเดี่ยวสีขาวมุกผ้าซาตินปล่อยชาย 1 ข้าง มีลูกเล่นตรงสร้อยคอเงินที่ฝังเพชรเม็ดเล็กๆไว้ เห็นแบบนี้บอกเลยราคาไม่ต่ำกว่า 5 ล้านแน่นอน การแต่งหน้าของเธอวันนี้ก็ออกมาสวยเฉียบแต่แอบซ่อนความหวานไว้ที่พวงแก้มทั้งสอง และริมฝีปาก และแน่นอนที่เธอต้องแต่งตัวสวยออกมาปาร์ตี้กับเพื่อนวันนี้ไม่ใช่เพื่อนที่ยิม เหมือนที่เธอบอกมธุสรไปหรอก แต่เป็นแฟนหนุ่มของเธอเองต่างหาก เขาชื่อ ราเชนน์ (ราเชนน์ พัฒนวิเศษ) ลูกชายเจ้าของธุรกิจสายการบินที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ เธอทั้งสองเจอกันที่ยิมจริง และชอบพอกันจนต่างคนต่างแลกคอนแทคกันมาเพื่อสานต่อความสัมพันธ์ ความจริงแล้วเขาและเธอคบกันมาได้ปีกว่าๆแล้ว แต่ไม่มีใครรู้เลยนอกจากเพื่อนของราเชนน์ เพราะบ้านของมนิตาถึงแม้เธอจะไม่ค่อยฟังใครเท่าไหร่นัก แต่บิดาของเธอได้ยื่นคำขาดมาว่า ห้ามมีแฟนก่อนเรียนจบ!!! ถ้าขืนมีจะให้ไปทำงานที่โรงกลั่นไวน์ที่เวเนซุเอลาคนเดียว และห้ามกลับมาจนกว่าจะทำให้บริษัทที่นู่นมีผลกำไรถึงพันล้าน เหอะ! พอได้ยินคำขู่นี้ทำให้มนิตาถึงขั้นอึ้งไปสักพัก ผลกำไรพันล้านเนี่ยนะ จะทำได้ยังไงประเทศนั้นเศรษฐกิจเป็นฟองสบู่ไปหมดแล้วนะ เอาเงินมาโปรยเล่นยังได้เลย เธอเลยเก็บความลับนี้เอาไว้ และพอเรียนจบค่อยพาราเชนน์ไปเปิดตัวก็ยังไม่สาย
“พี่เชนน์รอนิตานานไหมคะ ขอโทษทีนะคะต้องไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำมาเลยช้า” มนิตาเดินเข้ามาพลางกล่าวขอโทษแฟนหนุ่มอย่างหน้าสลด ขืนเธอใส่ชุดนี้ออกมา คนในบ้านได้งงกันพอดี ไปปาร์ตี้ที่ไหนแต่งตัวอย่างกับงานพร็อม
“พี่ก็พึ่งถึงได้ไม่นาน นิหิวหรือยังพี่สั่งพาสต้าไว้ให้พี่รู้ว่านิชอบ”
“ขอบคุณนะคะ รู้ใจนิที่สุดเลยย” มนิตาพูดพรางยื่นมือไปหยิกแก้มราเชนน์เชิงหยอกล้อ
“อีกไม่กี่เดือนนิก็จะเรียนจบแล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ แต่ช่วงนี้คุณพ่อก็เริ่มให้เข้าไปดูงานที่บริษัทบ้างแล้ว จบปุ๊บจะได้เข้าทำงานในตำแหน่งทันทีได้เลย….ช่วงนี้นิอาจจะยุ่งๆหน่อยน้าา พี่เชนน์ไม่น้อยใจนะคะ”
“ฮ่าฮ่า พี่จะน้อยใจนิทำไม เราก็ยังวิดีโอคอลหากันได้อยู่นี่นา เว้นแต่พี่จะคิดถึงนิจนทนไม่ไหว”
ทั้งสองคุยกันไปเรื่อย ๆจนทานอาหารอิ่ม ราเชนน์ชวนมนิตาไปต่อที่ผับของเพื่อน เพราะเขาเองมีนัดกับเพื่อนของเขาต่อ และมนิตาเองก็รู้จักกับเพื่อนของเขาเป็นอย่างดี หากแต่ว่ามนิตาก็ปฏิเสธราเชนน์ไป เพราะพรุ่งนี้เช้าเธอยังต้องตื่นแต่เช้าเข้าบริษัทพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ ถ้าหากกลับดึกกลัวจะตื่นสายแล้วโดนตำหนิเอา ก็เลยแยกกันกลับตรงนี้ดีกว่า
ราเชนน์โบกมือมองรถของมนิตาออกไปจนลับตา ถึงได้ก้าวเดินไปที่รถสปอร์ตคันหรูของตัวเองที่จอดอยู่ใกล้ๆ และขับออกไปที่ผับของเพื่อนทันที
ชายหนุ่มได้แต่มองร่างบางนอนหลับไปในอ้อมกอดของตัวเอง พลางคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในช่วงหลายปีมานี้ การเดินทางของทุกคนล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เขาพยายามสร้างครอบครัวของตัวเองในแบบที่เขาอยากจะให้เป็น มนิตาเป็นภรรยาที่ไม่ขาดตกบกพร่องในเรื่องไหนเลย เป็นทั้งประธานบริษัทและแม่ที่ดีเสมอ และตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าอาการที่เขาเป็นในตอนเช้าทุกวันก็คือ แพ้ท้องแทนเมีย พอรู้แบบนี้เขารู้สึกดีใจขึ้นมาเฉยๆ ตอนท้องแรกมนิตาแพ้หนักจนเขาเองยังแอบสงสาร ตอนนี้ลูกคงรู้ว่าพ่อเป็นห่วงแม่มากขนาดไหน ก็เลยให้คนที่แพ้เป็นพ่อไปซะเลย “ฝันดีนะครับ...ที่รัก” เขากระซิบข้างๆหูของเธอเบาๆ พร้อมกับดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่นเช้าวันต่อมา หลังจากที่ผ่านเรื่องน่ายินดีมาแล้ว เช้านี้ทุกคนตื่นและออกมานั่งทานอาหารเช้าพร้อมกัน แพลนเที่ยวของพวกเขาไม่ได้มีไปไหน เพราะแค่อยากมาพักผ่อนและสังสรรค์กันเท่านั้น มนิตาพาลูกชายออกไปเดินเล่นอยู่ที่ชายหาดตั้งแต่ก่อนทุกคนจะออกมานั่งแล้ว พอเห็นว่าทุกคนอยู่ด้วยกันทั้งหมด จึงชวนลูกชายจอมดื้อเดินเข้ามาด้านใน “ไงครับเรนน์สุดหล่อของป้า รู
ข้าวหอมมีท่าทีลุกลนจนออกัสเริ่มจะสงสัย และทุกคนก็มีอาการไม่ต่างกัน คนที่ยิ้มอย่างสะใจมีแค่แทนไทคนเดียวเท่านั้น ที่เขาแอบเห็นข้าวหอมพูดเรื่องนี้ตอนเช้าที่เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับใครอยู่ “ไม่ตอบก็ต้องกินหมดแก้ว” แทนไทยื่นแก้วไปให้ข้าวหอมที่ไม่ยอมตอบคำถาม แต่ดันถูกออกัสจับมือเอาไว้เพราะรู้สึกถึงความแปลก ทุกคนเงียบจนไม่มีใครกล้าพูดอะไร มนิตาเห็นท่าไม่ดีเลยต้องหาวิธีแก้ไขสถานการณ์ไปก่อน “พี่หอมเข้าบ้านกันไหมคะ” “อื้ม” แล้วก็ลุกขึ้นไปเลยไม่รอให้ใครรั้ง มนิตาและดารินรีบลุกตามไปอย่างรวดเร็ว สามสาวเลือกที่จะมานั่งเล่นกันที่หลังบ้านอีกฝั่ง เพราะคงมีเรื่องที่ต้องคุยกันยาว ข้าวหอมถอนหายใจออกมาเพราะคิดว่าคงต้องพูดแล้วจริงๆสินะ “นิตา ดาริน พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้บอก ตอนนี้พี่...พี่ท้อง” “ก็ดีแล้วนี่คะ บอกพี่ออกัสหรือยังคะรินว่าพี่เขาต้องดีใจมากแน่ๆ ถ้ารู้ว่าพี่หอมมีน้องแล้ว” ดารินพูดออกมาอย่างดีใจ แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงทันที “ไม่หรอก เขาคงไม่เป็นแบบนั้น พี่ไม่ได้บอกใครเรื่องนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแทนไทถึงถาม” หญ
วันและเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ บริษัทของมนิตาและราเชนน์ มีการพัฒนาและเติบโตขึ้นด้วยการบริหารคนเก่งของคู่สามีภรรยา วันนี้ในช่วงเช้าราเชนน์ต้องเดินทางไปคุยงานที่ต่างจังหวัด ปกติแล้วเรื่องคุยงานนอกสถานที่จะเป็นหน้าที่ของธันวา ที่ตอนนี้ได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งสูงของบริษัท และให้ลูกน้องคนอื่นเข้ามาดูแลใกล้ชิดราเชนน์แทน “ไม่อยากไปเลย” ชายหนุ่มเดินเข้ามากอดหญิงสาวจากทางด้านหลัง คนตัวเล็กเพียงมองการกระทำของเขาผ่านกระจกบานใหญ่ตรงหน้าเท่านั้น “ผู้ใหญ่ที่นู่นเขาอยากเจอพี่ จะขัดก็ไม่ได้เพราะว่ากว่าจะได้ลงเส้นนี้ต้องจ่ายหนักไปเยอะเหมือนกัน” “ถ้าเป็นเรื่องสำคัญพี่เชนน์ไปเองดีแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงนิกับลูกนะคะ” ยิ้มตอบสามีที่ต้องห่างกันเป็นครั้งแรกนับจากที่แต่งงานและลูกชายโตจนเข้าโรงเรียน “พี่ไปตั้งสามวันคิดถึงเมียแย่” “คิดถึงก็รีบกลับมานะคะ” เธอหันหน้ามาหาเขาก่อนจะยกมือขึ้นประคองแก้มของสามี แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อสามีหนุ่มมีอาการแปลกๆ “นิเปลี่ยนน้ำหอมเหรอ ทำไมกลิ่นเหม็นจัง” ใบหน้าบูดเบี้ยวเพราะกลิ่นน้ำหอมที่ร่างบางฉีดวันนี้ มันท
ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินเข้ามาร่วมงานเลี้ยงฉลองกันอย่างเนืองแน่น มนิตาและราเชนน์เป็นหนึ่งในผู้ถูกเชิญ หากไม่ถูกเชิญคงจะน้อยใจแย่ “พี่ข้าวหอมสวยจังเลยค่ะวันนี้” “ไงมึง มึงนี่ไม่เบาแอบไปได้เลขาเมียกูไม่บอกกูเลยนะ” เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เห็นมนิตาและราเชนน์เดินเข้ามา จึงได้เข้ามาทักทาย พร้อมกับเอ่ยแซว งานที่เธอมาในวันนี้คืองานแต่งงานของข้าวหอมกับออกัสเพื่อนของเขาเองนั่นแหละ พูดก็พูดเถอะเธอเองก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกัน ว่าสองคนนี้แอบไปกุ๊กกิ๊กกันตอนไหน รู้เรื่องอีกทีก็ตอนที่บอกว่ากำลังจะแต่งงานกันแล้ว ร้ายจริงๆ “แล้วนี่จะไม่บอกหน่อยเหรอคะ ว่าไปแอบคบกันตอนไหนทำไมนิกับพี่เชนน์ไม่รู้เลย” แววตาจ้องมองข้าวหอมอย่างต้องการคำตอบ “พี่เมาน่ะ” “...” ข้าวหอมหันไปมองหน้าเจ้าบ่าวข้างๆ ด้วยแววตาที่ดูเศร้าลง “แต่ก็ยังดีนะที่ยังเข้าถูกห้อง” “นี่หมายถึงตอนที่เราไปเที่ยวด้วยกันทั้งหมดตอนนั้นเหรอคะ” ย้อนกลับไปได้สักประมาณสองปีที่แล้ว เธอและราเชนน์ไปเที่ยวกันแบบกลุ่มเพื่อน เธอเลยชวนเข้าหอมไปด้วยเพราะนอกจากดาริ
เสียงนาฬิกาปลุกยามเช้าแผดเสียงตามเวลาที่ตั้งเอาไว้ มนิตายกมือขึ้นมาควานหาโทรศัพท์เพื่อปิดมันก่อนจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัว พร้อมไปทำงานไม่ลืมแวะไปดูสภาพคนเมาที่เอาไปทิ้งไว้อีกห้อง เปิดประตูเข้าไปเข้ายังคงนอนอยู่ในท่าเดิม ทำมนิตาส่ายหน้ายิ้มหัวเราะออกมาเบาๆ เธอหยิบไอแพดขึ้นมาเพื่ออ่านตารางการทำงานของเธอ ต
“เช้าวันนี้มีข่าวใหญ่หลายสำนักติดต่อเข้ามาจะขอสัมภาษณ์ เรื่องการช่อโกงของคุณนรากรค่ะ แต่หอมปฎิเสธไปหมดแล้วตามที่คุณนิตาแจ้งเอาไว้ ช่วงสิบโมงมีนัดเซ็นสัญญา กับทางโรงงานที่ภูเก็ต ช่วงเที่ยงนัดทานข้าวกับคุณไมเคิลและคุยเรื่องขยายการตลาดในอเมริกาค่ะ ส่วนช่วงบ่ายทั้งบ่ายมีประชุมเรื่องการวางแผนไตรมาสต์หน้
ณ ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล ราเชนน์และเจย์กำลังวิ่งไปที่หน้าห้องฉุกเฉิน ธันวาที่ล่วงหน้ามาก่อนแล้วเพราะมีคนโทรแจ้งว่าลูกน้องของตัวเองเกิดอุบัติเหตุ เขาเห็นเจ้านายหนุ่มพร้อมกับเพื่อนวิ่งหน้าตั้งมาด้วยใบหน้าที่ร้อนรน “ไอ้ธันนิเป็นเป็นยังไงบ้าง เธอ...เธอปลอดภัยไหม อึก” ร
ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา ด้านหน้ามีผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามาเพื่อไว้อาลัยให้กับศพที่ถูกนำมาตั้งอยู่ที่สุสานแห่งนี้ เป็นงานที่ต่างก็ไม่มีใครอยากจะจัดขึ้น เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นงานสีดำคนที่จากไปล่องลอยจิตวิญญาณอยู่ในสวนดอกไม้ละทิ้งความเจ็บปวดเพื่อหวังว่าคนที่อยู่จะมีความสุขหลังจากที่หายไป กลับกันโ





