Masukเพราะเธอทำให้ความรักของเขากลายเป็นความแค้น เขาแต่งงานกับเธอเพียงเพราะต้องการเอาคืน …. เธอที่ต้องเป็นฝ่ายทำให้เขาเจ็บปวด เพราะมีคนที่ทำให้เธอต้องเสียสละ เธอที่ต้องเป็นฝ่ายทำให้เขาเจ็บปวด เพราะมีคนที่เธอต้องเสียสละให้ แต่แล้ววันหนึ่งกลับต้องมาเสียพี่สาวฝาแฝดไป เพราะเธอโดนรถชนในวันแต่งงาน!!! ใครที่เป็นคนทำ เธอจะทำให้มันได้รับกรรมอย่างสาสม ส่วนเขาที่มีส่วนเกี่ยวข้องเธอจะใช้เขาเป็นตัวล่อให้คนที่ทำผิดออกมาให้ได้
Lihat lebih banyakประเทศไทย
บนทางด่วนที่รถติดมากๆของวันในช่วงเช้า รถหรูพยายามขับแซงขับเบียดรถคันอื่น เพื่อให้เจ้านายด้านหลังไปเข้าเรียนได้ทันเวลา สาวสวยฝาแฝดนั่งอยู่ด้านหลังทอดมองรถบนท้องถนน ที่ต้องเจอแบบนี้แทบจะทุกเช้า อีกไม่กี่เดือนเธอทั้งสองก็จะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยกันแล้ว และคณะที่เธอสองคนเลือกเรียนนั้นก็ไม่ทำให้ต้องเดายาก บ้านเป็นเจ้าของบริษัท เธอสองคนก็ต้องเลือกที่จะเรียนบริหารอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่คณะที่มนิตาฝาแฝดคนเล็กอยากเรียนเลยสักนิด หลังจากเรียนจบก็ไม่ต้องไปหาบริษัทไหนเข้าทำงานให้เสียเวลา เพราะครอบครัวของสองสาวเป็นเจ้าของบริษัทที่จัดจำหน่ายเครื่องดื่มทุกชนิด แต่สิ่งที่ขายดีและทำเงินให้กับบริษัทมากที่สุด เห็นจะเป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล์
“ลุงโจคะ ขับเร็วกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ นิตาเบื่อจะแย่อยู่แล้ว ทำไมเขาไม่ทำถนนให้มันใหญ่ๆไปเลยนะ รถเยอะกว่าพื้นที่ถนนแล้ว” มนิตาฝาแฝดคนเล็กบ่นออกมาเล็กน้อย เพราะเธอไม่ชอบอยู่กับอะไรที่นิ่งนานๆ เหมือนคนสมาธิสั้น
“ไม่ต้องบ่นเลยยัยนิ เพราะเรานั่นแหละตื่นสายเลยต้องออกมาสายเลยเนี่ย”
เมื่อเห็นน้องสาวบ่นเป็นเด็ก มธุสรจึงยิ้มและส่ายหัวออกมาทันที จะไม่ให้เป็นแบบนี้ได้ยังไงล่ะ ที่ต้องมาเจอรถติดนี่ก็เพราะเจ้าตัวนั่นแหละ นอนก็ดึกพอถึงเวลาต้องตื่นกลับไม่ยอมตื่นซะงั้น พอตื่นมาก็รู้ว่าสายไปแล้ว15 นาที ลำบากลุงโจต้องขับเร็วและยังต้องคอยแซงทุกคันที่สามารถจะแซงได้ไปอีก
มธุสรเธอเป็นคนเรียบร้อย พูดจาอ่อนหวาน แต่ไหวพริบก็ยังสู้มนิตาไม่ได้ ด้วยความขี้กลัว ขี้คิดมาก และมักจะชอบแคร์ความรู้สึกคนอื่นเป็นหลักมากกว่าแคร์ความรู้สึกของตัวเอง ทำให้มนิตาต้องกลายเป็นคนห้าวๆ เปรี้ยวๆ กล้าได้กล้าเสีย เพื่อมาคอยปกป้องพี่สาวของเธอให้พ้นจากเงื้อมมือเพื่อนคนอื่นๆที่มักจะคอยแกล้งมธุสรเป็นประจำ แต่เรื่องการเรียนเธอทั้งสองไม่แพ้กันเลย เก่งเหมือนกันทั้งคู่จบมาคงไม่พ้นเกียรตินิยมอันดับหนึ่งทั้งสองคนแน่นอน ช่างเป็นหน้าเป็นตาให้กับวงศ์ตระกูลของครอบครัวเธอจริงๆ
ไม่นานรถหรูก็เข้ามาจอดหน้าคณะ แต่ถึงจะออกมาสายเจอรถติดยังไงอาจารย์ก็ยังไม่เข้า ทำให้เธอมีเวลาที่จะไปเจอเพื่อนของเธออีกคนที่มารอเธอตั้งแต่เช้าแล้ว
“รอนานไหมดา ขอโทษทีนะวันนี้รถติดมากๆเลย ยัยนิตื่นสายด้วยยิ่งช้าไปกันใหญ่” มธุสรพูดพลางทำปากจู๋ชี้ไปทางน้องสาว
“แหมจ้าาา…สายเพราะฉันคนเดียวแหละเนอะ” มนิตามองบนขึ้นมาทันที ไม่ได้สายเพราะเธอคนเดียวสักหน่อย มธุสรเองก็มัวแต่ช่วยคุณแม่เตรียมของในครัวจนช้าเหมือนกัน
“ไม่ต้องเลยๆ ฉันก็มาเช้าของฉันอยู่แล้ว ฉันอยู่หอในนะอย่าลืมสิ ห้องฉันก็อยู่แค่นี้ไม่อยากอยู่ในห้องนานๆด้วย ฉันคอยมาอ่านหนังสือทบทวนรอพวกเธอสองคนดีกว่า”
“อ่านไรเยอะแยะ ทำได้อยู่แล้วยิ่งทวนยิ่งสับสน” มนิตาพูดพลางหยิบมือถือขึ้นมากดอัปเดตข่าวสาร
“ใครจะเหมือนเธอสองคนละยะ ต่อให้ไม่อ่านก็ทำได้คะแนนเต็ม ความจำนี่ดีเหมือนกันไม่ผิดเลยที่เป็นฝาแฝดที่เหมือนกันจนแยกแทบไม่ออกขนาดนี้” ดารินพูดไปยิ้มไป
“เราว่าไปเข้าเรียนกันดีกว่า ไม่เกิน 5 นาที อาจารย์น่าจะเข้าแล้ว” มธุสรมองดูเวลาแล้วเห็นว่าใกล้ได้เวลาเข้าเรียนแล้วจึงได้ชวนอีกสองคนให้เข้าเรียน เพราะวิชานี้มักจะมีสอบหลังเรียนเสร็จทุกครั้ง เธอไม่อยากจะพลาดแม้แต่คำเดียวที่อาจารย์สอน
หลังจากที่เรียนเสร็จสองสาวก็เรียกให้คนขับรถ ขับมารับเธอทั้งสองคนกลับบ้านทันที ปกติแล้วหลังเรียนเสร็จเธอสามคนมักจะไปหาอะไรกินกันก่อน แต่วันนี้ดารินบอกว่ามีธุระของสโมฯ จัดเตรียมกิจกรรมเปิดบ้านรับน้อง ๆเด็กปีหนึ่งที่จะเข้ามาหาหอพักอยู่ ดารินเป็นเด็กฐานะธรรมดาไม่ได้ร่ำรวยเหมือนสองแฝด เธอได้รับทุนการศึกษา จึงต้องคอยทำกิจกรรมที่ทางมหาลัยกำหนดให้เก็บหน่วยกิจเพิ่มจากหน่วยกิจชั่วโมงเรียน แต่เรื่องฐานะเธอทั้งสามคนไม่มีใครสนใจเลยสักนิด แถมยังเป็นเพื่อนที่รักกันมากคอยช่วยเหลือกันตลอด คบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ดารินเป็นคนเข้าหาสองแฝดเพราะทึ่งในความที่หน้าเหมือนกันมากๆจนแยกไม่ออกว่าคนไหนเป็นคนไหน ต่างจากฝาแฝดคนอื่นที่พอจะมองออกบ้าง แถมยังหน้าตาดีทั้งคู่อีกด้วย คนอะไรจะเพอร์เฟคไร้ที่ติได้ขนาดนี้นะ เป็นคำที่ดารินคิดในใจเมื่อเจอสองสาวครั้งแรก ทำให้สนิทกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
“นิตอนเย็นไปไหนไหม พี่ว่าจะชวนคุณพ่อกับคุณแม่ไปทานข้าวร้านโปรดสักหน่อย” มธุสรเอ่ยถามขณะที่เดินเข้ามาในห้องของน้องสาว
“เย็นนี้เหรอสร นิไม่ว่างอะมีธุระเป็นพรุ่งนี้แทนได้ไหม พรุ่งนี้เราไม่มีเรียนหนิ ต้องเข้าบริษัทพร้อมท่านทั้งสองอยู่แล้ว เลิกงานก็จะได้แวะเลย” มนิตาตอบแบบพยายามเฉมองไปทางอื่น
“นิมีธุระเหรอ กับใครอะมีใครที่สรไม่รู้จักด้วยเหรอ”
“เพื่อนที่รู้จักกันที่ยิมอะแหละ นัดแฮงค์เอาท์กันนิดหน่อยอะ เห็นว่าสรไม่รู้จักนิเลยไม่ได้ชวน อีกอย่างสรไปสรก็ไม่กิน เดี๋ยวจะนั่งเบื่อเปล่าๆ”
“อืม..ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย พรุ่งนี้ก็ได้ไม่เสียเที่ยวดี” มธุสรพูดพร้อมกับยิ้มแล้วก็ขำในท่าทางของน้องสาว สงสัยกลัวเราจะคิดมากแน่ ๆ เห้ออ ยัยนินี่นะเห็นห้าวๆ พูดจาไม่ไว้หน้าใครแบบนี้ เป็นห่วงความรู้สึกของฉันที่หนึ่งเลย แบบนี้ไม่รักยังไงไหว
“เฮ้ออออ….” มนิตาผ่อนลมหายใจออกมายาวๆคล้ายกับหมดกังวลกับอะไรบางอย่าง
ช่วงค่ำของวันเดียวกัน มนิตาแต่งตัวเป็นเดรสสายเดี่ยวสีขาวมุกผ้าซาตินปล่อยชาย 1 ข้าง มีลูกเล่นตรงสร้อยคอเงินที่ฝังเพชรเม็ดเล็กๆไว้ เห็นแบบนี้บอกเลยราคาไม่ต่ำกว่า 5 ล้านแน่นอน การแต่งหน้าของเธอวันนี้ก็ออกมาสวยเฉียบแต่แอบซ่อนความหวานไว้ที่พวงแก้มทั้งสอง และริมฝีปาก และแน่นอนที่เธอต้องแต่งตัวสวยออกมาปาร์ตี้กับเพื่อนวันนี้ไม่ใช่เพื่อนที่ยิม เหมือนที่เธอบอกมธุสรไปหรอก แต่เป็นแฟนหนุ่มของเธอเองต่างหาก เขาชื่อ ราเชนน์ (ราเชนน์ พัฒนวิเศษ) ลูกชายเจ้าของธุรกิจสายการบินที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ เธอทั้งสองเจอกันที่ยิมจริง และชอบพอกันจนต่างคนต่างแลกคอนแทคกันมาเพื่อสานต่อความสัมพันธ์ ความจริงแล้วเขาและเธอคบกันมาได้ปีกว่าๆแล้ว แต่ไม่มีใครรู้เลยนอกจากเพื่อนของราเชนน์ เพราะบ้านของมนิตาถึงแม้เธอจะไม่ค่อยฟังใครเท่าไหร่นัก แต่บิดาของเธอได้ยื่นคำขาดมาว่า ห้ามมีแฟนก่อนเรียนจบ!!! ถ้าขืนมีจะให้ไปทำงานที่โรงกลั่นไวน์ที่เวเนซุเอลาคนเดียว และห้ามกลับมาจนกว่าจะทำให้บริษัทที่นู่นมีผลกำไรถึงพันล้าน เหอะ! พอได้ยินคำขู่นี้ทำให้มนิตาถึงขั้นอึ้งไปสักพัก ผลกำไรพันล้านเนี่ยนะ จะทำได้ยังไงประเทศนั้นเศรษฐกิจเป็นฟองสบู่ไปหมดแล้วนะ เอาเงินมาโปรยเล่นยังได้เลย เธอเลยเก็บความลับนี้เอาไว้ และพอเรียนจบค่อยพาราเชนน์ไปเปิดตัวก็ยังไม่สาย
“พี่เชนน์รอนิตานานไหมคะ ขอโทษทีนะคะต้องไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำมาเลยช้า” มนิตาเดินเข้ามาพลางกล่าวขอโทษแฟนหนุ่มอย่างหน้าสลด ขืนเธอใส่ชุดนี้ออกมา คนในบ้านได้งงกันพอดี ไปปาร์ตี้ที่ไหนแต่งตัวอย่างกับงานพร็อม
“พี่ก็พึ่งถึงได้ไม่นาน นิหิวหรือยังพี่สั่งพาสต้าไว้ให้พี่รู้ว่านิชอบ”
“ขอบคุณนะคะ รู้ใจนิที่สุดเลยย” มนิตาพูดพรางยื่นมือไปหยิกแก้มราเชนน์เชิงหยอกล้อ
“อีกไม่กี่เดือนนิก็จะเรียนจบแล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ แต่ช่วงนี้คุณพ่อก็เริ่มให้เข้าไปดูงานที่บริษัทบ้างแล้ว จบปุ๊บจะได้เข้าทำงานในตำแหน่งทันทีได้เลย….ช่วงนี้นิอาจจะยุ่งๆหน่อยน้าา พี่เชนน์ไม่น้อยใจนะคะ”
“ฮ่าฮ่า พี่จะน้อยใจนิทำไม เราก็ยังวิดีโอคอลหากันได้อยู่นี่นา เว้นแต่พี่จะคิดถึงนิจนทนไม่ไหว”
ทั้งสองคุยกันไปเรื่อย ๆจนทานอาหารอิ่ม ราเชนน์ชวนมนิตาไปต่อที่ผับของเพื่อน เพราะเขาเองมีนัดกับเพื่อนของเขาต่อ และมนิตาเองก็รู้จักกับเพื่อนของเขาเป็นอย่างดี หากแต่ว่ามนิตาก็ปฏิเสธราเชนน์ไป เพราะพรุ่งนี้เช้าเธอยังต้องตื่นแต่เช้าเข้าบริษัทพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ ถ้าหากกลับดึกกลัวจะตื่นสายแล้วโดนตำหนิเอา ก็เลยแยกกันกลับตรงนี้ดีกว่า
ราเชนน์โบกมือมองรถของมนิตาออกไปจนลับตา ถึงได้ก้าวเดินไปที่รถสปอร์ตคันหรูของตัวเองที่จอดอยู่ใกล้ๆ และขับออกไปที่ผับของเพื่อนทันที
[ราเชนน์]หลังจากวางสายจากนิตา ผมก็เดินกลับมาที่ห้อง VIP ของผับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ผับของไอ้ออกัส หลังจากที่ผมต้องแยกกับนิตาที่งานเลี้ยงกระทันหัน ทั้ง ๆที่ผมยังคุยกับเธอไม่จบ ผมก็มานั่งดื่มอยู่กับไอ้พวกนี้ได้สักพัก จนทนความคิดถึงของตัวเองไม่ไหว ก็เลยออกไปโทรหานิตาในห้องทำงานของไอ้กัสมันผมแปลกใจนิดหน่อยที่นิตาชวนผมไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ช่างเถอะนิตาอาจจะอยากเปิดตัวผมมากขึ้นแล้วก็ได้ นิตาบอกผมว่าอยากไปเที่ยวทะเลสวยๆ บรรยากาศดีๆ คนไม่เยอะ มีแค่เราสองคนยิ่งดี เพราะอยากมองไปทางไหนก็เจอแค่ผม ผมก็เลยเลือกเกาะส่วนตัวของผมที่ซื้อไว้ทางภาคใต้ตั้งนานแล้วจริงๆแล้วผมตั้งใจอยากพานิตาไปที่นี่ตั้งนานแล้ว และตั้งใจเอาไว้แล้วว่าถ้าเมื่อไหร่ที่นิตาเปิดตัวผม ผมจะขอเธอแต่งงาน และยกเกาะนี้ให้เธอทันที ผมซื้อมันมาไว้ให้เธอโดยเฉพาะ นึกอยู่สักพักผมก็ยิ้มเหมือนคนบ้า นี่ผมเสียอาการขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ชักเริ่มคิดว่าตัวเองไม่ปกติซะแล้วสิ นิสัยเดิมของผมเป็นคนยิ้มยากแท้ๆ แต่กลับยิ้มไม่หยุด และยิ้มเหมือนคนบ้าทุกทีเวลาอยู่กับนิตากล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมรู้สึกรักมากที่สุด แฟนคนก่อนๆที่ผ่านมาถึงผมใ
บ้านศรีการไชยตุ้บบบบ!! มนิตากลับมาจากงานเลี้ยงก็ทิ้งตัวลงเตียงนอนนุ่มๆในห้องของเธอทันที แต่สายตาก็ต้องมองไปทางประตูอย่างสงสัยก๊อก….ก๊อก…ก๊อก!! ใครมาเคาะห้องเธอตอนนี้แต่คงจะเป็นมธุสรแน่นอน เพราะไม่มีใครแล้วนอกจากเธอ คนอื่นๆไม่ค่อยมาหาฉันที่ห้องเท่าไหร่ ถ้าไม่มีธุระสำคัญ “นอนหรือยังนิ” “ยัง สรมีอะไรหรือเปล่า” “คือ…นิรู้จักคุณราเชนน์ มานานแล้วหรอ” มธุสรพูดพร้อมกับเดินมานั่งตรงปลายเตียง “ก็ต้องรู้จักสิ เขาดังจะตายใครบ้างจะไม่รู้จัก รองประธานสายการบิน SS airline เชียวนะ” มนิตาเอ่ยออกมา แต่ก็ยังหลับตาไปด้วย เธอรู้สึกเหนื่อยมากๆ งานเลี้ยงอะไรไม่สนุกเลยสักนิด ต้องคุยกับคนนู้นคนนี้ตลอดทั้งงาน น่าเบื่อสุดๆ “คืออ…. ถ้านิรู้จักคุณราเชนน์เป็นการส่วนตัว สรอยากให้นิช่วยสรหน่อยน่ะ” พูดไปเขินไป ใบหน้าแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม พวงแก้มสองข้าง แดงยิ่งกว่าลูกเชอรี่ “คืออ...สรแอบชอบคุณราเชนน์มานานมากๆแล้วน่ะ ไม่คิดว่าจะได้เข้าใกล้เขาขนาดนี้” “......” มนิตาลืมตาขึ้นมากระพริบตามองออกไปแบบไร้ทิศทาง หากมีคนมองอยู่
มนิตาเดินออกมาในสวนด้านนอกของอาคาร รีบหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูในกระเป๋าขึ้นมาและกดเข้าไปที่แชตของราเชนน์ทันที โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครคนหนึ่งเดินตามเธอมาตั้งแต่เห็นเธอเดินออกจากงานแล้ว“ว๊ายยยย….” เสียงมนิตากรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อมีแขนของใครไม่รู้มารั้งเธอให้เข้าไปในอ้อมกอดจากทางด้านหลัง“เสียงดังทำไม นิคงยังไม่อยากเปิดตัวพี่หรอกนะ” ราเชนน์ว่าพลางรั้งอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“พี่เชนน์เล่นอะไรคะเนี่ย นิตกใจหมด ปล่อยนิเดี๋ยวนี้เลยนะ”“พี่หวงนะ ไม่ชอบให้นิคุยกับผู้ชายคนไหนเลย”มนิตาแกะแขนของราเชนน์ออกและหันหน้ากลับมายืนคุยกับเขา ใจของเธอมันเต้นแรงจนเหมือนจะออกมาจากอก พึ่งเคยได้ยินแฟนหนุ่มพูดคำนี้เหมือนกันแฮะ มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยเธอก็มั่นใจขึ้นมาอีกนิด ว่าราเชนน์ผู้ชายเพลย์บอยคนนี้รักเธอจริงๆ“หืมมม จะให้นิทำหน้าตึงใส่เขาแทนเหรอคะ เสียมารยาทหมด”“ก็ไม่ต้องยิ้มเหมือนเวลาคุยกับพี่ขนาดนั้นก็ได้ พี่อยากเห็นมันคนเดียว”“ฮ่าๆๆ คนอะไรหวงได้แม้กระทั่งรอยยิ้ม” พี่เชนน์นี่จะยิ่งทำให้ฉันหลงไปถึงไหนกันนะ แค่นี้ฉันก็รักเขาจนหาทางออกไม่ได้แล้วนะ ถ้าเกิดหลอกให้ฉันรักขึ้นมา ฉันจะทำอย่างไงเนี
“สรแต่งตัวเสร็จหรือยัง อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงเราต้องออกแล้วนะ”คืนนี้บ้านของเธอต้องไปงานเลี้ยงเพื่อพบปะผู้คนที่อยู่ในแวดวงนักธุรกิจ บิดาและมารดาล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เพราะต้องไปรับหน้าที่เป็นประธานในงานประมูลช่วงบ่าย ส่วนเธอสองคนตามไปในส่วนของงานเลี้ยงรอบเย็น“เสร็จแล้วๆ นิช่วยพี่ดูหน่อยสิ ชุดนี้โป๊ไปไหมพี่ไม่ชินเลยต้องเปิดไหล่กว้างขนาดนี้”มนิตามองไปที่มธุสรแล้วขำออกมาเบาๆ พี่สาวของเธอนี่ช่างเรียบร้อยเสียจริง ชุดนี้เธอเป็นคนเลือกให้เองแหละ ออกงานครั้งแรกจะให้แต่งตัวเฉิ่มๆ ไปได้ยังไง คนอื่นจะได้ซุบซิบกันทั้งงาน ไม่แน่คืนนี้พี่สาวของเธออาจจะเจอคู่หมั้นในอนาคตก็ได้“โป๊อะไร แค่เปิดไหล่เนี่ยนะส่วนอื่นก็ไม่มีเปิด ชายกระโปรงยาวเลยเข่าอีก”“ก็ไม่ชินนี่นา เดินๆ ไปหลุดมาอยู่ตรงเอวจะทำอย่างไง”“ฮ่า ๆ เว่อร์ละสรไม่หลุดหรอก เดี๋ยวถ้าหลุดนิจะถอดลงมาให้เอง ไม่แน่น้าา คืนนี้นิอาจจะได้เจอหน้าว่าที่พี่เขยก็ได้ ต้องสวยไว้ก่อนสิ”“บ้าเหรอนิ พี่ก็โป๊น่ะสิ อายคนอื่นเค้า แล้วว่าที่พี่เขยอะไรเดี๋ยวเถอะ”“ฮ่าๆๆๆ ….” มนิตาปล่อยเสียงหัวเราะออกมาจนตัวโยก เหนื่อยใจกับพี่สาวของเธอจริงๆ“ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะสายเอา” พู