LOGINสามเดือนผ่านไป
ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ความเจ็บปวดในวันนั้นไม่มีผลอะไรต่อความรู้สึกของฉันอีกแล้ว
“พรุ่งนี้สอบวันสุดท้ายอย่าลืมอ่านหนังสือนะ”
“เธอพูดแบบนี้กี่รอบแล้ว?”
“อย่ารำคาญเลยเราแค่อยากให้เพื่อนทำข้อสอบได้เท่านั้นเอง”
“รู้แล้วจ้าย้ำยิ่งกว่าแม่เราอีกนะเนี่ย” พูดออกไปอย่างไม่จริงจังมากนัก วิถีเด็กเรียนเขาย้ำคิดย้ำทำเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วค่ะ แต่เกเรอย่างฉันนี่มันน่าเบื่อเอามาก ๆ เลย
“กลับด้วยกันดิ ฝนจะตกแล้วเนี่ย”
“เอางั้นก็ได้”
ไม่นานรถคันหรูก็จอดเทียบตรงหน้าเราสองคน
“พี่แชมป์สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้เฉกเช่นทุกครั้ง
“ครับ ไม่เจอกันพักนึงอ้วนขึ้นนะเนี่ย”
“อ้วนขึ้นนะ มันไม่ใช่คำทักทายนะคะคุณพี่”
“ฮ่า ๆ โทษทีพี่แค่พลั้งปากอย่าโกรธพี่เลย” จะว่าไปฉันก็อ้วนขึ้นอย่างเขาว่าจริง ๆ นั่นแหละรู้สึกได้เลยว่าเอวหนาขึ้นมาก สงสัยกินนอนมากไปมั้งคะเลยเป็นแบบนี้
“ขอบคุณนะคะ ขอบใจมากนะถ้าเป็นไปได้ก็อ่านหนังสือเผื่อเราด้วย” ประโยคหลังฉันหันไปพูดกับแอล
“แบบนี้ก็ได้เหรอ”
“ฮ่า ๆ”
โบกมือบ้ายบายจนรถแล่นไปไกลสุดสายตา กำลังจะหันหลังเดินเข้าซอยแต่สายตาดันเหลือบไปเห็นทุเรียนเข้าสิ จู่ ๆ ก็อยากกินขึ้นมาซะงั้น ควักเงินในกระเป๋าขึ้นมาดูเหลืออยู่สองร้อยห้าสิบบาทน่าจะพอซื้อได้อยู่
“ป้าคะหนูเอาแค่สองร้อยห้าสิบบาทค่ะ” ไม่ได้ถามด้วยว่ากิโลละกี่บาท ความอยากครอบงำค่ะนาทีนี้
“ได้จ้า”
ยืนรอด้วยความอยาก... เออนี่ฉันเป็นอะไรไปปกติไม่เคยนึกอยากกินผลไม้เลยนะ ถ้าเป็นช็อคโกแลตก็ว่าไปอย่าง
กลับมาถึงบ้านก็เหวี่ยงกระเป๋าหนังสือไว้ที่โซฟาแล้วจัดการกินจนหนำใจ กินให้หายอยากกันไปข้างนึงเลย
วันนี้แม่ไม่อยู่ค่ะเข้ากะดึกมื้อเย็นของฉันเลยต้องพึ่งพาร้านสะดวกซื้อซะส่วนใหญ่ เนื่องจากทำกับข้าวไม่เป็นอย่างเก่งก็ไข่เจียวกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั่นแหละ
“ขอโทษครับ ผมไม่ทันได้มอง” ผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยขณะที่เขากำลังพ่นควันบุหรี่อยู่ซึ่งมันโพยพุ่งมาทางฉัน
“ไม่เป็นไรค่ะ” ตอบกลับตามมารยาทก่อนจะเดินเข้ามาเลือกของกิน สังเกตผู้ชายคนนั้นอีกครั้งเขาใส่ชุดสูทสีดำเหมือนพวกบอดี้การ์ดเลยค่ะ หรือว่าหมู่บ้านที่ฉันอยู่จะมีคนใหญ่คนโตมาซื้อนะ ช่างสิ! ฉันจะไปอยากรู้ทำไม
สะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระเลิกสนใจพวกเขาแล้วหันมาเลือกของกินสองสามอย่าง จ่ายเงินเสร็จก็รีบกลับบ้านล็อคประตูทันที อยู่บ้านคนเดียวต้องระวังตัวค่ะ
เช้าวันใหม่
มีความรู้สึกว่าไม่อยากตื่น อยากนอนต่อเพลียเป็นบ้าเลยหรือว่าฉันกำลังจะป่วย?
“อุ๊บ! อ้วก... แหวะ!” อยู่ ๆ ก็เกิดอยากอาเจียนขึ้นมาซะงั้น
“เป็นอะไรไม่สบายเหรอ” แม่รีบเปิดประตูเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงฉัน
“เวียนหัวอ่ะแม่ อยู่ดี ๆ ก็หน้ามืดเพลียไปหมดเลย” พูดออกไปเสียงแผ่วเบามันหมดแรงไปเฉย ๆ เลยค่ะ คลื่นไส้ตลอดเวลาด้วยซ้ำ
“กินอะไรผิดแปลกมาหรือเปล่าเนี่ย”
“เมื่อวานตอนเย็นหนูกินทุเรียนไปเยอะเลย”
“บางทีมันอาจจะเสาะท้องก็ได้นะ นอนพักดีกว่าเดี๋ยวแม่โทรไปลาครูให้เอง”
“ไม่ได้ ๆ หนูสอบวันสุดท้ายแล้ว ขาดสอบไม่ได้นะ”
“งั้นเอาไงดีล่ะ”
“ยาดมค่ะ ขอยาดม” ได้ยินดังนั้นแม่จึงรีบไปหายาดมมาให้ฉัน มันช่วยได้เยอะหายใจโล่งขึ้นมาหน่อยและยังลดอาการคลื่นไส้ลงด้วย
“ทำไมหน้าซีดแบบนี้ล่ะ” แอลเอ่ยเมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของฉัน
“ไม่สบายนิดหน่อย เมื่อวานตอนเย็นกินทุเรียนไปเยอะมั้ง”
“แกเนี่ยนะจริง ๆ เลยสายธาร”
“อย่าบ่นดิ ก็คนมันอยากกินนี่”
“จ้า! ไหวเปล่าจะเข้าห้องสอบแล้วนะ”
“ไหว ๆ”
ระหว่างเข้าสอบอาการเวียนหัวของฉันก็ดีบ้างแย่บ้างสลับกันไปอย่างกับห้องหมุนได้เลยค่ะ ดีนะที่ไม่มีอาการคลื่นไส้แบบนั้นแล้วจนกระทั่งสอบเสร็จ
“ไปหาหมอกันไหมคลินิกหน้าโรงเรียนเราพาไปเอง”
“ไม่เป็นไร กลับไปนอนพักก็หายแล้วขอบใจนะที่เป็นห่วง”
“แกนี่ดื้อยิ่งกว่าเด็กน้อยซะอีก”
“ฮ่า ๆ ไม่เลยฉันแค่...”
“สายธารแกเป็นอะไรไม่สบายเหรอ” น้ำเสียงคุ้นเคยเอ่ยก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าฉัน
“ขอบใจนะพะแพงที่ถามแต่ไม่เป็นไร” จบประโยคฉันก็ลากแอลออกมารอพี่แชมป์ที่หน้าโรงเรียนทันที
“แกยังไม่ดีกันอีกเหรอ”
“ไม่ล่ะ ตายจากกันค่อยญาติดีล่ะมั้ง” ไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียด แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ไม่น่าทำความรู้จักกันตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ
“สายธารพี่คนนั้นมาหาแกหรือเปล่า” หันไปมองตามที่แอลบอกเป็นพี่เวย์ค่ะ ในมือเขามีดอกไม้ช่อใหญ่มาด้วย
“คงมาแสดงความยินดีเรียนจบกับแฟนเขามั้ง”
“เหรอ... แต่เขาเดินมาหาแกแล้วนะ” มองตามที่แอลบอกเขาเดินมาหาฉันจริง ๆ ค่ะ
“ตรงนี้ไม่มีพะแพง พี่คงมาผิดที่แล้ว”
“ขอโทษ ไม่ต้องให้อภัยก็ได้แต่อย่าเกลียดกันเลยนะ”
“เลิกพูดเหอะน่ารำคาญ” ฉันสบทออกไปอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก “มึงมาก็ดีละเอาผัวมึงกลับไปด้วย” ประโยคหลังฉันหันไปพูดกับพะแพงที่ยืนดูพวกเราอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้
“สายธาร แกฟังฉันก่อนเรื่องนี้ฉันผิดฉันรู้ไม่มีข้อแก้ตัวอะไรทั้งนั้น แกอย่าเกลียดพี่เวย์เลยนะเขารักแกมากจริง ๆ ไม่ว่าฉันจะพยายามยังไงก็ไม่สามารถแทนที่แกได้เลย”
“ไปพล่ามกันที่อื่นเหอะกูไม่ได้อยากรู้”
“ใจเย็น ๆ” แอลแทรกขึ้นเหมือนรู้ว่าฉันกำลังโกรธและอีกไม่นานคงระเบิดอารมณ์ออกมาแน่นอน
“พี่แชมป์มาละ เรากลับกันเถอะ”
“ใครเหรอ” กำลังจะเปิดประตูรถแต่พี่เวย์พูดขึ้นซะก่อน
“เสือก!” ฉันพูดออกไปอย่างไม่แยแส ไม่สนใจด้วยว่าพี่เวย์จะรู้สึกยังไงมันควรจะจบและพอได้แล้ว
ชีวิตฉันยังต้องเจอผู้คนอีกเยอะถึงจะเสียใจแต่ฉันไม่เสียดายหรอก เขาไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวที่ฉันจะรัก
“โอเคใช่ไหม”
“ทำไมจะไม่โอเคล่ะ”
“งั้นก็เลิกทำหน้ายุ่งได้แล้ว”
“เฮ้อ... อยากกินเค้ก”
“เดี๋ยวนะ นี่โมโหหิวหรือว่าไง” พี่แชมป์ว่ายิ้ม ๆ
“ไม่รู้ค่ะ แต่อยากกิน”
“ฮ่า ๆ อารมณ์โคตรแปรปรวน” แอลว่าก่อนจะหัวเราะให้กับท่าทีของฉัน
“งั้นเราไปกันมื้อนี่พี่เลี้ยงเอง”
“หูย... พี่แชมป์ใจดีนะเนี่ย”
“แน่นอนครับ”
พี่แชมป์พามาห้างสรรพสินค้าค่ะ ฉันกับแอลนี่กินอิ่มสบายใจเลย เข้าร้านนั้นออกร้านนี้เป็นว่าเล่นแต่ไม่ได้ซื้ออะไรหรอกนะเพราะยังไม่มีอะไรถูกใจคุณผู้ชายเขาสักอย่าง
“รอเดี๋ยวนะสาว ๆ เหมือนพี่เจอคนรู้จักขอตัวแวะไปทักทายหน่อย”
“ค่ะ หนูเดินเล่นอยู่แถวนี้แหละ” ขานรับอย่างเข้าใจ
มองตามพี่แชมป์ไปเขาเดินไปทักใครคนหนึ่งมันคุ้นหน้าแปลก ๆ แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอเขาที่ไหน สายตาที่เขามองมามันทำลายล้างมากผู้ชายอะไรโคตรมีเสน่ห์ แต่เสียอย่างหนึ่งหน้านิ่งไปหน่อย
“ที่เวียนหัวบ่อย ๆ หายหรือยัง” เสียงของแอลทำเอาฉันตื่นจากภวังค์และละสายตาจากเขาคนนั้น
“อื้อ หายแล้วล่ะ อยู่ ๆ มันก็หายเอง”
“เป็นเองหายเองได้ด้วย แปลกดีแฮะ”
เลิกสนใจก่อนจะดูนั่นดูนี่ไปตามประสา แค่เพียงไม่นานพี่แชมป์ก็กลับมาค่ะ เดินดูของกันอีกนิดหน่อยจากนั้นก็พากันกลับ
“แม่ หนูอยากกินยำกุ้งสด” ฉันเอ่ยปากบอกผู้เป็นแม่ที่ตอนนี้กำลังสวมบทบาทเป็นเชพอยู่
“ได้สิ รอเดี๋ยวนะ”
ระหว่างรอก็เล่นมือถือเพื่อค่าเวลาเขี่ยหน้าจอไปมาดันไปเจอเข้ากับบทความเกี่ยวกับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว
ฉันบรรจงอ่านตั้งแต่บรรทัดแรกยันบรรทัดสุดท้ายมันทำให้รู้ว่ายังมีผู้หญิงอีกมากมายที่เก่งและแกร่งกว่าผู้ชายทั้งด้านจิตใจและความรู้สึก รวมไปถึงความสามารถในการหาเงินก็เช่นกัน ที่สะดุดใจฉันมันไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกค่ะแต่มันคืออาการเริ่มแรกของคนท้องต่างหาก
“แม่! ตอนท้องแม่รู้ได้ยังไงว่ามีหนูอยู่ในนั้น” แม่ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันมาฉีกยิ้มกว้างให้ฉันพร้อมคำตอบ
“ก็แพ้ท้องไง ประจำเดือนขาด ลองตรวจดูมันก็ขึ้นสองขีดแล้วแกก็โผล่มาเถียงฉันจนถึงทุกวันนี้”
“แม่อ่า... หลอกด่าอีกแล้วและไอ้แพ้ท้องนี่มันเป็นยังไงเหรอ” ฉันยังคงตั้งคำถามต่อด้วยความอยากรู้
“อ้วกเช้า อ้วกเย็น อารมณ์แปรปรวน อยากกินไปเรื่อย บางทีก็เบื่ออาหารไปเลยก็มีนะ แล้วแกถามทำไม?” ว่าจบก็ละมือจากการทำอาหารแล้วหันมามองฉันด้วยสีหน้าโคตรจริงจัง
“แค่ถามเป็นความรู้ อย่ามองแบบนั้นหนูไม่มีแฟนสักหน่อย”
“ถึงมีก็ไม่ว่าหรอกแต่อย่าปล่อยให้ท้องก็แล้วกัน ชีวิตวัยรุ่นถ้าใช้ไม่คุ้มมันเอากลับคืนมาไม่ได้นะ”
“...” ท้องงั้นเหรอ ... คงไม่หรอกมั้งแค่ครั้งเดียวเอง
ตึก ... ตึก ... เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นพร้อมกับร่างบางที่เดินนวยนาดเข้ามาหาธีรฉัตรถึงบริษัท เนื่องจากตอนนี้ชายหนุ่มได้เข้ามาช่วยผู้เป็นพ่อบริหารงานแล้ว“คุณธีร์อยู่ไหมคะ” ริมฝีปากบางเอ่ยถามเลขาคนสวยอย่างเป็นกันเอง“ท่านประธานประชุมอยู่ค่ะ คุณสายธารเชิญนั่งรอในห้องได้เลยนะคะ”“ค่ะ นี่ขนมหนูซื้อมาฝาก” “ขอบคุณนะคะ”หลังจากเข้ามาในห้องเธอก็จัดการเอกสารงานค้างของผู้เป็นสามีทันที กระทั่งมีใครคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะ“คุณเป็นใคร ทำไมถึงมานั่งที่โต๊ะทำงานของคุณธีร์ได้” สายธารจ้องมองนักศึกษาฝึกงานตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา ดูท่าทางแล้วเธอคงจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร “ถามไม่ได้ยิน?”“แล้วคุณเป็นใครคะ เข้าห้องท่านประธานทั้งทีไม่เคาะประตูหน่อยเหรอ หรือไม่มีมารยาท?”“หนูเป็นคนที่ท่านประธานรับเข้ามาฝึกงานค่ะ เลขาด้วยนะคะเพราะอีกเดี๋ยวคุณเลขาคนเก่าเธอจะลาคลอดแล้ว” น้ำเสียงเย้ยหยันเอ่ยอย่างมั่นใจ“พี่ธีร์น่าจะเลือกคนที่มีมารยาทมากกว่านี้นะคะ”“พี่ธีร์งั้นเหรอ... คุณเป็นน้องสาวคุณธีร์เหรอคะ” “เมีย!” น้ำเสียงห้วนเอ่ยก่อนที่ร่างสูงจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้า“คะ คุณธีร์ ขอโทษค่ะแคทไม่ได้ตั้งใจ”
“เรามาทำอะไรที่นี่” เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพี่ธีร์พามาที่สำนักงานเขต“จดทะเบียนสมรส”“จดทะเบียนสมรสงั้นเหรอ” ฉันเอ่ยถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง“ไม่ดีใจเหรอเธอจะได้ครอบครองฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเชียวนะ” ฉันแค่แปลกใจ ไม่คิดว่าเขาจะให้สิทธิ์ฉันมากขนาดนี้ไง “เข้าไปข้างในกันเถอะ” เขาว่าก่อนจะจูงมือฉันเข้าไปด้านใน“สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ” เจ้าหน้าที่เอ่ย“จดทะเบียนสมรสครับ”“เชิญด้านนี้ค่ะ” ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่นานกระดาษสีสวยก็ถูกวางลงตรงหน้าเราสองคน เมื่อใดก็ตามที่ฉันจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นนี้นั่นหมายความว่าฉันกับพี่ธีร์เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว“เซ็นตรงนี้นะคะ” “ครับ” พี่ธีร์เซ็นชื่อตัวเองโดยไม่ลังเลสักนิด “คุณผู้หญิงเซ็นตรงนี้นะคะ” “...” มองหน้าพี่ธีร์นิ่ง ๆ เขาเองก็มองฉันอยู่เหมือนกัน “ระหว่างพวกเราจะมีอะไรเปลี่ยนไปอีกไหมคะ”“ไม่มี ถ้าฉันทำผิดต่อเธอ เธอยิงฉันทิ้งได้เลย” น้ำเสียงจริงจังเอ่ยพร้อมกับคลี่ยิ้มให้ฉัน “ไม่หรอก หนูจะหอบสมบัติหนีแล้วมีผัวใหม่”“ไม่มีวันนั้นหรอก” ฉีกยิ้มให้เขาก่อนจะบรรจงเขียนชื่อตัวเองลงไปในแผ่นกระดาษ...“เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอให้ม
“ง่วงเหรอ” ธีรฉัตรเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งตาปรืออยู่ข้าง ๆ“ค่ะ”“ขึ้นมานอนข้างฉันสิ”“พี่ธีร์นี่มันเตียงผู้ป่วยนะคะ หนูไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”“แล้วไง ฉันไม่ถือ”“แต่หนูถือค่ะ”“เธอได้คุยกับไอ้เวย์บ้างไหม?”“คุยค่ะ เขาแค่แวะมาทักทายเฉย ๆ” สายธารตอบไปตามความจริง“อ๋อ...”“พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วที่หลงเหลืออยู่ก็เป็นแค่คนรู้จักเท่านั้นเอง”“...”“อย่ามองแบบนี้สิคะ”“แล้วจะให้มองแบบไหน?”“แบบตอนที่พี่ถามว่า ไอ้ธัญมึงพาใครมา! แบบนี้ก็ได้ค่ะ” น้ำเสียงกระแนะกระแหนเอ่ยพลางเลียนแบบท่าทางให้สมจริงที่สุด“แล้วยังไงต่อ”“แล้วพี่ธัญก็ตอบว่าเมียกูเอง”“เมีย?”“ใช่ค่ะ!!”“เธอบังอาจไปเป็นเมียคนอื่นได้ยังไงกัน ฉันยังอยู่ตรงนี้ทั้งคน”“ไม่รู้ค่ะ”“หืม!” มือหนาเอื้อมไปดึงแก้มนวลด้วยความมันเขี้ยว“อื้อ เจ็บ...”“เหนื่อยไหม”“เหนื่อยอะไรคะ”“ที่ฉันเป็นแบบนั้นและเธอต้องเลี้ยงลูกคนเดียว”“เหนื่อยค่ะ แต่ไม่ได้เหนื่อยเลี้ยงลูกหรอกนะ เหนื่อยที่ต้องคอยถามหาพี่จากคนอื่นซึ่งทุกครั้งทุกคนมักจะปฏิเสธเสมอ”“พ่อคงอยากให้เธอกับลูกปลอดภัยที่สุดเท่านั้นเอง”“แล้วทำไมคนที่ได้ดูแลพี่ถึงเป็นลูกปลาล่ะคะ ก็แค่บาดเจ็บสาหัส
“จะจ้องกันอีกนานไหม?” เสียงคุณลุงพูดขึ้นทำให้เราสองคนละสายตาจากกันตอนนี้พวกเรากำลังทานมื้อเช้ากันอยู่ค่ะ แต่พี่ธีร์กลับเอาแต่จ้องหน้าฉันอยู่นั่นแหละ“วันนี้พ่อให้ไอ้ธัญไปประชุมด่วนไม่ใช่เหรอครับ”“ใช่... ทำไม?”“แล้วเธอล่ะ” เธอที่เขาว่าก็คงหมายถึงฉันสินะ“แกก็ไปส่งสิ” ฉันมองหน้าคุณลุงทันที หาเรื่องให้ฉันปวดหัวอีกแล้ว“ก็ได้ครับ ผมอยากรับขวัญหลานอยู่เหมือนกัน” ให้ตายเถอะ ฉันต้องรับมือยังไง พี่ธีร์คนนี้เหมือนจะขี้สงสัยไปหมดซะทุกอย่างแถมยังเจ้าเล่ห์ไม่เงียบขรึมเหมือนคุณธีรฉัตรอีกด้วย“แต่คุณลุงคะ...” ปากกำลังจะปฏิเสธพอเห็นสายตาดุ ๆ เข้าให้ทำเอาคำพูดพวกนั้นกลืนหายไปแทบจะทันที “ก็ได้ค่ะ”หลังจากมื้อเช้าจบลงฉันก็เตรียมตัวจะกลับบ้านและแน่นอนว่าพี่ธีร์มาส่งค่ะ เขาขับรถด้วยตัวเอง บรรยากาศในรถมันน่าอึดอัดเอามาก ๆ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่พวกเราได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่ฉันกับลูกกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขา“แวะห้างสรรพสินค้าก่อนละกันฉันอยากซื้อของให้เขา” พี่ธีร์พูดขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน“ขอบคุณค่ะ ไม่ต้องลำบากก็ได้”“มันเป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ประโยคคำถามโอเคนะ”“เผด็จกา
“มึงมีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่?”“สักพักแล้วล่ะ”“ทำไมกูไม่เห็นรู้เลย”“ความลับว่ะ กูเป็นพวกไม่ค่อยให้ใครรู้เรื่องส่วนตัวสักเท่าไหร่”“ใช่เหรอ?” พี่ธีร์ยังคงเอ่ยถามอย่างต่อเนื่อง พลางมองหน้าฉันกับน้องชลสลับกันไปมา “แล้วเด็กคนนี้...”“ลูกกูเองแหละ”“...” เขาเงียบไปเมื่อได้ยินพี่ธัญพูดแบบนั้น“เฮ้! สวัสดีเพื่อนรัก สุขสันต์วันเกิดเว้ย” พี่ริวตะโกนมาแต่ไกลก่อนจะยื่นกล่องของขวัญให้พี่ธีร์ วันนี้เป็นวันเกิดเขาสินะ“ขอบใจ ให้อะไรกูเนี่ย”“สิ่งที่มึงอยากได้”“คือ?”“ไม่ใช่ถุงยางเหมือนปีที่แล้วแน่นอน”“กูไม่จำเป็นต้องใช้”“พูดอะไรน่ะพี่ธีร์” ลูกปลาพูดขึ้นอย่างเขินอายก่อนจะเดินเลี่ยงไปจากตรงนี้ แล้วฉันล่ะ? ฉันควรรู้สึกยังไง“น้องสายธารรบกวนมาช่วยพี่ถือถุงขนมหน่อยสิ” พี่ริวเอ่ยก่อนจะขยิบตาให้ฉันคล้ายกับส่งสัญญาณบางอย่าง เห็นแบบนั้นฉันจึงเดินตามไป“ค่ะ ดูลูกด้วยนะคะเดี๋ยวหนูมา” ประโยคหลังนี้ฉันหันไปบอกพี่ธัญที่อุ้มน้องชลอยู่ค่ะ ก็เขาบอกเองนี่ว่าต้องเรียนรู้ให้เป็นเดินตามพี่ริวออกมาด้านนอกเขาก็พูดขึ้น“พี่ขอโทษแทนลูกปลาด้วยนะ พี่เตือนแล้วมันก็ยังดื้อรั้นอยู่”“หนูไม่เข้าใจ”“ไอ้ธีร์มันจำอะไรไม่ได้ ไม
ภายในห้องแคบ ๆ กลับกว้างมากสำหรับฉันในตอนนี้ การเฝ้ารอใครสักคนมันนานมากเลยค่ะ ทั้งที่เวลาเราก็มีเท่ากัน“สายธาร”“คะ?”“...”“คุณน้ามีอะไรเหรอคะ” ฉันเอ่ยถามเมื่อเห็นคุณนาเงียบไป“เปล่าจ้ะ” ตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม แต่เหมือนว่าท่านมีอะไรอยากพูดกับฉันมากกว่า “คือว่าคุณฉัตรเขาอยากเจอน้องชลน่ะ”“ค่ะ หนูไม่ติดอะไรอยู่แล้ว” ฉันตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม แต่จะว่าไปตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุฉันยังไม่เจอพ่อพี่ธีร์เลยนะคะ รู้แค่ว่าท่านเป็นคนให้ฉันมาอยู่ที่นี่เท่านั้นเอง ส่วนแม่พวกเราโทรคุยกันทุกวันอยู่แล้วค่ะ“งั้นน้าพาน้องชลไปเดินเล่นนะ”“ค่ะ”พออยู่คนเดียวมันกลับรู้สึกอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูกทั้งที่ทุกคนก็ยืนยันคำตอบเดียวกันว่าพี่ธีร์ปลอดภัยแล้ว แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันต้องมีอะไรมากกว่านี้ทำไมฉันถึงรู้ไม่ได้อยู่คนเดียวครืด... ครืด...“สวัสดีค่ะ”(สายธารนี่เราเองนะ)“แอล...”(แกเป็นยังไงบ้าง เรารู้เรื่องหมดแล้วนะ)“ไม่รู้สิ เราก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน”(อดทนไว้นะ รอพี่ธีร์ให้ได้นะสายธาร)“แกก็รู้ใช่ไหมว่าพี่ธีร์อยู่ที่ไหน”(เราไม่รู้... แต่พี่แชมป์รู้)“...”(เราจะแอบสืบให้นะแกไม่ต้องห่วง)“ขอบใจนะแอล”ในแต







