LOGIN2 เดือนต่อมา ..ทิชาตื่นมาในอ้อมกอดอันอบอุ่นของชายที่รักเฉกเช่นทุกวัน สองเดือนกว่าแล้วที่เขาย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านกับเธอโดยที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็รับรู้ เธอกับเขาใช้ชีวิตร่วมกันราวกับสามีภรรยาทั้งๆที่ยังไม่แต่งงาน แต่เรื่องนั้นทิชากับครอบครัวไม่ได้ซีเรียสหรอกนะ แม่ให้อิสระกับเธอตัดสินใจเองได้เลย เพราะฉะนั้น…เธอจึงเลือกที่จะอยู่แบบนี้ ใช้ชีวิตด้วยกันแบบสงบสุขไม่ต้องมีพิธีอะไรมากมาย แค่ซื่อสัตย์ต่อกันก็พอ แต่สองเดือนคงไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้ ต้องใช้ชีวิตด้วยกันไปนานๆ และปรับตัวเข้าหากันในหลายๆด้าน Rrrrr~ขณะที่ทิชากำลังนอนคิดอะไรเพลินๆ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นมา เจ้าของเครื่องที่ยังหลับสนิทจนเธอต้องเขย่าแขนปลุกขึ้นมารับสาย เขางอแงไม่ยอมลุกไปรับจนเธอตั้งท่าจะลุกขึ้นไปรับให้ "ไม่ต้องลุก เดี๋ยวไปเอง "พอเห็นเธอจะลุกขึ้นไปรับสายเขาก็บอกเธอด้วยน้ำเสียงอบอุ่นก่อนที่จะเดินโทงเทงไปหยิบมือถือที่ชาร์จอยู่ตรงมุมห้อง ทิชาก็ได้แต่มองตามร่างอันสมบูรณ์แบบอย่างหลงใหล ผู้ชายอะไรเพอร์เฟคไปทุกส่วนเลย โดยเฉพาะเจ้าแท่งใหญ่ที่ตื่นตัวในทุกเช้ายิ่งเพอร์เฟคสมเป็นชายชาตรี "คราบบบบ "ชายหนุ่มก
คำว่าอ่อนโยนหาไม่ได้จากผู้ชายชื่อภีม ทุกครั้งที่เขาขอมีอะไรกับเธอ เขาก็เผลอจัดหนักจนเธอเพลียไปหลายวัน ดูเหมือนว่าสภาพร่างกายของเธอมันไม่พร้อมจะสนองความต้องการให้เขาเหมือนที่ผ่านมา จนเธอเองก็เริ่มวิตกกังวล กลัวว่าสักวันเขาจะเบื่อและไปทำกับคนอื่น ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เธอควรจะทำยังไงดีนะ?เฮ้อ…ทิชาถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยใจ ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความหนักใจจนคนที่อยู่ด้วยสังเกตเห็น หลายวันมานี้เธอรู้สึกกังวลไปหมด ไม่รู้ว่าเป็นอาการคนท้องหรือเป็นเพราะตัวเธอเองที่เริ่มงี่เง่าไร้เหตุผล"เป็นอะไร ฉันเห็นแกถอนหายใจแบบนี้ตั้งแต่ฉันมาถึงแล้วนะ " ลูกพีชเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าจะมีปัญหากับพ่อของลูก "มีเรื่องให้เครียดนิดหน่อย " ทิชาบอกไปตามตรง เพราะรู้สึกอึดอัดใจมาหลายวันแล้ว ถ้าวันนี้ไม่ได้ระบายออกไป ความเครียดที่มีคงส่งผลไปถึงลูกในท้องแน่ๆ "เรื่องอะไร? " ลูกพีชเลิกสนใจมือถือแล้วหันมามองหน้าเพื่อนด้วยความเป็นห่วง ถึงเธอจะไม่เคยมีลูกและช่วยอะไรไม่ได้เลย แต่ก็สามารถรับฟังความทุกข์ของเพื่อนได้ เหมือนที่ทิชาเคยรับฟังเธอตอนที่เธอเศร้าจากอดีตแฟน"…." พอจะระบายก็ไม่รู้จะเริ่มตร
ตึกตักๆ เสียงหัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะและรู้สึกประหม่าเป็นอย่างมากเมื่อโดนสายตาคมจับจ้องอยู่ตลอดเวลาในตอนที่เธอกำลังพยายามเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้า จะไม่ให้เธอรู้สึกอะไรได้ยังไงหล่ะ ก็เขาเอาแต่จ้องมองเธออย่างไม่ละสายตาเลยแม้แต่วินาทีเดียวแต่ก็น่าแปลกเหมือนกันนะที่เธอไม่รู้สึกรำคาญหรือหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ปกติเธอมักจะหงุดหงิดและอารมณ์เสียทุกครั้งที่มีคนจ้องมอง เป็นความรู้สึกเขิลซะมากกว่า " ต้องเช็ดแบบนี้ตลอดเลยเหรอ " ชายหนุ่มเอ่ยถามขณะที่จัดการถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายอย่างไม่อาย หลังจากถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เขาก็นำมันไปทิ้งลงตะกร้ารวมกับเสื้อผ้าของเธอก่อนที่จะเดินโทงเทงมาหาหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้ากระจกด้วยท่าทางปกติต่างหากอีกฝ่ายที่รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวที่เห็นร่างเปลือยเปล่าแบบเต็มๆตา " ต้องค่อยๆเช็ดจนกว่าจะหมดเหรอ "เขายังคงถามอย่างใส่ใจและสนใจในสิ่งที่เธอทำ"…. "ทิชามัวแต่มองร่างกายอันสมบูรณ์จนไม่ได้ฟังคำถามของเขาเลย เธอรู้สึกสมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกในตอนที่เขาเข้ามาใกล้ จนกระทั่งชายหนุ่มได้หยิบขวดโทนเนอร์ในมือของเธอไปดูด้วยความสงสัย จึงทำให้สติของเธอกลับมา
ผมยาวสลวยปลิวไปตามแรงลมที่พัดผ่าน โชว์ให้เห็นใบหน้าเรียวสวยน่าหลงใหล เช่นเดียวกับบรรยากาศยามค่ำคืนที่งดงามเกินบรรยาย โดยเฉพาะตอนที่ได้มองจากชั้นบนสุดของตึกใหญ่ยิ่งมองเห็นความสวยงามอย่างชัดเจน ใบหน้าสวยเชิ่ดขึ้นเพื่อสูดเอาบรรยากาศดีๆที่ไม่ค่อยได้สัมผัสสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เธอมักจะไปผับกับเพื่อนมากกว่ามานั่งในร้านอาหารหรูแบบนี้ บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมามันช่างไร้ค่าไร้จุดหมายเสียจริง ทิชาถอนหายใจให้กับช่วงชีวิตที่ผ่านมา ที่หมดไปกับการเที่ยวเล่นไปวันๆ ไม่เคยคิดถึงอนาคตเลยสักครั้ง แต่ทว่าตอนนี้ความคิดของเธอนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เธออยากทำงาน อยากมีเงินเก็บ อยากจะสร้างอนาคตให้มั่นคงเพื่อเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้อง รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นมาบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่อยู่ในท้อง เธอค่อยๆเลื่อนมือไปวางที่หน้าท้องเบาๆด้วยความรู้สึกรัก โดยไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนจ้องมองทุกการกระทำของเธอพร้อมรอยยิ้มเช่นกัน เขานั่งมองเธอด้วยความคิดที่เปลี่ยนไป จริงๆแล้วผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ร้ายอย่างที่เขาเคยกล่าวหา เธอมีความอ่อนหวานและอ่อนโยนซ่อนอยู่ "มองอะไร " ทิชาเอ่ยถามคนตรงห
ไม่นานภีมกับทิชาก็มาถึงโรงพยาบาลที่พอลเข้ารักษาตัว ทันทีที่รถจอดสนิท ภีมก็ลงไปเปิดประตูรถให้ทิชา พร้อมกับผายมือเชิญเธอลงจากรถด้วยท่าทางทะเล้นตามสไตล์ แต่ที่ทำไปก็เพราะอยากให้เธอยิ้มเท่านั้น "เชิญครับคนสวย " ไม่พูดเปล่า เขายังช่วยประคองร่างของเธออีกด้วย "กวนประสาท " ทิชาดุคนขี้แกล้งผ่านสายตา แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน มิหนำซ้ำยังคว้ามือเธอเข้าไปกุมไว้แล้วเดินไปด้วยกันท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย โดยไม่สนใจว่าเขากำลังนินทาพวกเขาอยู่ มันช่างเป็นภาพที่ชวนเมาท์มอยจริงๆ เมื่อท่านประธานหนุ่มไฟแรงที่เคยเปิดตัวว่ามีคู่หมั้นแล้ว แต่ตอนนี้กลับควงผู้หญิงอีกคน หญิงสาวบางคนถึงกับยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อส่งให้เพื่อนดูอีกด้วยถ้าเป็นเมื่อก่อน ทิชาคงไม่รู้สึกอะไรกับสายตาพวกนั้น แต่ตอนนี้ฮอร์โมนคนท้องมันทำให้เธอคิดมากขึ้นมาเสียอย่างนั้น หมับ!เมื่อเห็นว่าทิชากำลังประหม่ากับสายตาของผู้คน ภีมจึงยกแขนขึ้นมาโอบคอของเธอ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและประกาศให้โลกรู้ไปในตัว จนกระทั่งมาถึงห้องที่พอลพักอยู่ แอดดด~ภีมเปิดประตูเข้าไปทันที แล้วก็พบพอลที่นอนอยู่บนเตียงและมีเบสท์นั่งอยู่ข้างๆ " เละเหมือนหมา! " ภี
หลังกลับมาจากห้าง ทิชาก็รีบกลับมาจัดการกับสภาพของตัวเองแบบเร่งด่วนก่อนที่พ่อของลูกจะกลับมาถึง เพราะเธอไม่อยากจะให้เขากลับมาเห็นเธอในสภาพนี้ "ดูให้หน่อย เนียนหรือยัง " ทิชาถามลูกพีชหลังจากใช้เครื่องสำอางปกปิดรอยแดงบนใบ้หน้าที่ได้จากการสู้รบในห้องน้ำ โชคดีที่เธอกับลูกพีชเก่งพอตัว จึงไม่มีใครเป็นอะไรมาก มีแค่รอยช้ำที่แก้มเท่านั้น ส่วนพวกนังเด็กปากดีนั้น โดนตบจนเลือดกลบปาก น่าจะได้หยอดน้ำข้าวต้มไปหลายวันเลยหล่ะ"ก็ดี แต่ก็ยังไม่เนียนเท่าไหร่ เอามานี่ เดี๋ยวทำให้ " ลูกพีชวางของในมือแล้วมาสนใจหน้าของเพื่อนแทน เพราะเพื่อนรักของเธอต้องไปเดทกับพ่อของลูกในคืนนี้ จะไปสภาพบอบช้ำไม่ได้เด็ดขาด "เอาให้เนียนเลยนะ " ทิชานั่งนิ่งให้ลูกพีชแต่งหน้าให้ แต่ยังไม่ทันได้แต่งเสร็จ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวตรงมายังห้องของเธอ แน่นอนว่าเธอจำเสียงฝีเท้าของเขาได้ดี "เขากลับมาแล้ว " ทิชาบอกลูกพีชด้วยท่าทางตื่น เพราะไม่คิดว่าพ่อของลูกจะกลับมาเร็วขนาดนี้ " ไหนแกบอกว่าหมอนั่นจะมาสองทุ่มไง " ลูกพีชเองก็ตื่นเต้นไม่ต่างกัน กลัวว่าเพื่อนจะโป๊ะแตก โดนจับได้ว่าไปมีเรื่องมา "ไม่รู้...เดี๋ยวฉันทำเอง แกรับหน้าไปก่อน แล้ว







