Partager

บทที่ 4

Auteur: Phat_sara
last update Date de publication: 2025-05-04 16:27:57

​“ไงเรา ปลุกเพื่อนบ้านแต่เช้าเลยนะ”

“พี่อาร์ต! ได้ยินเหรอคะ” เสียงทักทายจากเพื่อนบ้านที่มีรั้วติดกันดังขึ้นระหว่างที่ฉันกำลังตากผ้าอยู่ บ้านแถวนี้เป็นชุมชนเก่าค่ะอยู่ติดกันแล้วรั้วก็ไม่ได้สูงมากเท่าไหร่ก็เลยทำให้พวกเราสนทนากันแบบนี้ประจำ พี่อาร์ตเป็นพี่ชายข้างบ้านที่เพิ่งเรียนจบได้ไม่นาน เป็นพี่ชายแสนดีที่คอยช่วยเหลือฉันอยู่ประจำ

“อื้ม ย้ายไปอยู่ที่อื่นไหมนับ” พี่อาร์ตพยักหน้ารับ ซึ่งก็ประจำนั่นล่ะค่ะสมาชิกในบ้านหลังนี้ชอบทะเลาะกันเสียงดังฉันอายจนไม่รู้จะอายยังไง แล้วพี่อาร์ตก็ถามคำถามที่ชอบถามฉันบ่อย ๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่เอาหรอกพี่อาร์ต นับอยากอยู่บ้านของพ่อแม่” ฉันตอบเขาด้วยรอยยิ้ม ในใจมันอ่อนแอนะคะแต่ไม่อยากให้ใครต้องเป็นห่วง ไม่อยากทำตัวน่าสงสาร

“เฮ้อ! พี่ไม่รู้จะพูดยังไงกับเราแล้ว มาอยู่บ้านพี่ก่อนไหมอย่างน้อยก็ดีกว่าห้องนั้น”

“โหย~ ขืนไปอยู่ป้าจันทร์คงได้โพนทะนาว่านับใจแตกยิ่งกว่าเดิมแน่นอน แล้วก็ต้องตะโกนด่าให้พี่อาร์ตเอาสินสอดมาขอนับ เชื่อเหอะ” ฉันบอกแล้วก็ขำไปด้วยเพราะมั่นใจว่าสิ่งที่พูดไปไม่ผิดจากนี้แน่นอน

“ฮ่า ๆๆ พี่ก็ลืมนึกถึงข้อนี้ไปเลย แต่ก็ได้อยู่นะเอาไหมล่ะ” พี่อาร์ตฟังแล้วก็ขำไปกับฉัน แถมยังพูดทีเล่นทีจริง ถึงแม้พี่อาร์ตจะหล่อมากก็ตามแต่เห็นกันมาตั้งแต่เด็กแถมยังเคยแก้ผ้าเล่นน้ำในกะละมังด้วยกัน แค่คิดเล่น ๆ ก็ไม่ไหวแล้วค่ะ

“เรารู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้วพี่ แค่คิดเล่น ๆ นับก็ขนลุกแล้ว”

“ฮ่า ๆๆ โอเค ๆ เดี๋ยวพี่ไปทำงานแล้วนะ”

“วันเสาร์นะคะยังต้องทำงานอีกเหรอพี่อาร์ต”

“วันนี้ตอนบ่ายต้องตามเจ้านายไปประชุมที่ภูเก็ต พี่ไปแล้วนะเดี๋ยวซื้อขนมมาฝาก” พี่อาร์ตยิ้มให้ก่อนจะโบกมือลาฉัน

“ค่า เดินทางปลอดภัยนะคะ” ฉันโบกมือลาเขาเช่นกัน งานพี่อาร์ตคือการเป็นเลขา แต่บริษัทอะไรฉันก็จำไม่ได้ สมองมันล้าจำอะไรไม่ค่อยได้หรอกค่ะ แต่อิจฉาพี่เขาเหมือนกันเพิ่งเรียนจบก็มีงานดี ๆ ทำแล้ว ถ้าฉันเรียนจบจะหางานง่ายแบบพี่อาร์ตไหมนะ

-หนึ่งอาทิตย์ต่อมา-

“นับ ตั้งแต่ไอ้พี่จ๊อดโดนคุณคริชลั่นไกใส่วันนั้นก็ไม่กล้าเข้ามายุ่งกับนับอีกเลยเนอะ” อัญชันเพื่อนพนักงานเสิร์ฟในผับคนเดิมคุยกับฉันในช่วงที่พวกเรากำลังเตรียมข้าวของให้พร้อมเพราะเดี๋ยวจะถึงเวลาที่ผับเปิดแล้ว

ก็เป็นอย่างที่อัญชันพูดนั่นล่ะค่ะ ตั้งแต่วันนั้นไอ้พี่จ๊อดก็ไม่กล้ามายุ่งกับฉันอีกเลย สงสัยหลอนไม่หาย สติคงกระเจิงไปพร้อมกับกระสุนปืนที่วิ่งผ่านขาแบบเส้นยาแดงผ่าแปด

“อื้อ ดีแล้วล่ะอัญเพราะนับเบื่อมาก” ฉันหันไปบอกอัญชันด้วยความรู้สึกยินดีปรีดา แต่แอบใจกระตุกตอนที่อัญชันพูดชื่อคุณคริช ก็เทพบุตรขี่ม้าขาวของนับเงินหายไปเลยตั้งแต่วันนั้น

“แต่พักนี้ไม่เห็นคุณคริชมาดื่มที่นี่เลยเนอะ” เฮ้อ! อัญชันจะตอกย้ำนับเงินไปไหนคะ ไม่เห็นใจคนแอบชอบบ้างเลย

“เขาก็คงไปร้านอื่นมั้งอัญ จะให้เที่ยวอยู่ร้านเดียวมันก็น่าเบื่อไป” ฉันตอบแบบยิ้มอ่อน

“แต่ที่นี่เด็กเสิร์ฟสวยนะคะคุณนับเงิน” อัญชันพูดขึ้นแล้วก็มองฉันแบบหรี่ตา

“หมายถึงนับ” ฉันเอามือชี้มาที่ตัวเองแล้วก็ยิ้มรับคำชมนั้น ก็ทุกคนชอบชมว่าฉันสวย จากที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองสวยแค่หน้าตากลาง ๆ นี่ก็เริ่มมั่นหน้าแล้วค่ะ สวยก็สวยวะ ฮ่า ๆๆ

“โห~ เดี๋ยวนี้กล้ายอมรับด้วย” อัญชันก็เล่นกลับค่ะ เล่นใหญ่ด้วยการทำหน้าอึ้งใส่

“ก็นับโดนพูดกรอกหูว่าสวยทุกวัน ไม่อยากยอมรับแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง” พอฉันพูดแบบนั้นจบเสียงหัวเราะของเราทั้งสองก็ดังขึ้นก่อนที่จะคุยไปทำงานไปเพื่อเตรียมรับศึกใหญ่จากลูกค้าในวันนี้ คืนวันศุกร์ที่ตรงกับต้นเดือนพอดี บันเทิงแน่นอนค่ะ

“กัสทำไมมึงไม่ออกไปนั่งกับลูกค้าล่ะ วันนี้คนเยอะมากต้องมีแต่คนแย่งกันซื้อดื่มให้มึงแน่นอนค่ะ” เสียงพีอาร์ในผับที่เป็นเพื่อนกับซูกัสถามนางขึ้นและฉันก็บังเอิญได้ยินพอดีเพราะกำลังเข้าห้องน้ำอยู่ ส่วนคนข้างนอกที่คุยกันเพิ่งเดินจะเข้ามา

“เดี๋ยวที่รักของกูจะเข้ามากูไม่อยากให้มีกลิ่นผู้ชายคนอื่นติดตัว” น้ำเสียงเชิดตอบขึ้นมาทำให้เพื่อนนางถึงกับกรี๊ดเบา ๆ เพราะนางพูดแบบนี้เป็นใครในผับก็ต้องรู้หมดว่าหมายถึงคุณคริช

“กรี๊ด~ วันนี้มาเหรอ อิจฉามากอยากได้บ้าง” ไม่ใช่แค่เพื่อนของซูกัสที่อิจฉาหรอกอีคนที่นั่งขี้อยู่ในห้องแคบ ๆ นี่ก็อิจฉา อยากได้บ้างเหมือนกัน ฮ่า ๆๆ เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าเขาคือผู้ชายที่ปลุกความแรดในตัวนับเงิน

“เสียใจจ้ะ คนนี้ตัวจริงกูหวงมาก แล้วเขาก็ไม่ยอมให้คนอื่นไปนั่งซะด้วยสิ” เสียงยัยซูกัสตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเชิดและหยิ่งหนักกว่าเดิมก่อนที่เสียงรองเท้าส้นสูงจะดังแผ่ว ๆ เหมือนมีคนเดินออกไป

“หือ! อีดอก! ทำเป็นเชิดก็แค่เด็กที่เขาเรียกไปนั่งล้วงนั่นล่ะวะ! พูดอย่างกับเขาจะเอาตัวเองเป็นแฟน”

“เออ ทำอย่างกับเขาจะเอามันไปเป็นตัวจริง” อ้าวเฮ้ย! น้ำเสียงเปลี่ยนไป ลิ้นสองแฉกนี่หว่า ฮ่า ๆๆ พอเพื่อนสนิทออกไปก็ด่าไล่หลังซะงั้น ตลกดี ด่ากันลับหลังแบบไม่ได้สนว่าบุคคลปริศนาที่นั่งขี้อยู่จะได้ยินด้วยซ้ำ

เวลาผ่านมาเกือบเที่ยงคืนฉันก็เห็นคุณคริชเข้ามาที่ผับ ขนาดมองจากที่ไกล ๆ ยังหล่อมาก หล่อเวอร์ หล่อบรรลัยทำใจละลาย สาว ๆ ในผับก็มองเขาเป็นตาเดียว แต่น่าเสียดายที่วันนี้ฉันต้องเสิร์ฟที่โซนข้างล่างเพราะคนเยอะมากเลยไม่ได้ขึ้นไปเสิร์ฟโซน VIP ส่วนซูกัสคนสวยที่ตอนนี้นั่งข้างคุณคริชก็กำลังเชิดหน้าใส่ผู้หญิงแทบจะทุกคนประหนึ่งว่าตัวเองคือคนที่ได้ผู้ชายสุดหล่อและแบดบอยคนนี้ไปครอบครองทั้งตัวและหัวใจ แต่ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจมากมายหรอกนะคะเพราะต่อให้เขาจะควงใครฉันก็เป็นได้แค่คนที่แอบชอบอยู่ดี ร้องเพลง คนเจียมตัว ของ so cool วนไปสักหมื่นรอบเถอะนับเงินเอ๊ย

#NUB NGERN END

#KRICH TALK

“วันนี้ดื่มหนักจังเลยนะคะ” เสียงเซ็กซี่ของซูกัสถามขึ้นใกล้ ๆ หูผม ปกติถ้าผู้หญิงมาใกล้ผมจะพอใจมากแต่วันนี้รู้สึกเบื่อ อีกอย่างคงเพราะมองเห็นเด็กเสิร์ฟด้านล่างเห็นแล้วหงุดหงิด ผมแม่งยิ่งมีปมกับผู้หญิงที่แอ๊บใสอยู่ด้วย พอมาเห็นว่ามีคนประเภทนั้นอยู่ไม่ไกลผมก็เลยหงุดหงิดมาก

“เหนื่อยกับงานน่ะ กัสสั่งเหล้าเพิ่มให้พี่หน่อย เอามาเยอะ ๆ เลย” พอหงุดหงิดแล้วก็อยากเอาเหล้าเข้าปากครับ ไม่งั้นมันจะยิ่งหงุดหงิด

“ได้ค่ะ เหมือนเดิมเลยนะคะ” ซูกัสหันมาอ้อนเสียงหวานพร้อมดวงตาเป็นประกายเพราะผมแดกเหล้าแพงครับ แพงที่สุดของร้าน

วันนี้ผมมาคนเดียวเพาะอยากมาดื่มแบบที่ไม่ต้องมีเพื่อนมาพูดจากวนส้นตีน เหนื่อยกับงานที่มีปัญหาแค่ยิบย่อยแต่พวกลูกน้องที่จ้างโคตรแพงให้ดูแลบริษัทลูกดันทำงานไม่ได้เรื่อง ผมต้องไปจัดการปัญหาเองกว่าจะลงตัวมันก็กินเวลาชีวิตผมไปทั้งอาทิตย์ แต่พอจะมาพักผ่อนดันมาเจอยัยเด็กหน้าสวยแอ๊บใส แม่งสวยกว่าผู้หญิงคนนั้นแล้วจะร้ายลึกกว่ารึเปล่าวะ กูยิ่งเกลียดผู้หญิงประเภทนี้อยู่ด้วย

“พี่คริชอารมณ์ไม่ดีเลยนะคะ ให้กัสช่วยผ่อนคลายไหม” หลังจากนั่งกันมาจนตี 1 เกือบจะตี 2 และผมก็เริ่มจะเมามากแล้วซูกัสก็เอามือมาลูบขาผมแผ่ว ๆ พร้อมกับกระซิบยั่วข้างหู ซึ่งผมรู้ดีว่าเธอหมายถึงอะไร ถึงจะชอบที่มีผู้หญิงมาอ่อยแต่เวลานี้จะให้เธอมาช่วยยังไงครับ กูเมาเละขนาดนี้แล้วแม้แต่ตัวกูเองยังช่วยตัวเองไม่ได้เลย

“ไม่เอาน่ากัส” ผมดันมือซูกัสที่เริ่มจะลากมาใกล้เป้าผมเรื่อย ๆ ถึงจะเคยกันมาบ้างแต่ผมไม่ชอบผู้หญิงรุกก่อน และก็นั่นล่ะเวลานี้สติผมกำลังจะไม่คงที่กำลังจะเมาเละไปทั้งตัว ยั่วไปผมก็ไม่ทำอยู่ดี

“กัสแค่อยากให้พี่คริชอารมณ์ดี วันนี้ไม่ค่อยเอ็นจอยเลยนี่คะ”

“รินเหล้ามาเถอะ วันนี้พี่อยากดื่มมากกว่า” ผมบอกไปซูกัสก็ทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไร

“กัส ๆ” พนักงานในร้านเดินมาแล้วก็ก้มหัวให้ผมเป็นเชิงขออนุญาตแล้วก็เรียกซูกัส

“มีไรพี่ไหม”

“มีคนโทรมาหา เขาบอกมีธุระด่วน สำคัญมาก” พนักงานคนนั้นบอกซูกัสพอซูกัสพยักหน้ารับรู้ถึงได้เดินออกไป

“พี่คริชคะกัสขอไปรับโทรศัพท์แป๊บเดียวนะคะ เดี๋ยวกัสมาค่ะ ท่าทางคงเป็นคนที่มีธุระสำคัญแน่เลย” เธอหันมาบอกผมซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ ผมรู้กฎของที่นี่มาว่าห้ามพนักงานใช้โทรศัพท์ในเวลางาน ถ้าใครมีธุระสำคัญให้โทรเข้าเบอร์ของผับแทน

ผมนั่งกระดกเหล้ามองอะไรไปเรื่อยเปื่อยแต่สายตามันชอบมองลงไปด้านล่างมากกว่า ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แถมยังชอบโฟกัสไปที่ผู้หญิงคนนั้นด้วยสิ

“พี่คริชคะ” ผ่านไปสักพักซูกัสก็เดินมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่

“หืม?”

“คือ...วันนี้กัสต้องขอตัวก่อน พอดีว่าญาติกัสเกิดอุบัติเหตุไปขับรถชนคนแล้วไม่มีใครไปประกันตัวน่ะค่ะ กัสเลยต้องไปช่วย”

“อื้ม ได้ครับไปเถอะ” ผมตอบรับเธอก็ทำหน้าลำบากใจแล้วก็ขอตัวไป ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้วครับ นั่งกินเหล้าเงียบ ๆ คนเดียวมันก็ดีไปอีกแบบ เพราะคืนนี้ไม่ได้ตั้งใจมากินแต่ตั้งใจมาดื่ม

-03.00 น.-

เสร็จงานไปอีกหนึ่งวันแล้วค่ะ กว่าจะเคลียร์ความสะอาดในร้านเสร็จ ถึงจะมีพนักงานทำความสะอาดแต่มันก็เป็นน้ำใจฉันเลยช่วยพี่เขาทำต่อจนทุกอย่างในผับเรียบร้อยแบบนี้ทุกวัน แล้วตอนนี้ก็กำลังเดินออกไปเพื่อรอรถเมล์กลับบ้าน

“หือ? รถคุณคริชไม่ใช่เหรอวะ” ฉันเดินผ่านลานจอดรถก็เห็นรถสีดำที่พอจะจำได้ว่าเป็นคันที่ไปส่งฉันเมื่ออาทิตย์ก่อนจอดอยู่ ทำไมคุณคริชยังไม่กลับ ไปต่อกับซูกัสก็คงไม่ใช่มั้งฉันได้ยินว่าซูกัสมีธุระด่วนรีบกลับตั้งแต่ตี 1 แล้วนี่นา

“คุณคริช คุณคริชคะ” พอเดินไปใกล้ ๆ รถฉันก็เห็นเขานอนหลับอยู่ในรถ แถมไม่ปิดประตูรถด้วยสิ ดูจากท่าทางคงเมาเละเลยล่ะ และด้วยความที่เขาเคยช่วยเหลือฉันพอเห็นเขาอยู่ในสภาพนี้ฉันก็เลยอดที่จะดูเขาหน่อยไม่ได้ เมาเละแบบนี้เกิดเจอผู้ร้ายมาปล้นจะทำยังไง

“อื้ม~ จะนอน~” คุณคริชครางออกมาในลำคอด้วยความหงุดหงิด

“คุณคริช คุณมานอนตรงนี้ไม่ได้นะคะ ถ้าพนักงานกลับหมดตรงนี้มันจะเปลี่ยวมากนะ” ฉันเอามือไปเขย่าที่แขนเพื่อปลุกเขาเบา ๆ ทำให้คุณคริชค่อย ๆ ลืมตามามองช้า ๆ

“เสือกไรวะ!” ตาปรือแต่ยังคงความหล่อจ้องที่หน้าฉันแล้วก็พ่นคำด่าออกมาด้วยน้ำเสียงแอ้อ้อ

“คุณคริช จำนับได้ไหมคะ” ฉันไม่สนใจคำหยาบของคนเมาหรอกค่ะ มันเรื่องปกติ สนใจแค่ให้เขาอย่ามานอนเมาเละตรงนี้ก็พอ

“หือ?...อ้อ~ เธอเองเหรอ หึ!” เขาหรี่ตามองฉันแล้วก็ทำหน้าเหมือนนึกได้ แต่ หึ! ที่ลงท้ายนี่ไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไง หางเสียงมันสะบัดแปลก ๆ

“ค่ะนับเอง คุณคริชไหวไหมคะ ตรงนี้มันเปลี่ยวนะคะ”

“ฉันเมา~”

“ถ้างั้นนับว่าคุณคริชล็อกรถเอากระจกขึ้นแล้วแง้มไว้นิดเดียวดีกว่านะคะ” ฉันแนะนำคนเมาไปด้วยความหวังดี เกิดพรุ่งนี้มีข่าวว่าหนุ่มหล่อโดนปล้นฆ่าชิงทรัพย์ในผับชื่อดังจะทำยังไง

“ไม่เอา กลับไปนอนดีกว่า” เขาอ้อแอ้ตอบแล้วก็ขยับตัวนิดหน่อย

“คุณเมาจะขับรถกลับได้ยังไงคะ ถ้างั้นเดี๋ยวนับไปเรียกแท็กซี่ให้นะคะ”

“ไม่เดี๋ยวรถหาย เธอขับรถเป็นไหม” เขาส่ายหน้าตอบพร้อมกับคำพูดอ้อแอ้เมาเละเหมือนเดิม

“เป็นค่ะ” ฉันพยักหน้าตอบ อย่าบอกนะว่า...

“อือ~ ขับให้หน่อย เดี๋ยวบอกทาง” เขาพูดแค่นั้นก็ปีนไปนั่งที่เบาะด้านข้างคนขับทันที มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอวะ ฉันขับรถเป็นค่ะแต่ไม่ใช่ซุปเปอร์คาร์แบบนี้

“ไม่ดีมั้งคะ อีกอย่างนับไม่เคยขับรถพวกนี้ด้วย” ฉันรีบตอบกลับ จะให้ไปส่งเขาก็ได้อยู่นะคะตอบแทนที่เขาเคยช่วยฉันไว้ แต่ต้องไม่ใช่การขับรถราคาเป็นสิบ ๆ ล้านแน่ ปุ่มอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะเต็มไปหมด

“ขับ ๆ ไปเหอะน่า ประกันชั้นหนึ่ง เอิ๊ก!” คุณคริชพูดไปก็ทำท่าเหมือนจะอ้วกปนมากับเรอ

“แต่...”

“เร็วสิวะ!” เขาหันมามองหน้าฉันแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เชื่อแล้วว่าเมาเละจริง ๆ เอาวะเป็นไงเป็นกันขับก็ขับ ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณของเขาและช่วยเหลือสุดหล่อในดวงใจก็แล้วกันนับเงิน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 121

    “อ๋อ สินสอดไงครับ”“อ้าว พี่คริชไม่เอาไปเก็บเหรอคะ”“เก็บทำไมไม่ใช่ของพี่ สินสอดหนูก็ต้องให้หนูเก็บสิครับ คนของคุณแม่ที่ดูแลสินสอดในงานเขายกเข้ามาให้”“ของนับอะไรคะของพี่คริชต่างหาก รีบเก็บเลยค่ะมันอันตราย” ฉันรีบบอกพี่เขาที่เอาแต่พูดเล่น ถ้าบอกว่าเป็นกระเป๋าสินสอดฉันก็อยากให้รีบเก็บในที่ปลอดภัย คือ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 120

    “ยังไม่เคยทำได้สักครั้งเลยนะคะพี่คริช นับกินยาคุมดีกว่าค่ะ แล้วนั่นถุงอะไรคะถุงร้านขายยารึเปล่าทำไมมันใบใหญ่จังเลย” ฉันเพิ่งสังเกตเห็นถุงที่พี่คริชวางไว้ที่โต๊ะ ถุงจากร้านขายยาแต่ใบใหญ่ ไม่รู้พี่คริชเป็นอะไรรึเปล่า“อ๋อ ถุงของใช้ส่วนตัวพี่ หนูอยากดูไหม” พี่คริชยิ้มแล้วก็ยื่นถุงร้านขายยามาให้ฉัน ของใ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 119

    ​“ว่าไงครับ แต่งงานกับพี่ได้ไหม เราแต่งงานกันนะ” พี่คริชกอดฉันพร้อมกับจูบที่ผมแล้วก็พูดออกมา น้ำเสียงของเขามันมีแต่ความอบอุ่น ฉันอุ่นใจทุกครั้งที่ได้ยิน เฮียเร่งให้ตอบน้องก็อยากตอบ อยากตอบตั้งแต่เฮียพูดคำแรกแล้วแต่มันมัวแต่ตะลึงตื่นเต้นดีใจร้องไห้น้ำตาไหลพรากเลยไม่ทันได้ตอบไงคะ“แต่งค่ะ นับจะแต่งงาน

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 118

    หมับ!“ไม่ต้องกิน” พี่คริชคว้าข้อมือฉันที่กำลังจะลุกวิ่งเอาไว้พร้อมกับพูดเสียงแข็ง“คะ?” พูดมาว่า ไม่ต้องกิน แสดงว่าพี่เขาเข้าใจสินะว่าฉันหมายถึงอะไร“พี่บอกว่าไม่ต้องกินไงครับ ห้ามกินพี่ไม่ให้หนูกิน”“กินฉุกเฉินแค่วันนี้แล้วค่อยกินแบบปกติค่ะ ไม่ได้กินยาคุมฉุกเฉินมานานแล้วไม่อันตรายหรอกนะคะ” ลืมไปค่

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 117

    ไม่อยากจะบอกแต่ก็ต้องบอกว่าสาว ๆ ที่นี่จ้องพี่คริชตาเป็นมันกันทั้งนั้น ซึ่งมันก็เรื่องปกตินะคะไม่มองสิแปลกผู้ชายของนับเงินหล่อลากไส้ หล่อระทดนกเขาระทวยขนาดนี้ ฮ่า ๆๆ“คริช~ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ นีน่าคิดถึงจังเลย” นั่งสวีทกันได้สักพักก็มีผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ใส่ชุดเดรสสีแดงเพลิงเดินเข้ามาทักพี่คริช อื้อ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 116

    “เลิกหื่นก่อนค่ะ หิวรึยังคะ” ฉันดุเบา ๆ แล้วก็ถามพี่คริชที่กำลังเอามือมาปัดปอยผมให้ฉัน“หิวแล้วครับ แต่ที่จริงขอไข่ลวกสัก 10 ฟองกับนมสัก 2 ก็น่าจะพอนะ” พี่คริชบอกแล้วก็ลดสายตาลงมองหน้าอกของฉัน“พี่คริช!”“ฮ่า ๆๆ ไม่เขินสิที่รัก มา ๆ มาให้ผัวโอ๋เร็ว” พี่คริชหัวเราะอารมณ์ดีแล้วก็ดึงฉันไปกอด นึกว่าจะจบ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 115

    เมียผมเป็นตัวร้าย! นอกจากความคิดความอ่านจะเริ่มเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาแล้วสกิลการยั่วยังก้าวกระโดด ตอนแรกที่ก้มหน้าลงมาจูบผมก็ไม่ได้ว่าหรอกนะครับ อยากจูบแฟนอยู่เหมือนกัน แต่ใครจะคิดว่าจะกล้าขนาดล้วงเข้าไปจับลูกชายของผมคลึงเล่นขนาดนั้น พอห้ามเหมือนทุกครั้งก็นึกว่าจะฟัง ที่ไหนได้ดันเอานมมายัดปากแทน แล้วผมจะ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 113

    “อืม~” พี่คริชครางในลำคอแล้วก็เหมือนจะผลักฉันออก มือที่กำลังลวนลามหน้าอกของพี่คริชก็เลยดิ่งลงไปตรงเป้าพี่เขาอย่างรวดเร็ว ไม่อยากจะกรี๊ดแต่ขอกรี๊ดในใจเพราะว่าตอนนี้สากพี่เขาพร้อมตำมาก~ >///เห็นนางนิ่ง ๆ ที่จริงนางตื่นนะคะ ตื่นตอนไหนก็ไม่รู้“อืม~”ฉันทั้งบีบทั้งนวดท่อนเอ็นแข็ง ๆ อุ่น ๆ ที่มีกางเกงน

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 112

    Line...แก๊งนางฟ้ากับเมียมโนMilan : พี่คริชทำแสบ!Mintra : ใช่ ใช่ไหม?Milan : ชัวร์! ไอ้บ้าแอลบอกมาWahn-Wahn : ฮือ~ หวานโดนคุณพอร์ชบ่นหูชา ยังบ่นไม่จบแต่หวานแกล้งปวดอึ๊วิ่งเข้าห้องน้ำก่อน T_TKaNom : พี่คริช! น้องนับแฟนหนูขี้ฟ้อง!Milan : คราวหลังนับเงินต้องหัดโกหกเฮียเขาบ้างนะลูก!!!!!Manny : เกิ

  • So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์   บทที่ 111

    “ครั้งนี้มากับเด็กฝึกงานท่านประธานเลยต้องมาเวลานี้ ขอโทษนะคะ แต่ถ้าไม่มาตอนพักเที่ยงหนูจะเข้าไปทำงานไม่ทัน”“อ้อนเก่ง” พี่คริชพูดเบา ๆ แล้วก็ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มเรารอกันไม่นานก็มีโต๊ะว่าง พอเข้าไปพี่คริชก็จัดการสั่งอาหารให้เสร็จสรรพเหมือนรู้ว่าร้านนี้มีอะไรอร่อยบ้าง แต่เหมือนจะอร่อยทุกอย่างเพราะพี่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status