LOGINTrigger warning: This novel contents some dark parts and is not for a faint heart hence it's for mature audience only! Vincenzo Romano! A ruthless and fierce Italian Mafia king, who's aura screams danger.who craves for blood and fear in people's eyes gives him satisfaction.Handsome yet lethal.He doesn't believe in love.He's powerful business man even business world fears him yes he's that lethal.A king of dark where no source of light emits. Elena Martin! she's a successful doctor and loves her profession.she is a real example of beauty with brain.she tells herself that she's full but empty inside yes she craves for love yet never got it.she's depraved of love.she doesn't trust anyone around her.she's confident yet innocent. everthing was going fine until one day she saves someone whom she didn't have any idea about and it gets hers tangled up with a ruthless Italian Mafia king who now wants her at any cost.He will go deepest ocean if he had to for her.For her he's ready to destroy the whole world who dares to hurt her but the question is will he let her tame him or will he deject her?
View Moreบทนำ
“แง ๆ ” เสียงกระจองอแงของเด็กหญิงดังลั่นบ้าน ทำให้เด็กชายอายุสิบเอ็ดขวบรีบวิ่งเข้ามาหา ในมือเขามีกล่องปฐมพยาบาลขนาดใหญ่ แพรวาชี้แผลบนเข่าพลางร้องไห้โฮ น้ำตาไหลอาบใบหน้าจิ้มลิ้ม ทำให้คนเป็นพี่รู้สึกสงสาร
“แพรไปเล่นซนมาหรือ ได้แผลอีกแล้ว” น้ำเสียงอ่อนโยนถามขึ้น เขาเปิดกล่องปฐมพยาบาล หยิบแอลกอฮอลล์กับสำลีพร้อมทิงเจอร์ดีนออกมา
“แพรแค่ปีนไปเก็บมะม่วงแล้วตกลงมา ก้นจ้ำเบ้าเลย” เด็กหญิงวัยสี่ขวบร้อง ธีระหัวเราะเสียงเบาก่อนจะรีบทำแผลให้
ท่าทางจริงจังของเขาและสัมผัสอ่อนโยนทำให้เธอยิ้มออกมา ทุกครั้งเวลาเจ็บตัวก็เป็นพี่ชายข้างบ้านคนนี้ที่ช่วยรักษา
เธอรู้ว่าเขาฝันอยากเป็นหมอ เนื่องจากเป็นอาชีพที่มีเกียรติและมั่นคง
เวลาแพรวาเล่นซนจนบาดเจ็บก็ได้ธีระคอยช่วยเหลือ เธอนั้นทั้งรักและเทิดทูนเขา
เฝ้ารอจะได้เห็นอนาคตอันสดใสของอีกฝ่าย อยากจะได้เห็นเด็กชายในชุดกาวน์หมอ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เด็กน้อยในอดีตก็โตขึ้นกลายเป็นหนุ่มสาว รักวัยใสอันบริสุทธิ์แปรเปลี่ยนเป็นรักในเชิงโรแมนติก
แต่อนิจจา..เด็กห้าวแก่นแก้วในวันนั้นกลับเลือกที่จะซ่อนเก็บความในใจไว้กับตัว เธอฝังมันไว้ลึกสุด ไม่ให้ใครได้ล่วงรู้ถึงความในใจ
ใครจะกล้าบอกว่าตนแอบชอบพี่ชายข้างบ้านที่เล่นด้วยกันแต่เด็ก ยิ่งอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีสนใจเธอ ยิ่งแล้วใหญ่
เธอเป็นผู้หญิง นิสัยของผู้หญิงคือต่อให้จะชอบฝ่ายชายมากแค่ไหนแต่เธอไม่มีวันเปิดเผยความในใจออกไป ดังนั้นจึงไม่กล้าบอกรักผู้ชายก่อน
เพื่อเก็บซ่อนความลับ เธอจึงหันไปตีสนิทกับตฤณ พี่ชายของธีระแทน
ความสัมพันธ์ของเธอกับหมอหนุ่ม นานวันยิ่งห่างเหิน จากเพื่อนในวัยเด็กแปรเปลี่ยนเป็นแค่คนรู้จัก จากคนรู้จักแปรเปลี่ยนเป็นคนแปลกหน้า
ธีระกลายเป็นคุณหมอออร์โธฯ หมอกระดูก ฝีมือดี อนาคตสดใส
ที่สำคัญเขากำลังปลูกต้นรักกับพราวลดา น้องสาวของเธอ
แพรวาไม่รู้ว่าทั้งสองคนคบกันเมื่อไหร่ แต่หลังจากเธออยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก ทั้งสองฝ่ายก็เป็นแฟนกันแล้ว แม้จะสงสัยว่าทั้งสองคนคบกันได้อย่างไร แต่เธอก็รู้สึกยินดีที่ทั้งสองคนคบกัน
พราวลดาเป็นเด็กหน้าตาสะสวย น่ารัก เรียบร้อย คำพูดคำจาอ่อนหวาน
ตรงกันข้ามกับเธอที่ลุคห้าวยิ่งกว่าทอมบอย เป็นจอมทโมน หาความเป็นกุลสตรีไม่ได้
ธีระจะไม่ชอบเธอก็ไม่เห็นแปลก ยิ่งอีกฝ่ายพูดน้อยราวกับผ้าพับเสียขนาดนั้น อย่างไรก็ต้องหาคนรักที่นิสัยเหมือนกันเป็นธรรมดา
แพรวาเลยระเห็จไปเรียนหมอที่เชียงใหม่ นอกจากจะไกลจากทั้งสองคนแล้วยังได้รักษาแผลใจ
เธอตั้งใจว่าจะเป็นหมอเด็กเพราะอยู่กับเด็กแล้วได้คลายเครียด ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอะไรให้ทุกข์ เรียนจบแล้วก็กลับมางานหมั้นของน้องสาวที่กรุงเทพ
พราวลดากำลังจะหมั้นกับธีระ...
ตอนแรกที่รู้ข่าว จิตใจของหญิงสาวเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่คิดเลยว่าคนที่เธอแอบชอบกำลังจะไปได้สวย...
เพราะอึดอัดมากกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เธอจึงแอบมาร้องไห้คนเดียวที่สวนหลังบ้าน
เมื่อถึงเวลาตกดึก น้ำตาของหญิงสาวก็ยังคงไหลจนอาบแก้มใส
เธอไม่รู้จะทำอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น จะขอให้ทั้งสองถอนหมั้นก็ไม่มีความกล้าพอ
เธอรักน้องสาวยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง อยากให้น้องสาวมีความสุขกับผู้ชายที่รัก แต่ใจหนึ่งก็อยากให้ผู้ชายที่รักมองตน
เพราะเจ็บจนใจเจียนขาด หญิงสาวถึงไม่อยากมางานหมั้น
ไม่ใช่เจ็บธรรมดา แต่มันแสลงในอก ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นงานมงคลของน้องสาว เธอก็คงจะไม่มาเหยียบที่นี่
พราวลดาดูมีสีหน้าสบายใจเมื่อเห็นหน้าพี่สาวสุดที่รัก ไม่รู้เลยว่าคนเป็นพี่สาวรู้สึกแย่แค่ไหน
“พี่แพร เดินทางมาเป็นอย่างไรบ้างคะ”
“พี่เหนื่อย ขอพักก่อนนะ ของฝากจากเชียงใหม่พี่เอาให้จุ๊บแจงแล้ว น้องกำลังจัดขนมให้ พราวกินได้เลย พี่ขอพักสักหน่อย” หญิงสาวตัดบท หอบร่างกายอิดโรยพร้อมสัมภาระขึ้นบันไดไป
หญิงสาวเอาข้าวของไปเก็บ ย้ายของจากในกระเป๋าไปไว้ในตู้ เธอเปิดผ้าม่านออกเพื่อให้แสงเข้าห้องบ้าง พลังงานดี ๆ จะได้เข้ามา
เมื่อผ้าม่านถูกเปิดออก สายตาของร่างเล็กก็หันไปสบกับห้องของธีระอย่างช่วยไม่ได้
ชายหนุ่มชอบนั่งทำงานและออกกำลังกายในห้อง ด้วยความที่ห้องอยู่ตรงข้ามกับห้องของเธอ บางครั้งก็เห็นอีกฝ่ายเป็นเงาไหว ๆ ไม่รู้ทำไมวันนี้ผ้าม่านถูกดึงลง ไฟในห้องก็ไม่เปิด ซ้ำยังไม่มีวี่แววของมาเซราติคันงามจอดอยู่หน้าบ้าน
หญิงสาวจึงอดเป็นกังวลไม่ได้ ปกติเขาเข้าบ้านเร็ว ไม่อยู่ข้างนอกช่วงหัวค่ำเลย ธีระเป็นเด็กอนามัย เข้านอนเร็ว ตื่นเช้า
เธอไม่รู้ว่าเขาออกไปไหน…
แพรวารู้สึกเครียดที่ไม่เจอหน้า กำลังจะล้มตัวลงนอนแต่ก็นอนไม่หลับ
พอดีกับที่ตฤณโผล่หน้าเข้ามาในบ้าน เขาเพิ่งทราบว่าหญิงสาวกลับจากเชียงใหม่จึงอดไม่ได้ที่จะเชิญเธอไปเปิดหูเปิดตา
ตฤณสนิทกับแพรวามาก ใคร ๆ ต่างมองว่าสองคนนี้เป็นพี่ชาย-น้องสาวกัน จะมีก็แค่ธีระกับพราวลดาที่คิดว่าทั้งสองคบกัน
แพรวาไม่ได้คิดกับตฤณในฐานะคนรัก เธอมองเขาเป็นพี่ชายที่พึ่งพาได้ เวลามีเรื่องเดือดร้อน หญิงสาวมักจะให้ตฤณมาช่วยเหลือตนเสมอ
ในบางครั้งทั้งสองมักจะหัวเราะต่อซิกกัน ทำให้ธีระกับพราวลดาคิดว่าทั้งสองคนซุ่มปลูกต้นรัก
แต่แพรวาไม่คิดรักอีกฝ่าย แม้ร่างสูงจะเป็นอาจารย์หมอฝีมือฉกาจ แต่เขามีนิสัยเจ้าชู้ เป็นตัวพ่อเพลย์บอย ขึ้นเตียงกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แพรวาจึงไม่เข้าใกล้มาก
ตฤณเองก็รู้ดีว่าหญิงสาวคงจะกลัวเขาในเรื่องนี้ จึงลดดีกรีความเจ้าชู้ลงเมื่ออยู่ใกล้ จะมีก็แต่พราวลดาเท่านั้นที่เขาเคยรุ่มร่ามใส่ แปลกที่ตฤณไม่คิดปิดบังความต้องการของตนเมื่ออยู่ใกล้น้องสาวของแพรวา
พราวลดาเคยเห็นอีกคนควงนักศึกษาแพทย์ในห้องเรียน เธอลืมของเอาไว้ตอนเรียนก็เลยกลับขึ้นมาเอา
ไม่คิดว่าจะเห็นภาพชายหญิงอย่างตฤณกับนักศึกษาระเริงรักอยู่ในห้อง
หนังสดที่ว่าทำเอาเธอหน้าม้าน รีบเก็บของกลับบ้านทันที เสียงหัวเราะไล่ตามหลังมาของอาจารย์หมอบ้ากามนั่นยังติดอยู่ในหู
จากนั้นมาตฤณก็กลายเป็นอาจารย์ในแบล็กลิสต์ที่พราวลดาไม่คิดจะอยู่ด้วยสองต่อสอง เธอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นหนุ่มหน้าตาดี แต่การทำแบบนี้ในสถานศึกษาก็ดูจะเกินงามไปหน่อย
พราวคงไม่ได้มาแอบดูพี่เล่นหนังสดเพราะชอบพี่หรอกใช่ไหม
คำพูดนั้นยังติดอยู่ในหูของหญิงสาว สลัดไม่ออก เขากับธีระนั้นแตกต่างกันสุดขั้ว
ตฤณคือไฟ ธีระคือน้ำ แน่นอนว่าเธอชอบคนที่นิสัยอ่อนโยนไม่ใช่คนตัวโตที่หายใจเข้าออกก็เป็นเรื่องอย่างว่า
พอเห็นอีกฝ่ายมาหาพี่สาวของตน พราวลดาก็รู้สึกไม่สบายใจ เกรงว่าจะอีกฝ่ายจะทำอะไรรุ่มร่ามใส่พี่สาว
ตฤณเห็นอาการร้อนรนของคนเป็นน้องสาวก็รู้สึกสนุกที่ได้เย้า เขารู้ว่าน้องชายตัวเองกำลังจะหมั้น อีกไม่นานก็จะได้แต่งงาน แต่นั่นแล้วอย่างไร หากเขามีความสุขที่จะได้หยอกเธอ นั่นก็เป็นเรื่องของเขา
แพรวาลุกขึ้นมาจากเตียงพอดีตอนที่ตฤณมาถึง
ชายหนุ่มขึ้นมาหาเธอก่อนจะชวนออกไปเที่ยวข้างนอก หญิงสาวรู้สึกมึนหัว เธอเพลียเพราะเพิ่งลงมาจากเครื่องบิน กว่าจะมาถึงได้ก็ค่ำ
แพรวาไม่อยากออกไปไหนรวมถึงไม่อยากกินอะไรด้วย
“ไปบาร์กับพี่สักหน่อยสิแพร”
“แพรไม่ดื่ม พี่ก็รู้” หญิงสาวบอก แต่ตฤณคะยั้นคะยอ เขาไม่ได้เจอเธอนาน อยากหาเวลาออกไปเที่ยวเล่นด้วยกัน แต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธ
“งั้นไปร้านอาหารที่มีบาร์กัน” เขาชวน
“แพรไม่อยากกินอะไร”
“ออกไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อย นาน ๆ ทีแพรได้กลับมากรุงเทพ พี่อยากพาไปกินข้าวร้านอร่อย ๆ ในโรงแรม เพื่อนพี่ก็ไป”
“...”
หญิงสาวคิดอยู่ครู่ใหญ่ เธอตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นหน้าของอีกฝ่ายก็ตัดสินใจพยักหน้ารับ
ไหน ๆ มากรุงเทพแล้วการไปเปิดหูเปิดตาตอนกลางคืนก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่น้อย
แพรวาแต่งตัวในลุคสบาย ๆ เตรียมออกจากบ้าน เธอแต่งตัวในชุดเดรสกระโปรงสีขาวรัดรูป ยาวถึงหัวเข่า ตฤณถึงกับตะลึงเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า
“แพร สวยมากเลย”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวไหว้รับ
“สวยขนาดนี้เพื่อนพี่คงตะลึงเมื่อได้เห็น” ชายหนุ่มหัวเราะ แพรวารู้สึกขัดเขิน เธอยื่นมือให้ชายหนุ่มจับ
ที่ที่พวกเขาทั้งสองคนจะไปเป็นโรงแรมที่ชั้นบนสุดเป็นภัตตาคารกับบาร์ มันตกแต่งอย่างหรูหรา มีแชนเดอเลียร์ประดับอยู่ด้านบน ภัตตาคารจะเป็นห้องแอร์แต่ส่วนบริเวณบาร์จะอยู่ด้านนอก เหมาแก่การออกไปเดินเล่นรับลม
บรรยากาศตอนกลางคืนของเมืองในกรุงเทพทำให้หญิงสาวรู้สึกคึกครื้น รถสปอร์ตเปิดประทุนที่เธอนั่งทำให้รู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องจากคนรอบข้าง อาจเพราะว่าตฤณหล่อและมีคลาส เธอจึงถูกจับตามองไปโดยปริยาย
เมื่อรถแล่นมาถึงที่โรงแรม เจ้าของผิวนวลเนียนก็ลงจากรถก่อนจะเข้าลิฟต์ไป
“ขอทางหน่อยนะครับ วันนี้มีงานเลี้ยงแต่งงาน คนเยอะนิดหนึ่ง” รปภ.ช่วยกดลิฟต์ให้ เขาส่งยิ้มให้แพรวาก่อนจะหันมาพยักหน้าให้กับตฤณ
คนในลิฟต์ดูแน่นขนัดเนื่องจากโรงแรมจัดงานแต่งให้กับบ่าวสาว คนที่ขึ้นไปกินอาหารบนภัตตาคารจึงต้องใช้ลิฟต์ร่วมกับคนที่ไปงานแต่ง
หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสีขาวรัดรูป ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางเล็กน้อย แต่กระนั้นดึงดูดความสนใจจากผู้ชายได้เป็นอย่างดี
อาจเพราะว่าเธอมีเครื่องหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก ผิวพรรณขาวสะอาดสะอ้าน ทรวงทรงองค์เอวก็ดี จึงเป็นจุดสนใจของเพื่อนตฤณ ไม่ใช่แค่ผู้ชายแต่ผู้หญิงเองก็รู้สึกเอ็นดูด้วยเช่นกัน
“นี่น้องสาวตฤณเหรอ น่ารักจังเลย” เพื่อนสาวของตฤณชมไม่ขาดปาก เธอชื่อแองจี้ ท่าทางจะเป็นหัวโจกในกลุ่ม
“แพรวา นี่แองจี้...ส่วนแองจี้นี่แพรวา” ตฤณแนะนำให้ทั้งสองคนได้รู้จักกัน
“สวัสดีค่ะ พี่แองจี้” หญิงสาวยกมือไหว้ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ เธอ แองจี้รู้สึกประทับใจมากจึงสั่งเหล้ามาเลี้ยงหญิงสาว แต่ตฤณกลับยั้งมือไว้เพราะรู้ว่าแพรวาไม่ดื่มเหล้า เขาสั่งอาหารเบา ๆ รวมถึงเลือกค็อกเทลล์ให้ เป็นค็อกเทลล์ที่รสชาติกลมกล่อม ไม่แรงเกินไป
เมื่อนั่งลงได้ แพรวาก็มองซ้ายมองขวาเพื่อสำรวจสิ่งรอบข้าง ภัตตาคารนี้ดีที่มีดนตรีมาเล่นให้ฟัง แต่เพลงที่เล่นก็เป็นเพลงเศร้า นั่นทำให้อดคิดถึงธีระไม่ได้
¯ ถึงฉันไม่ได้ต้องการจะไป แต่ยังไงก็คงจะต้องลา (บาย บาย บาย) เมื่อเธอนั้นให้คำตอบมาทางสายตา ก็คงต้องยอมจำนนกับคนไม่มีใจ ยอมจำลา แม้ว่ารักสักเท่าไหร่ ไม่จำเป็นว่ารักฉันแค่ไหน (มากมาย) แค่เธอไม่ได้รักก็แค่นั้น ¯
อีกฝ่ายจะเป็นอย่างไรแล้วทำอะไรอยู่ที่ไหนบ้างก็ไม่รู้ หญิงสาวคิด นั่งฟังเพลงไปเรื่อย ๆ มีทั้งเพลงจำนนและเพลงปลิว
¯ อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ บอกให้เธอฟังไม่ได้สักคำ เปล่งได้แค่เสียงเบา ๆ ในยามลำพังว่าฉันรักเธอ ฉันรักเธอ อยากให้ได้ยินคำในใจหัวใจ แต่มันคงเบาไปไม่ถึงเธอ หนึ่งคำว่ารักคงปลิวไปตามแรงลมก่อนถึงใจเธอ แล้วก็คงสลายไป ¯
น้ำตาเริ่มเอ่อล้นขอบตา แพรวาซับน้ำตาก่อนทิ้งทิชชู่ลงใต้โต๊ะ
อาหารค่อย ๆ ทยอยมาเสิร์ฟ มีทั้งข้าวผัด กุ้งล็อบสเตอร์ ยำหมูมะนาว รวมไปถึงอาหารฝรั่ง
ร่างบางกินน้อย ส่วนมากเลยมองดูคนอื่นนั่งเล่นพูดคุยเสียมากกว่า
ขึ้นชื่อว่ามาภัตตาคารกับบาร์ ตามสเต็ปของชายหนุ่มเพลย์บอย ตฤณเลยแวะไปหาสาวโต๊ะอื่น ทักทายผู้หญิงภายในงานอย่างเอิกเกริก ทิ้งให้เธออยู่กับเพื่อนของเขาลำพัง
“หนูเอาเหล้าไหม ไอ้ตฤณมันไม่อยู่โต๊ะละ ดื่มได้ ๆ” พี่สาวคนสวยข้างตัวส่งแก้วเหล้าให้ แพรวาปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็ต้องรับมาดื่มเมื่อเห็นอีกฝ่ายคะยั้นคะยอ แองจี้บอก
“หนูดื่มเถอะ ดื่ม ๆ เข้าไป พี่เลี้ยงเอง” เธอว่าก่อนจะเทเหล้าดีกรีแรงให้ แพรวารับไปดื่ม
เสียงดนตรีผสมกับเสียงพูดคุยของคนทำให้ราตรีนี้ไม่เงียบเหงา แต่เสียงเพลงเศร้าอกหักทำให้จิตใจของหญิงสาวขุ่นมัว ยิ่งคิดถึงชายหนุ่ม น้ำตายิ่งไหลนองหน้า
พรุ่งนี้เป็นวันที่ทั้งสองคนจะหมั้นกันอย่างมีความสุข ได้กระชับความสัมพันธ์ไปอีกขั้น
น่าเศร้าที่ว่าที่เจ้าบ่าวไม่เคยรับรู้ความในใจที่เก็บมาหลายปีของเธอเลย เธอไม่กล้าบอกเขาเพราะกลัวเขาไม่ชอบเธอ
สุดท้ายก็เป็นน้องสาวที่บอกชอบอีกฝ่ายและได้หมั้นกัน
คิดถึงตรงนี้ใบหน้าหวานก็เศร้าลง
จากคนที่ไม่ดื่มกลายเป็นดื่มเหล้าเสียจนเมา เธอแค่อยากลืมใครสักคนเท่านั้น แม้จะรู้ว่าลืมได้ยากก็ตาม
หญิงสาวหน้าแดงแจ๋ สติสัมปชัญญะไม่อยู่กับตัว อาจเป็นเพราะเมามากทำให้ทรงตัวไม่ค่อยอยู่ เธอสะเปะสะปะควานหากระเป๋าของตนแล้วขอตัว
“แพรขอไปห้องน้ำก่อนนะคะ” บอกแองจี้แล้วเดินเข้าไปในอาคาร ไม่รู้เลยว่าเพื่อนของตฤณคนหนึ่งได้จุดยิ้มบนใบหน้า เดินตามหลังหญิงสาวไป
ร่างบางวักน้ำล้างหน้า เธอยืนพิงอ่างล้างมือก่อนจะกุมขมับ รู้สึกปวดหัวตุบ ๆ น้ำตาเอ่อล้นท่วมใบหน้างาม เธอตบหน้าเรียกสติตัวเอง วักน้ำล้างหน้าอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สร่างเมา
พอเดินออกไปนอกห้องน้ำ ร่างเล็กก็ซวนเซจะล้ม โชคดีที่ได้เพื่อนของตฤณพยุงไว้
“เราชื่อแพรใช่ไหม พี่ชื่อคิมนะ” แนะนำตัวเองเสร็จก็ยิ้ม เขาแอบมองเธอตั้งแต่ตอนที่ตฤณพามาแนะนำตัวแล้ว เห็นว่าอีกฝ่ายสวยน่ารัก ตรงสเป็ก แต่ไม่มีโอกาสได้เข้ามาคุยด้วย
ไม่คิดว่าจะได้อยู่สองต่อสองด้วยกัน ยิ่งอีกฝ่ายเมาไม่ได้สติยิ่งทำให้ชายหนุ่มอยากจะลิ้มลองเนื้อหวาน ๆ ที่กองอยู่ตรงหน้า
มือปลาหมึกของเขาค่อย ๆ โอบรอบเอว แพรวาสะดุ้ง เธอรู้ทันทีว่าอีกคนคิดอย่างไร ได้แต่ผลักตัวหนีอีกฝ่าย หญิงสาวพยายามรวบรวมสติที่ไม่คงที่บอกความต้องการออกไป
“แพรอยากกลับบ้าน”
“อยู่กับพี่ก่อนสิ พี่มีเรื่องอยากคุยกับแพรตั้งเยอะ” คิมจ้องด้วยสายตากะลิ้มกะเหลี่ย ร่างบางยกมือขึ้นปิดหน้าอกตัวเองทันที เธอกำลังจะร้องขอให้คนมาช่วย แต่อีกฝ่ายดันเธอเข้าไปในห้องน้ำชายเสียก่อน ร่างบางทันเห็นธีระเดินออกมาจากลิฟต์
เขาอยู่ในชุดสูทสีขาว ลักษณะเหมือนเพิ่งออกมาจากงานเลี้ยง ธีระใส่แว่นกรอบสีทอง รอยยิ้มบนใบหน้าคมหายวับเมื่อเห็นฉากตรงหน้าจะ ๆ
เขาตามเข้ามาในห้องน้ำชาย ก่อนจะเห็นท่าทางของคิมที่ดูคุกคามหญิงสาวอย่างเห็นได้ชัด ธีระอดไม่ได้ที่จะเข้ามาแทรก คนเลวจึงเอ่ยขึ้น
“มึงมายุ่งอะไรเรื่องผัวเมีย”
“ผัวเมีย?” ร่างสูงมองหน้าหญิงสาวก่อนจะหันกลับไปมองอีกฝ่าย ใบหน้าหล่อพ่นลมหายใจออกมา นึกหยันอีกคนอยู่ในที คิมรู้ว่าคนเบื้องหน้าต้องคิดว่าเขาไม่เหมาะสมกับเธอ
แน่ล่ะ อีกคนเหมือนนางฟ้า อีกคนคือยักษ์หน้าตาแย่
“ผู้หญิงไม่ยอมก็ปล่อยเขาไป เตือนแล้วนะหรือว่าแกอยากจะไปคุยกับตำรวจ อยากนอนในตะรางก็ไม่บอก” เสียงเรียบออกมาจากปาก คิมดูไม่อยากปล่อยแพรวาไป เธอหน้าตาดีถูกใจเขาทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือเล่นตัวจนมีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย
“มึงเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วย”
ธีระไม่ตอบ แต่กดเบอร์โทรศัพท์เรียกรปภ. เขาไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด
รปภ.โรงแรมรีบเข้ามาเมื่อทราบเรื่อง
พอเห็นธีระ คนที่อุปถัมป์โรงแรมมาตลอดก็รีบช่วยเหลือทันที
“ขอเชิญคุณคิมทางด้านนี้ด้วยนะครับ” เขาบอก คิมไม่ปล่อยมือจากแพรวาง่าย ๆ เขาบีบแขนจนร่างเล็กร้องเจ็บ รปภ.จึงกัดฟันพูด
“หากคุณคิมยังไม่มา ผมต้องขอเชิญออกจากตึกนะครับ” ท่าทางเอาจริงเอาจังของอีกฝ่าย ทำให้คนร้ายร้องจิ๊ออกมาอย่างขัดใจ ยอมปล่อยหญิงสาว
แพรวาถึงกับเซ โชคดีที่ได้ธีระคอยประคองไว้ ใบหน้าหล่อเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขาดูเป็นห่วงเธอมาก
“แพรมาทำอะไรที่นี่”
“แพรมากับพี่ตฤณ” หญิงสาวพูด กลิ่นแอกอฮอลล์ฉุนทำให้ธีระเป็นกังวล
“แล้วตฤณไปไหน” ใบหน้าคมมองซ้ายมองขวา แต่ไม่เห็นพี่ชายของตนเลยสักนิด
“ไม่รู้ค่ะ” หญิงสาวตอบออกมาตามตรง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของคนที่ชอบ ธีระนึกคาดโทษญาติผู้พี่อยู่ในใจที่ปล่อยให้หญิงสาวเมาไม่ได้สติ เธอไม่รู้หรอกว่าโลกข้างนอกมันโหดร้ายเพียงใด การไม่มีคนคอยดูแล หากพลาดไปเพียงนิด อาจตกเป็นเหยื่อของชายฉกรรจ์ได้
“เราดื่มเหล้าด้วยเหรอ” เขาถามขณะอยู่ในลิฟต์เพียงลำพัง แพรวาย่นจมูกก่อนตอบออกไป “เพราะพี่น่ะล่ะ”
เกิดความเงียบขึ้นภายในลิฟต์ ธีระเข้าใจว่าหญิงสาวเมาเลยพูดอะไรเพ้อเจ้อไปเรื่อยเปื่อย ชายหนุ่มค่อย ๆ ประคองคนตัวเบาเข้ามาในรถ
กระเป๋าของเธอเกี่ยวเข้ากับประตู ร้อนถึงสารถีต้องเอาออกให้ กระโปรงสีขาวรัดรูปเลื่อนขึ้นมาถึงครึ่งหน้าตัก ธีระดึงลงให้ก่อนจะจัดสภาพของหญิงสาวให้นอนพักบนเบาะข้างคนขับ
ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร หญิงสาวก็ร้องไห้ออกมา ใบหน้างามเปรอะเครื่องสำอางจนดูไม่จืด พี่ชายข้างบ้านทำอะไรไม่ถูกจึงไม่ได้ออกรถ เขาเป็นห่วงเธอมาก
นั่นทำให้แพรวายิ่งร้องไห้หนัก ความเมาทำให้เธอบ้าบิ่น ขาดสติ หญิงสาวลุกนั่งก่อนจะจูบอีกฝ่ายบนแก้ม จากนั้นไล้มาที่ซอกคอ
ธีระนิ่งไปด้วยความตกใจ ร่างบางคลานขึ้นไปนั่งตักเขาแล้วถอดเสื้อผ้าของตัวเองก่อนจะลูบกายอีกฝ่าย ชายหนุ่มจับมือเล็กไว้ไม่ให้ซุกซน ปากเตือนสติอีกฝ่าย
“อย่าถอดเสื้อผ้าสิแพร เราเมามากแล้ว”
“แพรไม่ได้เมา” ร้องบอกก่อนจะก้มลงจูบเขาอีก ธีระจึงจับแขนทั้งสองข้างไว้ หญิงสาวผละออกมา เธอน้ำตาไหลก่อนจะสารภาพออกมาหมดเปลือก
“แพรชอบพี่ธีร์..ชอบมานานแล้ว” เธอร้อง พอสบกับนัยน์ตาคมที่ยากจะคาดเดา หัวใจก็สั่นระริก เหมือนเข็มนับสิบเล่มแทงใจ กระนั้นปากบางพูดต่อ
“ฮึก..ไม่หมั้นกับพราวได้ไหม”
“รู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่” ธีระถาม ขมวดคิ้ว ร่างสูงปลดเนคไทให้หลวมขึ้นก่อนจะเสยผม
บรรยากาศในรถตึงเครียดขึ้นทันที แม้แต่แอร์ก็ยังทำให้ข้างในรถร้อนขึ้นมาได้
“ก็แพรชอบพี่ธีร์” หญิงสาวพูดย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ
“แพรกำลังทำให้พี่ลำบากใจ รู้ตัวไหม” ยิ่งอีกฝ่ายขึ้นเสียงใส่ยิ่งทำให้ใบหน้าหวานน้ำตาไหล
“พี่ธีร์รักพราวมากเลยเหรอ”
“หึ” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ เขาถอดแว่นสายตาออกก่อนจะพูดขึ้นด้วยเหตุผล “พี่กำลังจะหมั้นกับพราวพรุ่งนี้ แต่แพรกลับมาสารภาพว่าชอบพี่ แล้วยังมาถามว่าพี่รักน้องสาวเราไหม”
หญิงสาวหน้าชา รู้อยู่แล้วว่าต้องโดนปฏิเสธ แต่ไม่คิดว่ามันจะแรงถึงเพียงนี้ เธอได้พูดทวนซ้ำ ๆ “พี่ธีร์คงรักพราวมาก”
เขาไม่เคยขึ้นเสียงใส่เธอมาก่อน ไม่คิดว่าการสารภาพออกไปจะทำให้ชายหนุ่มดุด่าว่าเธอ นัยน์ตากวางจ้องคนใจร้ายก่อนจะหลุบสายตา เธอกำลังจะคลานออกจากตักเขา แต่ชายหนุ่มรั้งไว้
“จะไปไหน”
“ก็พี่ธีร์ไม่ชอบแพร แพรก็จะไปให้พ้นจากหน้าพี่ธีร์ไง”
“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น”
“แต่พี่ธีร์ไม่ชอบแพร ฮึก” หญิงสาวเช็ดน้ำตา ธีระสบถออกมา สถานการณ์ในตอนนี้ไม่มีอะไรได้ดั่งใจเขา ชายหนุ่มไม่เคยล่วงรู้ความในใจของอีกฝ่าย พอเธอเปิดเผยทุกอย่าง เขาก็รู้สึกปั่นป่วน
แพรวาจะชอบเขาได้อย่างไรในเมื่อเธอสนิทกับตฤณ พอโตขึ้นเธอก็ไม่เรียกหาเขาเหมือนแต่ก่อน ธีระยังคิดอยู่เลยว่าระหว่างเราคงจะมีอะไรผิดพลาดไป แต่จู่ ๆ อีกฝ่ายกลับสารภาพออกมาแบบนั้น ซ้ำร้ายยังก่อนถึงงานหมั้นแค่คืนเดียว
นั่นแปลว่าเธอคงเก็บความรู้สึกไว้ลึกสุดใจ ลึกจนแม้กระทั่งเขายังมองไม่ออก พอทนไม่ไหวก็ระเบิดออกมา
“แพรจะขึ้นแท็กซี่กลับ” น้องสาวข้างบ้านบอก ธีระกดล็อกประตูทันที “เมาแบบนี้ยังจะขึ้นแท็กซี่กลับ?”
“ไม่อยากรบกวน”
“ตามใจนะ แพร...ออกไปแบบนี้ ถูกลากไปขืนใจ พี่ก็ไม่รู้ด้วยแล้ว ทางก็เปลี่ยว สวย ๆ อย่างแพร รับรองว่ามันคงติดใจ มีเรื่องให้พูดไปอีกนาน” เพราะทนฟังคำจากคนใจร้ายไม่ไหว ร่างเล็กเลยเปิดประตูลงไป หมายจะไปเรียกแท็กซี่ ร้อนถึงคนบนรถต้องรีบรวบตัวอีกฝ่ายไว้
“ปล่อยแพร”
“ทำไมดื้ออย่างนี้”
“แพรจะไปแท็กซี่”
“สภาพแบบนี้จะขึ้นแท็กซี่ อยากถูกข่มขืนมากนักหรือไง”
“ใช่” คำตอบนั้นเหมือนกับน้ำร้อนราดลงบนผิว ร่างสูงรู้สึกโกรธมาก ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตเขาไม่เคยโกรธใครมาก่อน แต่แพรวาเป็นคนแรกที่ทำให้เขามีน้ำโห
“ขอโทษที่ไปขวางตั้งแต่ที่โรงแรมนะ ถ้าพี่ไม่ได้ไปห้าม แพรคงจะมีความสุขกับไอ้คิมนั่นไปแล้ว”
“ถ้าแพรอยู่กับพี่คิม อาจจะมีความสุขกว่าตอนอยู่กับพี่ธีร์ก็ได้..อ๊ะ” คำพูดประชดที่ออกมาจากปากล้วนแต่ทำให้สถานการณ์แย่ลง ธีระดึงหญิงสาวเข้ามาจูบเพราะความโมโห ลิ้นร้อนแทรกเข้ามากระหวัดพันเกี่ยว แพรวาดิ้นไปดิ้นมาจนหลุดก่อนจะตบเขาจนหน้าหัน
เพี๊ยะ
ร่างสูงหันกลับมา นัยน์ตาของเขาเย็นเยียบขึ้น ทำให้เธอรู้สึกผวา
ธีระกำลังจะเอาจริง
“แย่หน่อยนะที่แพรต้องอยู่กับพี่ในคืนนี้แทน”
Author’s POV'Six years laterThe Romano mansion breathed celebration.Blue balloons floated lazily across the living room ceiling, their ribbons swaying as servants moved around making last-minute arrangements. Laughter echoed from the garden, where colorful play stations had been set up for children—mini slides, games, and a small carousel. Every detail was perfect. Exactly how Elena wanted it.And yet, irritation simmered beneath her calm exterior.Her phone buzzed again.She exhaled sharply, already knowing who it was.“Unbelievable,” she muttered, striding toward the bedroom with one hand planted firmly on her hip.The door swung open just as a familiar voice called out—“Elena—”She stopped in the doorway, arching a brow.“Finally. Got some free time for me?”Vincenzo asked, his voice smooth, his expression as darkly composed as ever.Elena let out a dramatic huff.“Free time? Really, Vincenzo?”He turned toward her, impeccably dressed except for the tie hanging loose around his
It took everything in me to convince him.Even now, standing at the entrance of our mansion, I wondered if I had made a mistake.I drew in a shaky breath, my chest tightening as I took in the sight before me. Vincenzo’s men lined one side, Levi’s men the other—guns visible, faces cold, tension thick enough to choke on. The mansion that once felt like home now felt like a battlefield waiting for blood.My pulse spiked.Suddenly, the memories crashed into me—the gunshot, the pain, the darkness swallowing me whole.No. Don’t go there, I told myself desperately.Vincenzo’s grip around my hand tightened, grounding and possessive, like he was anchoring me to this world. His fingers were almost painful now, as if letting go meant losing me forever.Not now.Not ever.I glanced at him and saw it—the barely restrained rage burning in his eyes. My husband looked like a man standing on the edge of slaughter, ready to kill anyone who even thought of taking me away from him.“Finally,” Levi’s voic
"You are the best thing that has ever happened in my life."The moment those words left Vincenzo’s lips, something inside my chest shattered and healed all at once."But I didn't get you any gifts."My face dropped."You are the best gift already. You are enough, sweetheart."“I’m so lucky to have you as mine,” he continued, his voice low, sincere—dangerously honest. “Thank you, love, for coming into my life like an angel and filling it with happiness. Even after everything I put you through… every wrong I did to you.”His thumb brushed over my knuckles as if grounding himself.“I promise,” he said firmly, “I will never let your smile fade again. I’ll give you every happiness this world has to offer. I’ll hold you like this and love you until my last breath.”My heart was no longer beating normally.“I love you, Annie,” he whispered. “More than you could ever imagine.”Tears burned my eyes as he tightened his hold on my hand, as if afraid the world might take me away if he loosened hi
“Vincenzo,” I called his name, with a hint of anger lacing my tone. I could finally speak. I was so glad to have my voice back that I nearly cried. The first words which I let him hear were.... I love you Vinni. He was head over heel to hear it again and made me repeat the whole week.I didn't tell him that they weren't my first words after my recovery, and I was actually practicing it, but he doesn't have to know that it was my surprise.A low chuckle answered me instead.It had been weeks since I was discharged from the hospital, weeks since he brought me back to the mansion and quietly turned my recovery into his religion. He didn’t let me lift a finger—not a glass of water, not a book, not even my own blanket. If I moved, he would be already there. If I wanted something, he anticipated it before I could even think of asking.At first, I argued.Now, I let him.He fed me when I was tired, carried me when my legs ached, kissed my scars like they were sacred symbols etched into my sk
Welcome to GoodNovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more admiration from readers.