Mag-log inนานหลายนาทีที่คนตัวเล็กอ่านทวนเอกสารสัญญา ดูเหมือนว่าเธออยากคัดค้านบางอย่างกับเขา
“สัญญาพี่เลี้ยงแน่นะคะ บรรทัดสุดท้ายหนูคิดว่าเป็นสัญญาชีวิตซะอีก” น้ำเสียงหวานเอ่ยพร้อมกับเงยหน้าสบตาเขา “ทุกอย่างเป็นความลับ! หากเด็กชายธาวินตกอยู่ในอันตรายโทษคือตายสถานเดียว แล้วถ้ามันเกิดเหตุสุดวิสัยล่ะคะ นั่นก็เป็นความผิดหนูด้วยเหรอ” เธอเลือกที่จะตั้งคำถามออกไปตามตรง แม้ว่าค่าตอบแทนจะสูงแต่เธอไม่ควรลืมว่าเธอยังมีน้ำขิงที่ต้องดูแล หากเธอเป็นอะไรไปลูกจะอยู่ยังไง
“นั่นเป็นข้อยกเว้น” พูดจบเขาก็เขียนประโยคนี้เพิ่มเติมในหนังสือสัญญา และไม่ลืมกำกับลายเซ็นตัวเองเอาไว้ “มีอะไรอยากคัดค้านอีกไหม”
“มีค่ะ”
“ว่ามาสิ”
“ข้อที่หนึ่ง หนูขออยู่กับน้องตามลำพังหนึ่งอาทิตย์ และภายในวันที่กำหนดนี้ห้ามคุณเข้ามาวุ่นวายเด็ดขาด หนูต้องการรู้พฤติกรรมธรรมชาติของน้อง”
“ข้อต่อไปล่ะ”
“ข้อที่สองหนูจะบอกหลังจากที่ได้อยู่กับน้องแล้วค่ะ เพราะไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้คุณเลี้ยงเขาแบบไหน”
“ไม่ว่าเธอจะบอกอะไรก็ช่าง! จำไว้ว่าฉันเป็นคนเจ้าระเบียบ พูดจริงทำจริง และฉันอยากให้ธาวินเป็นแบบนั้น” ประโยคบอกเล่าที่ฟังแล้วคล้ายเป็นคำสั่งมากกว่า ใช่... เขากำลังออกคำสั่งกับเธอสินะ
“ไม่ต้องห่วง ขอแค่คุณเชื่อใจหนูก็พอ”
คนเดียวที่เขาเชื่อคือตัวเขาเอง รองลงมาคือลุกซ์ แต่ตอนนี้เขาคงต้องเชื่อใจเธอด้วย ส่วนจะมากน้อยแค่ไหนนั่นอีกเรื่องหนึ่ง
“ให้ฉันเรียกเธอว่าอะไร สิริโสภาเหมือนจะเป็นทางการไปหน่อย”
“น้ำแข็งค่ะ”
หลังจากพูดคุยและเซ็นสัญญาว่าจ้างเรียบร้อยแล้วเขายื่นเงินให้เธอจำนวนหนึ่ง
“ไปตรวจสุขภาพให้เรียบร้อย อาทิตย์หน้าฉันจะให้คนไปรับ”
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นหนูลานะคะ สวัสดีค่ะ” เธอเอ่ยคำลาพร้อมกับยกมือไหว้แล้วเดินนวยนาดออกจากห้องไป
เขามองเธอทุกอิริยาบถกระทั่งคนตัวเล็กพ้นสายตาไป ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งแต่แค่ไม่นานบานประตูก็ถูกเปิดเข้ามา
“เป็นยังไงบ้างครับคุณธัญ” ลุกซ์เอ่ยหลังจากหญิงสาวกลับไป
“กิริยามารยาทดี” เขาชื่นชมออกมาตามความรู้สึก “เตรียมห้องไว้ด้วยนะ อาทิตย์หน้าเธอจะเริ่มงาน”
“ห้องไหนครับ”
“ห้องใหญ่ชั้นบน”
“หืม...”
“อย่าถามมากทำตามที่บอกก็พอ”
“ครับ”
“ส่งคนคอยตามเธอด้วย ตอนนี้ เดี๋ยวนี้!”
“ครับ” ขานรับอย่างเข้าใจและทำตามคำสั่งทันที
ลุกซ์เป็นการ์ดคนสนิทของเขาก็จริงแต่ถ้าพูดกันอีกมุมหนึ่งเขาเป็นเหมือนเพื่อนสนิทมากกว่า โตมาด้วยกัน ผ่านช่วงเวลายากลำบากมาด้วยกัน เรื่องของความจงรักภักดีแน่นอนว่าเขามีให้ธัญกรเสมอ
ความลับไม่มีในโลกแต่มีอยู่กับลุกซ์ …
“แปลกจัง คนก่อน ๆ ไม่เห็นต้องตามเลย”
“มีหน้าที่ตามก็ตาม มึงอย่าสงสัยให้มันมากนัก”
“โธ่พี่! ก็ผมสงสัยนี่เพราะนอกจากคุณธิดาแล้วคุณธัญเคยตามใครซะที่ไหน แล้วนี่เล่นตามทุกฝีก้าวเลยยิ่งกว่าเงาตามตัวอีกมั้ง”
“จะเอาไหมค่าจ้าง?”
“เอาครับ”
“งั้นก็เงียบปาก!”
“ดุฉิบหาย อยู่กับคุณธัญมากไงเลยติดนิสัยกันมา”
“ไอ้ลี!”
“ชื่อลีโอโว้ย เรียกให้มันครบ ๆ หน่อย”
“กูกำลังจริงจังอยู่นะ”
“ผมรู้แล้วพี่อย่าทำหน้าเครียดตลอดเวลาได้ไหม แล้วพี่เลี้ยงคนใหม่เขารู้หรือเปล่าว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง”
“ตอนนี้ยังไม่รู้อะไรทั้งนั้น มึงคอยดูอยู่ห่าง ๆ ก็พอ”
ลีโอเป็นน้องชายแท้ ๆ ของลุกซ์ หลายครั้งที่เขามอบหมายภารกิจสำคัญให้ลีโอ แน่นอนว่าทุกอย่างเป็นความลับข้อนี้ลีโอรู้อยู่แล้ว
หลายวันผ่านไป
“เป็นยังไงบ้าง”
“คุณธีร์จัดการเรียบร้อยแล้วครับ”
“ไม่ได้หมายถึงเรื่องงาน ฉันหมายถึงน้ำแข็ง” ได้ยินแบบนั้นลุกซ์ถึงกับลอบยิ้มออกมา เหมือนว่าเจ้านายของเขาจะสนใจเธอคนนี้เป็นพิเศษ
“ดูคุณธัญสนใจคุณน้ำแข็งเป็นพิเศษนะครับ” ไม่ใช่แค่ลีโอสินะที่คิดแบบนั้น
“...” เขาเงียบไม่ตอบอะไร แต่ภายในใจมีคำตอบอยู่แล้ว
“แถมยังให้อยู่ห้องใหญ่อีกด้วย”
“พูดมากเกินไปแล้วมั้ง ตกลงได้เรื่องอะไรมาบ้าง”
“เรียบร้อยดีครับ เธอเตรียมตัวแล้วพร้อมทั้งเก็บกวาดบ้านจนโล่งไปหมด อ๋อ! ลีโอบอกว่าเธอมีปากเสียงกับเพื่อนบ้านด้วยนะ แต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ”
“อืม”
“อย่าหาว่าละลาบละล้วงเลยนะครับ คุณธัญมีความคิดที่จะหาแม่ใหม่ให้น้องธาวินบ้างไหม”
“ไม่! ไม่มีใครแทนที่แม่ของเขาได้ทั้งนั้น”
“ใช่ครับไม่มีใครแทนที่แม่ของเขาได้ แต่คนที่ยืนข้างนายผมว่ามีได้นะครับ”
“ต้องการจะสื่ออะไร?”
“เปล่า! แต่การมีความรักก็ไม่แย่นี่ครับ ดูอย่างคุณธีร์สิ”
“แล้วทำไมนายไม่มี?”
“ก็ผมยังไม่เจอใครที่ถูกใจนี่ครับ แต่นายเจอแล้วผมว่า...”
“ไม่หรอก เธอแค่แปลกใหม่สำหรับฉันเท่านั้นเอง”
“แปลกยังไง สวยกว่านี้มีตั้งเยอะ” ลุกซ์พูดไปตามสิ่งที่เห็น เขาอยู่กับธัญกรมานานกับอีแค่สเปคผู้หญิงทำไมเขาจะไม่รู้
“แปลกตรงที่ไม่สนใจว่าฉันเป็นใคร... เธอสนแค่เงิน” ไม่เพียงแต่ยืนกรานแบบนั้น แต่เธอยังวางแผนคิดไปถึงวันข้างหน้าอีกด้วย
เงินเป็นเรื่องสำคัญใคร ๆ ต่างสนใจกันทั้งนั้น แต่ทั้งหมดที่เธอบอกเล่าเธอต้องการหามันด้วยตัวเอง ไม่ใช่พึ่งคนอื่นเพื่อหวังผลประโยชน์เหมือนที่เขาเคยเจอ
“คุณบัวงามเล่าให้ฟังว่าเธอทำงานหาเงินเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ไม่สิ! ลูกของน้องสาวต่างหาก น้องสาวเธอเสียชีวิตครับ ส่วนพ่อของเด็กไม่ทราบเหมือนกัน คงมีแค่คุณน้ำแข็งที่ตอบได้”
“เธอไม่เคยมีครอบครัวมาก่อนเหรอ”
“ใช่ครับ”
“...” อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น “พรุ่งนี้นายไม่ต้องให้คนไปรับเธอแล้วนะ ฉันจะไปรับด้วยตัวเอง”
“หืม...” ในหัวมีคำถามเป็นล้านคำ แต่ลุกซ์ทำได้เพียงแค่ยิ้มออกมา
เช้าวันใหม่
“ระบบความปลอดภัยโคตรต่ำ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกวาดสายตาไปรอบบริเวณที่พักอาศัยของพี่เลี้ยงคนใหม่ “รั้วบ้านก็ไม่มี มีแค่ประตูบานเดียวเธออยู่ไปได้ยังไง”
“ปกติของชุมชนแออัดครับ คงมีแค่บ้านของคุณบัวที่รั้วรอบขอบชิดหน่อย” ลุกซ์พูดขึ้นมาบ้าง ซึ่งมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ
แค่เพียงไม่นานเจ้าของบ้านก็เปิดประตูออกมา เห็นแบบนั้นลุกซ์จึงลงจากรถเพื่อไปช่วยขนสัมภาระ เช่นเดียวกันกับธัญกรที่เปิดประตูลงจากรถตามไปด้วย
“สวัสดีค่ะ” เธอเอ่ยทักทายและยกมือไหว้เช่นเคย จากนั้นหันไปเรียกใครอีกคน “น้ำขิง”
“สวัสดีค่ะ” เด็กหญิงวัยสิบขวบยกมือไว้เขาทั้งสองคน ใบหน้าจิ้มลิ้มคล้ายกันกับหญิงสาว หากเธอบอกว่าเป็นลูกจริง ๆ เขาก็เชื่อ
“นี่ค่ะผลตรวจ” เธอว่าพร้อมกับยื่นผลตรวจสุขภาพให้กับธัญกร
เขาเปิดอ่านตรงนั้น มันไม่ได้มีแค่ของเธอแต่มีของเด็กหญิงด้วย ผลตรวจของเด็กหญิงปกติ สุขภาพแข็งแรงตามเกณฑ์ แต่ของเธอ...
“ภาวะโลหิตจางคืออะไร?”
“เลือดจางค่ะ เม็ดเลือดแดงมีน้อยกว่าปกติ หนูเป็นตั้งแต่เกิดแล้ว” เธอตอบด้วยท่าทีสบาย ๆ
“มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันยังไง”
“เหนื่อยง่ายกว่าปกติค่ะ แต่จะทำยังไงได้ก็มันเป็นแบบนั้นไปแล้ว หนูกินทั้งวิตามินทั้งธาตุเหล็กแถมเลือกกินอาหารเป็นบางอย่างด้วยไม่เห็นจะหายขาดสักที”
“จริงค่ะ แม่บ่นแบบนี้แทบทุกวัน” เด็กหญิงแทรกขึ้นมาบ้าง ได้ยินแบบนั้นเขาจึงหันมาสนใจเธอแทน
“แล้วแม่หนูดื้อไหมครับ ว่านอนสอนง่ายหรือเปล่า”
“ไม่ดื้อค่ะแต่สอนยาก!”
“น้ำขิง!”
“เห็นไหมคะจะดุอีกแล้ว” น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของเธอเรียกรอยยิ้มได้เป็นอย่างดี
“แล้วเรารู้ไหมว่าวันนี้แม่จะพาไปอยู่ที่ไหน”
“รู้ค่ะ แม่บอกว่าคุณลุงใจดีจะมารับ”
“...” เกิดมาสามสิบกว่าปีไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองแก่เลย กระทั่งได้ยินเด็กหญิงเรียกว่าลุงวันนี้แหละ
“น้ำขิง หยุดพูดมากได้แล้ว” เธอเอ็ดลูกเบา ๆ ก่อนจะหันมาพูดกับชายหนุ่มอีกครั้ง “คุณอย่าถือสาเลยนะคะแกยังเด็กนึกอยากพูดอะไรก็พูด”
“ฉันไม่ถืออยู่แล้ว ว่าแต่เธอเถอะเก็บของเรียบร้อยหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“งั้นก็ไป”
ระหว่างที่ลุกซ์ช่วยยกกระเป๋าอยู่นั้นเสียงซุบซิบนินทาก็เริ่มดังขึ้น
“แหมโว้ย... จะเป็นเศรษฐีเรียกไม่หันคราวนี้ล่ะมั้ง”
“แค่รถที่มารับก็หลายล้านแล้ว ผัวต้องรวยมากแน่”
“ไม่ใช่มั้ง จะมีวาสนาเป็นเมียใครหรือเปล่าเถอะ อย่างดีก็แค่..”
“แค่อะไรป้า?” น้ำเสียงหาเรื่องเอ่ยพร้อมกับเท้าสะเอวมองนิ่ง ๆ
“แค่อีตัวไงอีตัว! เหมือนที่อีบัวมันทำ”
“ได้เงินเยอะนะว่าไป ป้าลองให้ลูกหลานป้าไปทำบ้างสิเผื่อจะมีเงินแสนมาซ่อมบ้านที่มันโยกเยกอยู่ตอนนี้”
“อีนี่! กูไม่สอนให้ลูกขายตัวเหมือนมึงหรอกโว้ย”
“สอนที่ไหน ฉันชี้ทางรวยให้เลยนะเนี่ย พอรวยปุ๊บความอิจฉาที่มีมันจะได้ลดลงไง ป้าจะได้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นไม่ต้องคอยเดือดร้อนว่าใครจะไปหรือใครจะมา แถมยังไม่ใช่เรื่องของตัวเองอีก”
“มึงจะด่าว่าพวกกูเสือกเหรอ”
“แล้วคิดว่าไง?”
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของธัญกรทั้งหมด คำด่าที่ไม่มีคำด่าทำเอาคนที่ถูกสวนกลับถึงกับเงียบปากลง เธอเลิกสนใจสิ่งรอบตัวแล้วหันมาพูดกับลูกสาวตัวเองแทน
“จำไว้นะน้ำขิงถ้าใครบลูลี่หรือพูดจาแบบนี้ใส่ให้หนูด่ากลับไปได้เลยไม่ต้องไปกลัวมัน เพราะคนดี ๆ เขาจะไม่ทำแบบนี้กับคนอื่น”
“ทำไมสอนลูกแบบนั้น” ธัญกรถามด้วยความแปลกใจ
“มัวแต่ให้อภัยแล้วเมื่อไหร่จะได้เอาคืนล่ะคะ ด่ามาต้องถูกด่ากลับเท่านั้น บางคนไม่มีใครสั่งสอนก็ต้องถูกสังคมสั่งสอนมันก็ถูกแล้ว”
“...”
วันเวลาเดินไปตามหน้าที่ของมัน งาน เงิน ความรัก ทุกอย่างผลิบานแบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว “หนูเหนื่อยจัง” ภรรยาคนสวยเริ่มบ่นด้วยขนาดหน้าท้องของเธอที่ใหญ่ขึ้นมันทำให้เจ้าตัวใช้ชีวิตลำบาก “อีกไม่นานก็คลอดแล้วเธออดทนหน่อยนะ” ประโยคทำนองนี้ถูกพูดออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคนฟังรู้สึกเบื่อหน่าย“อยากคลอดวันนี้เลยค่ะ”“ไม่ได้! แม่จะคลอดอย่างเดียวเลย” น้ำขิงที่ฟังอยู่ค้านขึ้นมาบ้าง “พูดเล่นไปอย่างนั้นแหละ” เธอตอบเสียงเรียบเหมือนไม่คิดอะไรแต่ในใจไม่ใช่แบบนั้นเลย “มันเป็นยังไงไหนว่ามาซิ” ธัญกรถามขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นท่าทีเบื่อหน่ายของเมียรัก“อึดอัดค่ะ ปกติหนูทำอะไรด้วยตัวเองตลอดแต่นี่ขนาดแค่จะเข้าห้องน้ำยังต้องให้คนช่วยพยุง หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระคนอื่น” “ใครบอกว่าเมียเป็นภาระ” “ไม่มีใครบอก หนูพูดเอง” น้ำเสียงใสยังคงตอบกลับด้วยท่าทีออดอ้อน “แล้ววันนี้คุณไม่ไปทำงานหรือไง” “ให้ลุกซ์ไปแทนแล้ว” ทุกวันยังคงเหมือนเดิม เขาไม่มีเรื่องผู้หญิงมากวนใจเธอเลยจะมีก็แต่เรื่องงานที่เข้ามาผิดจังหวะเท่านั้นเอง ในส่วนของอีริคเขาแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ธุรกิจที่ทำร่วมกันกำลังเติบโตไปด้วยดี เรื่องผิดพลาดในอดีตต่างฝ
ภายในระยะเวลาสองปีชีวิตฉันเปลี่ยนไปหลายอย่างมาก เรื่องที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นก็ดันเกิดขึ้นจนตั้งตัวไม่ทัน “แม่มีน้องเหรอ” มัวแต่เหม่อคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนไม่ได้สังเกตว่าน้ำขิงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ “คุณพ่อบอกว่าแม่มีน้อง” “ใช่ค่ะ” นึกคำพูดไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะอธิบายให้ลูกฟังแบบไหน แต่พอเห็นรอยยิ้มของน้ำขิงแล้วมันก็คลายความกังวลไปได้เยอะ “กับคุณลุงใช่ไหมคะ แม่เป็นแฟนกับคุณลุงใช่ไหม”“แฟนเหรอ แฟนก็แฟน”“คิกคิก”“หัวเราะอะไร ดีใจอะไรขนาดนั้น”“หนูจะได้เป็นพี่สาวแล้วนะ” “อยากเป็นพี่สาวเหรอ”“ใช่!” น้ำขิงยังคงพูดไปยิ้มไป “พี่อลิซก็มีน้องนะ หนูจะเป็นพี่สาวเหมือนกัน” “งั้นเหรอ แล้วถูกคุณย่าดุบ้างหรือยัง” ว่าจะถามหลายครั้งลืมตลอด “ไม่ดุค่ะ ย่าใจดีมาก”“อยู่บ้านเขาต้องเกรงใจเขาให้มาก ๆ นะ ทำตัวดี ๆ อย่าให้ใครมาว่าเราได้ว่านิสัยไม่ดีกินไม่เก็บไม่ล้างไม่สะอาด”“หนูทำตลอดแต่ส่วนมากพี่แม่บ้านจะทำให้”“นั่นแหละ เรายิ่งต้องเกรงใจเขาให้มาก ขอบคุณค่ะขอโทษค่ะ ใช้คำนี้ให้ชิน ให้เป็นเรื่องปกติ”“เข้าใจแล้วค่ะ” “แล้วนี่ใครมาส่ง”“คุณพ่อค่ะ น่าจะคุยกับคุณลุงอยู่ข้างล่าง” คุยกับน้ำขิงต่ออีกนิดหน่อยฉั
หลายเดือนผ่านไปหลังจากเหตุการณ์วันนั้นเรื่องราวของเขาดังสะพัดไปทั่ว โดยเฉพาะแวดวงในธุรกิจ แน่นอนว่ามันเป็นไปตามความต้องการของเขา “หนูมีปืนด้วย” เสียงเล็กดังขึ้นพร้อมกับอวดปืนของเล่นกระบอกใหม่ที่อีริคซื้อให้ “ใครซื้อให้ครับ”“พ่อซื้อให้เลย” “เหรอ ... แล้วแบบนี้ป๊าจะให้อะไรหนูดีนะ ปืนก็มีแล้ว ของเล่นอื่นก็เต็มไปหมด”“น้อง”“อะไรนะ” เขาถามย้ำอีกครั้งเพราะไม่มั่นใจว่าได้ยินผิดหรือเปล่า “น้องไง พี่มีน้องตรงนี้แล้วก็ตรงนี้” ไม่พูดเปล่านิ้วเล็กยังจิ้มลงบริเวณหน้าท้องของพี่เลี้ยงคนสวยที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ อีกด้วย “สองคนเลยเหรอ”“ใช่! ข้างนี้ผู้หญิงข้างนี้ผู้ชาย” พูดไปก็ยิ้มไปตามประสา แต่คนฟังอย่างน้ำแข็งกลับนิ่งไปแทน “หนูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” พูดจบเธอก็ลุกออกไปทันที คล้อยหลังน้ำแข็งเขาใช้ความคิดอยู่หลายนาที ทุกครั้งที่มีอะไรกันเขาไม่เคยป้องกันเลย และตัวเธอเองก็ไม่เคยค้านเรื่องนี้ “ลูกศร”“ค่ะคุณธัญ”“ผมอยากได้ที่ตรวจครรภ์” เขาพูดพร้อมกับยื่นเงินให้“ตอนนี้เหรอคะ”“ใช่!”“สักครู่นะคะ” แม่บ้านรับคำสั่งแล้วรีบออกไปซื้อที่ร้านขายยาใกล้บ้านทันที ราวครึ่งชั่วโมงที่ตรวจครรภ์จำนวนห้าอันก็อยู่ในม
You are mine มาเฟียคลับ“มีอะไรผิดปกติไหม” “ไม่มีครับ แต่นายใหญ่เตือนมาให้คุณระวังตัวเป็นพิเศษ”“อืม”“ผมคิดว่ามันคงยังไม่กล้าทำอะไรตอนนี้หรอก”“แต่ฉันคิดว่ามันจะทำนะ” เขาบอกออกไปตามความรู้สึกของตัวเอง “ให้คนตามดูน้ำแข็งไว้ มีอะไรไม่ชอบมาพากลจัดการได้เลย”“ครับนาย” ตั้งแต่เลิกสนใจอีริคเขามีเวลาสนใจเรื่องอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะคู่แข่งที่จ้องจะเล่นงานเขาอยู่ตลอดเวลา “เชือดไก่ให้ลิงดูเคยได้ยินไหม” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยพลางเหยียดยิ้มให้กับเรื่องที่วิ่งวนอยู่ในความคิด “ใครก็ช่างที่ยุ่งกับเราจัดการมันได้เลย ไม่คุย ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ถ้ากล้าลองดีก็มา”“ครับ” ลุกซ์รับคำสั่งแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง เขารักตัวแต่ไม่กลัวตาย สำหรับธัญกรแล้วเขาสามารถให้ได้แม้กระทั่งชีวิต หลายวันผ่านไปวันเวลาเดินไปตามหน้าที่ของมัน ทุกอย่างดีขึ้นตามลำดับแต่การใช้ชีวิตของเขายังคงเหมือนเดิม ต่างกันตรงที่ตอนนี้ต้องคอยดูแลคนตัวเล็กเป็นพิเศษเท่านั้นเองครืด ... ครืด ...สายเรียกเข้าแทรกเข้ามาระหว่างที่เขากำลังประชุมอยู่ ปลายสายคือน้ำแข็งซึ่งปกติแล้วเธอจะไม่ค่อยโทรหาเขาสักเท่าไหร่ถ้าไม่มีธุระสำคัญ“ว่ายังไงครับ”(
“ยิ้มอะไรล่ะคะ” ฉันถามคุณธัญที่ตอนนี้เขาเอาแต่มองฉันแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่แบบนั้น “เปล่า”“ไม่ต้องมายิ้มอยู่ไปเอาชุดใหม่มาให้หนูเลย” “พอเป็นเมียแล้วสั่งอย่างเดียวเลยนะ”“ไม่ได้สั่งแค่บอกเฉย ๆ”“เถียงเก่ง” บ่นพึมพำแต่ก็ออกจากห้องไปเพื่อหาชุดใหม่มาให้ฉัน นานหลายนาทีที่ฉันมองตัวเองผ่านกระจก ความรู้สึกตอนนี้คืออะไรฉันยังตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ...ช่วงสายเราเดินทางกลับกันค่ะ ก่อนเข้าบ้านไม่ลืมแวะไปรับน้องวินที่บ้านของคุณธีร์ด้วย “โอ้โห...” เสียงทักทายดังขึ้นแต่ก็ไม่มีอะไรเป็นคำพูดออกมา มีเพียงรอยยิ้มและสายตาอะไรไม่รู้ที่มองฉันกับคุณธัญสลับกัน“อย่าแซว” คุณธัญพูดขึ้นก่อนจะเดินตรงเข้าไปในตัวบ้าน “ลูกล่ะ”“หลับอยู่ในห้องรับรองโน่น”“รอให้ตื่นก่อนแล้วกัน” เขาตอบเสียงเรียบแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาพี่ลุกซ์ เลิกสนใจคุณธัญแล้วมองสำรวจไปรอบบริเวณตัวบ้านแทน ที่นี่กว้างมากแถมรอบนอกยังมีสวนหรืออะไรสักอย่างอยู่ด้วย ฉันมองไม่ออกค่ะรู้แต่ว่ามันมีทางเดินเข้าไป ดูลึกลับน่าค้นหายังไงไม่รู้สิ “เหม่ออะไร” “ในนั้น...” “สวนสัตว์ไอ้ธีร์ ไม่มีอะไรให้สนใจหรอก” เขาพูดแบบขอไปทีเหมือนไม่อยากให้ฉัน
“ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่คะ” คนตัวเล็กค้านขึ้นเมื่อเส้นทางของรถมันเปลี่ยน “คุณจะไปไหนช่วยเกรงใจชุดแม่บ้านของหนูด้วย” ได้ยินแบบนั้นเขาจึงเหลือบมองเธอเล็กน้อย เสื้อรัดรูปกับกางเกงขาสั้นแค่นั้น “ไม่มีใครสนใจหรอกเธอคิดมากไปเอง” “คุณก็พูดได้สิ ตัวเองหล่ออย่างกับเจ้าชาย” “เข้าใจประชดแฮะ” แค่เพียงไม่นานรถก็จอดที่รีสอร์ตของเขา “ค้างที่นี่นะ เรื่องชุดฉันให้คนเตรียมไว้แล้ว”“ค่ะ” มองสำรวจไปรอบบริเวณเงียบสงัดเพราะยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีเพียงเขากับลูกน้องไม่กี่คนเท่านั้นที่มาพัก“มองหาอะไร”“เปล่าค่ะแค่รู้สึกว่ามันน่ากลัว” “ไม่หรอกเธอคิดมากไปเอง” พูดจบก็เดินนำมายังห้องพัก “นอนด้วยกันไหม หรือเธอจะนอนห้องโน้นก็ได้นะ”“...” มองชั่งใจอยู่หลายนาทีแต่สุดท้ายก็ข้ามผ่านความกลัวไปไม่ได้ “นอนด้วยค่ะเดี๋ยวผีหลอก”“ไร้สาระ” ถึงกับส่ายหน้าให้เลยทีเดียว “มีเตียงเดียวถ้าไม่นอนพื้นก็คงต้องนอนกับฉัน”“มันก็คงเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง” ตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนักแล้วเดินสำรวจไปทั่วบริเวณห้อง “ที่นี่กว้างกว่าที่โน่นอีกนะคะ”“ที่กาญจนบุรีอะเหรอ”“ใช่ค่ะ”“ธรรมดาที่นั่นมันมีพื้นที่จำกัด” “แต่รูปทรงคล้ายกัน บ่งบอกถ







