เข้าสู่ระบบ“โห...หลังใหญ่จังเลยค่ะ” ไม่ใช่แค่น้ำขิงที่รู้สึกแบบนั้นฉันเองก็เหมือนกัน รู้แหละว่าเขารวยแต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ แถมยังมีการ์ดเดินสวนกันให้วุ่นวายไปหมด
กวาดสายตาไปรอบบริเวณทุกอย่างในบ้านหรูหรามาก อีกทั้งยังเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย แต่แปลกที่มันให้ความรู้สึกเงียบเหงา
“บรรยากาศในบ้านคุณวังเวงจัง” ฉันพูดไปตามความรู้สึก
“ยังไง?”
“รู้สึกเหมือนต่างคนต่างใช้ชีวิต จะว่ายังไงดี...ช่างเถอะ”
“เธอชินกับบรรยากาศแออัดมากกว่ามั้ง”
“คงเป็นแบบนั้น” หันมาตอบฉันแล้วเดินนำขึ้นไปชั้นบน “เธออยู่ห้องนี้” เขาว่าก่อนจะเปิดประตูห้องห้องหนึ่ง
“เตียงนอนใหญ่มากหนูชอบ!” น้ำขิงพูดแทรกขึ้นก่อนจะเดินตรงไปยังเตียงแล้วทิ้งตัวลงนอนอย่างถือวิสาสะ
“น้ำขิง!”
“ปล่อยเขาเถอะ เธอจะดุอะไรนักหนา”
“ไม่ได้หรอกค่ะ ไม่สอนตอนนี้จะสอนตอนไหน” แน่นอนว่าฉันเถียงกลับ “ตามใจได้แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง”
“เลิกบ่นแล้วตามฉันมา”
“หนูไม่ได้บ่นหนูกำลังสอนอยู่นะ”
“ตามสบายนะฉันยืมตัวแม่หนูหน่อย” แทนที่จะสนใจคำพูดของฉันแต่เปล่าเลย
“คุณลุงจะพาแม่ไปไหนคะ”
“ไปหาน้อง”
“น้องเหรอ... หนูขอไปด้วยได้ไหมคะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามมา”
เดินตามเขาไปด้านล่างอีกครั้ง สิ่งที่ฉันเห็นตอนนี้ไม่รู้เลยว่าควรด่าเขาไหม หรือควรพูดตักเตือนแบบไหนให้ดูสุภาพมากที่สุด
“เก่งจัง นอนคนเดียวได้ด้วย” น้ำขิงพูดไปตามประสาก่อนจะนั่งลงข้างเด็กคนหนึ่งที่กำลังหลับสนิท “แม่ขาขนตาน้องยาวมาก ผิวดีจังเหมือนลูกครึ่งเลย” น้ำเสียงเจื้อยแจ้วยังคงพูดไม่หยุดปาก “คุณลุงน้องชื่ออะไรคะ”
“ธาวิน”
เลิกสนใจน้ำขิงแล้วหันมาสนใจคนตรงหน้าอีกครั้ง
“ทำไมคุณปล่อยลูกแบบนี้ล่ะคะ”
“รู้ได้ยังไงว่าฉันปล่อย?”
“ก็นี่ไงให้อยู่คนเดียว แม่บ้านสักคนก็ไม่มี แล้วดูสิขวดนมเกลื่อนพื้นไปหมด พื้นมันดูสะอาดก็จริงแต่เชื้อโรคมันมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ปล่อยแบบนี้ลูกคุณต้องป่วยอยู่บ่อย ๆ แน่ ไหนจะถ้วยอาหารถ้วยขนมพวกนั้นอีก” เห็นแล้วขัดหูขัดตาไปหมดเลยค่ะ
“ฉันจ้างเธอมาเป็นพี่เลี้ยงนะไม่ได้จ้างให้มาด่าฉัน”
“ใครจะกล้าด่าหนูแค่บ่น”
“นี่...”
“ชู่...น้องตื่นแล้วค่ะ” น้ำขิงแทรกขึ้นพร้อมกับลูบหลังน้องหวังให้นอนหลับไปอีกครั้ง ซึ่งมันไม่ได้ผล “แม่เสียงดังน้องตื่นเลย”
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ น้องวินลุกขึ้นนั่งแล้วเอาแต่มองคนแปลกหน้าอย่างฉันกับน้ำขิงสลับไปมา ท่าทางงัวเงียเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม
“มาหาป๊าเร็ว” คุณธัญเอ่ยเรียกแต่ถึงอย่างนั้นน้องวินก็ยังคงนิ่งอยู่ ไม่ร้องไห้ ไม่มีอาการตื่นกลัวใด ๆ ทั้งสิ้น
เห็นแบบนั้นฉันจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วชงนมขวดใหม่ให้
“ลูกคุณกี่ขวบแล้ว”
“สองขวบหนึ่งเดือน”
“เปลี่ยนสูตรนมผงได้แล้วนะคะ สูตรนี้สำหรับเด็กแรกเกิดถึงหนึ่งปี น้องสองขวบแล้วควรจะเปลี่ยนเป็นสูตรสองหรือสามเพื่อให้ได้ประโยชน์และสารอาหารที่มากกว่านี้” ปากพูดกับเขาขณะที่มือวุ่นวายอยู่กับนมขวดใหม่ “หรือเปลี่ยนยี่ห้อก็ได้ค่ะ ลูกคุณแพ้อะไรหรือเปล่า”
“ไม่รู้สิ” ถึงกับหันกลับไปมองหน้าเมื่อได้คำตอบแบบนั้น
“ฉันไม่เคยรู้จริง ๆ ตั้งแต่มีพี่เลี้ยงมามีเธอคนแรกนี่แหละที่บอกให้เปลี่ยนสูตร ปกติไม่สบายพาไปหาหมอแป๊บเดียวเขาก็หายแล้ว เขาเป็นเด็กแข็งแรง”
เลิกสนใจเขาแล้วยื่นขวดนมให้น้อง แน่นอนว่าเขารับอย่างรวดเร็ว
“มานอนตรงนี้” ฉันว่าพลางทำท่าทีจะอุ้ม ต้องดูก่อนค่ะว่าเจ้าตัวเขายอมให้อุ้มไหม “พื้นสกปรกครับน้องต้องนอนตรงนี้” ไม่รู้ว่าง่วงหรืออะไรเขายอมให้ฉันอุ้มแต่โดยดี ที่น่าแปลกคือไม่สนใจว่าฉันเป็นใคร
แค่เพียงไม่กี่นาทีดวงตากลมโตก็เริ่มหรี่ลงจนผล็อยหลับไปอีกครั้ง
“ทำไมน้องไม่ร้องเลยคะแม่ น้องไม่เห็นสนใจเลยว่าพวกเราเป็นใคร” เห็นไหมคะขนาดน้ำขิงยังคิดแบบเดียวกันกับฉัน
“น้องไม่ร้องแล้วน้องก็ไม่พูดด้วย ปกติเขางอแงไหม” ประโยคหลังฉันหันไปถามคุณธัญ
“ไม่”
“ปกติใครดูแลเขาตอนที่คุณไม่อยู่ แล้วเขานอนกับใคร”
“แม่บ้านนี่แหละ แต่ส่วนมากเขาจะอยู่คนเดียว”
“คือ?”
“เขามีห้องของเขา ถึงเวลานอนเขานอนเองได้ ที่เหลือจะมีแม่บ้านมาคอยดูเป็นระยะ”
“ดูเป็นระยะอะไรของคุณ เด็กยังเล็กต้องดูแลใกล้ชิด!” ฉันเริ่มไม่สบอารมณ์กับการเลี้ยงลูกของเขาแล้วจริง ๆ “เฮ้อ...”
“เธอจะมาถอนหายใจใส่ฉันแบบนี้ไม่ได้นะ”
“เหนื่อยค่ะ เหนื่อยกับคุณนี่แหละ”
“...”
“เอาเป็นว่าหนูจะนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด รวมถึงคุณที่เป็นพ่อเขาด้วย คุณต้องเปลี่ยนความคิดและวิธีดูแลเขาใหม่ทั้งหมดค่ะ”
“ทำไม... ฉันก็โตมาแบบนี้”
“นั่นมันคูณ! นี่มันสมัยไหนแล้ว”
“...” เขาเงียบแล้วมองหน้าฉันอยู่แบบนั้น งงล่ะสิเริ่มงานวันแรกก็วีนฉ่ำเลย
“หนูเข้าใจค่ะว่าคุณเป็นใคร วิถีชีวิตคุณเป็นแบบไหน แต่ลูกคุณยังเล็กคุณจะให้เขาโตมาแล้วเก่งเลยไม่ได้ เขาต้องใช้ชีวิตตามวัยของเขา” ฉันพยายามบอกให้เขาเข้าใจแผนการเลี้ยงที่ถูกต้องแต่ไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจบ้างไหม หรือเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา
“แล้วฉันต้องทำยังไง”
“ก่อนอื่นเลย เขาเคยได้อยู่กับแม่เขาบ้างไหมคะ” คุณธัญเงียบไปเมื่อฉันถามถึงแม่ของลูก แววตาว่างเปล่าแข็งกร้าวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด “ขอโทษค่ะหนูถามใหม่ก็ได้ ตั้งแต่แรกเกิดเลยคุณเลี้ยงเขาด้วยวิธีนี้เหรอ”
“ใช่! … เขาไม่ได้อยู่กับแม่หรอก แม่เขาเสียวันที่เขาเกิดนั่นแหละ” มิน่าล่ะเขาถึงชะงักไปเมื่อฉันถามแบบนั้น
“เสียใจด้วยนะคะ แต่คุณก็เก่งที่เลี้ยงเขามาได้ขนาดนี้”
“เก่งอะไร? เมื่อกี้เธอยังบ่นอยู่เลย”
“หนูบ่นเพราะคุณละเลยเกินไปต่างหาก หนูไม่ได้บอกว่าคุณเลี้ยงลูกไม่ดีสักหน่อย”
“อีกสามวันฉันมีงานสำคัญมากที่ต้องทำ ถ้าเกิดอะไรขึ้นลุกซ์จะมารับเธอไปจากที่นี่นะ ถ้าไม่ใช่ลุกซ์ห้ามไปเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นใครก็ช่าง ห้ามไป! ระหว่างนี้ห้ามออกไปไหน ขาดเหลืออะไรบอกแม่บ้านได้ทุกเวลา” เขาออกคำสั่งเด็ดขาดกับฉัน “เรื่องงานของเธอเรียบร้อยหมดแล้วใช่ไหม”
“ลาออกเรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนน้ำขิงโรงเรียนเปิดเดือนหน้า”
“อืม”
“ดูคุณเครียดจัง”
“ฉันเครียดทุกวันอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องของธาวิน” มือหนาลูบศีรษะลูกชายตัวเองด้วยความรักใคร่ “แต่เห็นเธอใส่ใจรายละเอียดพวกนั้นฉันก็เบาใจ”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ คุ้มแน่นอนกับเงินเดือนห้าหมื่น”
“คุ้มอะไร? ด่าฉันคุ้มน่ะเหรอ”
“หนูเปล่าด่าสักหน่อย คุณพูดเองทั้งนั้น”
วันเวลาเดินไปตามหน้าที่ของมัน งาน เงิน ความรัก ทุกอย่างผลิบานแบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว “หนูเหนื่อยจัง” ภรรยาคนสวยเริ่มบ่นด้วยขนาดหน้าท้องของเธอที่ใหญ่ขึ้นมันทำให้เจ้าตัวใช้ชีวิตลำบาก “อีกไม่นานก็คลอดแล้วเธออดทนหน่อยนะ” ประโยคทำนองนี้ถูกพูดออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคนฟังรู้สึกเบื่อหน่าย“อยากคลอดวันนี้เลยค่ะ”“ไม่ได้! แม่จะคลอดอย่างเดียวเลย” น้ำขิงที่ฟังอยู่ค้านขึ้นมาบ้าง “พูดเล่นไปอย่างนั้นแหละ” เธอตอบเสียงเรียบเหมือนไม่คิดอะไรแต่ในใจไม่ใช่แบบนั้นเลย “มันเป็นยังไงไหนว่ามาซิ” ธัญกรถามขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นท่าทีเบื่อหน่ายของเมียรัก“อึดอัดค่ะ ปกติหนูทำอะไรด้วยตัวเองตลอดแต่นี่ขนาดแค่จะเข้าห้องน้ำยังต้องให้คนช่วยพยุง หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระคนอื่น” “ใครบอกว่าเมียเป็นภาระ” “ไม่มีใครบอก หนูพูดเอง” น้ำเสียงใสยังคงตอบกลับด้วยท่าทีออดอ้อน “แล้ววันนี้คุณไม่ไปทำงานหรือไง” “ให้ลุกซ์ไปแทนแล้ว” ทุกวันยังคงเหมือนเดิม เขาไม่มีเรื่องผู้หญิงมากวนใจเธอเลยจะมีก็แต่เรื่องงานที่เข้ามาผิดจังหวะเท่านั้นเอง ในส่วนของอีริคเขาแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ธุรกิจที่ทำร่วมกันกำลังเติบโตไปด้วยดี เรื่องผิดพลาดในอดีตต่างฝ
ภายในระยะเวลาสองปีชีวิตฉันเปลี่ยนไปหลายอย่างมาก เรื่องที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นก็ดันเกิดขึ้นจนตั้งตัวไม่ทัน “แม่มีน้องเหรอ” มัวแต่เหม่อคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนไม่ได้สังเกตว่าน้ำขิงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ “คุณพ่อบอกว่าแม่มีน้อง” “ใช่ค่ะ” นึกคำพูดไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะอธิบายให้ลูกฟังแบบไหน แต่พอเห็นรอยยิ้มของน้ำขิงแล้วมันก็คลายความกังวลไปได้เยอะ “กับคุณลุงใช่ไหมคะ แม่เป็นแฟนกับคุณลุงใช่ไหม”“แฟนเหรอ แฟนก็แฟน”“คิกคิก”“หัวเราะอะไร ดีใจอะไรขนาดนั้น”“หนูจะได้เป็นพี่สาวแล้วนะ” “อยากเป็นพี่สาวเหรอ”“ใช่!” น้ำขิงยังคงพูดไปยิ้มไป “พี่อลิซก็มีน้องนะ หนูจะเป็นพี่สาวเหมือนกัน” “งั้นเหรอ แล้วถูกคุณย่าดุบ้างหรือยัง” ว่าจะถามหลายครั้งลืมตลอด “ไม่ดุค่ะ ย่าใจดีมาก”“อยู่บ้านเขาต้องเกรงใจเขาให้มาก ๆ นะ ทำตัวดี ๆ อย่าให้ใครมาว่าเราได้ว่านิสัยไม่ดีกินไม่เก็บไม่ล้างไม่สะอาด”“หนูทำตลอดแต่ส่วนมากพี่แม่บ้านจะทำให้”“นั่นแหละ เรายิ่งต้องเกรงใจเขาให้มาก ขอบคุณค่ะขอโทษค่ะ ใช้คำนี้ให้ชิน ให้เป็นเรื่องปกติ”“เข้าใจแล้วค่ะ” “แล้วนี่ใครมาส่ง”“คุณพ่อค่ะ น่าจะคุยกับคุณลุงอยู่ข้างล่าง” คุยกับน้ำขิงต่ออีกนิดหน่อยฉั
หลายเดือนผ่านไปหลังจากเหตุการณ์วันนั้นเรื่องราวของเขาดังสะพัดไปทั่ว โดยเฉพาะแวดวงในธุรกิจ แน่นอนว่ามันเป็นไปตามความต้องการของเขา “หนูมีปืนด้วย” เสียงเล็กดังขึ้นพร้อมกับอวดปืนของเล่นกระบอกใหม่ที่อีริคซื้อให้ “ใครซื้อให้ครับ”“พ่อซื้อให้เลย” “เหรอ ... แล้วแบบนี้ป๊าจะให้อะไรหนูดีนะ ปืนก็มีแล้ว ของเล่นอื่นก็เต็มไปหมด”“น้อง”“อะไรนะ” เขาถามย้ำอีกครั้งเพราะไม่มั่นใจว่าได้ยินผิดหรือเปล่า “น้องไง พี่มีน้องตรงนี้แล้วก็ตรงนี้” ไม่พูดเปล่านิ้วเล็กยังจิ้มลงบริเวณหน้าท้องของพี่เลี้ยงคนสวยที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ อีกด้วย “สองคนเลยเหรอ”“ใช่! ข้างนี้ผู้หญิงข้างนี้ผู้ชาย” พูดไปก็ยิ้มไปตามประสา แต่คนฟังอย่างน้ำแข็งกลับนิ่งไปแทน “หนูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” พูดจบเธอก็ลุกออกไปทันที คล้อยหลังน้ำแข็งเขาใช้ความคิดอยู่หลายนาที ทุกครั้งที่มีอะไรกันเขาไม่เคยป้องกันเลย และตัวเธอเองก็ไม่เคยค้านเรื่องนี้ “ลูกศร”“ค่ะคุณธัญ”“ผมอยากได้ที่ตรวจครรภ์” เขาพูดพร้อมกับยื่นเงินให้“ตอนนี้เหรอคะ”“ใช่!”“สักครู่นะคะ” แม่บ้านรับคำสั่งแล้วรีบออกไปซื้อที่ร้านขายยาใกล้บ้านทันที ราวครึ่งชั่วโมงที่ตรวจครรภ์จำนวนห้าอันก็อยู่ในม
You are mine มาเฟียคลับ“มีอะไรผิดปกติไหม” “ไม่มีครับ แต่นายใหญ่เตือนมาให้คุณระวังตัวเป็นพิเศษ”“อืม”“ผมคิดว่ามันคงยังไม่กล้าทำอะไรตอนนี้หรอก”“แต่ฉันคิดว่ามันจะทำนะ” เขาบอกออกไปตามความรู้สึกของตัวเอง “ให้คนตามดูน้ำแข็งไว้ มีอะไรไม่ชอบมาพากลจัดการได้เลย”“ครับนาย” ตั้งแต่เลิกสนใจอีริคเขามีเวลาสนใจเรื่องอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะคู่แข่งที่จ้องจะเล่นงานเขาอยู่ตลอดเวลา “เชือดไก่ให้ลิงดูเคยได้ยินไหม” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยพลางเหยียดยิ้มให้กับเรื่องที่วิ่งวนอยู่ในความคิด “ใครก็ช่างที่ยุ่งกับเราจัดการมันได้เลย ไม่คุย ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ถ้ากล้าลองดีก็มา”“ครับ” ลุกซ์รับคำสั่งแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง เขารักตัวแต่ไม่กลัวตาย สำหรับธัญกรแล้วเขาสามารถให้ได้แม้กระทั่งชีวิต หลายวันผ่านไปวันเวลาเดินไปตามหน้าที่ของมัน ทุกอย่างดีขึ้นตามลำดับแต่การใช้ชีวิตของเขายังคงเหมือนเดิม ต่างกันตรงที่ตอนนี้ต้องคอยดูแลคนตัวเล็กเป็นพิเศษเท่านั้นเองครืด ... ครืด ...สายเรียกเข้าแทรกเข้ามาระหว่างที่เขากำลังประชุมอยู่ ปลายสายคือน้ำแข็งซึ่งปกติแล้วเธอจะไม่ค่อยโทรหาเขาสักเท่าไหร่ถ้าไม่มีธุระสำคัญ“ว่ายังไงครับ”(
“ยิ้มอะไรล่ะคะ” ฉันถามคุณธัญที่ตอนนี้เขาเอาแต่มองฉันแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่แบบนั้น “เปล่า”“ไม่ต้องมายิ้มอยู่ไปเอาชุดใหม่มาให้หนูเลย” “พอเป็นเมียแล้วสั่งอย่างเดียวเลยนะ”“ไม่ได้สั่งแค่บอกเฉย ๆ”“เถียงเก่ง” บ่นพึมพำแต่ก็ออกจากห้องไปเพื่อหาชุดใหม่มาให้ฉัน นานหลายนาทีที่ฉันมองตัวเองผ่านกระจก ความรู้สึกตอนนี้คืออะไรฉันยังตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ...ช่วงสายเราเดินทางกลับกันค่ะ ก่อนเข้าบ้านไม่ลืมแวะไปรับน้องวินที่บ้านของคุณธีร์ด้วย “โอ้โห...” เสียงทักทายดังขึ้นแต่ก็ไม่มีอะไรเป็นคำพูดออกมา มีเพียงรอยยิ้มและสายตาอะไรไม่รู้ที่มองฉันกับคุณธัญสลับกัน“อย่าแซว” คุณธัญพูดขึ้นก่อนจะเดินตรงเข้าไปในตัวบ้าน “ลูกล่ะ”“หลับอยู่ในห้องรับรองโน่น”“รอให้ตื่นก่อนแล้วกัน” เขาตอบเสียงเรียบแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาพี่ลุกซ์ เลิกสนใจคุณธัญแล้วมองสำรวจไปรอบบริเวณตัวบ้านแทน ที่นี่กว้างมากแถมรอบนอกยังมีสวนหรืออะไรสักอย่างอยู่ด้วย ฉันมองไม่ออกค่ะรู้แต่ว่ามันมีทางเดินเข้าไป ดูลึกลับน่าค้นหายังไงไม่รู้สิ “เหม่ออะไร” “ในนั้น...” “สวนสัตว์ไอ้ธีร์ ไม่มีอะไรให้สนใจหรอก” เขาพูดแบบขอไปทีเหมือนไม่อยากให้ฉัน
“ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่คะ” คนตัวเล็กค้านขึ้นเมื่อเส้นทางของรถมันเปลี่ยน “คุณจะไปไหนช่วยเกรงใจชุดแม่บ้านของหนูด้วย” ได้ยินแบบนั้นเขาจึงเหลือบมองเธอเล็กน้อย เสื้อรัดรูปกับกางเกงขาสั้นแค่นั้น “ไม่มีใครสนใจหรอกเธอคิดมากไปเอง” “คุณก็พูดได้สิ ตัวเองหล่ออย่างกับเจ้าชาย” “เข้าใจประชดแฮะ” แค่เพียงไม่นานรถก็จอดที่รีสอร์ตของเขา “ค้างที่นี่นะ เรื่องชุดฉันให้คนเตรียมไว้แล้ว”“ค่ะ” มองสำรวจไปรอบบริเวณเงียบสงัดเพราะยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีเพียงเขากับลูกน้องไม่กี่คนเท่านั้นที่มาพัก“มองหาอะไร”“เปล่าค่ะแค่รู้สึกว่ามันน่ากลัว” “ไม่หรอกเธอคิดมากไปเอง” พูดจบก็เดินนำมายังห้องพัก “นอนด้วยกันไหม หรือเธอจะนอนห้องโน้นก็ได้นะ”“...” มองชั่งใจอยู่หลายนาทีแต่สุดท้ายก็ข้ามผ่านความกลัวไปไม่ได้ “นอนด้วยค่ะเดี๋ยวผีหลอก”“ไร้สาระ” ถึงกับส่ายหน้าให้เลยทีเดียว “มีเตียงเดียวถ้าไม่นอนพื้นก็คงต้องนอนกับฉัน”“มันก็คงเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง” ตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนักแล้วเดินสำรวจไปทั่วบริเวณห้อง “ที่นี่กว้างกว่าที่โน่นอีกนะคะ”“ที่กาญจนบุรีอะเหรอ”“ใช่ค่ะ”“ธรรมดาที่นั่นมันมีพื้นที่จำกัด” “แต่รูปทรงคล้ายกัน บ่งบอกถ







