로그인หนีแทบตายมาสามปี สุดท้ายเพราะว่าที่เจ้าบ่าวหอบเงินหนี เธอถึงต้องซมซานกลับมาหา 'ผัวเก่า' ที่เคยสาบานว่าจะไม่ขอเจอหน้าอีก! การกลับมาอยู่ในกรงทองครั้งนี้ 'มะลิลา' ตั้งกฎเหล็กสารพัดเพื่อป้องกันไม่ให้อดีตสามีมาเฟียเข้ามาบงการชีวิตเธอเหมือนในอดีต ห้ามตาม ห้ามยุ่งเรื่องงาน และที่สำคัญ...‘ห้ามแตะต้องตัว!’ ทว่าสำหรับ 'เฮียช้าง' คนที่เฝ้ารอคอยเมียเก่ามาตลอดพันกว่าวัน การต้องทนมองแต่ห้ามกลืนกิน มันคือบททดสอบที่อันตรายและเร่าร้อนที่สุด! "มีผู้ชายมาส่งถึงหน้าบ้าน ทำไมไม่ชวนมันเข้ามากินน้ำกินท่าข้างในเลยล่ะ" "ประชดมะลิหรือคะ?" "เปล่า...เฮียแค่กำลังซ้อมท่องบท 'อดีตสามีใจกว้าง' เผื่อวันไหนมะลิเปิดตัวแฟนใหม่ เฮียจะได้ไม่เผลอเอาปืนไปยิงมัน"
더 보기บทนำ
"พี่มะลิคะ ติดต่อพี่ธนาได้ไหมคะ ทีมรันคิวกับช่างภาพมาสแตนด์บายที่โรงแรมตั้งแต่หกโมงเช้าแล้ว แต่จนป่านนี้ยังไม่มีใครเห็นพี่ธนาเลย โทรไปก็ปิดเครื่องค่ะ"
น้ำเสียงร้อนรนของผู้จัดการสตูดิโอดังทะลุผ่านลำโพงโทรศัพท์ ปลุก ‘มะลิลา’ ให้ตื่นจากภวังค์ในเช้าวันก่อนงานหมั้นของตัวเอง ก่อนที่หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง พลันคิ้วเรียวสวยก็ขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ
ตามกำหนดการ ธนาต้องเข้าไปตรวจความเรียบร้อยของโครงสร้างเวทีและซุ้มดอกไม้ที่โรงแรมตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะเขาเป็นคนเสนอตัวรับผิดชอบหน้าที่นี้เองเพื่อให้เธอได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ก่อนวันสำคัญ
แต่นี่จู่ๆ เขามาหายตัวไป...มันยังไงกัน?
"เดี๋ยวพี่ลองโทรหาเขาดูเอง หนูคุมหน้างานไปก่อนนะ ถ้ามีอะไรคืบหน้าพี่จะรีบโทรบอก"
มะลิลากดตัดสายแล้วสไลด์หน้าจอเพื่อต่อสายหาว่าที่เจ้าบ่าวของเธอทันที เสียงสัญญาณรอสายที่คุ้นเคยดังขึ้นอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนถูกแทนที่ด้วยระบบฝากข้อความอัตโนมัติ นั่นทำให้เธอพยายามกดโทรซ้ำอีกสามครั้ง แต่ผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม จนความรู้สึกชาวาบเริ่มก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้วของหญิงสาวด้วยสัญชาตญาณบางอย่างกำลังบอกเธอว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติ
‘ธนา’ เป็นนักธุรกิจที่รักษาเวลาและให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ยิ่งกว่าสิ่งใด เขาไม่มีทางปิดเครื่องหนีหายไปในวันสำคัญที่เกี่ยวพันกับหน้าตาทางสังคมของเขาแน่...
เท่านั้น มะลิลาก็ผุดลุกจากเตียง คว้ากางเกงยีนส์และเสื้อยืดตัวเก่งมาสวมอย่างลวกๆ พลันคว้ากุญแจรถแล้วรีบออกจากห้องพักไปโดยไม่ได้แต่งหน้าหรือแม้แต่จะหวีผมด้วยซ้ำ โดยมีจุดมุ่งหมายคือการมุ่งหน้าไปยังคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองของธนาทันที ซึ่งตลอดระยะเวลาสามสิบนาทีบนท้องถนน สมองของเธอพยายามหาเหตุผลร้อยแปดมาอธิบายสถานการณ์นี้เป็นพัลวัน
แบตเตอรี่โทรศัพท์เขาอาจจะหมด…โทรศัพท์อาจจะพัง…
หรือเลวร้ายที่สุดคือเขาอาจจะประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง…
ทันทีที่รถจอดสนิทในช่องจอดวีไอพี มะลิลาก็ก้าวฉับๆ ตรงไปยังลิฟต์ กดรหัสผ่านหน้าประตูห้องของธนาที่ยังคงเป็นวันเกิดของเธอ หากแต่เมื่อบานประตูไม้เนื้อแข็งเปิดออก ความเงียบสงัดก็แผ่กำจายไปทั่วจนหญิสาวชักใจไม่ดี
"ธนาคะ คุณอยู่หรือเปล่า"
ไม่มีเสียงตอบรับ...ห้องนั่งเล่นยังคงเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ทันทีที่เธอก้าวเข้าไปในห้องนอน ความผิดปกติก็ปรากฏชัดเจนต่อสายตา เพราะตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอินโคลเซตถูกเปิดอ้าทิ้งไว้ ส่วนพื้นที่ฝั่งที่เป็นของธนาว่างเปล่าไปกว่าครึ่ง มิหนำซ้ำ นาฬิกาแบรนด์เนมที่เรียงรายอยู่ในกล่องกำมะหยี่บนโต๊ะเครื่องแป้งก็หายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่ และกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่เขาเพิ่งซื้อมาใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อนก็อันตรธานไปเช่นกัน
เขาไม่ได้ประสบอุบัติเหตุ และไม่ได้โทรศัพท์พัง...
เขาจงใจเก็บของหนีไป!
มะลิลายืนนิ่งงันพลางตัวชาวาบอีกระลอก เธอพยายามอย่างยิ่งในการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติที่กำลังแตกกระเจิงให้กลับมาเข้าที่ ก่อนสายตาสะดุดเข้ากับโน้ตบุ๊กของบริษัทที่วางเปิดทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานมุมห้อง ซึ่งหน้าจอของมันยังคงสว่างวาบราวกับเพิ่งถูกใช้งานเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ เลื่อนนิ้วบนทัชแพดเพื่อปลุกหน้าจอ โชคดีที่ธนาไม่ได้ตั้งรหัสผ่านล็อกเครื่องไว้ เธอจึงเห็นว่าหน้าต่างเว็บเบราว์เซอร์ที่เปิดค้างอยู่คือระบบจัดการบัญชีธนาคารออนไลน์ของบริษัทร่วมที่เธอกับเขากำลังจะควบรวมกิจการกัน
และลางสังหรณ์บางอย่างก็ทำให้มะลิลาคลิกเข้าไปดูยอดเงินคงเหลือในบัญชีอย่างรวดเร็ว ก่อนตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอจะทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกึกทันควัน
‘ยอดเงินคงเหลือ: 1,450.00 บาท’
เท่านั้น ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ หญิงสาวรีบกดเข้าไปดูรายการเดินบัญชีย้อนหลัง ขณะที่มือที่จับเมาส์สั่นเทาจนควบคุมแทบไม่อยู่ พอเห็นรายการโอนเงินออกจำนวนสิบสองรายการถูกทำรายการต่อเนื่องกันในช่วงเวลาตีสองถึงตีสามของเมื่อคืน โดยมีปลายทางคือบัญชีต่างประเทศที่เธอไม่รู้จัก เธอก็ประจักษ์ได้ในทันทีเลยว่า...เงินจำนวนยี่สิบแปดล้านบาทหายวับไปในชั่วข้ามคืน!
ร้ายกว่านั้นคือเงินจำนวนนี้มันไม่ใช่แค่เงินเก็บส่วนตัวของธนา แต่มันรวมถึงเงินหมุนเวียนทั้งหมดของ 'Mali Atelier' สตูดิโอจัดงานแต่งงานที่เธอสร้างมากับมือด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาตลอดสามปีเต็ม และที่เลวร้ายที่สุดคือในนั้นมีเงินมัดจำก้อนใหญ่จากลูกค้าระดับวีไอพีสามรายที่เตรียมจะจัดงานในเดือนหน้ารวมอยู่ด้วย!
เพียงเท่านั้น ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากลงเหวลึกก็จู่โจมเข้าใส่ทันที มะลิลาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานเพื่อหาเอกสารสำคัญ แต่สิ่งที่เธอพบคือความว่างเปล่า เพราะทั้งตราประทับบริษัทและหนังสือมอบอำนาจที่เธอเคยเซ็นทิ้งไว้ให้เขาไปจัดการเรื่องแบบแปลนก่อสร้างล้วนหายไปหมดแล้ว
ธนาไม่ได้แค่ทิ้งเธอไปในวันก่อนงานหมั้น แต่เขาตั้งใจกวาดทุกอย่างที่เธอมีไปด้วย...
ยิ่งไปกว่านั้น การที่เขาใช้ชื่อบริษัทเซ็นสัญญาซื้ออุปกรณ์จัดงานจำนวนมากล่วงหน้า หมายความว่าภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เธอจะต้องเผชิญกับใบแจ้งหนี้มูลค่าหลายล้านบาทที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ ซึ่งมันอาจจะทำให้สตูดิโอที่เธอรักต้องล้มละลาย และเธออาจจะต้องติดคุกฐานฉ้อโกงลูกค้าด้วย
ทะ...ทำไมเขาถึงทำแบบนี้
ผู้ชายที่แสนดี อ่อนโยน...ผู้ชายที่คอยสนับสนุนความฝันของเธอและไม่เคยก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัว
ผู้ชายที่เธอเลือกเพราะเขาแตกต่างจากอดีตสามีของเธออย่างสิ้นเชิง...แท้จริงแล้วคือโจรในคราบสุภาพบุรุษอย่างนั้นหรือ!?
ขณะที่กำลังค้นหาเบาะแสเพิ่มเติมอย่างคนสิ้นหวัง มือของมะลิลาก็ไปปัดโดนกองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะจนร่วงหล่นลงพื้นจนแผ่นกระดาษกระจายเกลื่อน และท่ามกลางกองเอกสารเหล่านั้น โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าเครื่องหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ใต้แฟ้มล่างสุดก็กระเด็นออกมา
มะลิลาถึงกับชะงักทันควันเพราะเธอจำโทรศัพท์เครื่องนี้ได้ ธนาเคยบอกว่าเขาทำมันหล่นหายไปเมื่อหลายเดือนก่อน
เธอหยิบมันขึ้นมามองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดสนิท ก่อนควานหาสายชาร์จบนโต๊ะมาเสียบเข้ากับตัวเครื่อง รอเพียงไม่กี่นาที โลโก้แบรนด์โทรศัพท์ก็สว่างขึ้น หน้าจอไม่ได้ตั้งรหัสผ่านล็อกหน้าจอไว้เช่นเดียวกันโน้ตบุ๊ก เธอจึงสไลด์นิ้วเพื่อปลดล็อกและกดเข้าไปที่แอปพลิเคชันข้อความทันที
กล่องข้อความส่วนใหญ่ว่างเปล่า คล้ายกับถูกลบทำความสะอาดไปแล้ว แต่มีเพียงข้อความเดียวที่ส่งออกไปเมื่อตอนตีสามครึ่งของเมื่อคืนที่ยังหลงเหลืออยู่ ก่อนที่มะลิลาจะเพ่งมองชื่อผู้รับปลายทาง และชื่อที่ปรากฏอยู่บนจอนั้นก็ทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายที่เต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกเมื่อครู่หยุดชะงักไปในเสี้ยววินาที พร้อทกับเลือดในกายที่เย็นเฉียบราวกับมีคนสาดน้ำแข็งรดตั้งแต่หัวจรดเท้า
เพราะชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอนั้นก็คือ...'เฮียช้าง'
สามปีแล้วที่เธอพยายามลบชื่อนี้ออกจากสารบบชีวิต...
สามปีที่เธอสร้างตัวตนใหม่ สร้างธุรกิจใหม่ สร้างความรักครั้งใหม่ เพื่อพิสูจน์ให้ตัวเองและเขาเห็นว่าเธอสามารถมีชีวิตที่ดีได้โดยไม่ต้องอยู่ในกรงทองของเขา
‘กุญชร’ หรือ ‘เฮียช้าง’ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์และโลจิสติกส์รายใหญ่…
ผู้ชายที่มีอำนาจล้นมือและเชื่อมาตลอดว่าการปกป้องคนที่รักคือการควบคุมทุกอย่างในชีวิตของคนคนนั้น และ...อดีตสามีที่เคยรักเธอจนแทบจะกลืนกิน ก่อนที่เขาจะเป็นคนที่เธอต้องแลกด้วยน้ำตามากมายเพื่อขออิสรภาพคืนมา
เท่านั้น มือบางก็สั่นระริกเมื่อหญิงสาวกดเปิดอ่านข้อความล่าสุดที่ธนาส่งไปหาผู้ชายคนนั้น
[ผมทำตามที่ตกลงแล้ว อย่าให้คนของคุณตามผมอีก]
ตัวอักษรไม่กี่ประโยคบนหน้าจอทำหน้าที่เหมือนค้อนปอนด์ทุบลงกลางความเชื่อมั่นทั้งหมดที่เธอเคยมี
ความสัมพันธ์สองปีที่ผ่านมาของเธอกับธนาคืออะไร
การหักหลังครั้งนี้คืออะไร
มะลิลากัดริมฝีปากแน่นจนรับรู้ถึงรสฝาดของเลือด หากข้อความนี้หมายความตามที่มันเขียนไว้ นั่นแปลว่าธนาอาจจะเป็นหมากตัวหนึ่งในกระดานของกุญชรมาตั้งแต่ต้น และการที่ธนาเข้ามาในชีวิตเธอ การที่เขาทำตัวเป็นผู้ชายแสนดีที่ตรงข้ามกับอดีตสามีทุกอย่าง รวมถึงการที่เขาจากไปพร้อมกับการทำลายชีวิตเธอจนย่อยยับ...ทั้งหมดนี้อาจจะเป็นการจัดฉากของคนที่เคยประกาศกร้าวในวันหย่าว่า 'สักวันเธอจะต้องซมซานกลับมาหาเขา'
น้ำตารื้นขึ้นมาที่หางตาอย่างไม่อาจห้าม ก่อนที่หญิงสาวจะรีบปาดทิ้งอย่างลวกๆ
มะลิลาไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่เอาแต่ร้องไห้เมื่อถูกรังแกแล้ว เพราะตลอดสามปีที่เธอออกมาเผชิญโลกกว้างสอนให้เธอรู้ว่า...ความอ่อนแอไม่เคยช่วยแก้ปัญหา
เธอสูญเสียเงิน...สูญเสียความรัก...สูญเสียความฝัน แต่เธอจะไม่ยอมสูญเสียศักดิ์ศรีไปให้ผู้ชายคนนั้นเหยียบย่ำอีกเป็นอันขาด!
ถ้ากุญชรคิดว่าการทำลายชีวิตเธอจนพังพินาศ จะทำให้เธอยอมคุกเข่าคลานกลับไปขอความช่วยเหลือจากเขาในฐานะอดีตภรรยาที่สิ้นไร้ไม้ตอก เขาก็คิดผิดมหันต์!
เพียงเท่านั้น หญิงสาวก็วางโทรศัพท์ของธนาลงในกระเป๋าสะพาย คว้ากุญแจรถยนต์และเดินตรงไปที่ประตูด้วยความมุ่งมั่นว่าเธอจะทวงคืนทุกอย่างที่ถูกอดีตสามีพรากไป ก่อนจะพุ่งทะยานตรงไปยังสำนักงานใหญ่ของกลุ่มธุรกิจอัครพิทักษ์ ซึ่งเป็นอาณาจักรของเจ้าพ่อที่เธอเคยสาบานด้วยชีวิตว่า...เธอจะไม่มีวันกลับไปเหยียบย่างอีก!
เข็มนาฬิกาบนผนังห้องนอนชี้บอกเวลาตีสองครึ่ง...มะลิลาพลิกตัวไปมาบนเตียงคิงไซส์ที่เคยกว้างขวางพอดี แต่คืนนี้มันกลับดูกว้างใหญ่จนน่าใจหาย มิหนำซ้ำ ผ้าปูที่นอนเนื้อละเอียดก็ไม่ได้ช่วยให้เธอหลับสบายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตเอาแต่เบิกโพลงท่ามกลางความมืดมิด ขณะที่สมองทำงานอย่างหนักราวกับเครื่องจักรที่ไม่มีปุ่มปิดภาพใบหน้าของธนาตอนที่ยิ้มให้เธอ...ภาพตัวเลขยี่สิบแปดล้านบาทที่หายไปจากบัญชี...ภาพใบแจ้งหนี้จากเสี่ยวิชัย ทุกอย่างหมุนวนปะปนกันจนหัวแทบระเบิดสามปีที่ผ่านมา เธอคิดว่าตัวเองจัดการชีวิตได้ดีมาตลอด เธอสร้าง Mali Atelier จนเป็นที่รู้จัก มีรายได้ที่มั่นคง มีคนรักที่ดูเหมือนจะเข้าใจเธอทุกอย่าง แต่เพียงแค่ชั่วข้ามคืน ความจริงก็พิสูจน์ให้เห็นว่าอิสรภาพที่เธอคิดว่าครอบครองอยู่นั้นเป็นเพียงภาพลวงตา และสุดท้าย เธอก็ต้องหอบร่างที่บอบช้ำกลับมาซ่อนตัวอยู่ในอาณาเขตของผู้ชายที่เธอเคยผลักไสมะลิลาถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลันผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วเสยผมที่ปรกหน้าออกอย่างหงุดหงิด อาการนอนไม่หลับทำให้คอแห้งผาก หญิงสาวตัดสินใจตวัดผ้าห่มออกจากตัว สอดเท้าเข้ากับรองเท้าสลิปเปอร์นุ่มนิ่ม แล้วเดินออกจากห้องนอ
บทที่ 3: แม่มะลิกระดาษเอสี่สีขาวสะอาดถูกเลื่อนข้ามโต๊ะกระจกใสไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้ชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงธุรกิจขนส่งของประเทศกุญชรหลุบตาลงมองแผ่นกระดาษที่มีตัวอักษรพิมพ์ด้วยหมึกสีดำเรียงรายเป็นข้อๆ อย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะเลื่อนสายตากลับขึ้นมาสบกับดวงตากลมโตที่กำลังจ้องมองเขาเขม็งราวกับแม่เสือที่พร้อมจะกางเล็บข่วนหากเขาขยับตัวผิดองศา พลันเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำถามเธออย่างราบเรียบ"นี่คืออะไร""กฎของการอยู่ร่วมบ้านค่ะ" มะลิลากอดอก เหยียดกระดูกสันหลังจนสุดเพื่อดึงเอาความมั่นใจทั้งหมดที่มีออกมาประจันหน้ากับเขา "มะลิจะย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่นแค่สามเดือน ระหว่างที่รอเงินจากการขายคอนโดและเคลียร์ปัญหาบัญชีของบริษัทให้เรียบร้อย และในเมื่อเราต้องอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน มะลิก็ต้องการขอบเขตที่ชัดเจน"สามวันแล้วนับตั้งแต่วันที่ธนาหายตัวไปพร้อมกับทิ้งระเบิดลูกใหญ่เอาไว้ มะลิลาวิ่งเต้นจัดการปัญหาจนแทบไม่มีเวลานอน เธอตัดสินใจขายคอนโดหรูของตัวเองในราคาที่ต่ำกว่าทุนเพื่อแลกกับเงินสดก้อนแรกนำไปปิดปากเสี่ยวิชัย ทำให้รอดพ้นจากการถูกอายัดบัญชีบริษัทมาได้อย่างฉิวเฉียด แต่เธอก็ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียที่พักอาศั
สำนักงานกฎหมายของภูผาตั้งอยู่บนตึกระฟ้าใจกลางย่านสาทร ซึ่งการตกแต่งเน้นโทนสีขาวและกระจกใส แตกต่างจากสำนักงานใหญ่ของกลุ่มอัครพิทักษ์ที่เน้นความขรึมขลังและดุดันอย่างสิ้นเชิงและเมื่อมะลิลาผลักประตูห้องประชุมชั้นสามเข้าไป เธอคาดหวังว่าจะพบเพียงทนายความหนุ่มนั่งรออยู่พร้อมกับกองแฟ้มเอกสาร แต่เธอกลับคิดผิดเมื่อเห็นว่าที่หัวโต๊ะกระจกตัวยาวมีกุญชรในชุดสูทสีเทาเข้มกำลังนั่งไขว่ห้าง มือหนึ่งถือแก้วกาแฟดำ อีกมือหนึ่งกำลังเลื่อนดูข้อมูลบนหน้าจอแท็บเล็ต ส่วนภูผายืนอยู่ด้านข้าง คอยชี้แจงรายละเอียดบางอย่างด้วยท่าทางเคร่งเครียดซึ่งเมื่อทั้งสองได้ยินเสียงประตูเปิด ผู้ชายทั้งสองคนก็หันมามอง ทำเอามะลิลาชะงักฝีเท้า ก่อนความรู้สึกอึดอัดจะก่อตัวขึ้นในช่องท้องด้วยเธอไม่คิดว่าจะเจออดีตสามีที่นี่เขาเพิ่งบอกว่าถ้าเธอจ้างทนายของเขา เขาจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว แล้วทำไมเขาถึงมานั่งวางอำนาจเป็นประธานในห้องประชุมนี้ได้?"สวัสดีครับคุณมะลิ เชิญนั่งครับ" ภูผาเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ พร้อมกับผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกุญชรมะลิลาจึงละทิ้งความคิดนั้นแล้วเดินเข้าไปนั่งลงอย่างระมัดระวัง พลางปรายตามองกุญชรแวบหนึ่ง แต่ชายหน
บทที่ 2: โชคชะตาเล่นตลกเสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ปลดล็อกตู้เซฟดังขึ้นพร้อมกับหัวใจของมะลิลาที่หล่นวูบลงไปกองอยู่แทบเท้า เพราะทันทีที่บานประตูเหล็กนิรภัยที่ซ่อนอยู่หลังตู้เสื้อผ้าแบบบิลต์อินเปิดอ้าออก หญิงสาวก็รีบทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่บนพื้นพรม ยื่นมือสั่นเทาไปดึงแฟ้มเอกสารทุกชิ้นออกมาเทกองรวมกัน ทั้งพาสปอร์ต สมุดบัญชีเงินฝากส่วนตัว สูติบัตรทุกอย่างยังอยู่ครบตามที่มันควรจะเป็น ยกเว้น...ซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่มีตราประทับของกรมที่ดินที่หายไป!มะลิลากวาดสายตามองเข้าไปในความว่างเปล่าของตู้เซฟซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังเพียงว่าสายตาของตนเองจะพร่ามัวจนมองข้ามมันไป เธอรื้อค้นข้าวของในตู้เสื้อผ้า ดึงลิ้นชักทุกบานออกมาจนข้าวของหล่นกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นห้องนอน แต่ความจริงก็ยังคงเป็นความว่างเปล่าเช่นเดิม ทำเอาเธอหวนคิดถึงคำเตือนของกุญชรขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม‘มันไม่ได้เอาไปแค่เงิน แต่มันเอาเอกสารสิทธิที่ดินของมะลิไปด้วย’ตอนแรกที่ได้ยิน เธอพยายามหลอกตัวเองว่ากุญชรอาจจะแค่ข่มขู่ให้เธอหวาดกลัว เพราะโฉนดที่ดินฉบับจริงยังถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยในตู้นิรภัยของธนาคารพาณิชย์ ไม่มีใครสามารถนำมันไปทำธุรกรรมใด