LOGIN“ลุกซ์ เรื่องที่ฉันให้ทำไปถึงไหนแล้ว”
“หาคนใหม่ได้แล้วครับคุณธัญ”
“เป็นใคร ชื่อออะไร อายุเท่าไหร่?”
“นี่ครับประวัติของเธอ”
เอกสารฉบับหนึ่งถูกวางลงตรงหน้า ดวงตาคู่คมจ้องมองและอ่านมันอย่างละเอียดก่อนจะพูดประโยคไม่ค่อยพอใจออกมา
“เพิ่งอายุยี่สิบแปดเอง มีที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ไหม”
“ตอนแรกก็มีครับ แต่พอรู้ว่าต้องเป็นพี่เลี้ยงของลูกคุณธัญพวกเขาก็เปลี่ยนใจกันหมด”
“อะไรนักหนากับเด็กแค่สองขวบ”
“เขาไม่ได้อะไรกับเด็กครับ เกรงว่าเขาอะไรกับพ่อของเด็กมากกว่า”
“ฉันทำไม?”
“พูดได้เหรอครับ”
“งั้นก็ไม่ต้องพูด”
มือหนากุมขมับด้วยความเหนื่อยหน่ายไหนจะเรื่องงาน และยังเรื่องส่วนตัวอีก
“เธอคนนี้โปรไฟล์ใช้ได้เลยนะครับ ผมให้คนไปสืบมาแล้ว”
“หามาจากไหน?”
“คุณบัวงามครับ”
“...”
“ไม่ต้องห่วงครับคุณธัญ เธอไม่ใช่เด็กในสังกัดเรา เธอเป็นพนักงานบริษัทเอกชนและเป็นคนรู้จักของคุณบัวงาม มีประสบการณ์การดูแลเด็กถึงสิบปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี แม่เสียชีวิตพ่อติดคุกคดียาเสพติดครับ” ลุกซ์อธิบายตามข้อมูลที่ได้รับมา
“อืม ติดต่อกลับไปอีกสามวันให้มาพบฉัน”
“ครับ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งครับคุณธัญ ส่งสินค้าที่กาญจนบุรีรอบนี้คุณธัญจะไปด้วยไหม”
“ไม่ล่ะ ให้ไอ้ธีร์จัดการแล้วกัน นายถามทำไม?”
“สายของเรารายงานมาว่าบริษัทนั้นจะประชุมเรื่องสำคัญ ถ้าสำคัญมากทำไมมันถึงเลือกที่จะทำพร้อมกัน ผมว่ามันแปลก ๆ นะ”
“ปล่อยข่าวออกไปว่าฉันให้ไอ้ธีร์จัดการแทน”
“เอาแบบนั้นเหรอครับ คุณธีร์จะไม่เดือดร้อนเหรอ”
“ไม่หรอก ไอ้ธีร์มันรู้ว่าต้องทำยังไง”
“ครับ”
ความเงียบเข้าปกคลุมพร้อมกับความคิดที่วิ่งวนอยู่ในหัว ควันสีขาวโพยพุ่งออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อเป็นการระบายความเครียด
เหลือบมองรูปถ่ายอย่างไม่ตั้ง ... คนนี้เหรอจะเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกชายของเขาได้ แต่ถึงไม่ได้ก็ต้องได้ ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว เขายังมีอย่างอื่นที่สำคัญไม่แพ้กัน
สามวันถัดมา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตค่ะ คุณลุกซ์คะมีคนมาขอพบคุณธัญค่ะ เธอแจ้งว่าคุณลุกซ์เป็นคนนัดไว้”
“ครับ ให้เธอรอที่ห้องรับรอง”
“ตรงเวลาดีนี่” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยพลางมองนาฬิกาหรูที่ข้อมือตัวเอง นิสัยส่วนตัวเขาค่อนข้างเจ้าระเบียบ พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น
“ไม่ตรงครับ มาก่อนเวลาตั้งหนึ่งชั่วโมง”
“ไอ้นี่!”
“ผมไม่อยากให้นายเครียดจนเกินไป” ลุกซ์เอ่ยอยางอารมณ์ขัน
“ฉันจะเครียดเพราะนายนี่แหละ” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะจัดระเบียบชุดที่อยู่บนร่างกายให้เรียบร้อยแล้วหันไปออกคำสั่งอีกครั้ง “นายไปดูความเรียบร้อย ฉันจะคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวสักหน่อย”
“ครับ”
แค่เพียงไม่กี่นาทีเขาก็หยุดยืนอยู่หน้าห้องรับรองแล้ว แต่คนด้านในกลับไม่ได้สนใจเขาสักนิดเพราะเอาแต่มองสำรวจไปรอบบริเวณ
กรอบหน้าเรียว ปากสีชมพูระเรื่อ สีผมดำธรรมชาติที่ถูกรวบมัดไว้อย่างเรียบร้อยเรียกความสนใจจากเขาได้เป็นอย่างดี
นานหลายนาทีที่เขามองใครอีกคนผ่านประตูกระจกก่อนจะผลักประตูเข้าไปอย่างตั้งใจ
“...”
“สวัสดีค่ะ” น้ำเสียงหวานเอ่ยทักทายและยกมือไหว้อย่างมีมารยาท
“นัดไว้ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ” เธอยังคงตอบพร้อมรอยยิ้มแม้ว่าเขาจะเย็นชาดังก้อนหิน
“เชิญ...” ธัญกรเอ่ยแล้วเดินนำไปยังอีกห้องหนึ่ง บรรยากาศในห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายพูดก่อน “สิริโสภา ... ชื่อเพราะดีนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
“รู้จักคุณบัวงามเป็นการส่วนตัวเหรอ”
“ค่ะ”
“รู้ใช่ไหมว่าเขาทำอาชีพอะไร”
“ทราบค่ะ”
“แล้วคุณมีความคิดเห็นยังไงกับอาชีพนี้” แน่นอนว่าคำตอบของเธอมีผลต่อการตัดสินใจของเขา
“ทุกคนดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของตัวเองกันทั้งนั้น ไม่ว่าใครจะทำอาชีพอะไร นั่นมันเป็นสิทธิ์ของเขาเราไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินแม้ว่าอาชีพที่เขาทำจะไม่ถูกใจตัวเองก็ตาม หรือต่อให้เรารู้สึกรังเกียจนั่นมันก็เป็นปัญหาของเรา ไม่ใช่ปัญหาของเขา ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตตัวเองค่ะ” เขาคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วตั้งคำถามต่อ
“ทำไมถึงอยากลาออกจากงานประจำ”
“อยากได้เงินเดือนที่มากว่าค่ะ”
“ไม่พ้นเรื่องเงินสินะ”
“ใช่ค่ะ! เงินเป็นเรื่องสำคัญ”
“ประสบการณ์เลี้ยงเด็กถึงสิบปี นี่เธอมีลูกตั้งแต่อายุสิบแปดปีเองเหรอ” น้ำเสียงเรียบนิ่งยังคงตั้งคำถามออกมาเรื่อย ๆ ประกอบกับดูประวัติในเอกสารที่ลุกซ์นำมาให้ก่อนหน้านี้ “เลี้ยงคนเดียวเหรอ”
“ใช่คะ”
“พ่อเด็ก?”
“ไม่มี”
“...” เขาเงียบพลางคิดอะไรบางอย่างแล้วตั้งคำถามกำกวมออกมา “คิดดี ๆ งานประจำเงินเดือนน้อยก็จริงแต่ได้ทุกเดือนยันเธอเกษียณอายุงาน แต่พี่เลี้ยงนี่ฉันให้เธอเลี้ยงแค่สองปีเองนะ”
“ทราบค่ะ หนึ่งปีมีสิบสองเดือน ทำงานทั้งปีได้แค่สองแสนกว่าบาท สองปียังไม่ได้ครึ่งล้าน แต่เป็นพี่เลี้ยงสองปีหนูมีเงินล้านในบัญชีเลยนะ หลังจากหมดสัญญาว่าจ้างแล้วหนูสามารถหางานที่ดีและเหมาะกับตัวเองได้แน่นอนค่ะ ทั้งประสบการณ์และการศึกษามั่นใจว่ามีดีไม่แพ้ใคร” เธอพรีเซนต์ตัวเองด้วยความมั่นใจ ตลอดการสนทนาไม่แม้แต่จะหลบตาเขาสักวินาที นี่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่เธอไม่รู้ตัว
“แล้วเธอรู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นใคร?”
“คุณคือคุณธัญกรเจ้าของคลับหรูที่ถูกขนานนามไปทั่วโดยเฉพาะเรื่องไม่ดี”
หึ
“แล้วยังไงอีก?”
“เป็นผู้มีอิทธิพลที่ฆ่าคนเป็นว่าเล่น”
“รู้แบบนี้แล้วเธอยังอยากเป็นพี่เลี้ยงอยู่ไหม”
“อยากค่ะ หนูอยากมีเงินเยอะ ๆ คุณจะมองว่าหนูเห็นแก่เงินก็ได้หนูไม่เถียง แต่มั่นใจได้ค่ะว่าหนูเลี้ยงลูกคุณได้แน่นอน”
“ถ้าเธอยืนยันแบบนั้นฉันก็ตกลง” ธัญกรเอ่ยพร้อมกับยื่นหนังสือสัญญาให้คนตรงหน้า “ทุกอย่างคือความลับ!”
“เข้าใจแล้วค่ะ” น้ำเสียงหวานขานรับอย่างเข้าใจก่อนจะตั้งใจอ่านเอกสารจนครบทุกตัวอักษร “มันมากไปหรือเปล่าคะ”
“มากไปยังไง”
“เงินเดือนห้าหมื่นฟรีที่พักและค่าใช้จ่ายทุกอย่าง หนูว่ามันมากเกินไป ถึงหนูจะเห็นแก่เงินแต่หนูไม่ชอบเอาเปรียบใครนะคะ”
“แล้วเธอจะเอายังไง?”
“ที่พักและค่าใช้จ่ายหนูขอปฏิเสธ”
“ไม่ได้! เธอต้องย้ายมาอยู่กับฉัน”
“แล้วลูกหนูจะอยู่กับใคร”
“ก็อยู่กับเธอไง ฉันอนุญาตให้พาเขามาอยู่ด้วยเดี๋ยวฉันให้คนเตรียมห้องไว้ให้ ไม่ต้องห่วงหรอกเพราะหลังจากที่เธอเซ็นสัญญาฉบับนี้แล้วฉันจะถือว่าเธอคือคนของฉัน เธอกับลูกจะไม่ลำบาก ฉันจะทำให้เธอมีทุกอย่างแบบที่เธอไม่เคยมีมาก่อน”
“...”
วันเวลาเดินไปตามหน้าที่ของมัน งาน เงิน ความรัก ทุกอย่างผลิบานแบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว “หนูเหนื่อยจัง” ภรรยาคนสวยเริ่มบ่นด้วยขนาดหน้าท้องของเธอที่ใหญ่ขึ้นมันทำให้เจ้าตัวใช้ชีวิตลำบาก “อีกไม่นานก็คลอดแล้วเธออดทนหน่อยนะ” ประโยคทำนองนี้ถูกพูดออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคนฟังรู้สึกเบื่อหน่าย“อยากคลอดวันนี้เลยค่ะ”“ไม่ได้! แม่จะคลอดอย่างเดียวเลย” น้ำขิงที่ฟังอยู่ค้านขึ้นมาบ้าง “พูดเล่นไปอย่างนั้นแหละ” เธอตอบเสียงเรียบเหมือนไม่คิดอะไรแต่ในใจไม่ใช่แบบนั้นเลย “มันเป็นยังไงไหนว่ามาซิ” ธัญกรถามขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นท่าทีเบื่อหน่ายของเมียรัก“อึดอัดค่ะ ปกติหนูทำอะไรด้วยตัวเองตลอดแต่นี่ขนาดแค่จะเข้าห้องน้ำยังต้องให้คนช่วยพยุง หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระคนอื่น” “ใครบอกว่าเมียเป็นภาระ” “ไม่มีใครบอก หนูพูดเอง” น้ำเสียงใสยังคงตอบกลับด้วยท่าทีออดอ้อน “แล้ววันนี้คุณไม่ไปทำงานหรือไง” “ให้ลุกซ์ไปแทนแล้ว” ทุกวันยังคงเหมือนเดิม เขาไม่มีเรื่องผู้หญิงมากวนใจเธอเลยจะมีก็แต่เรื่องงานที่เข้ามาผิดจังหวะเท่านั้นเอง ในส่วนของอีริคเขาแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ธุรกิจที่ทำร่วมกันกำลังเติบโตไปด้วยดี เรื่องผิดพลาดในอดีตต่างฝ
ภายในระยะเวลาสองปีชีวิตฉันเปลี่ยนไปหลายอย่างมาก เรื่องที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นก็ดันเกิดขึ้นจนตั้งตัวไม่ทัน “แม่มีน้องเหรอ” มัวแต่เหม่อคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนไม่ได้สังเกตว่าน้ำขิงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ “คุณพ่อบอกว่าแม่มีน้อง” “ใช่ค่ะ” นึกคำพูดไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะอธิบายให้ลูกฟังแบบไหน แต่พอเห็นรอยยิ้มของน้ำขิงแล้วมันก็คลายความกังวลไปได้เยอะ “กับคุณลุงใช่ไหมคะ แม่เป็นแฟนกับคุณลุงใช่ไหม”“แฟนเหรอ แฟนก็แฟน”“คิกคิก”“หัวเราะอะไร ดีใจอะไรขนาดนั้น”“หนูจะได้เป็นพี่สาวแล้วนะ” “อยากเป็นพี่สาวเหรอ”“ใช่!” น้ำขิงยังคงพูดไปยิ้มไป “พี่อลิซก็มีน้องนะ หนูจะเป็นพี่สาวเหมือนกัน” “งั้นเหรอ แล้วถูกคุณย่าดุบ้างหรือยัง” ว่าจะถามหลายครั้งลืมตลอด “ไม่ดุค่ะ ย่าใจดีมาก”“อยู่บ้านเขาต้องเกรงใจเขาให้มาก ๆ นะ ทำตัวดี ๆ อย่าให้ใครมาว่าเราได้ว่านิสัยไม่ดีกินไม่เก็บไม่ล้างไม่สะอาด”“หนูทำตลอดแต่ส่วนมากพี่แม่บ้านจะทำให้”“นั่นแหละ เรายิ่งต้องเกรงใจเขาให้มาก ขอบคุณค่ะขอโทษค่ะ ใช้คำนี้ให้ชิน ให้เป็นเรื่องปกติ”“เข้าใจแล้วค่ะ” “แล้วนี่ใครมาส่ง”“คุณพ่อค่ะ น่าจะคุยกับคุณลุงอยู่ข้างล่าง” คุยกับน้ำขิงต่ออีกนิดหน่อยฉั
หลายเดือนผ่านไปหลังจากเหตุการณ์วันนั้นเรื่องราวของเขาดังสะพัดไปทั่ว โดยเฉพาะแวดวงในธุรกิจ แน่นอนว่ามันเป็นไปตามความต้องการของเขา “หนูมีปืนด้วย” เสียงเล็กดังขึ้นพร้อมกับอวดปืนของเล่นกระบอกใหม่ที่อีริคซื้อให้ “ใครซื้อให้ครับ”“พ่อซื้อให้เลย” “เหรอ ... แล้วแบบนี้ป๊าจะให้อะไรหนูดีนะ ปืนก็มีแล้ว ของเล่นอื่นก็เต็มไปหมด”“น้อง”“อะไรนะ” เขาถามย้ำอีกครั้งเพราะไม่มั่นใจว่าได้ยินผิดหรือเปล่า “น้องไง พี่มีน้องตรงนี้แล้วก็ตรงนี้” ไม่พูดเปล่านิ้วเล็กยังจิ้มลงบริเวณหน้าท้องของพี่เลี้ยงคนสวยที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ อีกด้วย “สองคนเลยเหรอ”“ใช่! ข้างนี้ผู้หญิงข้างนี้ผู้ชาย” พูดไปก็ยิ้มไปตามประสา แต่คนฟังอย่างน้ำแข็งกลับนิ่งไปแทน “หนูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” พูดจบเธอก็ลุกออกไปทันที คล้อยหลังน้ำแข็งเขาใช้ความคิดอยู่หลายนาที ทุกครั้งที่มีอะไรกันเขาไม่เคยป้องกันเลย และตัวเธอเองก็ไม่เคยค้านเรื่องนี้ “ลูกศร”“ค่ะคุณธัญ”“ผมอยากได้ที่ตรวจครรภ์” เขาพูดพร้อมกับยื่นเงินให้“ตอนนี้เหรอคะ”“ใช่!”“สักครู่นะคะ” แม่บ้านรับคำสั่งแล้วรีบออกไปซื้อที่ร้านขายยาใกล้บ้านทันที ราวครึ่งชั่วโมงที่ตรวจครรภ์จำนวนห้าอันก็อยู่ในม
You are mine มาเฟียคลับ“มีอะไรผิดปกติไหม” “ไม่มีครับ แต่นายใหญ่เตือนมาให้คุณระวังตัวเป็นพิเศษ”“อืม”“ผมคิดว่ามันคงยังไม่กล้าทำอะไรตอนนี้หรอก”“แต่ฉันคิดว่ามันจะทำนะ” เขาบอกออกไปตามความรู้สึกของตัวเอง “ให้คนตามดูน้ำแข็งไว้ มีอะไรไม่ชอบมาพากลจัดการได้เลย”“ครับนาย” ตั้งแต่เลิกสนใจอีริคเขามีเวลาสนใจเรื่องอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะคู่แข่งที่จ้องจะเล่นงานเขาอยู่ตลอดเวลา “เชือดไก่ให้ลิงดูเคยได้ยินไหม” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยพลางเหยียดยิ้มให้กับเรื่องที่วิ่งวนอยู่ในความคิด “ใครก็ช่างที่ยุ่งกับเราจัดการมันได้เลย ไม่คุย ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ถ้ากล้าลองดีก็มา”“ครับ” ลุกซ์รับคำสั่งแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง เขารักตัวแต่ไม่กลัวตาย สำหรับธัญกรแล้วเขาสามารถให้ได้แม้กระทั่งชีวิต หลายวันผ่านไปวันเวลาเดินไปตามหน้าที่ของมัน ทุกอย่างดีขึ้นตามลำดับแต่การใช้ชีวิตของเขายังคงเหมือนเดิม ต่างกันตรงที่ตอนนี้ต้องคอยดูแลคนตัวเล็กเป็นพิเศษเท่านั้นเองครืด ... ครืด ...สายเรียกเข้าแทรกเข้ามาระหว่างที่เขากำลังประชุมอยู่ ปลายสายคือน้ำแข็งซึ่งปกติแล้วเธอจะไม่ค่อยโทรหาเขาสักเท่าไหร่ถ้าไม่มีธุระสำคัญ“ว่ายังไงครับ”(
“ยิ้มอะไรล่ะคะ” ฉันถามคุณธัญที่ตอนนี้เขาเอาแต่มองฉันแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่แบบนั้น “เปล่า”“ไม่ต้องมายิ้มอยู่ไปเอาชุดใหม่มาให้หนูเลย” “พอเป็นเมียแล้วสั่งอย่างเดียวเลยนะ”“ไม่ได้สั่งแค่บอกเฉย ๆ”“เถียงเก่ง” บ่นพึมพำแต่ก็ออกจากห้องไปเพื่อหาชุดใหม่มาให้ฉัน นานหลายนาทีที่ฉันมองตัวเองผ่านกระจก ความรู้สึกตอนนี้คืออะไรฉันยังตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ...ช่วงสายเราเดินทางกลับกันค่ะ ก่อนเข้าบ้านไม่ลืมแวะไปรับน้องวินที่บ้านของคุณธีร์ด้วย “โอ้โห...” เสียงทักทายดังขึ้นแต่ก็ไม่มีอะไรเป็นคำพูดออกมา มีเพียงรอยยิ้มและสายตาอะไรไม่รู้ที่มองฉันกับคุณธัญสลับกัน“อย่าแซว” คุณธัญพูดขึ้นก่อนจะเดินตรงเข้าไปในตัวบ้าน “ลูกล่ะ”“หลับอยู่ในห้องรับรองโน่น”“รอให้ตื่นก่อนแล้วกัน” เขาตอบเสียงเรียบแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาพี่ลุกซ์ เลิกสนใจคุณธัญแล้วมองสำรวจไปรอบบริเวณตัวบ้านแทน ที่นี่กว้างมากแถมรอบนอกยังมีสวนหรืออะไรสักอย่างอยู่ด้วย ฉันมองไม่ออกค่ะรู้แต่ว่ามันมีทางเดินเข้าไป ดูลึกลับน่าค้นหายังไงไม่รู้สิ “เหม่ออะไร” “ในนั้น...” “สวนสัตว์ไอ้ธีร์ ไม่มีอะไรให้สนใจหรอก” เขาพูดแบบขอไปทีเหมือนไม่อยากให้ฉัน
“ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่คะ” คนตัวเล็กค้านขึ้นเมื่อเส้นทางของรถมันเปลี่ยน “คุณจะไปไหนช่วยเกรงใจชุดแม่บ้านของหนูด้วย” ได้ยินแบบนั้นเขาจึงเหลือบมองเธอเล็กน้อย เสื้อรัดรูปกับกางเกงขาสั้นแค่นั้น “ไม่มีใครสนใจหรอกเธอคิดมากไปเอง” “คุณก็พูดได้สิ ตัวเองหล่ออย่างกับเจ้าชาย” “เข้าใจประชดแฮะ” แค่เพียงไม่นานรถก็จอดที่รีสอร์ตของเขา “ค้างที่นี่นะ เรื่องชุดฉันให้คนเตรียมไว้แล้ว”“ค่ะ” มองสำรวจไปรอบบริเวณเงียบสงัดเพราะยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีเพียงเขากับลูกน้องไม่กี่คนเท่านั้นที่มาพัก“มองหาอะไร”“เปล่าค่ะแค่รู้สึกว่ามันน่ากลัว” “ไม่หรอกเธอคิดมากไปเอง” พูดจบก็เดินนำมายังห้องพัก “นอนด้วยกันไหม หรือเธอจะนอนห้องโน้นก็ได้นะ”“...” มองชั่งใจอยู่หลายนาทีแต่สุดท้ายก็ข้ามผ่านความกลัวไปไม่ได้ “นอนด้วยค่ะเดี๋ยวผีหลอก”“ไร้สาระ” ถึงกับส่ายหน้าให้เลยทีเดียว “มีเตียงเดียวถ้าไม่นอนพื้นก็คงต้องนอนกับฉัน”“มันก็คงเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง” ตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนักแล้วเดินสำรวจไปทั่วบริเวณห้อง “ที่นี่กว้างกว่าที่โน่นอีกนะคะ”“ที่กาญจนบุรีอะเหรอ”“ใช่ค่ะ”“ธรรมดาที่นั่นมันมีพื้นที่จำกัด” “แต่รูปทรงคล้ายกัน บ่งบอกถ







