LOGIN“อย่ามาแสดงตัวว่าหึงหวงได้ปะ ตอนนั้นเธอยอมตกลงเป็นเมียลับ ๆ ของพี่เองนะ” ถ้อยคำทิ่มแทงใจดังออกมาจากปากของชายที่เธอรัก ในวันที่เขาเลือกไปหมั้นหมายกับผู้หญิงอีกคน พลันทำให้ใบหน้าสวยชาวาบคล้ายกับโดนตบไปหนึ่งฉาดด้วยความจริงที่เธอเป็นคนเลือกเอง เธอกับเขาเป็นพี่น้องต่างสายเลือด และเธอก็เป็นฝ่ายแอบรักเขาข้างเดียว จึงยินยอมก้าวเข้าไปอยู่ในบ่วงพันธนาการรักที่ต้องเก็บไว้เป็นความลับ ในเมื่อเขาไม่เคยรู้ซึ้งถึงความรักและความจริงใจที่เธอมีให้ เธอจึงเลือกตัดใจหนีไปเรียนต่อต่างประเทศพร้อมกับความจริงบางอย่างที่แสนเจ็บปวด ทว่าพอวันที่กลับมาอยู่ไทย และได้เริ่มต้นความรักครั้งใหม่ เขากลับไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระอีกต่อไป พยายามเข้ามาแทรกกลางความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคนรัก และทวงคืนให้เธอกลับไปอยู่ใต้ปีกของเขาดังเดิม --- *พระเอกธงแตงโม มีทั้งแดงและเขียวอยู่ในตัวคนเดียวกัน *นางเอกจะตัดใจได้ หรือกลับมารักพี่ชายคนนี้อีกหรือไม่ มาลุ้นไปด้วยกันนะคะ --- เซต Bad Mafia มีทั้งหมด 3 เรื่อง 1. เงารักมาเฟียอคิราห์ 2. บ่วงรักใต้ปีกทิศเหนือ 3. ทัณฑ์รักวิคเตอร์ร้าย
View More7 ปีก่อน
คืนนี้เป็นวันฉลองเปิดผับใหม่ ชื่อว่า V.K.T. Pub (วี.เค.ที. ผับ) ซึ่งทิศเหนือและเพื่อนสนิทอีกสองคนในวัยสิบเก้าปี ได้ร่วมหุ้นกันเปิดสถานบันเทิงแห่งนี้ด้วยกัน
นักศึกษาหนุ่มหล่อทั้งสามคนนั่งดื่มน้ำสีอำพันอยู่บนห้องทำงานของผับ ตั้งแต่หลังเลิกเรียนจนกระทั่งปิดให้บริการ ก็ได้เวลาแยกย้ายกันกลับไปนอนพัก เพราะพรุ่งนี้ยังมีเรียนแต่เช้า
“ไอ้ทิศเหนือ มึงกลับไหวไหมวะ”
วิคเตอร์เอ่ยถามเสียงยาน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของคิณ
“ถ้าไม่ไหวก็จอดรถทิ้งไว้ที่นี่ก็ได้นะเว้ย เดี๋ยวกูแวะไปส่ง”
“ไหว ๆ กูไม่ได้เมา”
ทิศเหนือเอ่ยตอบอย่างมั่นใจ ขณะนั่งควบรถบิ๊กไบค์สีเขียวมะนาวตัดดำ ราคาหนึ่งล้านสองแสนกว่าบาท มือหนาหยิบหมวกกันน็อกมาสวมลงบนศีรษะเสร็จก็สตาร์ตเครื่องยนต์ แล้วบิดคันเร่งออกจากที่จอดรถส่วนตัวด้านหลังผับทันที
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำทรงปากเก่งไปอย่างนั้น เพราะค่อนข้างเมาหนักตั้งแต่เหล้าขวดที่สามลดลงไปครึ่งขวด แต่ก็ฝืนดื่มกับเพื่อนต่อจนหมด พอขี่รถบิ๊กไบค์อยู่บนถนนได้สักสิบนาที เปลือกตาที่หนักอึ้งก็พลันปิดลง
โครม!
ทิศเหนือไม่รู้ตัวเลยว่ารถมอเตอร์ไซค์สุดเท่ของเขาที่ขี่มาดี ๆ ได้เสียหลักพุ่งชนแม่ค้าขายปลาหมึกย่างคนหนึ่งที่กำลังเข็นรถอยู่ข้างทางเพื่อกลับเข้าบ้าน
นักท่องเที่ยวบางส่วนกำลังออกจากร้านเหล้าในระแวกนั้นผ่านมาเห็นก็พากันจอดรถรีบเข้ามามุงดู บางคนก็โทรเรียกรถฉุกเฉินให้มารับผู้บาดเจ็บ
ร่างของคนหมดสติทั้งสองคนถูกหามขึ้นรถฉุกเฉินคนละคัน มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด
.
ทิศเหนือฟื้นขึ้นมาในช่วงสายของวัน เขาปรือดวงตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ปวดศีรษะจากอาการเมาค้าง พอภาพตรงหน้าชัดขึ้นก็พลันรับรู้ได้ว่าไม่ใช่ห้องนอนของตน จึงหันไปมองโดยรอบ ดวงตาคมเห็นผู้เป็นพ่อนั่งอยู่บนโซฟา แล้วท่านก็เอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงเรียบ แววตาตำหนิ
“ฟื้นได้สักทีนะ รู้ตัวไหมว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น”
ฉัตรพลลุกออกจากโซฟา ก้าวเข้าไปยืนอยู่ข้างเตียงคนไข้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ทิศเหนือเห็นมือของตัวเองมีสายให้น้ำเกลือติดอยู่ ขณะหายใจก็ปวดร้าวบริเวณหน้าอก จึงเอ่ยถาม
“นี่โรงพยาบาลเหรอครับ แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“เหล้ามันไปล้างสมองของแกหมดแล้วรึไง เมื่อคืนแกขับรถชนคน จำไม่ได้เลยเหรอ”
“ชนคน?” แววตาของทิศเหนือวูบไหว ก่อนจะเอ่ยถาม “แล้วคนถูกชนเป็นยังไงบ้างครับ”
“ตายแล้ว”
คนเป็นพ่อเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากลับทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของลูกชายเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากอก ใบหน้าของทิศเหนือซีดเผือด รู้สึกชาไปทั้งตัว หัวสมองอื้อไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น
เหตุการณ์ในครั้งนี้คนเมามีเพียงรอยถลอกตามตัวและเจ็บหน้าอกเนื่องจากกระดูกซี่โครงร้าว แต่ทว่าร่างของแม่ค้าปลาหมึกย่างได้กระแทกเข้ากับเสาไฟฟ้าอย่างรุนแรง ทำให้มีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก อาการค่อนข้างวิกฤต และได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนคืนเมื่อช่วงเช้าตรู่
ขณะที่ทิศเหนือนิ่งไปครู่หนึ่ง ประตูห้องพักผู้ป่วยพิเศษก็มีเสียงเคาะจากด้านนอก ก่อนจะมีตำรวจสองนายเปิดประตูเดินเข้ามา
“ขออนุญาตสอบปากคำนายธนาเศรษฐ์ พิมุกต์มนตรีครับ”
ตำรวจนายหนึ่งเอ่ยขึ้น ทิศเหนือก็หันไปมองพ่อของเขาที่กำลังพยักหน้าลงเพื่ออนุญาตแก่ตำรวจสองนายนั้น ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปนั่งที่โซฟา ปล่อยให้เขาถูกสอบปากคำอยู่นานสองนานจนได้ข้อสรุป
“คุณจะถูกตั้งข้อหาขับรถขณะเมาสุรา จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกสามถึงสิบปี ปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทไปจนถึงสองแสนบาท และจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ แต่คุณจะมีสิทธิ์ยื่นขอประกันตัวในชั้นศาลด้วยวงเงินหนึ่งแสนห้าหมื่นถึงสองแสนบาท”
คิ้วของทิศเหนือขมวดเข้าหากันเป็นปม ขณะขบกรามแน่นข่มกลั้นความเจ็บปวดที่กัดกินใจอย่างแสนสาหัส แม้แต่หายใจเข้าออกอาการเจ็บหน้าอกก็ยังคอยย้ำเตือนถึงความผิดที่เขาได้กระทำลงไปเพราะความเมา ทนฟังตำรวจนายหนึ่งเอ่ยถึงข้อกล่าวหาที่เขาสมควรได้รับจนจบ ผู้เป็นพ่อก็ลุกออกจากโซฟา เดินเข้ามาหาพนักงานสอบสวน
“ผมขอเวลาสักครู่ เชิญไปคุยกันข้างนอกหน่อยครับ”
ทิศเหนือมองแผ่นหลังของบิดาเดินออกไปพร้อมกับตำรวจทั้งสองนายด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะล้มตัวลงนอนหนุนหมอนอย่างเชื่องช้าใบหน้าหมดอาลัยตายอยากเงยมองฝ้าเพดา ในหัวเอาแต่คิดว่าทำไมคนที่ตายไม่เป็นเขา ทำไมถึงต้องเป็นผู้เคราะห์ร้ายคนนั้น
เวลาผ่านไปพักใหญ่ ผู้เป็นพ่อก็กลับเข้ามาในห้อง พร้อมกับบอกว่าเขาจะไม่ถูกฝากขังระหว่างรอขึ้นศาล เพราะต้องรักษาตัวจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
*
*
สองวันต่อมาทิศเหนือก็ได้ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน และต้องหยุดเรียนเป็นเวลาสองอาทิตย์ตามคำสั่งของแพทย์ แม้แต่งานบำเพ็ญกุศลของผู้เคราะห์ร้ายเขาก็ไม่มีโอกาสได้ไปกราบขอขมา แต่ทว่าผู้เป็นพ่อก็ได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการให้ทุกอย่างจนแล้วเสร็จ
เย็นวันเดียวกันพ่อของเขาก็ได้จูงมือเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง อายุก็น่าจะอยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนต้น เดินเข้ามาในคฤหาสน์พร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้า แล้วพามาแนะนำให้ทิศเหนือที่กำลังนั่งเล่นเกมในโทรศัพท์แก้เบื่อในห้องนั่งเล่นได้ทำความรู้จักกัน
“นี่พี่ทิศเหนือ ต่อไปจะเป็นพี่ชายของหนู”
ฉัตรพลเอ่ยกับเด็กสาวใบหน้าจิ้มลิ้ม ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่งกว่าตอนพูดกับลูกชายตัวเองเสียอีก
“สวัสดีค่ะพี่ทิศเหนือ”
หนูนายกมือไหว้ด้วยสีหน้าหงอย เนื่องจากความเสียใจจากการสูญเสียมารดายังไม่จางหาย อีกทั้งไม่คุ้นเคยทั้งสถานที่ และก็คนในบ้านหลังนี้
ทิศเหนือพยักหน้าลงให้กับเด็กสาว ก่อนจะเบี่ยงสายตามองผู้เป็นพ่อด้วยแววตาสงสัย
“ใครเหรอครับ”
“หนูนา ลูกสาวบุญธรรมของฉันเอง”
นับตั้งแต่วันนั้นเด็กสาวที่มีชื่อเล่นว่าหนูนา ก็ได้ถูกรับเลี้ยงดูโดยฉัตรพล และมีทิศเหนือเป็นพี่ชายต่างสายเลือด
และเป็นเพราะความรู้สึกผิดที่เขาทำให้แม่ของเธอเสียชีวิต และเรื่องนี้หนูนาก็ไม่เคยทราบมาก่อนว่าตัวการก็คือพี่ชายคนนี้นี่เอง จึงทำให้ทิศเหนืออาศัยความไม่รู้ของเธอคอยดูแลเด็กคนนี้เป็นอย่างดี
แต่ใครจะคิดว่าพอหนูนาโตเป็นสาวสะพรั่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มแปรเปลี่ยนเป็นสะสวยและมีเสน่ห์แบบหญิงไทย และได้ข่าวเข้าหูอยู่บ่อยครั้งว่ามีหนุ่ม ๆ มาตามจีบตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย
และดูเหมือนว่าน้องสาวขี้อ้อนคนนี้มักจะชอบทำให้พี่ชายหวงเป็นพิเศษ หรือเป็นเพราะเธอกำลังแอบคิดเกินเลยกับพี่ชายต่างสายเลือดคนนี้กันแน่
“ถ้าแกไม่ติดขัดอะไรก็ลอง ๆ คบกันดูก่อน อีกอย่างงานของเรายังไงก็ต้องได้พึ่งใบบุญของท่านพงษ์สิทธิ์ หากแกกับหนูเอวาแต่งงานกันได้จริง ๆ ยังไงพวกเราก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเสียเปรียบ”“ถ้าแต่งไม่ได้ล่ะครับ”“แต่ไม่ได้ก็จบกันด้วยดีสิ เรื่องแบบนี้ยังต้องให้ฉันสอนแกอีกเหรอ”“แล้วพ่อไม่คิดเหรอว่า ถ้าผมกับเอวาจบลงด้วยการแยกย้ายกันไปคนละทาง มันจะทำให้ความสัมพันธ์ของพ่อกับท่านพงษ์สิทธิ์แย่ลงไปด้วย”“เรื่องนั้นแกไม่ต้องเป็นห่วง ท่านพงษ์สิทธิ์มีเหตุผลมากพอที่จะแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว คงไม่กระทบกับธุรกิจของเราหรอก ในเมื่อเด็กมันเข้ากันไม่ได้ จะบังคับฝืนใจให้อยู่ด้วยกันไปทำไม ท่านพงษ์สิทธิ์รักลูกสาวคนนี้มาก คงไม่ปล่อยให้หนูเอวาทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักหรอก แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ฉันก็ยังอยากเห็นลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝากับเขาเสียที”“พ่อคำนวณผลได้เสียขนาดนี้แล้ว ผมยังจะมีข้ออ้างอะไรได้อีก”ทิศเหนือเอ่ยอย่างขอไปที แม้จะไม่เห็นด้วย แต่ครั้งนี้เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ“งั้นก็เอาตามนี้นะ”“แค่ลองคบนะครับ แต่ผมไม่รับปากว่าจะรักผู้หญิงคนนั้นได้ไหม”“อืม แค่ลองคบ แต่จำเอาไว้ว่าจะทำอะไรก็ต้องคำนึงถ
หนูนากำลังนั่งกอดแขนของพี่ชายต่างสายเลือด เอนศีรษะพิงต้นแขนของเขาขณะนั่งอยู่บนเบาะผู้โดยสารด้านหลังในรถหรู ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวออกจากร้านนั่งชิลในเวลาเที่ยงคืน ดวงตาฉ่ำปรือเนื่องจากดื่มกับเพื่อนจนเมาได้ที่ทอดมองไปยังถนนด้านหน้า แล้วเอ่ยออกมาเสียงแผ่ว“วันนี้หนูนามีความสุขมากเลยค่ะ”“มีความสุขที่ได้เจอเพื่อน?” ใบหน้าหล่อก้มลงมองน้องสาวด้วยแววตาตั้งคำถาม“มันก็ส่วนนึงค่ะ แต่เจอกันครั้งนี้ยัยครีมมีข่าวดีมาบอกด้วย พี่ลองทายดูสิคะว่าข่าวดีที่ว่าคืออะไร”“ขี้เกียจทาย” เขาเอ่ยเสียงเรียบหญิงสาวผละศีรษะออก เงยใบหน้าแดงเรื่อขึ้นมองใบหน้าหล่อของพี่ชาย“ทายหน่อยก็ไม่ได้”เธอยู่ปากออกไปด้านหน้า ชักสีหน้างอแงเหมือนเด็ก ทว่าอารมณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่รอยยิ้มหวานจะเผยออกมา“งั้นหนูนาบอกเอง ตอนนี้ยัยครีมกับพี่โซ่เป็นแฟนกันแล้วค่ะ ข่าวดีไหมคะ”“อืม”มาเฟียหนุ่มยกยิ้มมุมปากให้กับคนตัวเล็ก อย่างน้อยคนที่เคยชอบน้องสาวของเขาก็ถูกตัดออกไปหนึ่งคน หนูนาเอนศีรษะพิงต้นแขนของพี่ชายดังเดิมทั้งสองคุยเล่นกันแผ่วเบาในรถหรูครู่หนึ่ง คนเมาก็ผล็อยหลับไป จนกระทั่งกลับไปถึงคฤหาสน์ หนูนาก็ถูกปลุกให
ทิศเหนือไม่แสดงสีหน้าหรือเอ่ยคำใดต่อจากนั้น เขาลุกออกจากเก้าอี้ แล้วเดินออกไปจากห้องประชุม พลันทำให้รองประธานบริษัทและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหายใจคล่องขึ้นมาหน่อยเดินพ้นประตูไปได้ไม่กี่ก้าว มาเฟียหนุ่มก็เหลียวใบหน้าไปด้านข้างเล็กน้อย เอ่ยออกคำสั่งกับลูกน้องคนสนิท“ติดต่อทนายฝีมือดีมาคอยจัดการเรื่องทั้งหมดแทนน้องสาวของกูด้วย”“ไม่เรียกใช้ทนายประจำตระกูลเหรอครับ”“กูไม่อยากให้พ่อรู้เรื่องนี้ ส่วนมึงก็อยู่ที่นี่ คอยจับตาดูให้แน่ใจว่าไอ้ธีร์ถูกคุมขังแล้วค่อยกลับ”“ครับ”“มีอีกเรื่อง”ทิศเหนือหมุนตัวไปยืนอยู่ตรงหน้าสิงห์ มือหนาตบลงบนบ่าของลูกน้องคนสนิท ก้าวเท้าเข้าไปยืนอยู่ด้านข้าง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาลง“เรื่องของกูกับหนูนา ไม่ว่ามึงจะได้ยินหรือรับรู้อะไร ห้ามปากโป้งเด็ดขาด”เขาผละตัวออก ตวัดสายตาคมจ้องใบหน้าของสิงห์ด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด อีกฝ่ายก็เอ่ยตอบ“ครับ เรื่องของเจ้านายผมจะไม่พูดแม้แต่คำเดียว ถ้าไม่ได้รับอนุญาต”มาเฟียหนุ่มได้รับคำตอบอันพึงพอใจจากคนที่เขาไว้ใจมากที่สุด จากนั้นก็เดินทางกลับโดยให้ลูกน้องอีกคนมารับหน้าที่ขับรถแทนสิงห์ชั่วคราว แล้วไล่กลับทันทีเมื่อรถหรูจอดส
“ผะ ผม…”ธีร์ส่ายหน้ารัว ๆ ไม่อยากยอมรับผิด ทว่าสติอันน้อยนิดก็ได้ผุดความคิดหนึ่งขึ้นในหัว หากไม่ยอมรับออกไปก็ไม่รู้ว่าจะต้องโดนอะไรอีกบ้าง เกรงว่าแม้แต่ชีวิตก็คงต้องจบลงที่บริษัทแห่งนี้“ผมขอโทษ ผมสาบานว่าจะไม่ทำแบบนี้กับใครอีกแล้ว ให้อภัยผมเถอะนะครับ ผมกลัวแล้ว”ธีร์ยอมรับผิด แต่ไม่ได้พูดถึงความผิดของตัวเอง“คุณทำอะไรผิดกันแน่ คุณธีร์ รีบบอกมาสิ” เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลเริ่มคาดคั้น“ตอบมาตามความจริง ไม่อย่างนั้นผมจะปกป้องคุณได้ยังไง”รองประธานบริษัทที่เป็นชายวัยกลางคนเอ่ยกับคนของตัวเอง ก่อนจะถูกสายตาคมดุของมาเฟียหนุ่มจับจ้อง พลันขนลุกวาบไปทั่วทั้งตัว“ใครก็ปกป้องมันไม่ได้ทั้งนั้น”ทิศเหนือหันกลับมา หลุบตามองคนที่กล้าทำลายอนาคตน้องสาวของเขา มือหนาเลื่อนไปกระชากเสื้อบริเวณแผงอกของอีกฝ่าย แล้วเอ่ยถามย้ำเสียงกร้าวเพื่อให้โอกาสอีกครั้ง“มึงจะสารภาพไหม”“ฮึก ผะ ผมผิดไปแล้ว ผมเป็นคนรับเงินมาจากไอ้วัฒนา แล้วพาเด็กฝึกงานไปส่งให้มันเอง แต่ผมสาบานได้ว่า ผมไม่เคยแตะต้องน้องสาวของคุณเลยสักครั้ง”“มึงไม่ได้แตะต้องน้องสาวของกูก็จริง แต่น้องกูเกือบตกเป็นเหยื่อสนองตัณหาของไอ้เวรนั่น แล้วยังมีเด็กฝึกงาน