Partager

ตอนที่ 1

last update Date de publication: 2025-04-11 06:20:48

ตอนที่ 1

สามเดือนก่อน

ค่ำคืนพายุลมกระโชกแรงในฤดูร้อนช่วงต้นเดือนเมษายน พายุฤดูร้อนในปีนี้แปรปรวนหนักกว่าทุกปีทำให้เกิดพายุฝนพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก ท้องฟ้าสีเพลิงเปร่งประกายแสงแลบวาบพร้อมกับเสียงครึกโครมสนั่นหวั่นไหว

ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผมสีขาวดุจเกร็ดหิมะมัดหางม้าสภาพเปียกโชกโอบอุ้มมนุษย์สาวแรกแย้ม ทั่วร่างเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยคราบดินโคลนผสมคราบเลือดเข้ามาภายในบ้านหลังใหญ่

“ไปตามหมอประจำตระกูลมา” ฟาร์อูล นายน้อยใหญ่ตระกูลเอนส์เวิร์ธหันไปบอกมือขวาคนสนิท

“ผมตามมาแล้วครับอีกสักเดี๋ยวคงถึง” อัวริโต้ก้มโค้งท่าทีสงบเสงี่ยม เขาสังเกตุมองมนุษย์สาวผู้นี้ที่นายน้อยเป็นคนช่วยชีวิต อายุอานามไม่น่าเกินยี่สิบต้นทว่าความสวยสะดุดตากลับโดดเด่นมีออร่าเกินกว่าใคร

ร่างกายเธอมีกลิ่นอายของนายน้อยฟาร์อูล นายน้อยคงไม่ได้เปลี่ยนเธอให้กลายเป็นแวมไพร์ ฝ่าฝืนกฎของตระกูลหรอกนะ...

“นายน้อยครับผมมีคำถาม”

“ว่าไง”

“ทำไมนายน้อยถึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอฝืนชะตาชีวิตมนุษย์ ตระกูลของเราเคร่งครัดกฎข้อนี้มากนะครับ ขืนนายท่านและนายหญิงรู้เข้านายน้อยจะไม่ถูกลงโทษหรอครับ” มือขวาคนสนิทมีสีหน้าลำบากใจไม่น้อยกับการตัดสินใจของผู้เป็นนายในครั้งนี้

“เธอเป็นคนของตระกูลเราแล้วอัวริโต้ เธอดื่มเลือดของฉันแล้ว ใครก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้” ดวงตาสีนิลทอดมองหญิงสาวด้วยแววตาอบอุ่น เขาเองก็ไม่รู้ทำไม เขาถึงได้รู้สึกเอ็นดูเธอ หากแต่ความรู้สึกนี้เป็นเพียงความรู้สึกหวังดีที่ไม่ใช่ความรู้สึกฉันชู้สาวก็เท่านั้นเอง

“ผมเกรงว่ามันจะมีผลกระทบตามมาทีหลัง”

“ฉันเป็นคนเริ่มย่อมยอมรับผลที่ตามมา ไม่ต้องกังวลใจไปหรอก เธอน่าสงสารนะ...ต่อไปนี้เธอจะอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะน้องสาวบุญธรรมของฉัน” ฟาร์อูลเปล่งเสียงหนักแน่น ประกาศก้องให้ทุกคนภายในบ้านรับรู้โดยทั่วกัน

หมอประจำตระกูลเดินเข้ามาภายในบ้านพร้อมอุปกรณ์การรักษา พลางสอดส่องว่าใครเป็นอะไรจึงปลุกเขาตื่นขึ้นมากลางดึกเช่นนี้

“ขออภัยที่รบกวนเวลาพักผ่อนครับลุงโจ” ฟาร์อูลก้มโค้งท่าทีนอบน้อมแสดงความจริงใจต่อผู้อาวุโสของตระกูล

“ใครเป็นอะไรล่ะหืม?” โจนาธาน หมอประจำตระกูลเอนส์เวิร์ธ ลูกพี่ลูกน้องของนายท่านมาร์โคล

“น้องสาวบุญธรรมของผมเองครับ รบกวนช่วยรักษาให้หน่อยนะครับ”

“น้องสาวบุญธรรม?”

“ครับ ไว้ผมค่อยเล่ารายละเอียดให้ฟังทีหลังนะครับ”

“อืม...”

โจนาธานแวมไพร์สายรักษาลงมือตรวจเช็คอาการของสาวน้อยแรกแย้มตรงหน้า คิ้วหนาขมวดสลับมองพ่อหลานชายตัวดี แวมไพร์วัยกลางคนส่ายหน้ารู้สึกหนักใจ ดูท่าหลานชายของเขาจะก่อเรื่องเข้าแล้ว

“อาการของเธอปลอดภัยดีผลพวงมาจากการใช้เลือดแวมไพร์บริสุทธิ์แปรเปลี่ยนสภาพร่างกายมนุษย์ให้เป็นแวมไพร์ อธิบายมาสิว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร” ผู้เป็นลุงเอ่ยถามหลานชายน้ำเสียงวิตกกังวล เขาทราบดีถึงกฎเกณฑ์ปฏิบัติของตระกูล

“ผมบังเอิญเจอเธอประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตคาที่”

“เอ็งก็เลยหอบลูกสาวชาวบ้านมาแล้วเปลี่ยนเขาให้เป็นแวมไพร์อย่างนั้นรึฟาร์อูล แล้วเรื่องศพพ่อแม่เธอล่ะจัดการอย่างไร” หลานชายคนนี้อยู่ดีไม่ว่าดีหาเรื่องใส่ตัว คอยดูเถอะปัญหาที่ตามมาเป็นพรวนยาวยิ่งกว่าขบวนรถไฟเสียอีก

“เรื่องนั้นผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับลุงโจ”

“ไปเอาใครก็ไม่รู้เข้ามาในตระกูลสุ่มสี่สุ่มห้า นิสัยใจคอเป็นอย่างไรเราก็ไม่รู้ ไม่ใช่ว่าแค่เห็นว่าสวยก็จับเข้ามานะฟาร์อูล” โจนาธานตักเตือนด้วยความเป็นห่วง ด้วยนิสัยโผงผางของลูกพี่ลูกน้องของเขา หากรู้เรื่องเข้าคงเอ็ดตะโรจนกลายเป็นเรื่องใหญ่

“ลุงเห็นผมเป็นสมภารกินไก่วัดหรอครับ ผมเอ็นดูเธอในฐานะน้องสาวจริงๆ” ฟาร์อูลยืนยันหนักแน่น

“เอาเถอะเรียนผูกก็ต้องรู้จักเรียนแก้ เธอฟื้นขึ้นมาก็สอนวิธีขั้นพื้นฐานให้เธอปรับตัวใช้ชีวิตประจำวันให้ได้ก็แล้วกัน ลุงไปล่ะ”

“เดี๋ยวผมไปส่งครับลุง”

“ไม่ต้องหรอกแค่นี้เอง”

“ขอบคุณมากนะครับลุงโจ ขออภัยที่รบกวนเวลานอนอีกครั้งครับ”

“......” มือหนายกสะบัดทีนึงแทนคำตอบ

หญิงสาวหลังจากฟื้นตื่นลุกขึ้นมาด้วยความงุนงง เธอลืมตาตื่นนอนขึ้นมาในบ้านของใครก็ไม่ทราบ ท่าทีระแวดระวังภัยของเธอเสมือนกระต่ายน้อยตัวเล็กคอยหลบซ่อนจากภยันตราย

ความทรงจำครั้งสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบคือเธอและครอบครัวกำลังเดินทางกลับบ้าน ขณะพายุฝนเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย บดบังทัศนียภาพการขับรถ หลังฉลองงานเกษียณของผู้เป็นบิดา

โครมม!!

เสียงรถยนต์เสียการทรงตัวกระแทกอัดก็อปปี้ต้นไม้ใหญ่ริมทาง เสียงในหูอื้ออึ้ง ร่างกายเจ็บแปลบก่อนจะชาไปทั่วร่าง หยาดเลือดไหลรินลงมาจนดวงตาพร่ามัว

ก่อนลมหายใจในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตจะดับสิ้น เธอเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งหยิบยื่นหนทางรอดให้เธอด้วยแววตาอบอุ่น

“เธอชื่ออะไร” น้ำเสียงอ่อนนุ่มเอ่ยถามเธอฉุดเธอตื่นจากภวังค์

“ดะ...ดารินทร์ค่ะ”

“ฉันฟาร์อูล เรียกพี่ฟาร์อูลก็ได้ ขอแสดงความเสียใจเรื่องพ่อแม่ของเธอด้วย เธอมีญาติพี่น้องที่ไหนอีกหรือเปล่า?”

“......” เธอส่ายหน้าเล็กน้อย

“เดี๋ยวฉันจะเป็นธุระจัดการเรื่องพิธีศพของพ่อแม่เธอ เธออยากไปร่วมงานไหม?”

“อยากค่ะ” ดวงตากลมโตน้ำตาคลอเบ้าพยายามสะกัดกลั้นไม่ให้ไหลรินล่วงหล่นลงมา พ่อแม่คือครอบครัวเพียงสองคนที่เธอมีอยู่บนโลกนี้ สิ้นพวกท่านทั้งสองแล้วเธอรู้สึกเคว้งคว้างหาทางออกไม่เจอ

“เดี๋ยวเราไปกัน”

“ไม่เป็นไรยังมีฉันอยู่ต่อไปนี้เธอคือน้องสาวของฉัน ไม่ต้องกลัวอะไร...” เขาอ่านสีหน้าของเธอออก เขาไม่อยากให้เธอรู้สึกว่าอยู่บนโลกใบนี้เพียงคนเดียว มือหนาวางลงบนศรีษระเล็ก เขาลูบผมหนายาวสลวยราวกับต้องการปลอบประโลม

“......” เธอใจชื้นอยู่บ้าง อย่างน้อยเธอก็ยังพอโชคดีเจอคนจิตใจดีคอยอุปถัมภ์ เธอจะไม่มีวันลืมบุญคุณของเขาเลย

หลังพิธีฌาปนกิจร่างบิดามารดาเธอต้องเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตประจำวันในฐานะแวมไพร์ โดยมีอาหลิน สาวใช้แวมไพร์ที่คอยบอกและสอนเธอในสิ่งที่ควรจะรู้ เธอให้ความสนอกสนใจเป็นอย่างมาก

ข้อแรกเลยที่เธอทึ่งคือแวมไพร์สามารถเดินกลางแดดได้ ไม่เหมือนในนิทานที่เธอเคยฟังมา เพียงแต่ว่าหากแดดจ้าจนเกินไปจะทำให้เลือดกำเดาไหลได้

ข้อสองแวมไพร์สามารถดื่มเลือดจากแก้วได้โดยไม่ต้องไปกระซวกขย้ำคอใคร เธอค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย

ข้อสามแวมไพร์สามารถดื่มเลือดแวมไพร์ด้วยกันเองได้ แต่ไม่สามารถรับรสชาติอาหารทั่วไปของมนุษย์ได้

ข้อสี่แวมไพร์สามารถสมสู่กับมนุษย์ได้แต่ไม่สามารถมีลูกร่วมกันได้ เนื่องจากเป็นกฎของตระกูลเพื่อคงรักษาสายเลือดบริสุทธิ์

ข้อห้าแวมไพร์มีสามสาย 1.สายปกครอง 2.สายรักษา 3.สายต่อสู้ แวมไพร์ทุกตนมีพลังจิตแตกต่างกันไปตามฐานะของตนเอง ส่วนเธอนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองคือสายไหน

ข้อที่หกห้ามเปิดเผยสถานะของตนเองต่อหน้ามนุษย์ ห้ามเข่นฆ่ามนุษย์ตามมติสัญญาลงนามมนุษย์และแวมไพร์

“กฎเยอะแยะเต็มไปหมดเลยอาหลิน” ดารินทร์บ่นพึมพำเสียงอู้อี้ในลำคอ

“เธอเป็นเลือดผสมตนเดียวในตระกูลย่อมต้องเคร่งครัดเรื่องกฎ จะได้ไม่มีใครมาตราหน้าเธอให้เสียถึงนายฟาร์อูลได้” อาหลิน สาวใช้คนสนิทของเธอเอ่ย

“อืมเข้าใจแล้ว”

“เอ้ะ...” อาหลินชะงักชั่วครู่ก่อนมองเธอด้วยสีหน้าไม่สู้ดี กระแสจิตแข็งกร้าวส่งเรียกตามเนื้อความของผู้ส่ง

“นายน้อยราอูลเรียกเธอเข้าพบ”

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ?” นายน้อยราอูลเธอพอได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาบ้างแล้ว เขาคือน้องชายฝาแฝดพี่ฟาร์อูลผู้ชอบเก็บตัวเงียบขรึม ไม่สุงสิงกับใคร จะว่าไปเธอก็ไม่เคยเห็นหน้าคร่าตาเขามาก่อน

“เธอซวยแล้วนะสิดารินทร์” อาหลินกรอกตาไปมา ไม่รู้จะช่วยหญิงสาวตรงหน้าอย่างไร

“คงไม่มีอะไรหรอกมั้งอาหลิน ฉันควรจะไปทำความรู้จักกับนายน้อยราอูลบ้างตามมารยาท”

“อย่าโลกสวย นายน้อยราอูลนะดุจะตายไปไม่เหมือนนายน้อยฟาร์อูลสักนิด เดี๋ยวเธอจะเข้าใจรีบไปอย่าให้นายน้อยรอนาน”

“จ๊ะอาหลิน ฉันจะรีบกลับมานะ”

“พระเจ้าคุ้มครองนะดารินทร์!”

“เธอทำตัวตลกนะอาหลิน คิก..คิก” หญิงสาวไม่รู้ชะตากรรมของตนเองจึงส่งเสียงหัวเราะคิกคักออกมา ขณะที่อาหลินลอบกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ เธออดเป็นห่วงดารินทร์ไม่ได้จริงๆ

ภายในห้องทำงานสีดำทะมึนปราศจากแม่สีอื่นคุมโทน ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับพี่ฟาร์อูลของเธอราวกับเป็นคนเดียวกัน หากแต่ทรงผมของเขานั้นเสยขึ้นลุคคุณชาย ขณะทรงผมของพี่ฟาร์อูลนั้นไว้ยาวมัดรวบสไตล์ผู้ชายเซอร์ เขานั่งไขว้ห้างเอนกายพิงพนักเก้าอี้ตัวโปรด

“นายน้อยเรียกดารินทร์มาพบมีอะไรให้รับใช้หรอคะ” หญิงสาวสอดประสานฝ่ามือวางด้านหน้า ใบหน้าสวยก้มมองต่ำไม่กล้าอาจสบตาชายหนุ่ม

“ฉันนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ ใครอนุญาตให้เธอยืนค่ำหัวผู้ใหญ่ไม่มีมารยาท!” ร่างสูงตะคอกใส่เธอเสียงดัง ร่างเล็กสะดุ้งโหยงสุดแรง

“ขอโทษค่ะนายน้อย ดารินทร์ไม่รู้ความ นายน้อยโปรดให้อภัย” เธอคุกเข่าย่อลงกับพื้น ก้มหน้างุดรู้สึกกลัวจับใจ

“ก็แค่อยากเห็นพวกเลือดสกปรกที่ไอ้ฟาร์อูลมันรับเลี้ยงก็เท่านั้น” น้ำเสียงเย้ยหยันเอ่ยกระทบเธออย่างดูถูกดูแคลน

“......” ดารินทร์หน้าชา ไม่คิดว่าเธอจะถูกต้อนรับด้วยคำพูดเหล่านี้

“ทำไมเงียบล่ะมันแทงใจดำอย่างนั้นหรอ? คิดจะจับไอ้ฟาร์อูลหวังตำแหน่งนายหญิงของตระกูลสินะ ฉันรังเกียจพวกผู้หญิงที่ใช้ร่างกายเข้าแลก!”

“นายน้อยเข้าใจผิดแล้วค่ะ ระหว่างเราสองคนเป็นแค่พี่น้องกันจริงๆ”

“ฉันไม่ได้ยินคลานเข่าเข้ามาพูดใกล้ๆ ให้ฉันได้ยิน” ราอูลออกคำสั่งด้วยสีหน้าเงียบขรึม ดวงตาคมเฉียบมองหญิงสาวที่กำลังก้มหน้างุดตรงหน้า

“......” ร่างบางลังเลใจไม่กล้าเข้าใกล้ ก่อนจะทำทีแข็งใจคลานเข่าเข้าใกล้เขา กลิ่นอายจากกายแกร่งทำเธออกสั่นขวัญแขวน เธอเว้นระยะห่างจากเขาไม่มากนักแต่ก็ใกล้พอที่จะลอบมองร่างสูง

“พูดอีกที”

“เราสองคนเป็นเพียงพี่น้องที่หวังดีต่อกันจริงๆ ค่ะ ไม่มีอะไรแอบแฝง นายน้อยอย่าได้กังวลไปเลยนะคะ”

“อ๋อ...จะหมายความว่าไม่ได้เป็นนายหญิงก็ไม่เป็นไรถึงอย่างไรก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องสาวของนายน้อยตระกูลเอนส์เวิร์ธอยู่ดี เธอฉลาดดีนะ” รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมยกยิ้มบริเวณมุมปาก มองจ้องหญิงสาวตรงหน้าเขม็ง

“นายน้อยเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วนะคะ ดารินทร์ต้องทำยังไงนายน้อยถึงจะเชื่อคะ”

“ไม่ต้องทำไงหรอกแต่ต่อไปนี้ฉันจะทำให้เธอไม่มีความสุขในบ้านหลังนี้ จนต้องเป็นฝ่ายเก็บข้าวของออกไป” สุรเสียงเข้มแข็งกล่าววาจาเฉือดเฉือนเธอ เขาไม่มีทางยอมให้พวกเลือดสกปรกมาเกาะตระกูลเขาแบบมีความสุขหน้าตาย

“......” เธอเงียบฟังวาจาบาดหูด้วยท่าทีสงบนิ่ง พูดไปเขาก็ไม่ยอมรับฟังอยู่ดี

“หึ...คิดจริงๆ หรอว่าฉันจะรับเธอเข้ามาเป็นคนในตระกูล พวกเลือดสกปรกคู่ควรแล้วหรอ”

ซ่าา!

แก้วชาน้ำร้อนไอระอุถูกสาดปะทะร่างบางจนเนื้อตัวบวมแดง ดารินทร์รีบสะบัดหยดน้ำร้อนออกจากร่างพัลวัน ผู้ชายคนนี้ช่างน่ารังเกียจยิ่งนักถึงกับทำร้ายผู้หญิงได้ลงคอ

“ไอ้ราอูล!” บานประตูไม้สักถูกเตะออกพร้อมน้ำเสียงเดือดดาลตะคอกดังกึกก้อง ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขบกรามสันจนเส้นเลือดปูด

“วิ่งโร่มาปกป้องเชียวนะ” ราอูแสยะยิ้มมองฮีโร่

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • กราบเท้าฉันสิคะนายน้อย   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษดวงตาใสสุกสกาวดุจดวงดาราบนท้องฟ้าเปล่งประกายฉายแสงวิบวับ ยามจ้องมองดวงหน้าของผู้เป็นลุงอย่างฟาร์อูล ธายาร์ส่งเสียงร้องเอิ้กอ้ากชั่วครู่ ก่อนจะดูดนิ้วสั้นป้อมของเธอโครงหน้าอ้วนจ่ำม่ำเหมือนซาลาเปานึ่งสุกลูกใหญ่ ผิวขาวเนียนละเอียดสีชมพูระเรื่อ ท่อนแขนเป็นปล้องสองข้าง ไหนจะต้นขาอวบสั้นที่ดูน่ากัดของเธอ ใครเห็นเป็นต้องเอ็นดูไปเสียทุกรายปกติธายาร์จะโดนคุณปู่คุณย่ายึดเอาไว้ฟัดกันเพียงสองคน ดีหน่อยที่ช่วงนี้พวกท่านทั้งสองไปฮันนีมูนเติมความ เขาจึงพลอยมีโอกาสได้อุ้มหลานสาวกับเขาบ้างแม้ว่าปู่ย่าจะไปฮันนีมูนกันก็ไม่วางโทรมาขอดูหน้าหลานเช้า บ่าย เย็น เรียกได้ว่าขอดูหลานหลังมื้ออาหารให้ได้รอยยิ้มชโลมจิตอันเหี่ยวเฉาให้ชุ่มชื่น“กูว่าธายาร์เหมาะที่จะเป็นลูกกู ดูตาสิเหมือนกูยังกะแกะ” ฟาร์อูลกล่าว“ธายาร์เป็นลูกผมค้าบ ผมเป็นพ่อบุญธรรม” โจชัวเอ่ย เขาชะเง้อคอมองลูกสาวบุญธรรมบนตักฟาร์อูลด้วยความเอ็นดู“มึงก็ได้เป็นพ่อแค่ชื่อนั่นแหละ ถ้าน้องกูไม่งมงามเชื่อคำสาปแช่งของตาเฒ่านั่น กูไม่มีทางยอมให้หลานกูใช้นามสกุลมึงหรอก” ฟาร์อูลอดหมั่นไส้เขาไม่ได้ ดูสีหน้าระรื่นของมันน่าเตะจริง“คนจะได้เป็นพ่ออยู่

  • กราบเท้าฉันสิคะนายน้อย   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษเด็กน้อยหน้าตาน่ารักวัยห้าเดือนส่งเสียงร้องอ้อแอ้ปลุกผู้เป็นพ่อที่นอนขนาบข้างเบนกายกอดหญิงสาวผู้เป็นภรรยาสุดรัก“วันนี้ตื่นเร็วนะโป้งเหน่ง” ราอูลผงกศรีษระหันมองลูกสาวที่กำลังดูดนิ้วโป้งของเธอเล่น“แอ้~” ธายาร์ยิ้มกว้างจนตาหยีเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อลืมตามองเธอธายาร์หรือโป้งเหน่งเริ่มพลิกตัวคว่ำได้แล้ว เธอเฉลียวฉลาดและไม่งอแงเหมือนแรกคลอด ทุกคนภายในบ้านต่างเอ็นดูหลานสาวคนแรก จนแทบจะแย่งกันอุ้มแย่งกันเลี้ยง หากไม่โดนราอูลห้ามปรามเสียก่อนผู้เป็นพ่อสุดแสนจะหวงลูกสาวตัวน้อย เขาเลี้ยงเธอมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เป็นธรรมดาที่จะรักและหวงแหนกว่าสิ่งใด จากชายหนุ่มที่ไม่เคยมีมุมอ่อนโยนกลับพูดคุยหยอกล้อลูกสาวเพียงคนเดียวได้ทั้งวัน“อย่าเสียงดังคุณแม่นอนอยู่เข้าใจไหมครับ” ราอูลเอ่ยบอกลูกสาวน้ำเสียงกระซิบ“......” ธายาร์ยิ้มรับก่อนจะผ่อนเสียงลงอย่างรู้ความ“ฉลาดจริงลูกสาวพ่อ”“แอ้~”ราอูลยันกายลุกจากเตียงนอน ท่อนแขนแกร่งโอบอุ้มลูกสาววัยห้าเดือนไว้ในอ้อมอก เขาจัดการอาบน้ำให้เธอด้วยความคล่องแคล่ว ก่อนจะเปลี่ยนใส่ชุดจั้มสีหวานเพิ่มความน่าเอ็นดูขึ้นอีกเท่า“ลูกตื่นแล้วหรอคะ...” ดารินทร์ชะเง้อคอมองสองพ

  • กราบเท้าฉันสิคะนายน้อย   ตอนที่ 30

    ตอนที่ 30หญิงสาวรีบเดินไปขวางชายหนุ่มร่างใหญ่ที่กำลังฝืนเดินอย่างทุลักทุเลขึ้นไปบนห้อง เธอรีบประคองแขนแกร่งด้วยเกรงว่าเขาจะล้มหน้าคะมำคาบันได“อย่ามาแตะต้องฉันเอาเวลาไปดูแลผัวตัวเองเถอะ” ร่างสูงสะบัดท่อนแขนเรียวอย่างแรงจนเธอเซถลาเกือบตกบันได ดีที่ท่อนแขนแกร่งคว้าเอวเอาไว้ทัน“ทำดีๆ ได้ไหมคะนายน้อย ดารินทร์ท้องอยู่นะ” แม่มานเริ่มจะวีนแล้วนะ“ใครใช้ให้เธอมาวุ่นวาย” เขาตอบกลับหน้าตาย“เดินกระเผกแบบนี้เดี๋ยวก็ได้ตกลงไปคอหักตายหรอก”“เดี๋ยวนี้พูดจากับฉันแบบนี้แล้วหรอดารินทร์”“แล้วจะทำไมคะ” ร่างเล็กช้อนดวงตามองร่างสูงที่ทำท่าฮึดฮัดไม่พอใจ แต่ก็ยอมให้เธอเดินประคองไปส่งถึงหน้าประตูห้องนอน“ส่งเสร็จแล้วก็ไปดูแลผัวเธอนู้น ท้องโย้มายืนใกล้ฉันน่ารังเกียจ!”“นายน้อยพูดว่าไงนะคะ!”ดารินทร์ยืนเท้าสะเอวอย่างเหลืออด เขาพูดว่าเธอท้องโย้น่ารังเกียจอย่างนั้นหรอ ทั้งๆ ที่เธออุ้มท้องลูกของเขาเนี่ยนะ!“ฉันพูดผิดตรงไหน”“ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนะก่อนที่ดารินทร์จะโมโห”“ทำไมฉันต้องถอน ฉันไม่ถอน!”“ได้!”“ดารินทร์ดูแลนายน้อยมาตลอดแปดเดือนแถมยังอุ้มท้องลูกของเรา เหนื่อยก็เหนื่อย อึดอัดก็อึดอัด จะเดินเหินก็ไม่สะด

  • กราบเท้าฉันสิคะนายน้อย   ตอนที่ 29

    ตอนที่ 29เสียงลมหายใจหอบหนักของผู้นำตระกูลเอนส์เวิร์ธบ่งบอกถึงขีดจำกัดในการใช้พลังจิต กุซมันแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าตัว ในขณะที่การตู่ส้อดำเนินไปอย่างดุเดือดตามเนื้อตัวมีร่องรอยบาดแผลขนาดใหญ่หลายจุด ซึ่งเกิดจากการสบประมาทของเขานั่นเอง ไม่โทษใครหลายปีมานี้ในขณะที่เขาเข้าสู่ช่วงจำศีล กุซมันเพิ่มพละกำลังโดยการดูดกินเลือดของผู้บริสุทธิ์นับหมื่น นั่นจึงทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าผู้นำตระกูลเอนส์เวิร์ธ“ดูก็รู้ว่าแกเอาชนะฉันครั้งนี้ไม่ได้” กุซมันแสยะยิ้ม“แต่ฉันก็ไม่เคยหนีหางจุกตูด” มาโคลยังคงมีท่าทีเรียบนิ่งไร้กังวล“งั้นครั้งนี้ฉันมาส่งแกเพียงเท่านี้”สิ้นสุดประโยคฝ่ามือหนาส่งมวลพลังงานจิตแกร่งสีดำทะมึนหลายสายจับตรึงผู้นำตระกูลเอนส์เวิร์ธ ไอพลังจิตอาฆาตทะลวงทำลายสติสัมปัญชัญญะของมาโคลจนเสียการควบคุม เขากลายเป็นแวมไพร์คลุ้มคลั่งกระหายเลือด“ท่านพ่อ!” ราอูลดวงตาเบิกกว้างก่อนจะรีบถลาตัดพลังจิตสีดำหลายสายที่คอยพันธนาการผู้เป็นบิดาก่อนสายเกินแก้“......”ราอูลร่ายคาถาสงบจิตแก่บิดาก่อนจะทำให้เขาหลับไปดวงตาแข็งกระด้างสีนิลหันมามองต้นเหตุ ริมฝีปากหยักร่ายคาถาถ่ายเทพลังจิตจากแวมไพร์อาวุโสฝั่งตรงข้ามเข้

  • กราบเท้าฉันสิคะนายน้อย   ตอนที่ 28

    ตอนที่ 28ข่าวคราวของผู้นำและนายหญิงตระกูลเอนส์เวิร์ธกระจายหนาหู ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยริ้วรอยคลี่รอยยิ้มเหี้ยม เขารอวันนี้มานาน วันที่จะต้องสะสางความแค้นให้จบสิ้น“เรามาจัดการให้มันจบกันคืนนี้เถอะ”“ครับนายท่าน” “คืนนี้ไม่มันก็เราต้องตายกันไปข้าง กูไม่ยอมรามือปล่อยให้พวกมันมีความสุขแน่ กล้าหยามเกียรติกูถึงเพียงนี้” กุซมัน ผู้นำตระกูลคาสโตรที่เก็บซ่อนตัวมานานเปิดผ้าคลุมบดบังใบหน้าออก“ปล่อยให้้เป็นหน้าที่ของพวกเราเถอะครับนายท่าน” มือขวาคนสนิทเอ่ยเขาไม่อยากให้นายท่านลงมือด้วยตนเอง นายท่านร่างกายทรุดโทรมก็เป็นผลพวงจากการละความแค้นที่มีภายในใจวางลงไม่ได้ มันมากมายเสียจนกัดกินอวัยวะภายในของกุซมัน“กูรอมานานแล้ว คืนนี้จะเป็นวันตายของใครก็ให้รู้ดำรู้แดงกันไป...”“นายท่านอย่าลืมนะครับว่ายังมีคนของตระกูลคาสโตรที่จงรักภักดีต่อนายท่านอยู่ พวกเราอยู่เคียงข้างท่านมายาวนาน”“เรื่องนั้นกูรู้ดี กูซาบซึ้งใจจนไม่รู้จะตอบแทนอีมึงยังไง หากคืนนี้กูเป็นอะไรไปตำแหน่งผู้นำตระกูลพร้อมตราประจำตระกูล กูยกให้มึง...”“นะ นายท่าน ไม่ได้นะครับ”“กูคิดมาดีแล้ว” มือหนายกสะบัดหนึ่งที เขาไม่ต้องการพูดเรื่องนี้อีก

  • กราบเท้าฉันสิคะนายน้อย   ตอนที่ 27

    ตอนที่ 27นี่เมียผมเช้านี้ดารินทร์ตื่นนอนแต่เช้าตรู่สวมชุดเดรสลูกไม้สีแดงเบอร์กันดีเดินลงมากล่าวทักทายผู้อาวุโสของบ้านทั้งสอง ขณะรับชมรายการข่าวผ่านโทรทัศน์“อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านพ่อท่านแม่”“อรุณสวัสดิ์จ๊ะลูกมานั่งข้างแม่นี่มา”“อรุณสวัสดิ์ลูกสาวพ่อ”วันนี้ดารินทร์นิ่งเงียบผิดปกตินั่งเหม่อลอย คิ้วเรียวหนาขมวดเป็นปมครุ่นคิดอะไรบางอย่างคนอยู่เดียว“เป็นอะไรทำไมวันนี้หน้านิ่วคิ้มขมวดแต่เช้า” มาโคลผู้สังเกตุเห็นเอ่ยทัก“อะ อ๋อ น่าจะตื่นเช้าเลยเบลอนิดหน่อยค่ะท่านพ่อ” เธอรีบตอบปัดปฏิเสธความกังวลก่อตัวขึ้นภายในหลังฉุดคิดนึกถึงคำพูดของชายหนุ่ม เขาต้องการที่จะเปิดเผยสถานะของเราทั้งคู่ แม้เธอจะกังวลว่าท่านทั้งสองจะรับได้หรือเปล่า...“ว่าไงน้องพี่วันนี้ตื่นเช้าจัง” ฟาร์อูลเดินหาววอดลงมา ท่าทางยังไม่ตื่นเต็มตา“นอนไม่ค่อยหลับค่ะพี่ฟาร์อูล”“พี่สร้างเรื่องไว้ให้หรอ...” ฟาร์อูลยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขานั่งลงข้างผู้เป็นพ่อ“......” เธอไม่ตอบเพียงมองค้อนส่งให้พี่ชายตัวแสบ“สรุปเรื่องหมั้นหมายของเด็กสองคนนี้เอายังไงกันดีครับ”“หนูว่าไงละลูก” มิเชลหันมองใบหน้าลูกสาวคนสวย“หนูกับคุณโจชัวไม่ได้รักกันค่ะท่

  • กราบเท้าฉันสิคะนายน้อย   ตอนที่ 12

    ตอนที่ 12พวกกูลล์ออกอาละวาดสีหน้าเคร่งเครียดของสองพี่น้องแวมไพร์ฝาแฝดปรากฎบนใบหน้าหล่อเหลาสีขาวซีดของพวกเขาทั้งสอง หลังจากเมื่อเช้านี้ได้รับรายงานความเสียหายจากการถูกพวกกูลล์ลอบโจมตีไม่ทันได้ระวังตั้งตัวคลับหรูมีทั้งผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย โรงงานผลิตเครื่องเงินของราอูลเองก็เสียหายไม่

  • กราบเท้าฉันสิคะนายน้อย   ตอนที่ 11

    ตอนที่ 11หนีนอนไม่ช่วยให้หนีพ้นหญิงสาวถือโอกาสรีบจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย ประตูหนาถูกล็อคจากด้านในปรารถนาพักผ่อนเสียให้เต็มที่ สองสามวันมานี้เธอไม่สามารถพักผ่อนได้เต็มอิ่ม สาเหตุเพราะอะไรก็คงจะรู้กัน...ล็อคซะจะได้นอนหลับแบบสบายใจ...พรุ่งนี้ค่อยไปแก้ตัวทีหลังก็ไม่สาย...หลังจากที่กลับเข้ามา

  • กราบเท้าฉันสิคะนายน้อย   ตอนที่ 10

    ตอนที่ 10หน่วยราชการลับ 2หัวหน้าหน่วยราชการลับนั่งลงบนโซฟารับแขก เขาชะงักนิ่งจ้องมองดวงหน้างามหยดย้อยของดารินทร์อย่างล่วงเกินมีแวมไพร์เลอโฉมถึงเพียงนี้เลยหรือ... เขานึกภายในห้องทำงานสีขาวนวลอบอวลด้วยกลิ่นดอกไม้สดที่ปักลงบนแจกัน หญิงสาวนั่งบริเวณโต๊ะทำงานประจำของเธอ ทางด้านราอูลถือวิสาสะนั่งพิงโ

  • กราบเท้าฉันสิคะนายน้อย   ตอนที่ 9

    ตอนที่ 9หน่วยราชการลับสภาพศพแห้งเหี่ยวหลงเหลือเพียงผิวหนังซีดขาวหุ้มกระดูก ดวงตาเบิกโพลงตื่นตกใจ ไร้ร่องรอยการต่อสู้ มีเพียงรอยคมเขี้ยวแหลมคมเสมือนสัตว์ป่ากัดบริเวณด้านข้างลำคอ เลือดแห้งเกรอะเปรอะเปื้อนซอกคอบ่งบอกถึงความรีบเร่งในการลงมือสถาบันนิติเวชส่งหน่วยแพทย์ลับร่วมพิสูจน์หลักฐานร่วมมือกับหน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status