Masuk[ตระกูลอภิมหาเศรษฐี + บอสจอมเผด็จการ + เนื้อเรื่องพลิกผัน + คุณหนูจริงและปลอม] คู่หมั้นสุดแสนกากนอกใจสาวน้อยจอมซน ซูหรานหันมาหาบาร์โฮสต์และแต่งงานด้วย สามีที่แต่งงานสายฟ้าแลบด้วยหน้าตาหล่อเหลา แต่เขากลับนามสกุลเดียวกับศัตรูคู่แค้นของเธอ คุณชายสามฟู่... ซูหรานคิดว่า มันจะต้องเป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน! แต่ทุกครั้งที่คุณชายสามฟู่ปรากฏตัว สามีของเธอก็จะอยู่ที่นั่นด้วย และด้วยเหตุนี้ สามีสายฟ้าแลบก็ได้อธิบายว่า "มันคงเป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน!" และซูหรานก็เชื่ออย่างสนิทใจ จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอพบว่าคุณชายสามฟู่และสามีสายฟ้าแลบของเธอมีหน้าตาที่หล่อเหลาเหมือนๆกัน ซูหรานกำหมัดแน่นและกัดฟัน และจ้องเขม็งราวกับมีด "มันบังเอิญอย่างนั้นเหรอ??!!" ตามข่าวลือบนโลกอินเทอร์เน็ต คุณชายสามฟู่ผู้กุมอำนาจในตระกูลฟู่ได้ตกหลุมรักผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว คนในตระกูลฟู่ปฏิเสธข่าวลือทันที "ข่าวลือ!! เป็นข่าวลือแน่นอน ทายาทของตระกูลฟู่จะไม่มีวันทำลายการแต่งงานของใครเขาอย่างแน่นอน!" แต่เมื่อหันกลับมา คุณชายสามฟู่ก็ได้พาหญิงสาวที่สะสวยและโดดเด่นคนหนึ่งเดินเข้ามา "ไม่ใช่ข่าวลือ ภรรยาของผมแต่งงานแล้วจริงๆครับ!"
Lihat lebih banyak第1章
「愛しているよ、ラヴェル。僕の心にいる女性は君だけだ」 ラヴェル・カレスト・ブランソンは、化粧台の鏡に映る自分の姿をぼんやりと見つめていた。 昨日の朝、仕事へ出かける前に腰へ優しく腕を回してくれた夫、カイル・スティーブンスが口にした甘い言葉が、今では毒を持つ蜂の群れのように耳の中を飛び交っている。 なんて見事な役者なのだろう。 カイルは、自分の醜い秘密がまだ安全に隠されていると思っているに違いない。 まさか、自分がこの十年間築き上げてきた幸せな結婚生活という幻想が、真夜中を境に粉々に砕け散っていたなどとは、夢にも思っていないだろう。 ラヴェルは手首に着けたクラシックなカルティエの時計に目をやった。 すでに朝の九時だった。 カイルは昨夜から帰宅していない。 まさに、彼が入念に取り決めていた通りだった。 ラヴェルの手が激しく震えた。 バッグから白紙を一枚取り出す。 胸は、見えないハンマーで殴られたかのように苦しかった。 昨夜起きたこと――二人の十回目の結婚記念日、その日に起きた出来事が、頭の中で何度も繰り返されていた。 午後十一時四十五分ちょうど。 ラヴェルはスティーブンス・コーポレーションの静かな廊下を歩いていた。 手には小さな箱を抱えている。 中に入っているのは手作りのレッドベルベットケーキ。 大学時代、二人が道端の屋台でよく食べていた、カイルが昔から大好きなケーキだった。 数時間前、カイルからメッセージが届いていた。 外部監査のため、一晩中残業しなければならないという内容だった。 献身的な妻だったラヴェルは、新しい一日が始まる最初の瞬間に彼を驚かせたいと思った。 十年間共に歩んできた人生を祝うため、誰よりも先に彼を抱きしめるのは自分でありたかった。 しかし、CEO執務室のわずかに開いたドアを押し開けた瞬間、彼女の世界は崩れ落ちた。 ケーキの箱が手から滑り落ちそうになった。 身体中の筋肉が強張り、血液が一瞬で凍りついたように感じた。 CEO専用の椅子に座っていたのは、ジェシカ・ヘップバーンだった。 カイルの専属秘書。 ラヴェルがいつも礼儀正しく仕事のできる女性だと思っていた、友人とさえ考えていた女性が、夫の膝の上に座っていた。 ジェシカの仕事用スカートは腰までずり上がっている。 欲情に満ちた表情で、ジェシカは顔を仰け反らせ、カイルに貪るように首筋へキスをされていた。 「ねえ……やめて、ジェシカ。まだ仕事がたくさん残っているんだ」 カイルは囁いた。 だが、その手は秘書の腰を乱暴に掴み、さらに自分へ引き寄せていた。 「ダーリン、会いたかったわ。あなたが私に触れてくれなくなって、もう一週間よ」 ジェシカは甘えるような声で訴えた。 その声に、ラヴェルの胃は吐き気を催した。 返事を待つことなく、ジェシカはカイルの唇を塞いだ。 そして何よりもラヴェルの心を打ち砕いたのは、カイルがそのキスを貪欲なほど強く返したことだった。 まるで何年も砂漠をさまよい続けていた男のように。 ラヴェルはドア枠をあまりにも強く握りしめ、自らの手を傷つけた。 それでも叫ばなかった。 二人を責めることもしなかった。 なぜ? 彼女の血管には、ブランソン家の血が流れているからだ。 十年前、このろくでなしのために自ら捨てた、冷酷なビジネス一族の血が。 ヒステリックに泣き崩れる代わりに、ラヴェルは深く息を吸った。 震えていた手が、次第に落ち着いていく。 彼女は携帯電話を取り出し、フラッシュを切った。 そして、カイルとジェシカの顔がはっきりと写る写真を三枚撮り、さらに十秒間の動画を一本撮影した。 ――証拠。 突然感情を失ったかのような頭の中で、それでも恐ろしいほど冷静に考えていた。 ――武器を持たずに戦場へ足を踏み入れてはいけない。 その後、彼女は振り返った。 冷静で、それでいて凍りつくほど冷たい足取りで廊下を戻る。 そして、レッドベルベットケーキをゴミ箱へ投げ捨て、その忌まわしい建物を後にした。 鏡に映る腫れた目を見つめながら、ラヴェルは拳を握りしめた。 悲しみはすでに消え去り、代わりに燃え上がる怒りと傷つけられたプライドが残っていた。 十年! ラヴェルは二十歳だった頃を思い出した。 世間知らずだった天才。 ウォートン・ビジネス・スクールを卒業したばかりの彼女は、カイルが自分と一緒に自分自身の帝国を築くと誓ったことだけを信じ、強大なブランソン家との縁を断つことさえ厭わなかった。 この十年間、彼女は常に舞台裏にいた。 五年前、流動性危機によってスティーブンス・コーポレーションが倒産寸前に追い込まれたとき、カイルはAlpha Crimsonという謎の投資家が奇跡をもたらしてくれたのだと思っていた。 カイルは知らなかった。 Alpha Crimsonがラヴェルの別名だったことを。 会社全体のリスク管理戦略を一から立て直したのはラヴェルだった。 三週間連続で眠らずに働き続け、その末に二人の最初の子供を流産した。 それさえも、カイルに罪悪感を抱かせないため、ラヴェルは意図的に秘密にしていた。 彼女はこの男のために、自分の健康も、キャリアも、名誉ある家名さえも犠牲にした。 「相手を間違えたわね、カイル」 ラヴェルは囁いた。 その声は低く、危険なものへと変わっていた。 そこには、もうか弱さの欠片も残っていなかった。 ラヴェルは、二人が初めて借りた三メートル四方ほどの小さなアパートで、カイルが言った言葉を思い出した。 カイルは彼女を抱きしめて、こう言った。 「ラヴェル、もし僕が君を裏切ったら、僕を無一文にしてくれ。僕たちが一緒に築いたものを全部奪っていい。だって君がいなければ、僕は誰でもないから」 「もちろんよ」 当時、ラヴェルは笑って答えた。 今、その言葉を現実にするつもりだった。 ラヴェルは決意に満ちた足取りで家を出た。 最初の目的地は普通の法律事務所ではなかった。 戸籍登録局だった。 今日、正式に離婚を申請するつもりだった。 カイルが秘書との情事を終えるより先に、離婚届を彼のデスクへ置きたかった。 ほどなくして政府庁舎へ到着すると、彼女はそのまま婚姻・離婚手続きの窓口へ向かった。 ラヴェルは眼鏡をかけた中年の職員の向かいに座った。 「おはようございます。どのようなご用件でしょうか?」 職員が丁寧に尋ねた。 「離婚を申請したいのですが」 ラヴェルは答えた。 その声は落ち着いていて平坦で、迷いなど一切なかった。 職員は頷き、用紙を取り出した。 「承知しました。身分証明書、ご主人の身分証明書、それから婚姻証明書の原本をご提示いただけますか?」 ラヴェルは書類を差し出した。 すでに、長く厄介な法廷闘争になる覚悟はできていた。 上場を控えている会社のイメージを守るため、カイルが手続きを複雑にしてくる可能性があることも分かっていた。 しかし、職員が二人の身分証明番号をシステムへ入力すると、眉をひそめた。 眼鏡を調整し、コンピューター画面を凝視する。 それから手元の書類を確認し、再び画面へ視線を戻した。 「何か問題でも?」 ラヴェルが尋ねた。 ビジネスで培った勘が、職員の表情からただならぬ異変を感じ取っていた。 職員は咳払いをし、困惑と深い同情が入り混じった、何とも言えない表情でラヴェルを見た。 「失礼ですが……お名前はラヴェル・カレスト・ブランソン様で間違いありませんか?」 「そうです」 職員は重いため息をつき、モニターをラヴェルのほうへ向けた。 「ラヴェル様、どうやら新たに離婚を申請する必要はないようです」 ラヴェルは眉をひそめた。 胸が激しく鼓動し始める。 突然、言いようのない不安が彼女を襲った。 「どういう意味ですか? 私は夫のカイル・スティーブンスと離婚するために、ここへ来たんです」 職員はゆっくりと首を横に振った。 そして、国民戸籍データベースに紐づけられた法的情報の一行を指差した。 「ラヴェル様、カイル様との離婚届を提出することはできません」 職員は告げた。 「なぜなら、国の公式記録によれば、お二人の婚姻関係はずっと以前に終了しているからです」 ラヴェルは凍りついた。 その言葉が突然、喉に詰まった。 「……何ですって? そんなのあり得ない! 冗談はやめてください! 私たちは……十年間、毎日一緒に暮らしてきたんですよ!」 「冗談ではありません、奥様」 職員は極めて真剣な口調で答え、画面の日付欄を指差した。 「こちらをご覧ください。カイル・スティーブンス様とラヴェル・カレスト・ブランソン様の名義で発行された離婚証明書は、八年前に正式に発行され、お二人が署名されています」 「法的には、お二人は八年前から離婚しているのです」 ラヴェルの周囲の世界が、突然その動きを止めたように感じられた。 顔から血の気が引き、青ざめていく。 離婚? 八年前から? そんなことが、どうして可能なの? もし八年前にすでに離婚していたのなら…… 毎晩カイルが抱きしめていた女は、一体誰だったの? そして、十年間自分が捧げてきたものには、一体どんな意味があったというの?คิดจะใช้มุกนี้อีกแล้วเหรอ?ตีเธอหรือด่าเธองั้นเหรอ?ในเมื่อเธอขอมาแบบนี้ เช่นนั้นเธอก็จะสนองความต้องการให้เธอได้สมใจเอง!“เธอ......” มานี่ซูหรานยังพูดไม่ทันจบ ฟู่จิ้นหานก็ได้ส่งสัญญาณให้ฉินฟั่งเสียก่อนเรื่องทำร้ายคนแบบนี้ ทำไมต้องให้ซูหรานเป็นคนลงมือด้วยตัวกันล่ะ?ฉินฟั่งก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลาอันรวดเร็วนั้น เขาก็ได้ตบหน้าซูอินไปหนึ่งทีเสียงเพี๊ยะดังขึ้น ไม่มีความปรานีใด ๆ ซูอินเดินเซจนแทบล้ม ยากที่จะทรงตัวเอาไว้ได้ ในหัวขาวโพลนไปหมด เหลือเพียงเสียงหึ่ง ๆ เท่านั้นใครกัน......ที่กล้าทำร้ายเธอได้ถึงขนาดนี้? !ทันทีที่ซูอินได้สติกลับมา เธอจึงมองไปที่ฉินฟั่งด้วยความโกรธฉินฟั่งได้รับการฝึกฝนมา เขาได้ฝึกฝนร่างกายจนแข็งแกร่งที่บริษัทชิงอวิ๋น แถมยังได้รับอิทธิพลจากฟูจิ้นหานที่มีความเด็ดขาดในการต่อสู้อีกด้วย เพียงแค่สายตาเดียว ความกดดันของซูอินก็ถูกลดทอนลงไปทันทีแต่จะให้ซูอินยอมได้อย่างไร?เธอเป็นถึงหลานสาวแท้ ๆ ของตระกูลเย่ ฉินฟั่งคนนี้......ก็เป็นแค่สุนัขรับใช้ข้างกายฟู่จิ้นหานเท่านั้นต่อให้การตบเธอจะเป็นความต้องการของฟู่จิ้นหาน แต่มีคนมากมายอยู่ด้วยขนาดนี้ ห
ไม่จำเป็นต้องแก้ไขพินัยกรรมงั้นเหรอ?ซูอินดีใจมาก รู้สึกเหมือนได้รับความมั่นใจมากขึ้นแน่นอนว่าขอแค่เธอยังเป็นลูกสาวของฉินเหยียนอยู่ คุณท่านเย่ก็จะเห็นแก่หน้าฉินเหยียน และยอมรับทุกอย่างที่เป็นเธอครั้งนี้ ไม่ว่าคุณท่านเย่จะรอดมาด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ไม่ว่ายังไงพินัยกรรมของคุณท่าน เมื่อกี้ทุกคนต่างก็ได้ยินอย่างชัดเจนกันหมดแล้วคุณท่านเย่ได้มอบทุกอย่างของตระกูลเย่ให้กับเธอ แม้ว่าวันนี้เธอจะยังไม่ได้รับช่วงต่อจากตระกูลเย่ แต่เธอก็ยังเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียวอยู่ส่วนคนพวกนี้......ซูอินรู้สึกไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่เมื่อนึกถึงวิดีโอเมื่อกี้แล้ว ซูอินจึงหันไปมองซูหรานที่อยู่ข้าง ๆ คุณท่านเย่ทันทีในตอนนี้ เธอไม่มีเวลามามัวคิดว่าคลิปวิดีโอนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือการใช้ประโยชน์จากอำนาจเสียงของคุณท่าน เพื่อช่วยลบข้อครหาและปฏิเสธว่าคนในคลิปไม่ใช่เธอน้ำสกปรกนี้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ต้องสาดไปที่ซูหรานให้ได้เมื่อคิดได้เช่นนั้น ซูอินก็ขมวดคิ้วทันที “หนูไม่สนใจของนอกกายพวกนั้นหรอกค่ะ แต่ถ้าหากแม่ของหนูที่อยู่บนสวรรค์รู้ว่าหนูถูกใส่ร้ายด้วยคลิปวิดีโอนั้น จนทำ
น้ำเสียงนั้นดูทุ้มต่ำ แต่ก็มีความโกรธที่ไม่สามารถปิดบังเอาไว้ได้ปนอยู่ซูอินเงียบและไม่มีการตอบสนองอยู่นาน ส่วนคนอื่น ๆ ที่อยู่ตรงนั้น ก็กลับมีสีหน้าที่ดูต่างกันออกไปพวกเขาเพิ่งจะได้ยินอะไรกันแน่?เย่ซินกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง ก่อนจะกอดแขนตัวเองแน่น ราวกับพยายามขับไล่ความหนาวของเมื่อครู่นี้ที่แผ่ซ่านเข้ามาในร่างกายออกไปเธอหูฝาดไปรึเปล่านะ?เสียงนั้นน่ะ คือเสียงของคุณท่านจริง ๆ!แต่เห็น ๆ อยู่ว่าคุณท่านเสียชีวิตไปแล้ว แล้วร่างก็กำลังนอนอยู่ในโลงแก้วอีกด้วย จะมีเสียงออกมาได้อย่างไร?แต่เมื่อนึกถึงคำว่า “วิญญาณ” ขึ้นมา เย่ซินก็กลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นตัวและเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันนั้น ก็กลับยิ่งทำให้เย่ซือเหยียนมั่นใจในข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ได้ และเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าการแสดงในวันนี้มีซูอินที่เป็นเป้าหมาย!เย่ซือเหยียนรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เธอสังเกตเห็นว่าทั้งเย่ถิงเซินและหยางซู พวกเขาสองคนไม่ได้มีปฏิกิริยาใด ๆ มากนักต่อเสียงของคุณปู่ในตอนนั้นเธอก็รู้ได้ในทันที ว่าทั้งสองคนเองก็มีส่วนร่วมในแผนการนี้ด้วยเช่นกันส่วนซูอิน......ตอนนี้ ในหัวของซูอินมันขาวโพลนไปหมดเธอเ
หน้าตาที่ดูไร้เดียงสาและอ่อนแอของซูอินแข็งทื่อทันทีชั่วขณะหนึ่ง เหมือนว่าหน้ากากนั้นของเธอจะถูกเจาะจนทะลุ สีหน้าเธอดูไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่ “พี่ซู พี่หมายความว่ายังไง?”“ฮึ หมายความว่ายังไงงั้นเหรอ? น้องอินอิน เธอคงไม่คิดว่าทุกคนจะโง่กันหมดหรอกใช่ไหม? ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉันเจอเธอ ฉันก็เดาได้แล้ว ว่าเธอเป็นคนยังไง ต่อหน้าก็แสร้งทำตัวไร้เดียงสาและอ่อนแอ แต่ในความเป็นจริง ใจกลับดำมืดเต็มไปด้วยแผนการ คุณสนุกกับการใช้หน้ากากที่เธอสร้างขึ้นมาหลอกลวงทุกคน ฉันก็เลยเล่นตามน้ำกับเธอไป แกล้งทำเป็นเชื่อในความดีและความไร้เดียงสาของเธอ”เสียงของหยางซูดังกึกก้องทั่วทั้งศาลาไว้ทุกข์ซูอินฟังแล้วก็รู้สึกบาดหูเป็นพิเศษในตอนนี้ ใบหน้าที่เคยแสดงความไร้เดียงสาของเธอก็เริ่มมีความโกรธปรากฏขึ้นมานิดหน่อยที่อยางซูจะบอกก็คือ ทุกสิ่งที่เขาปฏิบัติต่อเธอ มันเป็นเพียงแค่การแสดงอย่างนั้นน่ะเหรอ?แล้วที่เมื่อวานเขารับปากเธอว่าจะใช้เส้นสายเรียกทนายอู๋มาล่ะ มันเพื่ออะไรกัน?มีคนอื่นอยู่ด้วย ซูอินจึงไม่สะดวกที่จะถามออกมาแต่เมื่อเธอจ้องไปที่ตาของหยางซู กลับทำให้หยางซูเข้าใจในทันทีว่าเธอกำลังคิดอะไร และคิดจะ
เสี่ยวเหยียนเหยียน...ซูหรานเพิ่งสังเกตชื่อเรียกนี้"เสี่ยวเหยียนเหยียน" ที่คุณแม่นมคนนี้เรียก เป็น "เหยียนเหยียน" ที่คุณปู่พูดถึงหรือเปล่า?ฉินเหยียนเคยมาที่นี่?ซูหรานเหมือนค้นพบบางอย่างเธอรีบถามทันที"คุณย่า คุณเรียกฉินเหยียนใช่ไหมคะ?"เมื่อได้ยินชื่อนี้คุณย่างุนงงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็จับมือซูหรานพินิจ
ส่วนผู้ชายคนนั้น......ตั้งแต่ต้นจนจบ หยางซูไม่เคยเห็นด้านหน้าของชายคนนั้นเลย เห็นเพียงด้านหลังของเขาเท่านั้น และแผ่นหลังนั้นก็เหมือนกับชายคนที่เขาเห็นก่อนที่จะออกมาจากวิลล่ามากซูอินเองก็เคยบอกไว้ ว่าซูหรานแต่งงานแล้วเขาเป็นสามีของซูหรานงั้นเหรอ?ภาพของชายที่นั่งยอง ๆ ลง และแบกเธอขึ้นเมื่อสักครู่ยังคง
ภาพถ่ายที่เกือบทำให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียบางแห่งล่มนั้น ไม่รู้ว่าใครเป็นคนที่จัดการทำให้มันหายไปแต่การที่มันสร้างความฮือฮาขึ้นในคืนเดียว ทำให้ตระกูลฟู่ในจิงเฉิงตกใจไปพร้อมกัน คนที่ตกใจที่สุดก็คือหลิวชิงเมื่อคืนหลังจากที่เขารับรองแขกในงานเลี้ยงครบร้อยวันเสร็จ ทันทีที่หลิวชิงกลับถึงบ้านก็ผล็อยหลับไปว
“เธอจะหลบหน้าฉันอีกนานแค่ไหน?”เสียงของฟู่จิ้นหานดังต่ำ สายตาจับจ้องไปที่เธออย่างไม่คลาดเคลื่อน เขาหมุนตัวหันมาทางเธอ บังคับให้เธอเผชิญหน้าซูหรานขมวดคิ้วแค่บอกว่าเธอหลบเขา ก็มีเหตุผลให้คุยกันแล้วซูหรานสูดหายใจลึก ๆ และเลิกหลบสายตา จากนั้นเธอก็หันหน้ามองเขาด้วยดวงตาดำสนิท“แล้วคุณล่ะจะปิดบังฉันไปอีกนาน






Peringkat
Ulasan-ulasanLebih banyak