Masukจากคู่กัดกลายเป็นคู่นอน ภายใต้ข้อตกลงว่า **ห้ามหึง ห้ามก้าวก่าย และห้ามตกหลุมรัก** แต่คนที่ตั้งกฎกลับเป็นฝ่ายทำผิดทุกข้อ
Lihat lebih banyak“สีนี้ขับผิวมากค่ะ ต่อให้แต่งหน้าเบาๆ ก็ยังดูสดใส ใครที่ต้องไปเรียนตั้งแต่เช้าแต่ไม่อยากให้เพื่อนทักว่าเมื่อคืนไม่ได้นอน เพลงแนะนำสีโรสพีชเลย”
เพลงพิณคลี่ยิ้มหวานให้กล้องโทรศัพท์ ก่อนหมุนแท่งลิปสติกในมือช้าๆ เพื่อให้ผู้ชมเห็นบรรจุภัณฑ์สีเงินวาวที่สะท้อนแสงแดดยามบ่าย
เธอนั่งอยู่บนม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นหางนกยูงภายในมหาวิทยาลัย ฉากด้านหลังเป็นอาคารคณะนิเทศศาสตร์สีขาวสะอาดตา สองข้างทางเต็มไปด้วยนักศึกษาในชุดเครื่องแบบซึ่งเดินผ่านไปมา บางคนจำเธอได้จึงยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูป ขณะที่บางคนชะลอฝีเท้าเพื่อมองดาวคณะคนดังซึ่งกำลังไลฟ์ขายสินค้า
แสงแดดอ่อนกระทบเส้นผมยาวเป็นลอนของเธอจนดูเป็นประกาย ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มอย่างประณีต เสื้อเชิ้ตนักศึกษาพอดีตัวเข้าคู่กับกระโปรงทรงสอบและรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดัง กระเป๋าหนังราคาเกือบแสนถูกวางอยู่ข้างกายอย่างจงใจให้ติดอยู่ในมุมกล้อง
ภาพทุกอย่างสมบูรณ์แบบราวกับถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า
และแน่นอนว่ามันถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้วจริงๆ
“วันนี้ใช้โค้ดของเพลงลดเพิ่มอีกสิบเปอร์เซ็นต์นะคะ เหลืออีกแค่ห้านาที ใครยังเลือกสีไม่ได้พิมพ์ถามได้เลย เดี๋ยวเพลงช่วยเลือกให้ค่ะ”
ตัวเลขผู้ชมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความคิดเห็นไหลผ่านหน้าจอรวดเร็วจนแทบอ่านไม่ทัน
เพลงพิณยังคงยิ้มหวาน ตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง สลับกับหยอกล้อแฟนคลับอย่างคล่องแคล่ว ทั้งที่โทรศัพท์อีกเครื่องซึ่งวางคว่ำอยู่บนตักสั่นติดต่อกันมาแล้วถึงสามครั้ง
เธอเหลือบมองชื่อบนหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที
ธนาคารโทรมาอีกแล้ว
“หมดเวลาแล้วค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาดูกันนะคะ เดี๋ยวเพลงจะลงรูปสวอตช์สีทั้งหมดไว้ในสตอรี ใครได้รับของแล้วอย่าลืมถ่ายรูปมาอวดกันด้วยนะ”
หญิงสาวยกมือโบกให้กล้อง ส่งจูบเล็กๆ เป็นการปิดท้าย ก่อนกดสิ้นสุดการถ่ายทอดสด
รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าหายไปทันที
เพลงพิณรีบคว้าโทรศัพท์อีกเครื่องขึ้นมา แต่ยังไม่ทันกดโทรกลับ เสียงหนึ่งก็ดังมาจากด้านหลัง
“สวยมากเลยค่ะพี่เพลง ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ”
เธอสูดลมหายใจลึกแล้วหันกลับไปพร้อมรอยยิ้มเหมือนเดิม นักศึกษาหญิงปีหนึ่งสองคนยืนถือโทรศัพท์รออยู่ด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“ได้สิคะ”
เพลงพิณลุกขึ้นถ่ายรูปร่วมกับรุ่นน้องทั้งสองอย่างเป็นกันเอง มิหนำซ้ำยังช่วยตรวจรูปให้ว่าทุกคนสวยดีหรือยัง กระทั่งเด็กสาวเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะ เธอจึงหย่อนตัวลงนั่งแล้วโทรกลับไปยังหมายเลขที่ไม่ได้รับสาย
ปลายสายรับแทบจะทันที
“สวัสดีค่ะ คุณพิณลดาใช่ไหมคะ ดิฉันโทรจากฝ่ายติดตามสินเชื่อ เรื่องยอดค้างชำระของคุณวรพลค่ะ”
เพียงประโยคแรก ความเหนื่อยล้าที่เพลงพิณซ่อนเอาไว้ก็กลับมากดทับกลางอก
“ค่ะ เพลงกำลังจะโอนเข้าไปบางส่วนภายในเย็นนี้”
“ตามที่เราเคยแจ้ง ยอดที่ชำระเข้ามาครั้งก่อนยังไม่ถึงจำนวนขั้นต่ำค่ะ ขณะนี้ค้างชำระต่อเนื่องเป็นเดือนที่สามแล้ว หากภายในสิ้นเดือนไม่มียอดตามจำนวนที่กำหนด ทางธนาคารจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอน”
“ขอเวลาเพลงอีกหน่อยได้ไหมคะ เดือนนี้เพลงมีเงินจากงานโฆษณาเข้าแน่นอน”
“ทางเราให้เวลามาหลายครั้งแล้วค่ะ”
คำพูดสุภาพของเจ้าหน้าที่กลับคมกริบจนคนฟังรู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบลมหายใจ
เพลงพิณก้มมองกระเป๋าแบรนด์ดังที่วางอยู่ข้างตัว คนอื่นอาจคิดว่าเธอมีเงินเหลือใช้ แต่ไม่มีใครรู้ว่ากระเป๋าใบนี้เป็นของที่ยืมมาจากห้องเสื้อเพื่อใช้ถ่ายงาน ส่วนรองเท้าก็ซื้อต่อจากรุ่นพี่ในราคาไม่ถึงหนึ่งในสาม
ภาพลักษณ์หรูหราบนโลกออนไลน์เป็นเพียงเครื่องมือหาเงิน หากเธอปล่อยให้ใครรู้ว่าครอบครัวกำลังล้มละลาย งานที่มีอยู่น้อยนิดอาจหายไปพร้อมกันทั้งหมด
“เพลงเข้าใจค่ะ” เธอพยายามควบคุมไม่ให้น้ำเสียงสั่น “ก่อนสิ้นเดือนเพลงจะหาเงินมาจ่ายให้ได้ รบกวนอย่าเพิ่งส่งเอกสารไปที่บ้านนะคะ แม่เพลงสุขภาพไม่ค่อยดี เพลงกลัวท่านจะตกใจ”
หลังวางสาย หญิงสาวนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
ข้อความจากโรงพยาบาลเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ แจ้งค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการตรวจหัวใจก่อนผ่าตัดของมารดา ตัวเลขหลายหลักทำให้ปลายนิ้วเย็นเฉียบ
บ้านกำลังจะถูกยึด
สตูดิโอสอนดนตรีที่แม่รักกำลังจะหายไป
ส่วนพ่อของเธอหายตัวไปนานกว่าหกเดือนแล้ว ทิ้งไว้เพียงหนี้สินและคำขอโทษสั้นๆ ในกระดาษแผ่นเดียว
เพลงพิณหลับตา เงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจเพื่อไล่ความร้อนผ่าวบริเวณขอบตา ก่อนเสียงรองเท้าส้นสูงที่วิ่งเข้ามาจะทำลายความเงียบ
“เพลง! ฉันมีข่าวดี”
มินตราทิ้งตัวลงนั่งข้างเพื่อนพร้อมยื่นแท็บเล็ตมาให้ หน้าจอแสดงรายละเอียดโครงการประชาสัมพันธ์การแข่งขันรถยนต์ระหว่างมหาวิทยาลัย ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับบริษัทนำเข้ารถรายใหญ่
“เขากำลังหาพรีเซนเตอร์แทนคนเดิม เห็นว่าจะเริ่มถ่ายพรุ่งนี้เลย”
เพลงพิณกวาดตามองตัวเลขค่าจ้างแล้วนิ่งไป
“เขาพิมพ์ศูนย์เกินมาหรือเปล่า”
“ไม่เกิน ค่าจ้างสูงกว่างานทั่วไปสามเท่า เพราะต้องเดินทางไปถ่ายต่างจังหวัดด้วย แล้วก็ต้องอยู่กับโครงการจนจบการแข่งขัน”
“เอา”
“อ่านรายละเอียดก่อนไหม”
“ไม่อ่าน”
เพลงพิณหยิบแท็บเล็ตมาจากมือเพื่อนแล้วเลื่อนหาตำแหน่งลงชื่อ
“เดี๋ยวสิ อย่างน้อยก็ดูก่อนว่าใครเป็นคนจ้าง ถ้าเจอพวกหัวงูขึ้นมาจะทำยังไง”
“ถ้าไม่ผิดกฎหมาย ไม่ให้แก้ผ้า แล้วจ่ายเงินจริง ต่อให้คนจ้างเป็นปีศาจฉันก็จะทำ”
มินตรามองสีหน้าของเพื่อนแล้วรู้ทันทีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรล้อเล่น
“ธนาคารโทรมาอีกแล้วเหรอ”
เพลงพิณไม่ได้ตอบ เธอเพียงเซ็นชื่อลงในเอกสารออนไลน์และส่งกลับไปภายในเวลาไม่ถึงสองนาที
“ฉันต้องได้เงินก้อนนี้ มิน ต่อให้คนจ้างเกลียดหน้าฉันแค่ไหน ฉันก็จะทำให้เขาปฏิเสธฉันไม่ได้”
แต่นาทีนี้เพลงพิณยังไม่รู้เลยว่า คนที่เกลียดหน้าเธอที่สุดกำลังรออยู่ที่สนามซ้อมแล้ว
เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องไปทั่วสนามทดสอบของคณะวิศวกรรมศาสตร์
รถแข่งสีดำแดงพุ่งผ่านทางตรงด้วยความเร็วสูง ก่อนชะลอตัวเข้าโค้งอย่างแม่นยำ กลิ่นยางและน้ำมันเครื่องลอยปะปนอยู่ในอากาศ นักศึกษาชายหลายคนในชุดช็อปสีกรมท่าเดินวุ่นอยู่บริเวณข้างสนาม
เพลงพิณก้าวลงจากรถของมินตราแล้วถอดแว่นกันแดดออก
รองเท้าส้นสูงของเธอดูไม่เข้ากับพื้นคอนกรีตเปื้อนคราบน้ำมันเลยแม้แต่น้อย แต่หญิงสาวกลับเดินผ่านกลุ่มนักศึกษาวิศวะไปด้วยท่าทีมั่นใจ ราวกับสนามแห่งนี้เป็นเวทีแฟชั่นของเธอเอง
หลายคนหันมามอง บางคนจำได้และยกมือไหว้ทักทาย มีเพียงชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนกอดอกอยู่หน้าโรงรถเท่านั้นที่ไม่ได้แสดงความตื่นเต้น
คิรินสวมเสื้อช็อปพับแขนถึงข้อศอก ใต้เสื้อคลุมเป็นเสื้อยืดสีดำแนบลำตัว เรือนผมสีเข้มยุ่งเล็กน้อยจากการทำงาน ใบหน้าหล่อคมมีคราบน้ำมันเปื้อนอยู่บริเวณกราม แต่นั่นกลับทำให้เขาดูโดดเด่นยิ่งกว่าผู้ชายทุกคนในบริเวณนั้น
ดวงตาของเขาหรี่ลงทันทีที่เห็นเธอ
เพลงพิณชะงักฝีเท้าไปเพียงเล็กน้อย
“อย่าบอกนะว่า…” เธอพึมพำ
“ใช่” มินตราตอบเสียงแห้ง “ฉันเพิ่งเห็นชื่อเขาในกลุ่มทีมงานเมื่อสิบนาทีก่อน”
คิรินเดินตรงเข้ามาหาทั้งคู่ สายตาเย็นชากวาดมองเพลงพิณตั้งแต่ศีรษะจรดรองเท้า ก่อนหยุดอยู่ที่ใบหน้าสวย
“ใครเรียกผู้หญิงคนนี้มา”
“พี่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ครับ” รุ่นน้องคนหนึ่งตอบ “พรีเซนเตอร์คนเดิมถอนตัวกะทันหัน ทางสปอนเซอร์เลยเลือกคุณเพลงพิณมาแทน”
“เปลี่ยนตัว”
น้ำเสียงของเขาเฉียบขาดจนบรรยากาศรอบตัวเงียบลง
เพลงพิณยกแขนกอดอก “ฉันเพิ่งมาถึง นายก็จะไล่ฉันแล้วเหรอ”
“ฉันต้องการคนที่รู้เรื่องรถ ไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์ที่ยืนสวยแล้วอ่านบทตามเครื่องบอกคำ”
“ฉันยังไม่ได้เริ่มทำงาน นายรู้ได้ยังไงว่าฉันทำไม่ได้”
“ดูจากรองเท้าที่เธอใส่มาสนามก็น่าจะพอเดาได้”
เพลงพิณก้มมองรองเท้าของตัวเอง ก่อนเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“ส้นรองเท้าฉันไม่ได้มีส่วนทำให้รถนายวิ่งช้าลงสักหน่อย หรือที่อยากเปลี่ยนตัวเพราะกลัวว่าฉันจะเด่นกว่านาย”
เสียงหลุดหัวเราะดังมาจากนักศึกษาหลายคน แต่ทุกคนรีบทำหน้าเคร่งทันทีเมื่อคิรินตวัดสายตามอง
สองปีแล้วที่ทั้งคู่แทบไม่ได้พูดกันตรงๆ แต่ความรู้สึกไม่ชอบหน้ายังชัดเจนเหมือนเพิ่งทะเลาะกันเมื่อวาน
ในปีหนึ่ง เพลงพิณชนะการประกวดดาวคณะจากคะแนนโหวตถล่มทลาย ท่ามกลางกระแสคู่จิ้นระหว่างเธอกับรุ่นพี่พิธีกรชื่อดัง คิรินซึ่งอยู่ในฝ่ายจัดงานเคยพูดกับเพื่อนว่าเธอชนะเพราะกระแส ไม่ใช่ความสามารถ
แต่ประโยคนั้นถูกถ่ายทอดผ่านไมโครโฟนซึ่งเปิดค้างอยู่ คนในหอประชุมจึงได้ยินทั้งหมด
เพลงพิณอับอายจนสวนกลับกลางเวทีว่า ผู้ชายที่ใช้เงินครอบครัวเป็นใบเบิกทางอย่างเขาไม่มีสิทธิ์ดูถูกความพยายามของคนอื่น
ตั้งแต่นั้นมา ทั้งคู่ก็กลายเป็นคู่กัดที่ไม่มีใครอยากจับให้อยู่ใกล้กัน
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความเด่น” คิรินกล่าว “ภาพลักษณ์ของเธอไม่เข้ากับชมรมเรา”
“ภาพลักษณ์แบบไหน ผู้หญิงสวยเกินไปจนทำให้นายไม่มีสมาธิเหรอ”
“ผู้หญิงที่สนใจแต่ยอดไลก์ ไม่เหมาะกับการแข่งขันที่ทุกคนเอาความปลอดภัยมาเสี่ยง”
รอยยิ้มบนใบหน้าเพลงพิณจางลง
“ถ้านายไม่ชอบฉันเป็นการส่วนตัวก็พูดมาตรงๆ ไม่ต้องเอาเรื่องงานมาอ้าง”
“ฉันไม่ชอบเธอเป็นการส่วนตัว” เขาตอบโดยไม่เสียเวลาคิด “และฉันก็ไม่ไว้ใจให้เธอทำงานนี้ด้วย”
หญิงสาวสบตาเขานิ่ง แม้คำพูดนั้นจะทิ่มแทงศักดิ์ศรี แต่เมื่อคิดถึงยอดหนี้และใบหน้าซีดเซียวของมารดา เธอก็รู้ว่าตัวเองถอยไม่ได้
“ฉันเซ็นสัญญาแล้ว ถ้าจะยกเลิกก็จ่ายค่าชดเชยตามเงื่อนไขมา”
คิรินหันไปมองฝ่ายประสานงาน อีกฝ่ายตรวจเอกสารในโทรศัพท์ก่อนส่ายหน้า
“สัญญาระบุว่าต้องให้พรีเซนเตอร์ทดลองทำงานก่อนครับ ถ้าเธอทำไม่ได้ตามข้อกำหนดถึงจะเปลี่ยนตัวโดยไม่เสียค่าปรับ”
เพลงพิณยกยิ้มอย่างผู้ชนะ
“ได้ยินแล้วใช่ไหม รองประธาน”
คิรินขบกราม ก่อนหยิบเอกสารบทพูดส่งให้เธอ
“จำข้อมูลให้ได้ทั้งหมดภายในครึ่งชั่วโมง ถ้าพูดชื่อชิ้นส่วนผิดแม้แต่คำเดียว ฉันจะส่งเธอกลับ”
เพลงพิณรับเอกสารมาเปิดดู ตัวหนังสือเกี่ยวกับเครื่องยนต์และระบบควบคุมเรียงแน่นเต็มหน้ากระดาษ แม้ไม่เข้าใจศัพท์หลายคำ แต่เธอยังคงเชิดหน้า
“เตรียมเสียดายที่ไล่ฉันไม่สำเร็จได้เลย”
ตลอดครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น เพลงพิณแยกตัวไปท่องบท เธอค้นหาความหมายของคำศัพท์ทุกคำจากโทรศัพท์และถามข้อมูลเพิ่มเติมจากปั้น รุ่นน้องปีสองซึ่งดูเป็นมิตรที่สุด
เมื่อเริ่มถ่ายทำจริง เธอสามารถอธิบายข้อมูลรถได้อย่างลื่นไหล ไม่อ่านผิดแม้แต่คำเดียว ทั้งยังเสนอให้ปรับประโยคบางส่วนเพื่อให้ผู้ชมทั่วไปเข้าใจง่ายขึ้น
คิรินยืนดูอยู่หลังจอมอนิเตอร์ สีหน้าของเขาไม่แสดงความพอใจ แต่ก็ไม่สามารถหาข้ออ้างเปลี่ยนตัวเธอได้
“เทกนี้ดีมากครับ” ผู้กำกับเอ่ยชม “เดี๋ยวเทกต่อไปคุณเพลงยืนบริเวณจุดที่มาร์กไว้ แล้วรถจะวิ่งผ่านด้านหลังนะครับ”
เพลงพิณเดินไปยังตำแหน่งข้างสนาม ทีมงานตรวจสอบระยะห่างและวางแนวกั้นเรียบร้อยแล้ว เธอยืนรอสัญญาณโดยไม่รู้ว่ารถทดสอบอีกคันกำลังพบปัญหา
เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น
รถสีดำพุ่งออกมาจากทางตรง ขณะที่เพลงพิณเริ่มพูดตามบท แต่เพียงไม่กี่วินาที เสียงตะโกนจากทีมช่างก็ดังลั่น
“เบรกมีปัญหา! หลบไป!”
หญิงสาวหันไปตามเสียง รถคันนั้นกำลังเสียหลัก ส่ายไปมาบนพื้นสนามก่อนพุ่งตรงเข้าหาบริเวณที่เธอยืนอยู่
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนสมองว่างเปล่า
ขาของเพลงพิณแข็งค้าง ร่างกายไม่ยอมขยับตามที่ต้องการ
ก่อนรถจะเข้ามาถึงตัว แรงกระชากจากด้านข้างก็ดึงเธอล้มลงกับพื้น
คิรินรวบร่างของเธอไว้แล้วพลิกตัว ใช้แผ่นหลังและหัวไหล่ของตัวเองรับแรงกระแทกแทน เสียงรถครูดผ่านแนวกั้นดังสนั่น ก่อนชนกองยางห่างจากทั้งคู่ไปเพียงไม่กี่เมตร
ฝุ่นสีเทาฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ
เพลงพิณลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าของคิรินซึ่งอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ
แขนข้างหนึ่งของเขาประคองศีรษะเธอไว้ ส่วนอีกข้างกอดรอบเอวแน่น หัวใจภายในอกของทั้งคู่เต้นรัวจนไม่รู้ว่าเสียงที่ได้ยินเป็นของใคร
“คิริน…”
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
น้ำเสียงที่ถามแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่เธอไม่เคยได้ยิน
“ฉันไม่เป็นไร แต่นาย—”
เมื่อรู้ว่าเธอปลอดภัย สีหน้าเป็นห่วงของคิรินก็หายไป เขาปล่อยแขนออกแล้วลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่าความเจ็บบริเวณหัวไหล่ทำให้ร่างสูงเซไปเล็กน้อย
เพลงพิณรีบจับแขนเขา “ไหล่นายเจ็บใช่ไหม ไปโรงพยาบาลเถอะ”
“ไม่ต้อง”
“แต่นายเอาตัวมารับฉันไว้”
“เพราะเธอยืนแข็งเป็นรูปปั้นอยู่ตรงนั้น!” เขาตวาด กลบเกลื่อนความกลัวด้วยความโมโห “ฉันบอกแล้วว่าสนามแข่งไม่ใช่ที่สำหรับคนที่เอาแต่ยืนสวย เธอมาวันแรกก็สร้างปัญหาให้ทั้งทีมแล้ว”
มือของเพลงพิณชะงัก ก่อนค่อยๆ ปล่อยแขนเขา
“ฉันยืนตรงจุดที่ทีมงานกำหนด”
“ถ้ามีคนตะโกนให้หลบ เธอก็ควรหลบ ไม่ใช่รอให้คนอื่นเสี่ยงชีวิตไปช่วย”
“ฉันตกใจ นายจะให้ฉันทำยังไง!”
“ถ้ากลัวก็ถอนตัวไป”
ประโยคนั้นทำให้ความเป็นห่วงทั้งหมดของเธอกลายเป็นความโกรธ
“อยากให้ฉันถอนตัวมากนักใช่ไหม”
“ใช่”
“งั้นก็ฝันไปเถอะ” เพลงพิณเชิดหน้าขึ้น แม้หัวเข่ายังสั่นจากเหตุการณ์เมื่อครู่ “ต่อให้ต้องอยู่เห็นหน้านายทุกวัน ฉันก็จะทำงานนี้จนจบ”
เธอหมุนตัวเดินกลับไปหามินตรา แต่ก่อนจากไป สายตากลับเหลือบเห็นมือของคิรินซึ่งห้อยอยู่ข้างลำตัว
มันกำลังสั่น
ไม่ใช่เพราะความเจ็บที่หัวไหล่ เพราะแม้แต่ตอนแพทย์ประจำสนามเข้ามาตรวจอาการ มือของเขายังคงกำแน่นและสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
คิรินไม่ได้โกรธที่เธอสร้างปัญหา
เขากำลังกลัว
กลัวว่าตัวเองอาจเข้าไปช่วยเธอไม่ทัน
ความจริงนั้นทำให้หัวใจของเพลงพิณเต้นผิดจังหวะอย่างไร้เหตุผล
หลังตรวจสอบรถและยืนยันว่าอุบัติเหตุเกิดจากความขัดข้องของระบบไฮดรอลิก การถ่ายทำจึงถูกยกเลิกชั่วคราว
ก่อนทุกคนจะแยกย้าย คิรินเดินออกมาจากห้องพยาบาลพร้อมผ้าพยุงแขน แต่ยังวางสีหน้าเหมือนไม่ได้รับบาดเจ็บ
“พรุ่งนี้หกโมงเช้า รถออกไปสนามต่างจังหวัด” เขาประกาศกับทีมงาน ก่อนหันมาหยุดสายตาที่เพลงพิณ “ทุกคนต้องมาถึงก่อนเวลาสิบห้านาที โดยเฉพาะคนที่คิดว่าตัวเองสำคัญจนคนอื่นต้องรอ”
“พูดชื่อฉันออกมาเลยก็ได้ ไม่ต้องเหน็บ”
“ถ้าเธอมาสายแม้แต่นาทีเดียว ฉันจะใช้เป็นเหตุยกเลิกสัญญา”
เพลงพิณก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าเขา ดวงตากลมสบกับสายตาคมอย่างไม่มีใครยอมใคร
“ฉันจะมาก่อนนาย แล้วฉันก็จะทำงานนี้ให้ดีจนทุกคนลืมพรีเซนเตอร์คนเก่า”
“มั่นใจเกินไปหรือเปล่า”
“ฉันมีความสามารถพอให้มั่นใจก็แล้วกัน”
หญิงสาวยกยิ้ม ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เล็กน้อย ก่อนทิ้งคำพูดซึ่งทำให้คนทั้งชมรมเงียบฟัง
“ระวังไว้เถอะ ทำงานกับฉันนานๆ นายอาจติดใจจนไม่อยากเปลี่ยนตัวก็ได้”
คิรินก้มมองใบหน้าสวยตรงหน้า แววตาไหววูบไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนริมฝีปากจะยกเป็นรอยยิ้มเย็นชา
“ฉันไม่มีวันติดใจผู้หญิงอย่างเธอ”
เพลงพิณไม่ตอบ เธอเพียงหมุนตัวเดินจากไปพร้อมมินตรา โดยไม่ทันเห็นว่าคิรินยังคงมองตามแผ่นหลังของเธอ
ชายหนุ่มก้มมองมือข้างที่เคยกอดเอวบางเอาไว้ ความรู้สึกจากช่วงเวลาที่ร่างของเธอแนบอยู่ใต้ตัวเขายังคงชัดเจนอย่างน่าหงุดหงิด
เขาไม่ชอบเพลงพิณ
ไม่ชอบรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะเอาชนะทุกคนได้
ไม่ชอบดวงตาที่กล้าสบกับเขาโดยไม่หวาดกลัว
และไม่ชอบที่สุดตรงที่วินาทีซึ่งเห็นรถคันนั้นพุ่งเข้าหาเธอ หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น
คิรินกำมือแน่น พยายามลบสัมผัสทั้งหมดออกจากความคิด ก่อนหันกลับไปสั่งงานสมาชิกในทีม
เขายังมั่นใจว่าตัวเองเกลียดผู้หญิงคนนั้น
โดยไม่รู้เลยว่า การเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้นจะทำให้เส้นแบ่งระหว่างความเกลียดกับความต้องการพังทลายลงอย่างไม่มีวันกลับ
หนึ่งปีต่อมาเสียงปรบมือดังขึ้นทันทีที่เพลงพิณก้าวลงจากเวทีสัมมนาหญิงสาวยกมือไหว้ผู้เข้าร่วมงาน ก่อนหันกลับไปมองข้อความขนาดใหญ่บนจอด้านหลังความยินยอมในความสัมพันธ์ ไม่ใช่ความยินยอมให้บันทึกหรือเผยแพร่ตลอดหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา เธอเล่าถึงสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล การคุกคามทางออนไลน์ และผลกระทบที่เหยื่อต้องเผชิญ โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดซึ่งอาจทำร้ายตนเองซ้ำอีกครั้งเพลงพิณไม่ได้กลับไปเป็นอินฟลูเอนเซอร์ซึ่งขายภาพชีวิตสมบูรณ์แบบเหมือนในอดีตหลังเรียนจบ เธอกับมินตราร่วมกันเปิดบริษัทผลิตสื่อออนไลน์ขนาดเล็ก รับวางแผนประชาสัมพันธ์ให้ธุรกิจและผลิตเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยบนโลกดิจิทัล ช่องของเธออาจไม่ได้มีภาพสินค้าแบรนด์เนมหรือชีวิตหรูหราเหมือนเดิม แต่กลับมีผู้ติดตามมากขึ้น เพราะผู้ชมรู้สึกว่าได้เห็นตัวตนจริงๆ ของเพลงพิณเธอยังสวย มั่นใจ และปากไม่ยอมใครเพียงแต่ไม่ต้องสร้างภาพว่าตัวเองไม่เคยอ่อนแออีกแล้ว“พูดดีมาก”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นเมื่อเพลงพิณเดินลงจากเวทีคิรินยืนรออยู่พร้อมช่อดอกไม้ในมือ ร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนกับกางเกงสแลค ใบหน้าหล่อดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเมื่อหนึ่งปีก่อน แต
ตำรวจติดตามตัวเรนได้ในเช้าวันถัดมาเขาถูกจับกุมภายในห้องพักแห่งหนึ่งบริเวณชายแดน ก่อนจะเดินทางออกนอกประเทศ อุปกรณ์ซึ่งนำมาจากโกดังถูกยึดคืนเกือบทั้งหมด ทั้งโทรศัพท์ของเพลงพิณ คอมพิวเตอร์พกพา และหน่วยบันทึกข้อมูลจากกล้องภายในคอนโดแต่การจับกุมไม่ได้ทำให้ปัญหาจบลงเรนลบข้อมูลส่วนใหญ่จากอุปกรณ์ก่อนตำรวจเข้าถึงตัว ส่วนไฟล์ต้นฉบับถูกส่งไปจัดเก็บไว้ในบัญชีออนไลน์ซึ่งลงทะเบียนผ่านต่างประเทศที่อันตรายกว่านั้นคือระบบถูกตั้งเวลาให้เผยแพร่ไฟล์โดยอัตโนมัติหากไม่มีการเข้าไปยกเลิกภายในสิบสองชั่วโมง คลิปทั้งหมดจะถูกส่งไปยังเพจข่าว สื่อออนไลน์ และอีเมลของคนในมหาวิทยาลัยพร้อมกัน“เขาไม่ยอมบอกรหัสครับ”เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข่าวภายในห้องประชุมชั่วคราว คิริน เพลงพิณ ปั้น และทนายความนั่งอยู่รอบโต๊ะด้วยสีหน้าเคร่งเครียดบนหน้าจอขนาดใหญ่มีเวลานับถอยหลังปรากฏอยู่เหลืออีกเจ็ดชั่วโมงสิบแปดนาที“ผู้ให้บริการกำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ต่างประเทศ แต่ไม่รับประกันว่าจะระงับระบบทัน” เจ้าหน้าที่กล่าว “บัญชีถูกแบ่งสิทธิ์เข้าถึงไว้หลายชั้น เราจำเป็นต้องได้รหัสหรือข้อมูลกู้คืนจากผู้ต้องหา”“ให้ผมคุยกับมัน” คิรินบอก“
ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ชื่อของเพลงพิณก็ติดอันดับการค้นหาบนโลกออนไลน์เอกสารการโอนเงินจากบัญชีโครงการของคิรินถูกนำไปวางคู่กับภาพข้อตกลงส่วนตัว ทั้งสองอย่างถูกตัดมาเพียงบางส่วน จนดูเหมือนหญิงสาวได้รับเงินก้อนใหญ่หลังยอมมีความสัมพันธ์กับเขาคนร้ายยังเลือกเปิดเผยข้อความที่ทำให้ทุกอย่างยิ่งเลวร้ายเรื่องงานฉันเป็นคนสั่ง ส่วนเรื่องบนเตียง เธอลองมาสั่งฉันดูไม่มีข้อความก่อนหน้า ไม่มีเงื่อนไขการว่าจ้าง และไม่มีหลักฐานซึ่งแสดงว่าเงินทั้งหมดเป็นค่าพรีเซนเตอร์กับค่าผู้ช่วยเหลือเพียงภาพของทายาทมหาเศรษฐีโอนเงินให้นักศึกษาหญิงคนหนึ่ง พร้อมคำพูดเกี่ยวกับความสัมพันธ์บนเตียงความคิดเห็นนับหมื่นหลั่งไหลเข้ามาในทุกช่องทางของเพลงพิณที่แท้ชีวิตหรูก็ได้เงินจากผู้ชายนี่เองรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายมีคู่หมั้นยังเข้าไปยุ่งสร้างภาพว่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ที่จริงรับงานอีกแบบหรือเปล่าเงินหลักแสนขนาดนี้ ค่าตัวกี่คืนกันล่ะถ้อยคำบางข้อความหยาบคายจนเพลงพิณไม่สามารถอ่านต่อได้เธอปิดความคิดเห็น ลบแอปพลิเคชันออกจากโทรศัพท์ และพยายามไม่สนใจเสียงแจ้งเตือนซึ่งยังดังต่อเนื่อง แต่ข้อความเหล่านั้นกลับติดอยู่ในความคิดทุกส
กลิ่นยาฆ่าเชื้อภายในห้องฉุกเฉินทำให้เพลงพิณนึกถึงอุบัติเหตุในสนามแข่งครั้งนั้นเธอเคยกลัวว่าจะเสียคิรินไป แต่ความหวาดกลัวในคืนนี้กลับรุนแรงยิ่งกว่า เพราะก่อนถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาล ชายหนุ่มหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของเธอโดยมีเลือดเปรอะเต็มใบหน้าหลังเข้ารับการตรวจ แพทย์ยืนยันว่าคิรินมีแผลแตกบริเวณหน้าผาก ชายโครงฟกช้ำ และกล้ามเนื้อหัวไหล่อักเสบจากการถูกทำร้าย โชคดีที่ไม่พบเลือดออกภายในหรือกระดูกหักแม้ไม่มีอาการร้ายแรง เขายังต้องนอนสังเกตอาการทางสมองตลอดทั้งคืนเพลงพิณนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ยอมไปไหน มือของเธอจับมือเขาเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเพียงปล่อยออก ชายหนุ่มจะหายไปอีกครั้ง“ผมเป็นคนไข้นะ” คิรินพูดทั้งที่ยังหลับตา “จับแน่นขนาดนี้จะให้มือหักเพิ่มหรือไง”หญิงสาวรีบคลายมือ “ฉันนึกว่านายหลับ”“จะหลับได้ยังไง มีคนเอาแต่มองแล้วก็ร้องไห้อยู่ข้างๆ”“ฉันไม่ได้ร้อง”คิรินลืมตาและมองดวงตาบวมแดงของเธอ “โกหกไม่เก่งเลย”“ถ้านายไม่อยากเห็น ฉันกลับก็ได้”เพลงพิณทำท่าจะลุก แต่คนเจ็บกลับรั้งมือเอาไว้ทันที“ฉันยังไม่ได้ไล่”“นายบอกว่าฉันรบกวน”“บอกตอนไหน”“ก็นาย—”“อยู่เถอะ”คำขอสั้นๆ ทำให้เธอยอมนั่งกลับลงไป