LOGIN“ขิมผ่านเข้ารอบสุดท้ายแล้วค่ะพ่อ รายการเพิ่งประกาศวันนี้ แต่อีกสองอาทิตย์ถึงจะออนแอร์ ขิมรู้ปุ๊บก็รีบกลับมาหาพ่อกับน้ารสทันทีเลย ดีใจกับขิมไหมคะ”
“ดีใจสิลูก ขิมเก่งมากลูก” อยุทธกอดลูกสาวแน่นด้วยความดีใจสุดจะบรรยาย เขารู้ดีว่าภัคธีมารักการร้องเพลงมากแค่ไหน พรสวรรค์นี้ลูกสาวของเขาได้มาจากภรรยาที่เสียไปแล้ว ซึ่งถ้าหทัยรัตน์ได้รู้ เธอจะต้องภูมิใจในตัวนางฟ้าตัวน้อย ที่ตอนนี้โตเป็นสาวเต็มตัวมากแน่ๆ
“แต่ว่าพ่อกับน้ารสคงต้องทนคิดถึงขิมหน่อยนะคะ เพราะเวลาเข้าเก็บตัวช่วงที่แข่งขัน ทางรายการจะไม่ให้ติดต่อสื่อสารกับคนภายนอกเด็ดขาด ไม่เว้นแม้แต่คนในครอบครัว ขิมก็เลยอยากมาขอกำลังใจจากพ่อกับน้ารสก่อน”
“ไม่เป็นไรลูก พ่อกับน้ารสจะไปเชียร์หนูทุกสัปดาห์ เราคงได้เจอกันที่นั่น แม้จะไม่นานแต่ก็น่าจะชดเชยความคิดถึงได้”
“ขอให้ขิมประสบความสำเร็จในการแข่งขันสมดังหวังนะลูก” มธุรสกล่าวอวยพรพลางยิ้มอย่างภาคภูมิใจในตัวหลานสาวที่ตัวเองเลี้ยงดูมาตั้งแต่เยาว์วัย
“ขอบคุณค่ะน้ารส ขิมรักพ่อกับน้ารสนะคะ” เสียงหวานเอ่ยอย่างอ้อนๆ ก่อนจะซุกเข้าหาอกพ่ออีกครั้ง จากนั้นทั้งสามคนก็เดินตามกันเข้าบ้านด้วยความรู้สึกอันอบอวลไปด้วยความรัก
บรรยากาศในไร่หทัยรัตน์ยามกลางคืนเต็มไปด้วยความเงียบสงบ อากาศเย็นสบายชุ่มฉ่ำ เพราะมีหยาดพิรุณโปรยปรายลงมากระทบหลังคาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ราวกับจะขับกล่อมคนที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านให้นอนหลับสบาย
ร่างบางซึ่งอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นแบบสบายๆ นำผ้าขนหนูไปพาดไว้บนราวตากผ้า หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะพาตัวเองไปยังเตียงนอนที่ไม่ได้ใช้มันมานานกว่าสามเดือน เรียวปากอิ่มสวยได้รูปคลี่ยิ้มบางๆ ขณะกวาดสายตามองห้องนอน ภายในตกแต่งด้วยโทนฟ้าซึ่งเป็นสีโปรดของเธอ เตียงนอนเป็นเตียงสี่เสามีมุ้งสีขาวสะอาดตาทำเป็นกระโจมอย่างน่านอน ซึ่งมันควรจะเป็นเช่นนั้นหากว่าตอนนี้จะไม่มีอะไรบางอย่างติดค้างอยู่ในใจ
รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าเมื่อความแง่งอนน้อยใจแล่นเข้ามากระทบความรู้สึก เธอโทร.หาธาวินตั้งแต่มาถึง แต่เขาก็ไม่รับสายแถมยังไม่โทร.กลับ ภัคธีมานั่งลงบนเตียง มือบางควานไปหาโทรศัพท์ กดโทร.ออกหาหมายเลขคนสำคัญอีกครั้ง ก่อนจะยกขึ้นแนบหูอย่างรอคอยให้มีคนรับสาย แต่สุดท้ายก็ต้องค่อยๆ ลดมือลงแล้วกดวางด้วยความผิดหวัง
“ทำไมพี่วินไม่รับสายนะ” เสียงหวานบ่นพึมพำกับตัวเอง
“โทร.หาใครจ๊ะหลานสาวคนสวยของน้า” มธุรสที่ผลักประตูเข้ามาพอดีเอ่ยถามเสียงนุ่มเจือไว้ด้วยความอบอุ่น เมื่อเห็นหลานสาวทำหน้ามุ่ยๆ
“โทร.หาพี่วินค่ะน้ารส แต่พี่วินไม่รับสายขิมเลย”
“คุณวินคงยุ่งอยู่มั้งจ๊ะ”
“ยุ่งทั้งวันเลยเหรอคะน้ารส นี่ก็ค่ำแล้วนะคะ น่าจะไม่ต้องทำงานอะไรแล้ว หรือว่ากลางคืนก็ยังต้องทำงาน”
“น่าจะอย่างนั้นจ้ะ คุณวินคงยุ่ง น้าได้ยินว่าไร่เดชาธรกำลังจะมีงานใหญ่”
“อย่างงั้นเหรอคะ ถึงว่าสิคะช่วงเดือนนี้พี่วินไม่ค่อยโทร.หาขิม”
มือของผู้เป็นน้ายื่นมาไล้ผมนุ่มสลวยของหลานสาวเบาๆ ตามองอย่างอ่อนโยนเจือไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่าง ซึ่งภัคธีมากลับมองไม่เห็นความผิดปกติบนสายตาคู่นั้นเลย ด้วยเพราะกำลังหมกมุ่นและเคืองขุ่นกับความคิดเช่นนั้นของตัวเอง
“แล้วนี่ถ้าเข้าประกวด เรื่องเรียนจะเอายังไง” มธุรสชวนหลานสาวคุยเรื่องอื่นแทนเรื่องของธาวิน และค่อนข้างโล่งอกที่หลานสาวไม่ได้ซักไซ้ว่างานใหญ่ที่ว่านั่นคืองานอะไร
“ขิมคงต้องดรอปเรียนค่ะ และอาจจะต้องคืนหอพัก เพราะเสียดายค่าเช่า อีกอย่างไม่รู้ว่าหลังประกวดเสร็จแล้ว ชีวิตขิมจะเป็นยังไงต่อ”
“น้าเชื่อว่าขิมจะต้องได้เป็นนักร้องและได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักตามที่ขิมฝันเอาไว้ หลานสาวของน้าเก่งอยู่แล้ว แต่น้าว่าขิมไปพักผ่อนก่อนดีกว่านะ เดี๋ยวตอนเช้าน้าจะทำของกินอร่อยๆ ไว้รอ”
“ขิมรักน้ารสที่สุดเลย งั้นขิมขอตัวนอนพักก่อนนะคะ ฝันดีค่ะน้ารส ฝากบอกพ่อด้วยนะคะ” ภัคธีมายื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มน้าสาวฟอดใหญ่ ก่อนจะยิ้มให้และกล่าวราตรีสวัสดิ์
“ฝันดีจ้ะหลานสาวคนสวยของน้า นอนซะนะ พรุ่งนี้ตื่นมาจะได้สดชื่น เดี๋ยวน้าจะบอกพ่อให้”
“ค่ะน้ารส” เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มให้น้า เสียงถอนหายใจเบาๆ ดังขึ้นอีกรอบ เมื่อมธุรสออกไปจากห้องของเธอแล้ว
ร่างบางล้มตัวลงนอน ไม่นานตาคู่สวยก็ค่อยๆ ปิดลง ภาพความทรงจำอันหวานซึ้งดุจม่านสีกุหลาบระหว่างเธอและธาวินผุดพรายขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก มันเป็นดั่งต้นไม้ที่ค่อยๆ เจริญเติบโตจนกระทั่งถึงวัยผลิบาน ธาวินสารภาพว่าชอบเธอในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ภัคธีมาจำได้ว่าตอนนั้นเธอกำลังจะขึ้นม.6 ส่วนธาวินนั้นเรียนปริญญาตรีอยู่ที่กรุงเทพฯ หลังจากจบมัธยมเธอเองก็สอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับธาวิน และเธอกับธาวินก็เปลี่ยนสถานะของความผูกพันกลายเป็นคนรักตั้งแต่ตอนนั้น ธาวินดูแลเธออย่างดี กระทั่งเขาเรียนจบและไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ ทำให้เธอกับเขาต้องห่างกันไกลๆ เป็นครั้งแรก แต่ก็ยังติดต่อกันอยู่อย่างสม่ำเสมอ เป็นอยู่อย่างนั้นเรื่อยมาจนเขาเรียนจบกลับมาเมื่อสามเดือนที่แล้ว วันนั้นเธอไปรับเขาที่สนามบินสุวรรณภูมิ อ้อมกอดและสายตาของเขาที่มองเธอยังคงอบอุ่นและเต็มไปด้วยความอ่อนโยนเช่นเดิม น่าเสียดายที่มีเวลาน้อยไปหน่อย เพราะเขาต้องต่อเครื่องไปเชียงใหม่ และเธอเองก็ต้องเตรียมตัวสำหรับการออดิชันประกวดร้องเพลงรอบแรกที่จะมีในวันรุ่งขึ้น และยังติดภารกิจเรื่องเรียน ทำให้เธอกับธาวินต้องห่างกันไปโดยปริยายอีกครั้ง แต่เขาก็ยังโทร.มาหาเธออยู่เป็นประจำ มาห่างไปในระยะสี่ห้าสัปดาห์หลังนี่เอง...
“เพราะจัง ร้องเพลงกล่อมลูกและร้องให้ผัวด้วยใช่ไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถามหลังจากเสียงเพลงสุดไพเราะนั้นเงียบลง แม้เนื้อร้องจะเป็นภาษาอีสานแต่เขาก็ฟังออก“ขี้ตู่ค่ะ ขิมร้องกล่อมลูกต่างหาก”“ผมชอบนะ ชอบความหมายของมัน เพลงนี้ได้มาจากไหนเหรอ ทำไมผมไม่เคยได้ยิน”“เพลงนี้เป็นเพลงที่ดังมากนะคะ คนงานในไร่ก็ฟังประจำ แต่คุณอาจไม่เคยได้ยิน วันก่อนขิมเห็นคลิปในยูทูป มีผู้หญิงคนหนึ่งร้องเพลงนี้กล่อมลูกน่ะค่ะ เนื้อร้องสวยงามและมีความหมายดีมาก ขิมก็เลยเอามาร้องกล่อมตาวินบ้าง”“ตาวินคงชอบ ดูสิหลับปุ๋ยเลย” ศาสตราว่าพลางโน้มหน้าลงใกล้ๆ ลูกและใช้นิ้วเขี่ยแก้มแดงนั้นด้วยสัมผัสอันสุดอ่อนโยนทะนุถนอม หน้าของลูกเขาละม้ายคล้ายเขากับภัคธีมามาก แต่ที่คล้ายที่สุดก็คือคล้ายคนเป็นอาผู้ล่วงลับ ทำให้คนในครอบครัวของเขายิ่งเชื่อว่า ธาวินมาเกิดใหม่เป็นลูกของเขาจริงๆ“คุณกินอะไรมาหรือยังคะ หิวไหมขิมจะได้หาอะไรให้กิน”“ยังไม่ได้กินอะไร หิว...อยากกินขิม” ตาเข้มพราวระยับขณะเงยหน้าขึ้นมองเรียวปากนุ่มสีชมพูระเรื่ออย่างมีความหมาย“กินตะกละแบบนี้ เดี๋ยวก็มีลูกหัวปีท้ายปีหรอกค่ะ” เสียงหวานว่าอุบอิบเพราะสามีเรียกร้องบ่อยเหลือเกิน แต่เธ
“โกรธผมเหรอ ไม่ดีใจเหรอที่เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน ทำไมไม่ยิ้มเลย” “ดีใจค่ะ แค่เจ็บใจที่เสียรู้คนเจ้าเล่ห์” “บอกแล้วไงว่าที่ทำไปทุกอย่างก็เพราะรักและอยากให้เราสองคนได้อยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยาตลอดไป” “แล้วหลังจากนี้จะมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรกับขิมอีกหรือเปล่าคะ” “อาจจะ แต่จะเอาไว้ใช้เฉพาะเวลาที่คุณงอนหรือโกรธผมมากๆ แล้วผมง้อไม่สำเร็จ” “คุณนี่นะ...” ภัคธีมามองค้อนแต่ก็ไม่ได้โกรธอะไรจริงจัง หลังจากผ่านความสงสัยมาได้ ตอนนี้ความรู้สึกตื้นตันของการได้เป็นแม่มันกำลังเอ่อล้นขึ้นมาเต็มหัวใจ ลูกของเธอน่าจะเกิดไล่ๆ กับลูกของจันทริกา และลูกๆ ก็น่าจะเป็นเพื่อนกันเหมือนรุ่นพ่อรุ่นแม่อีกเจ็ดเดือนต่อมา...เด็กชายหน้าตาน่ารักน่าชังอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นแม่ ปากเล็กๆ ของทายาทหมื่นล้านกำลังดูดนมอุ่นๆ จากอกมารดาจนอิ่ม ก่อนจะหลับปุ๋ยอย่างมีความสุข โดยมีพ่อกับย่านั่งมองภาพนั้นด้วยสายตาอ่อนโยน เด็กน้อยมีชื่อจริงว่า ‘มาวิน’ และชื่อเล่นว่า ‘วิน’ โดยแม่เลี้ยงแสงหล้าเป็นคนตั้งให้ เพราะภัคธีมาเคยเล่าให้ฟังว่าเธอฝันถึงธาวินก่อนจะทราบว่าตัวเองตั้งท้องในเช้าต่อมา ศาสตราและภัคธีมาเ
ร่างสูงลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างดีใจจนออกนอกหน้า เมื่อหมอเจ้าของไข้ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเข้ามาบอกว่า อาการของเขาไม่มีอะไรน่าวิตก และอนุญาตให้กลับบ้านได้ ตาคมจ้องใบหน้าหวานๆ ของคนที่กำลังช่วยติดกระดุมเสื้อให้อย่างรักใคร่สุดหัวใจ พลางคิดว่าวันนี้ตัวเองจะเกงานแล้วนอนกอดเมียอยู่ที่บ้านทั้งวัน ซึ่งหวังว่าภัคธีมาจะยอมตามใจเขา“มองอะไรคะ” เสียงหวานเอ่ยถามเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าสามีจ้องมองอย่างไม่วางตา“มองเมียน่ะสิ อิจฉาตัวเองสุดๆ เพราะตอนนี้คงไม่มีใครมีความสุขเท่าผม”“มีสิคะ ก็ขิมไง”“งั้นขอดูหน้าคนมีความสุขชัดๆ หน่อยซิ”มือใหญ่เอื้อมไปเชยคางมนขึ้น สบประสานสายตากันอย่างหวานซึ้ง ก่อนที่เรียวปากหยักจะค่อยๆ โน้มต่ำลงมาเพื่อหวังจะประกบจูบปากนุ่มๆ ให้สมรัก ทว่าภัคธีมากลับเบี่ยงหน้าหลบ ปากและจมูกโด่งจึงพลาดไปโดนแก้มแทน“ไม่เอาค่ะ...เดี๋ยวมีคนเข้ามาเห็น”“เมียใครนะหวงตัวจริง คอยดูนะถึงบ้านเมื่อไหร่จะจับฟัดให้สมกับที่ปล่อยให้อด”“แน่ใจนะคะว่าแข็งแรงดีแล้ว”“เอาไว้พิสูจน์กันตอนกลับถึงบ้านนะที่รัก แล้วคุณจะรู้ว่าผมทั้ง ‘แข็ง’ ทั้ง ‘แรง’ ดีมากเชียวละ” เขากระซิบหยอกเย้าและเคลียจมูกไปตามแก้มใส“เมื่อคื
“จำได้สิคะ จำมาตลอดเพราะเหตุการณ์วันนั้นมันคือจุดเริ่มต้นของความรักที่ขิมมีให้พี่วิน”“แล้วถ้าคนที่ปลอบคุณวันนั้นเป็นผมล่ะ มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่คุณมีต่อผมหรือเปล่า”“หมายความว่ายังไงเหรอคะ”“ทั้งวันนั้นและวันที่รุ้งรวียิงคุณ ผมกับไอ้วินล้วนแต่ใจตรงกัน คืออยากเข้าไปปลอบและปกป้องคุณ แต่ไอ้วินมันไวกว่าผม ผมจึงได้แต่เฝ้ามองอยู่เงียบๆ”“ขิมนึกว่าคุณรังเกียจขิมที่ขิมเป็นเพียงลูกสาวของลูกจ้างเสียอีก”“เปล่าเลย ไม่เคยเกลียดหรือรังเกียจ เพียงแต่รู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์รัก จึงต้องทำตัวให้คุณเกลียด แต่ถึงขนาดนั้นผมก็ไม่เคยรักใครได้เลย ได้แต่แอบรักแฟนน้องและเฝ้ามองอย่างคนไม่มีสิทธิ์ คุณพูดถูกว่าผมเลว ตอนที่ไอ้วินมันนอกใจคุณ ผมก็เลือกที่จะเฉย ไม่เอ่ยเตือนสติน้อง ทั้งที่ผมรู้ดีว่าคุณต้องเสียใจมาก แต่ให้ตายเถอะขิม ผมแม่งดีใจแทบบ้า เลยต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครองคุณ แม้ไม่รู้ว่าจะเอาชนะใจคุณได้หรือเปล่าก็ตาม ขอโทษที่เห็นแก่ตัวจนทำลายความฝันของคุณ แต่ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะรักและอยากดูแล รวมทั้งอยากเก็บคุณไว้ชื่นชมคนเดียวด้วย”“แล้วทำไมไม่บอกขิมดีๆ แต่แรกล่ะคะ”“ก็พยายามจะบอกหลายครั้ง แต่คุ
“ถ้าผมต่อยปากหมอปากหมาจะเสียค่าปรับเท่าไหร่ครับ” ศาสตราตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าข่มขู่และเอาเรื่องเต็มที่ จนปราณต์ต้องยักไหล่และหัวเราะเบาๆ“ผมพูดความจริงครับพ่อเลี้ยง อย่าเพิ่งมีอาการหมัดหรือตีนลั่นแทรกซ้อน ไม่งั้นผมอาจจะส่งเข้าไปตรวจสุขภาพจิตด้วย”“แกรู้ป่ะปราณต์ว่าแกควรไปเป็นหมอเกาหลีและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ‘จอมวอนตีน’”“เป็นชื่อที่เพราะดี ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับพ่อเลี้ยงศาสตรา แต่คนที่คู่ควรกับชื่อนี้คือแกมากกว่าว่ะ” หมอกับคนไข้สัพยอกกันไปมาราวกับเรื่องเจ็บไม่ใช่เรื่องใหญ่แล้วในตอนนี้ ทว่าภัคธีมายังรู้สึกเป็นกังวล“เอ่อ...หมอปราณต์คะ ถ้าขิมจะขอให้พ่อเลี้ยงแอดมิทสักคืนจะได้ไหมคะ” เสียงหวานเอ่ยแทรกขัดการหยอกเย้าระหว่างเพื่อนสนิทสองคน“ถ้าคุณขิมไม่สบายใจ อยากจะให้ไอ้กริชมันแอดมิทเพื่อดูอาการสักคืนก็ได้นะครับ” ปราณต์หันไปตอบภรรยาของเพื่อน แต่น้ำเสียงเวลาที่พูดฟังดูเป็นการเป็นงานและสุภาพราวกับเป็นคนละคนกับที่พูดกับศาสตรา“ถ้าอย่างนั้นขิมขอแอดมิทนะคะ”“ได้ครับ”“ไม่นะขิม ผมไม่อยากนอนโรงพยาบาล” ศาสตรารีบขัดเมื่อภรรยากับเพื่อนของเขาที่เป็นหมอตกลงกันเสร็จสรรพแบบไม่ถามเขาเลย“นอนเถอะนะค
ศาสตราจูงมือเล็กไปนั่งที่เนินหญ้าเตี้ยๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมลำธาร โดยมีร่างใหญ่นั่งลงแนบข้าง และอ้อมแขนของเขาก็ตวัดกอดร่างบางไปแนบชิด“แน่ใจเหรอคะว่าจะไม่มีใคร”“แน่ใจสิ”“ขิมหิวข้าวนะคะ”“แต่ผมหิวคุณ ตามใจผมนะที่รัก เสร็จแล้วเดี๋ยวจะพากลับไปกินข้าว” เสียงทุ้มกระซิบเว้าวอน ก่อนจะทาบริมฝีปากลงประกบปากสีหวานแล้วบดจูบอย่างเร่าร้อนหิวกระหาย ราวกับไม่ได้จูบเธอมาเป็นแรมเดือน ทั้งๆ ที่เมื่อคืนเขาจูบเธอแทบจะทั้งคืน แต่กระนั้นภัคธีมาก็ต้านทานความปรารถนาของเขาและของตัวเองไม่ได้ สุดท้ายน้ำพริกหนุ่มของจันทริกาจึงถูกวางไว้ที่หลังรถตลอดบ่าย เพราะเจ้าของไร่กับภรรยาสาวอิ่มเอมด้วยรสเสน่หาจนไม่มีใครหิวข้าวเมื่อคืนนี้งานแต่งงานของจันทริกากับรังสิมันต์ผ่านไปอย่างอบอุ่นและหวานชื่น ภัคธีมารู้สึกดีใจกับน้องสาวผู้น่ารักอย่างจันทริกามาก ที่นับแต่จากนี้ไปจะมีดวงตะวันอันแสนอบอุ่นคอยปกป้องดูแล เพราะจันทริกาเป็นน้องสาวที่มีชะตากรรมชีวิตน่าสงสารมาก ในงานเธอยังได้มีโอกาสเจอกับธรินดาน้องสาวที่สนิทกันมากอีกคนในตอนเรียนมัธยม นอกจากนั้นยังได้พบกับนัสรินภรรยาของหมอปราณต์ที่เคยมาบ้านเดชาธรแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นยังไม่มีโอ







