Masukเธอเป็นลูกคุณหนู ที่เอาแต่ใจ เขาเป็นวิศวะกรคุมงานที่ดิบเถื่อนและเคร่งในกฏระเบียบ จะเกิดอะไรขึ้นหากเธอคิดจะยั่วโมโหให้เขาโกรธ "นี่เป็นแค่การเตือน..คราวหน้า ถ้าคุณยังกล้ามาอวดดีกับผมอีก ผมจะไม่หยุดแค่จูบแน่ และต่อให้พ่อคุณเอาปื นมาจ่อหัวผมก็จะ....คุณให้จนไม่มีเสียงจะร้องเรียกหาพ่อเลย คอยดู"
Lihat lebih banyakเสียงรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมคู่สวยกระทบกับพื้นหินอ่อนขัดมันในคฤหาสน์หลังใหญ่ดังก้องไปทั่วบริเวณ ‘อิงดาว’ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี เจ้าของใบหน้าสวยเฉี่ยว ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีพีช และดวงตากลมโตที่แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจ กำลังก้าวเดินอย่างมาดมั่นไปยังตู้คันหรูที่จอดเทียบรออยู่หน้าประตู
เธอคือลูกสาวคนเดียวของ ‘เสี่ยดำรง’ เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับแนวหน้าของประเทศ เธอเติบโตมาบนกองเงินกองทอง ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมราวกับไข่ในหิน ไม่เคยต้องหยิบจับอะไรที่หนักเกินกว่ากระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ชีวิตของเธอรายล้อมไปด้วยสังคมไฮโซ งานปาร์ตี้ และชายหนุ่มหน้าตาดีที่ประโคมฉีดน้ำหอมราคาแพง คอยมาเอาอกเอาใจเธอสารพัด
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้ภาพลักษณ์คุณหนูผู้แสนบอบบางและหรูหรานั้น อิงดาวกลับรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตไร้สาระแบบนี้ อย่างรุนแรง
เธอเบื่อผู้ชายผิวขาวจัดที่สำอางเกินเหตุ เบื่อคำหวานหูที่ปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อหวังผลประโยชน์ เบื่อความสมบูรณ์แบบที่ไร้ชีวิตชีวา ลึกๆ ในใจที่ปกปิดไว้อิงดาวโหยหาความดิบเถื่อน และรสชาติของชีวิตที่แท้จริงที่ไม่ต้องปรุงแต่งด้วยความประดิษฐ์ประดอย
"วันนี้จะตามป๊าไปจริงๆ เหรอลูกหน้างานมันร้อนนะ ฝุ่นก็เยอะ เดี๋ยวผิวสวยๆ ก็เสียหมดหรอก" เสี่ยดำรงเอ่ยถามลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนขณะที่ทั้งคู่นั่งอยู่เบาะหลังของรถตู้สีดำคันใหญ่ ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังไซต์งานก่อสร้าง โรงแรมหรูย่านชานเมือง
"ดาวเบื่ออยู่บ้านนี่คะป๊า ไปเดินเล่นที่ห้างก็เบื่อแล้ว ดาวอยากไปดูว่าบริษัทของป๊าทำงานกันยังไงบ้าง"
อิงดาวตอบพลางคล้องแขนบิดาอย่างออดอ้อน วันนี้เธอตั้งใจแต่งตัวด้วยเสื้อสายเดี่ยวสีขาวรัดรูปที่อวดทรวดทรงองค์เอวคอดกิ่ว ทับด้วยเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ที่ปลดกระดุมออกจนหมด และกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดที่โชว์เรียวขาขาวเนียน มันเป็นชุดที่ดูขัดกับสถานที่ก่อสร้างอย่างสิ้นเชิง
"ตามใจเราแล้วกัน แต่ไปถึงก็รอป๊าอยู่ในออฟฟิศสนามนะ อย่าออกไปเดินเพ่นพ่าน ข้างนอกมันอันตราย รถแม็คโคร รถเครนวิ่งกันให้วุ่น แล้วอีกอย่าง วิศวกรคุมงานคนใหม่ของป๊าเจ้านี้มันดุซะด้วย ป๊ายังไม่อยากปวดหัว" เสี่ยดำรงหัวเราะในลำคอ เมื่อนึกถึงลูกน้องคนเก่งที่เพิ่งดึงตัวมาร่วมงานได้ไม่นาน
"ดุเหรอคะ ระดับป๊ายังต้องเกรงใจลูกน้องอีกเหรอ" อิงดาวเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ
"ไอ้ดินแดนมันเป็นคนเก่ง ทำงานเนี้ยบ เฉียบขาด แต่นิสัยมันห่าม ไม่ไว้หน้าใคร ป๊าจ้างมันมาคุมงาน ไม่ได้จ้างมาเป็นคนรับใช้ มันเลยไม่สนหรอกว่าใครเป็นใคร สนแค่งานต้องเสร็จตามเป้าเท่านั้น"
ชื่อ ‘ดินแดน’ สะดุดหูอิงดาวอย่างประหลาด แต่เธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก จนกระทั่งรถตู้คันหรูแล่นเข้ามาจอดในบริเวณไซต์งานก่อสร้างขนาดมหึมา
ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ไอร้อนระอุของแดดประเทศไทยก็ปะทะเข้ากับใบหน้าสวย ฝุ่น ควันท่อไอเสีย กลิ่นสนิมเหล็ก และกลิ่นปูนซีเมนต์ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ เสียงเครื่องจักรทำงานดังกึกก้องจนต้องตะโกนคุยกัน
เสี่ยดำรงพาอิงดาวไปทิ้งไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกดัดแปลงเป็นออฟฟิศชั่วคราว แม้จะมีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ แต่การต้องนั่งดูแปลนกระดาษและมองออกไปนอกหน้าต่างมัวๆ ก็ทำให้อิงดาวเบื่อหน่ายได้ในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที
เมื่อความเบื่อพุ่งทะลุขีดจำกัด ร่างบางจึงตัดสินใจลุกขึ้น คว้าแว่นกันแดดสีดำอันใหญ่มาสวม แล้วผลักประตูออฟฟิศออกไปเผชิญกับโลกภายนอก ความร้อนแผดเผาผิวขาวจัดจนเริ่มขึ้นสีระเรื่อ อิงดาวยกมือขึ้นบังแดด ส้นรองเท้าของเธอย่ำลงบนพื้นดินลูกรังที่ไม่สม่ำเสมอ เธอเดินลัดเลาะไปตามแนวรั้วสังกะสี ดวงตาคู่สวยกวาดมองกลุ่มคนงานที่กำลังผูกเหล็กและเทปูนด้วยความสนใจ
และในตอนนั้นเอง สายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนนั่งร้านเหล็กชั้นสอง เขาไม่ใช่คนงานทั่วไป อิงดาวดูออกได้ทันทีจากท่าทางการยืนสั่งการที่เต็มไปด้วยอำนาจ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำ สวมกางเกงยีนส์สีเข้มที่เปื้อนคราบฝุ่นและรอยน้ำมัน เสื้อยืดสีเทาหม่นที่เขาสวมใส่นั้นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบลู่ไปกับมัดกล้ามเนื้อหน้าอกและแผ่นหลังที่หนาแน่น เขาสวมหมวกเซฟตี้สีขาว มือหนาถือวิทยุสื่อสารพร้อมกับตะโกนสั่งการเครนที่กำลังยกแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและดุดัน
"เฮ้ย! ดึงสลิงให้มันตึงหน่อย! อยากให้มันหล่นลงมาทับตายหรือไงวะ!"
เสียงตะโกนนั้นไม่ได้ทำให้คนงานโกรธ แต่กลับรีบทำตามคำสั่งอย่างกระตือรือร้น
อิงดาวหยุดชะงักราวกับถูกมนต์สะกด เธอจ้องมองชายตรงหน้าตาไม่กะพริบ แสงแดดที่ส่องกระทบใบหน้าคร้ามแดดของเขา เผยให้เห็นสันกรามคมกริบ ไรหนวดเขียวครึ้มที่ไม่ได้โกนมาหลายวัน ผิวสีแทนของเขาชื้นไปด้วยเหงื่อที่ไหลหยดจากขมับลงมาตามลำคอแกร่ง กลิ่นอายของความเป็นชายชาตรีที่แสนจะดิบเถื่อนแผ่กระจายออกมารอบตัวเขาจนเธอสัมผัสได้แม้จะยืนอยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร
มันคือความสมบูรณ์แบบในแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่มีความสำอาง ไม่มีคำพูดประดิษฐ์ประดอย มีเพียงความแข็งกร้าวและทรงพลังที่ทำให้หัวใจของอิงดาวเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ราวกับรู้ตัวว่าถูกจ้องมอง ชายหนุ่มบนนั่งร้านหันขวับลงมามองเบื้องล่าง คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันอยู่แล้วยิ่งขมวดมุ่นหนักขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวร่างบางในชุดล่อแหลมยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ในเขตอันตราย เขาพูดอะไรบางอย่างใส่วิทยุสื่อสาร ก่อนจะกระโดดลงจากนั่งร้านเหล็กที่สูงกว่าสองเมตรลงมาสู่พื้นดินอย่างคล่องแคล่ว แล้วก้าวยาวๆ ตรงดิ่งมาหาเธอ
ยิ่งเขาเดินเข้ามาใกล้ อิงดาวก็ยิ่งรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล ร่างสูงใหญ่ของเขาทาบทับร่างของเธอจนมิด กลิ่นเหงื่อที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ โชยมาแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพง แต่มันกลับทำให้กระแสเลือดในกายของเธอสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง
"เข้ามาทำไมตรงนี้" น้ำเสียงทุ้มห้าวเอ่ยถามห้วนๆ ไม่มีหางเสียง ไม่มีความสุภาพเจือปนแม้แต่น้อย
อิงดาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับเขา ดวงตาคมกริบสีนิลใต้หมวกเซฟตี้นั้นดุดันและเย็นชาจนน่าขนลุก
"ฉัน...ฉันมาเดินดูงาน"
"เดินดูงาน?" เขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธออย่างประเมินและไร้ซึ่งความเกรงใจ
"แต่งตัวแบบนี้ สวมรองเท้าส้นสูงแบบนี้ มาเดินในเขตอันตรายที่ของหนักเป็นตันๆ ลอยข้ามหัวไปมาเนี่ยนะ สมองคิดอะไรอยู่ หรือที่บ้านไม่มีใครสอนเรื่องกฎความปลอดภัย?"
อิงดาวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาหยาบคายกับเธอขนาดนี้มาก่อน
"นี่คุณ! คุณรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร"
"ฉันไม่สนว่าเธอจะเป็นลูกใคร เมียใคร หรือเด็กเสี่ยที่ไหน" ดินแดนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเฉียบขาดและไม่มีความลังเล
"ที่นี่คือไซต์งานก่อสร้าง ไม่ใช่รันเวย์เดินแบบ หรือสนามเด็กเล่นของพวกลูกคุณหนู ถ้าไม่มีหมวกเซฟตี้ ไม่มีรองเท้าเซฟตี้ ก็ไสหัวออกไปให้พ้นหน้างานของฉันเดี๋ยวนี้ ก่อนที่เธอจะตายโหงแล้วทำให้งานของฉันสะดุด!"
คำต่อว่าที่ไม่ไว้หน้านั้นทำให้อิงดาวหน้าชาปนร้อนผ่าว ความโกรธตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย เธอเป็นถึงลูกสาวเจ้าของบริษัทที่จ่ายเงินเดือนให้เขาเชียวนะ! แต่สิ่งที่สะกิดใจเธอมากที่สุดกลับไม่ใช่ความโกรธ
มันคือสายตาของเขา สายตาที่มองเธอราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุที่น่ารำคาญ ไม่มีร่องรอยของความหลงใหล ไม่มีแววตาหื่นกระหายเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ ที่เคยมองเธอเวลาเธอแต่งตัวเซ็กซี่แบบนี้ เขาไม่สนใจหน้าอกที่ดันชิด หรือเรียวขาที่เปิดเผยของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
"คุณไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉัน!" อิงดาวเถียงกลับ เสียงสั่นเล็กน้อยด้วยอารมณ์ที่ผสมปนเปกัน ทั้งโกรธ ทั้งอับอาย และตื่นเต้น
"ฉันเป็นวิศวกรคุมไซส์งานนี้ ฉันมีสิทธิ์ขาดทุกอย่างที่จะไล่ใครก็ตามที่เป็นตัวถ่วงความปลอดภัยออกไป"
ดินแดนขยับเข้าไปใกล้อีกก้าว จนปลายรองเท้าบูทหนังเปื้อนโคลนของเขาแทบจะชนกับปลายรองเท้าส้นสูงของเธอ อิงดาวต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อถูกคุกคามด้วยความสูงและกลิ่นอายบุรุษเพศที่เข้มข้น
"มาทางไหนกลับไปทางนั้นซะ ยัยคุณหนู ก่อนที่ฉันจะให้รปภ.มาหิ้วปีกเธอออกไป"
พูดจบ ดินแดนก็หันหลังกลับ ไม่แม้แต่จะรอฟังคำตอบหรือสนใจเสียงกระทืบเท้าด้วยความขัดใจของเธอ เขาสาวเท้ากลับไปที่หน้างาน ตะโกนสั่งงานลูกน้องต่อราวกับว่าเธอเป็นเพียงเศษฝุ่นที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
อิงดาวยืนกำหมัดแน่นอยู่กับที่ ใบหน้าสวยแดงก่ำ ลมหายใจหอบถี่ เธอจ้องมองแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มเหงื่อของวิศวกรหนุ่มที่ชื่อดินแดนอย่างไม่วางตา
ความรู้สึกโกรธเคืองที่ถูกหยามเกียรติกำลังหลอมรวมเข้ากับความปรารถนาที่ถูกจุดประกายขึ้นอย่างรุนแรง เธอไม่เคยถูกใครปฏิเสธ ไม่เคยถูกใครมองข้าม ผู้ชายคนนี้กล้าดีอย่างไรมาทำเหมือนเธอไม่มีค่า?
ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบลิปสติกสีพีชค่อยๆ คลี่ยิ้มออกช้าๆ รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความท้าทายและอันตราย
"ดินแดน.." เธอครางชื่อเขาเบาๆ ในลำคอ ดวงตาเป็นประกายวาววับ
"คุณหาว่าฉันเป็นตัวถ่วงงั้นเหรอ ได้! แล้วเราจะ
ได้เห็นดีกัน ว่าคนอย่างอิงดาว จะทำให้วิศวกรหน้าตายอย่างคุณ... คลั่งตายได้ไหม"
แสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องทะลุสายหมอกหนาทึบที่ลอยละล่องอยู่เหนือยอดดอย อุณหภูมิยามเช้าตรู่ยังคงหนาวเหน็บจนต้องพรูลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาว แต่ภายในเต็นท์แคนวาสหลังใหญ่กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากร่ายกายของคนสองคนที่เพิ่งผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนเร้าร้อนมาด้วยกันอิงดาวขยับตัวซุกเข้าหาแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าอย่างเกียจคร้าน เปลือกตาคู่สวยค่อยๆ ปรือขึ้นรับแสงอ่อนๆที่สาดสองเข้ามา สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้คือวงแขนแกร่งที่กอดรัดเอวเธอไว้แน่น และกลิ่นหอมของกาแฟดริปที่ลอยแตะจมูกหญิงสาวเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าคร้ามแดดของ ‘ดินแดน’ ที่ตื่นอยู่ก่อนแล้ว เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวทับเสื้อยืด นั่งพิงหมอนใบโต มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟสแตนเลสเก็บความร้อน ส่วนมืออีกข้างกำลังลูบผมเธอเล่นอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสีนิลทอดมองออกไปนอกหน้าต่างเต็นท์ที่ถูกเปิดแง้มไว้ให้เห็นทะเลหมอกเบื้องหน้า ท่าทางของเขาดูนิ่งขรึมและเหม่อลอยแปลกๆ“คิดอะไรอยู่คะ ทำหน้าเครียดแต่เช้าเชียว คำนวณโครงสร้างเต็นท์หรือไง” อิงดาวเอ่ยแซวเสียงงัวเงีย ยันตัวลุกขึ้นนั่งโดยดึงผ้าห่มผืนหนามาพันรอบตัวที่ยังคงไร้เสื้อผ้าปกปิดดินแดนละสายตาจากวิวทิวทัศน์ หันมามองใบหน้า
หกเดือนต่อมาโครงการคอนโดมิเนียมหรูระดับพันล้านก็เสร็จสมบูรณ์และส่งมอบงานได้อย่างไร้ที่ติ ผลงานชิ้นโบแดงนี้ทำให้ชื่อของ ‘ดินแดน’ กลายเป็นวิศวกรระดับท็อปที่ใครๆ ก็อยากดึงตัวไปร่วมงาน แต่สำหรับเขา รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่โบนัสก้อนโตที่เสี่ยดำรงโอนเข้าบัญชี แต่มันคือ ‘เวลาพักร้อนยาว’ ที่เขาจะได้ใช้ชดเชยให้กับลูกสาวเจ้านายจอมเอาแต่ใจลมหนาวช่วงปลายเดือนธันวาคมพัดโชยมาปะทะยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ อุณหภูมิในช่วงค่ำลดฮวบลงเหลือเพียงเลขตัวเดียว ท่ามกลางลานกางเต็นท์ส่วนตัวที่เงียบสงบและตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองหลวง มีเพียงเต็นท์กระโจมแคนวาสสีครีมหลังใหญ่กางตระหง่านอยู่ริมหน้าผาที่มองลงไปเห็นทะเลหมอกยามเช้าอิงดาวในชุดเสื้อกันหนาวไหมพรมตัวหนาสีขาวฟูฟ่อง นั่งผิงไฟอยู่หน้ากองไฟที่กำลังลุกโชน ควันไฟบางๆ ผสมกับกลิ่นอายของสนภูเขาและน้ำค้างยามค่ำคืนสร้างบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติกและดิบเถื่อนในคราวเดียวกัน คุณหนูไฮโซที่เคยชินกับการนอนโรงแรมห้าดาว บัดนี้กลับยอมมาตกระกำลำบาก นอนกลางดินกินกลางทราย เพียงเพราะอยากสัมผัสชีวิต ‘ดิบๆ’ แบบที่แฟนหนุ่มของเธอชอบ“หนาวไหมครับ”เสียงทุ้มห้าวที่คุ้นหูดัง
07:30 น.ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!เสียงออดหน้าประตูดังรัวและต่อเนื่อง ทำลายความเงียบสงบของเช้าวันใหม่ ดินแดนที่เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์เสร็จ เดินมาเปิดประตูโดยไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าใครมาเยือนแต่เช้าตรู่ขนาดนี้ทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างท้วมของ ‘เสี่ยดำรง’ ก็ก้าวฉับๆ เข้ามาภายในห้องด้วยใบหน้าตึงเครียดและอิดโรยราวกับคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน ด้านหลังมีชายชุดดำสองคนยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูเสี่ยดำรงไม่ได้พูดอะไร เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนที่แง้มประตูทิ้งไว้ทันที ดินแดนเดินตามไปเงียบๆ ไม่ได้ขัดขวางเมื่อผู้เป็นพ่อก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจของพญาเสือแห่งวงการก่อสร้างถึงกับหล่นวูบ อิงดาวลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เขาประคบประหงมราวกับไข่ในหิน กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงของลูกน้องหนุ่ม ใบหน้าสวยซีดเซียว รอยคล้ำใต้ตาและริมฝีปากที่บวมช้ำบ่งบอกถึงความบอบช้ำที่เผชิญมาตลอดคืน แต่สิ่งที่กรีดแทงใจคนเป็นพ่อที่สุด คือรอยจ้ำเลือดสีม่วงคล้ำที่ข้อมือเล็กๆ ทั้งสองข้าง รอยบีบจากการดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากไอ้เดรัจฉานนที!เสี่ยดำรงทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือที่สั่นเทาข
ความมืดมิดของถนนสายเปลี่ยวชานเมืองถูกบดบังด้วยฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทของรถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์คันใหญ่ เครื่องยนต์ที่ถูกสตาร์ททิ้งไว้ส่งเสียงครางกระหึ่มแผ่วเบา แอร์คอนดิชั่นเนอร์ที่ถูกเปิดจนสุดเบอร์พ่นไอเย็นฉ่ำออกมาปะทะผิวหนัง ทว่ามันกลับไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับอุณหภูมิความร้อนระอุที่กำลังแผดเผาอยู่บนเบาะหนังฝั่งคนขับ“อื้อออ..แดน..ดาวร้อน ไม่ไหวแล้ว...”เสียงครางหวานหูที่แหบพร่าและสั่นสะท้านดังลอดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกบดขยี้อย่างหนักหน่วง อิงดาวในเวลานี้ไร้ซึ่งคราบของคุณหนูผู้เย่อหยิ่ง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่เรียกร้องหาการเติมเต็มร่างบางที่นั่งคร่อมทับอยู่บนตักแกร่งของเขาบดเบียดสะโพกเข้าหาความแข็งดุนที่นูนเด่นอยู่ใต้กางเกงยีนส์ของเขาอย่างเอาแต่ใจ สองแขนเรียวตวัดกอดรอบลำคอหนา ซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อของดินแดน ฟันซี่เล็กขบเม้มและดูดดึงผิวเนื้อสีแทนอย่างหิวกระหายราวกับลูกแมวป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง“ซี๊ดดด..ใจเย็นครับคนดี.. รถมันแคบ...” ดินแดนสบถคำหยาบออกมาด้วยความเสียวซ่านที่แล่นปลาบไปทั่วสันหลัง เขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการเอื้อมมือไปปรับเบาะคนขั
“นที! ลูกพ่อ! แก..ไอ้ฆาตกร แกฆ่าลูกฉัน!”เสียงร้องของท่านรัฐมนตรีดังลั่นไปทั่วโถงทางเดิน ร่างท้วมถลาเข้าไปประคองลูกชายที่นอนจมกองเลือด สภาพของนทีตอนนี้ดูแทบไม่ได้ เลือดสีสดทะลักออกจากปากและจมูกเปรอะเปื้อนสูทสีขาวราคาแพงจนแดงฉานทว่า..หมัดเดียวมันยังไม่สาสมกับสิ่งที่ไอ้สวะนี่พยายามจะทำกับอิงดาว!ดิน
เสียงยางรถยนต์บดเบียดกับพื้นถนนคอนกรีตดังสนั่นจนเกิดควันสีขาวคลุ้ง รถกระบะยกสูงสีดำที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลน พุ่งทะยานเข้ามาจอดเทียบที่หน้าบันไดทางขึ้นโรงแรมหรูระดับห้าดาวด้วยความเร็วที่แทบจะแหกโค้ง รปภ. ในชุดเครื่องแบบเต็มยศสองสามคนรีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขวาง เพราะพื้นที่ตรงนี้สงวนไว้สำหรับรถยนต์
ยี่สิบนาที... เป็นยี่สิบนาทีที่ยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์สำหรับอิงดาวหญิงสาวนั่งกอดเข่าซุกตัวอยู่หลังตู้เหล็กเก็บเอกสารใบใหญ่ภายในออฟฟิศสนามที่ถูกล็อกสนิท แอร์คอนดิชั่นเนอร์ยังคงพ่นไอเย็นฉ่ำออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่มันกลับไม่สามารถดับความรุ่มร้อนในกายที่ถูกปลุกปั่นค้างเอาไว้ได้เลย ช่องทางรักที่เปี
แสงเช้าของวันใหม่สาดส่องลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านทึบแสงสีเทาเข้มเข้ามาตกกระทบลงบนพื้นห้องนอน ที่ยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางเบาๆ ผสมผสานกับเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนสองคนที่นอนตระกองกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาอิงดาวค่อยๆ ปรือตากลมโตขึ้นมาอย่างเช





