ยั่วรักวิศวกรจอมโหด

ยั่วรักวิศวกรจอมโหด

last update最終更新日 : 2026-06-03
作家:  Kpim連載中
言語: Thai
goodnovel18goodnovel
評価が足りません
20チャプター
511ビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

อีโรติก

วิศวกร

คุณหนู

ปากร้าย

รักแรกพบ

คู่ปรับ

เธอเป็นลูกคุณหนู ที่เอาแต่ใจ เขาเป็นวิศวะกรคุมงานที่ดิบเถื่อนและเคร่งในกฏระเบียบ จะเกิดอะไรขึ้นหากเธอคิดจะยั่วโมโหให้เขาโกรธ "นี่เป็นแค่การเตือน..คราวหน้า ถ้าคุณยังกล้ามาอวดดีกับผมอีก ผมจะไม่หยุดแค่จูบแน่ และต่อให้พ่อคุณเอาปื นมาจ่อหัวผมก็จะ....คุณให้จนไม่มีเสียงจะร้องเรียกหาพ่อเลย คอยดู"

もっと見る

第1話

บทที่1. วิศวกรปากร้าย

เสียงรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมคู่สวยกระทบกับพื้นหินอ่อนขัดมันในคฤหาสน์หลังใหญ่ดังก้องไปทั่วบริเวณ ‘อิงดาว’ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี เจ้าของใบหน้าสวยเฉี่ยว ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีพีช และดวงตากลมโตที่แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจ กำลังก้าวเดินอย่างมาดมั่นไปยังตู้คันหรูที่จอดเทียบรออยู่หน้าประตู

เธอคือลูกสาวคนเดียวของ ‘เสี่ยดำรง’ เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับแนวหน้าของประเทศ เธอเติบโตมาบนกองเงินกองทอง ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมราวกับไข่ในหิน ไม่เคยต้องหยิบจับอะไรที่หนักเกินกว่ากระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ชีวิตของเธอรายล้อมไปด้วยสังคมไฮโซ งานปาร์ตี้ และชายหนุ่มหน้าตาดีที่ประโคมฉีดน้ำหอมราคาแพง คอยมาเอาอกเอาใจเธอสารพัด

แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้ภาพลักษณ์คุณหนูผู้แสนบอบบางและหรูหรานั้น อิงดาวกลับรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตไร้สาระแบบนี้ อย่างรุนแรง

เธอเบื่อผู้ชายผิวขาวจัดที่สำอางเกินเหตุ เบื่อคำหวานหูที่ปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อหวังผลประโยชน์ เบื่อความสมบูรณ์แบบที่ไร้ชีวิตชีวา ลึกๆ ในใจที่ปกปิดไว้อิงดาวโหยหาความดิบเถื่อน และรสชาติของชีวิตที่แท้จริงที่ไม่ต้องปรุงแต่งด้วยความประดิษฐ์ประดอย

"วันนี้จะตามป๊าไปจริงๆ เหรอลูกหน้างานมันร้อนนะ ฝุ่นก็เยอะ เดี๋ยวผิวสวยๆ ก็เสียหมดหรอก" เสี่ยดำรงเอ่ยถามลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนขณะที่ทั้งคู่นั่งอยู่เบาะหลังของรถตู้สีดำคันใหญ่ ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังไซต์งานก่อสร้าง โรงแรมหรูย่านชานเมือง

"ดาวเบื่ออยู่บ้านนี่คะป๊า ไปเดินเล่นที่ห้างก็เบื่อแล้ว ดาวอยากไปดูว่าบริษัทของป๊าทำงานกันยังไงบ้าง" 

อิงดาวตอบพลางคล้องแขนบิดาอย่างออดอ้อน วันนี้เธอตั้งใจแต่งตัวด้วยเสื้อสายเดี่ยวสีขาวรัดรูปที่อวดทรวดทรงองค์เอวคอดกิ่ว ทับด้วยเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ที่ปลดกระดุมออกจนหมด และกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดที่โชว์เรียวขาขาวเนียน มันเป็นชุดที่ดูขัดกับสถานที่ก่อสร้างอย่างสิ้นเชิง

"ตามใจเราแล้วกัน แต่ไปถึงก็รอป๊าอยู่ในออฟฟิศสนามนะ อย่าออกไปเดินเพ่นพ่าน ข้างนอกมันอันตราย รถแม็คโคร รถเครนวิ่งกันให้วุ่น แล้วอีกอย่าง วิศวกรคุมงานคนใหม่ของป๊าเจ้านี้มันดุซะด้วย ป๊ายังไม่อยากปวดหัว" เสี่ยดำรงหัวเราะในลำคอ เมื่อนึกถึงลูกน้องคนเก่งที่เพิ่งดึงตัวมาร่วมงานได้ไม่นาน

"ดุเหรอคะ ระดับป๊ายังต้องเกรงใจลูกน้องอีกเหรอ" อิงดาวเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ

"ไอ้ดินแดนมันเป็นคนเก่ง ทำงานเนี้ยบ เฉียบขาด แต่นิสัยมันห่าม ไม่ไว้หน้าใคร ป๊าจ้างมันมาคุมงาน ไม่ได้จ้างมาเป็นคนรับใช้ มันเลยไม่สนหรอกว่าใครเป็นใคร สนแค่งานต้องเสร็จตามเป้าเท่านั้น"

ชื่อ ‘ดินแดน’ สะดุดหูอิงดาวอย่างประหลาด แต่เธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก จนกระทั่งรถตู้คันหรูแล่นเข้ามาจอดในบริเวณไซต์งานก่อสร้างขนาดมหึมา

ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ไอร้อนระอุของแดดประเทศไทยก็ปะทะเข้ากับใบหน้าสวย ฝุ่น ควันท่อไอเสีย กลิ่นสนิมเหล็ก และกลิ่นปูนซีเมนต์ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ เสียงเครื่องจักรทำงานดังกึกก้องจนต้องตะโกนคุยกัน

เสี่ยดำรงพาอิงดาวไปทิ้งไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกดัดแปลงเป็นออฟฟิศชั่วคราว แม้จะมีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ แต่การต้องนั่งดูแปลนกระดาษและมองออกไปนอกหน้าต่างมัวๆ ก็ทำให้อิงดาวเบื่อหน่ายได้ในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที

เมื่อความเบื่อพุ่งทะลุขีดจำกัด ร่างบางจึงตัดสินใจลุกขึ้น คว้าแว่นกันแดดสีดำอันใหญ่มาสวม แล้วผลักประตูออฟฟิศออกไปเผชิญกับโลกภายนอก ความร้อนแผดเผาผิวขาวจัดจนเริ่มขึ้นสีระเรื่อ อิงดาวยกมือขึ้นบังแดด ส้นรองเท้าของเธอย่ำลงบนพื้นดินลูกรังที่ไม่สม่ำเสมอ เธอเดินลัดเลาะไปตามแนวรั้วสังกะสี ดวงตาคู่สวยกวาดมองกลุ่มคนงานที่กำลังผูกเหล็กและเทปูนด้วยความสนใจ

และในตอนนั้นเอง สายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนนั่งร้านเหล็กชั้นสอง เขาไม่ใช่คนงานทั่วไป อิงดาวดูออกได้ทันทีจากท่าทางการยืนสั่งการที่เต็มไปด้วยอำนาจ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำ สวมกางเกงยีนส์สีเข้มที่เปื้อนคราบฝุ่นและรอยน้ำมัน เสื้อยืดสีเทาหม่นที่เขาสวมใส่นั้นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบลู่ไปกับมัดกล้ามเนื้อหน้าอกและแผ่นหลังที่หนาแน่น เขาสวมหมวกเซฟตี้สีขาว มือหนาถือวิทยุสื่อสารพร้อมกับตะโกนสั่งการเครนที่กำลังยกแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและดุดัน

"เฮ้ย! ดึงสลิงให้มันตึงหน่อย! อยากให้มันหล่นลงมาทับตายหรือไงวะ!"

เสียงตะโกนนั้นไม่ได้ทำให้คนงานโกรธ แต่กลับรีบทำตามคำสั่งอย่างกระตือรือร้น

อิงดาวหยุดชะงักราวกับถูกมนต์สะกด เธอจ้องมองชายตรงหน้าตาไม่กะพริบ แสงแดดที่ส่องกระทบใบหน้าคร้ามแดดของเขา เผยให้เห็นสันกรามคมกริบ ไรหนวดเขียวครึ้มที่ไม่ได้โกนมาหลายวัน ผิวสีแทนของเขาชื้นไปด้วยเหงื่อที่ไหลหยดจากขมับลงมาตามลำคอแกร่ง กลิ่นอายของความเป็นชายชาตรีที่แสนจะดิบเถื่อนแผ่กระจายออกมารอบตัวเขาจนเธอสัมผัสได้แม้จะยืนอยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร

มันคือความสมบูรณ์แบบในแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่มีความสำอาง ไม่มีคำพูดประดิษฐ์ประดอย มีเพียงความแข็งกร้าวและทรงพลังที่ทำให้หัวใจของอิงดาวเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ราวกับรู้ตัวว่าถูกจ้องมอง ชายหนุ่มบนนั่งร้านหันขวับลงมามองเบื้องล่าง คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันอยู่แล้วยิ่งขมวดมุ่นหนักขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวร่างบางในชุดล่อแหลมยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ในเขตอันตราย เขาพูดอะไรบางอย่างใส่วิทยุสื่อสาร ก่อนจะกระโดดลงจากนั่งร้านเหล็กที่สูงกว่าสองเมตรลงมาสู่พื้นดินอย่างคล่องแคล่ว แล้วก้าวยาวๆ ตรงดิ่งมาหาเธอ

ยิ่งเขาเดินเข้ามาใกล้ อิงดาวก็ยิ่งรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล ร่างสูงใหญ่ของเขาทาบทับร่างของเธอจนมิด กลิ่นเหงื่อที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ โชยมาแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพง แต่มันกลับทำให้กระแสเลือดในกายของเธอสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง

"เข้ามาทำไมตรงนี้" น้ำเสียงทุ้มห้าวเอ่ยถามห้วนๆ ไม่มีหางเสียง ไม่มีความสุภาพเจือปนแม้แต่น้อย

อิงดาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับเขา ดวงตาคมกริบสีนิลใต้หมวกเซฟตี้นั้นดุดันและเย็นชาจนน่าขนลุก 

"ฉัน...ฉันมาเดินดูงาน"

"เดินดูงาน?" เขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธออย่างประเมินและไร้ซึ่งความเกรงใจ 

"แต่งตัวแบบนี้ สวมรองเท้าส้นสูงแบบนี้ มาเดินในเขตอันตรายที่ของหนักเป็นตันๆ ลอยข้ามหัวไปมาเนี่ยนะ สมองคิดอะไรอยู่ หรือที่บ้านไม่มีใครสอนเรื่องกฎความปลอดภัย?"

อิงดาวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาหยาบคายกับเธอขนาดนี้มาก่อน 

"นี่คุณ! คุณรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร"

"ฉันไม่สนว่าเธอจะเป็นลูกใคร เมียใคร หรือเด็กเสี่ยที่ไหน" ดินแดนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเฉียบขาดและไม่มีความลังเล 

"ที่นี่คือไซต์งานก่อสร้าง ไม่ใช่รันเวย์เดินแบบ หรือสนามเด็กเล่นของพวกลูกคุณหนู ถ้าไม่มีหมวกเซฟตี้ ไม่มีรองเท้าเซฟตี้ ก็ไสหัวออกไปให้พ้นหน้างานของฉันเดี๋ยวนี้ ก่อนที่เธอจะตายโหงแล้วทำให้งานของฉันสะดุด!"

คำต่อว่าที่ไม่ไว้หน้านั้นทำให้อิงดาวหน้าชาปนร้อนผ่าว ความโกรธตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย เธอเป็นถึงลูกสาวเจ้าของบริษัทที่จ่ายเงินเดือนให้เขาเชียวนะ! แต่สิ่งที่สะกิดใจเธอมากที่สุดกลับไม่ใช่ความโกรธ

มันคือสายตาของเขา สายตาที่มองเธอราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุที่น่ารำคาญ ไม่มีร่องรอยของความหลงใหล ไม่มีแววตาหื่นกระหายเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ ที่เคยมองเธอเวลาเธอแต่งตัวเซ็กซี่แบบนี้ เขาไม่สนใจหน้าอกที่ดันชิด หรือเรียวขาที่เปิดเผยของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

"คุณไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉัน!" อิงดาวเถียงกลับ เสียงสั่นเล็กน้อยด้วยอารมณ์ที่ผสมปนเปกัน ทั้งโกรธ ทั้งอับอาย และตื่นเต้น

"ฉันเป็นวิศวกรคุมไซส์งานนี้ ฉันมีสิทธิ์ขาดทุกอย่างที่จะไล่ใครก็ตามที่เป็นตัวถ่วงความปลอดภัยออกไป" 

ดินแดนขยับเข้าไปใกล้อีกก้าว จนปลายรองเท้าบูทหนังเปื้อนโคลนของเขาแทบจะชนกับปลายรองเท้าส้นสูงของเธอ อิงดาวต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อถูกคุกคามด้วยความสูงและกลิ่นอายบุรุษเพศที่เข้มข้น

"มาทางไหนกลับไปทางนั้นซะ ยัยคุณหนู ก่อนที่ฉันจะให้รปภ.มาหิ้วปีกเธอออกไป" 

พูดจบ ดินแดนก็หันหลังกลับ ไม่แม้แต่จะรอฟังคำตอบหรือสนใจเสียงกระทืบเท้าด้วยความขัดใจของเธอ เขาสาวเท้ากลับไปที่หน้างาน ตะโกนสั่งงานลูกน้องต่อราวกับว่าเธอเป็นเพียงเศษฝุ่นที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

อิงดาวยืนกำหมัดแน่นอยู่กับที่ ใบหน้าสวยแดงก่ำ ลมหายใจหอบถี่ เธอจ้องมองแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มเหงื่อของวิศวกรหนุ่มที่ชื่อดินแดนอย่างไม่วางตา

ความรู้สึกโกรธเคืองที่ถูกหยามเกียรติกำลังหลอมรวมเข้ากับความปรารถนาที่ถูกจุดประกายขึ้นอย่างรุนแรง เธอไม่เคยถูกใครปฏิเสธ ไม่เคยถูกใครมองข้าม ผู้ชายคนนี้กล้าดีอย่างไรมาทำเหมือนเธอไม่มีค่า?

ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบลิปสติกสีพีชค่อยๆ คลี่ยิ้มออกช้าๆ รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความท้าทายและอันตราย

"ดินแดน.." เธอครางชื่อเขาเบาๆ ในลำคอ ดวงตาเป็นประกายวาววับ 

"คุณหาว่าฉันเป็นตัวถ่วงงั้นเหรอ ได้! แล้วเราจะ

ได้เห็นดีกัน ว่าคนอย่างอิงดาว จะทำให้วิศวกรหน้าตายอย่างคุณ... คลั่งตายได้ไหม"

もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む
コメントはありません
20 チャプター
บทที่1. วิศวกรปากร้าย
เสียงรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมคู่สวยกระทบกับพื้นหินอ่อนขัดมันในคฤหาสน์หลังใหญ่ดังก้องไปทั่วบริเวณ ‘อิงดาว’ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี เจ้าของใบหน้าสวยเฉี่ยว ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีพีช และดวงตากลมโตที่แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจ กำลังก้าวเดินอย่างมาดมั่นไปยังตู้คันหรูที่จอดเทียบรออยู่หน้าประตูเธอคือลูกสาวคนเดียวของ ‘เสี่ยดำรง’ เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับแนวหน้าของประเทศ เธอเติบโตมาบนกองเงินกองทอง ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมราวกับไข่ในหิน ไม่เคยต้องหยิบจับอะไรที่หนักเกินกว่ากระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ชีวิตของเธอรายล้อมไปด้วยสังคมไฮโซ งานปาร์ตี้ และชายหนุ่มหน้าตาดีที่ประโคมฉีดน้ำหอมราคาแพง คอยมาเอาอกเอาใจเธอสารพัดแต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้ภาพลักษณ์คุณหนูผู้แสนบอบบางและหรูหรานั้น อิงดาวกลับรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตไร้สาระแบบนี้ อย่างรุนแรงเธอเบื่อผู้ชายผิวขาวจัดที่สำอางเกินเหตุ เบื่อคำหวานหูที่ปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อหวังผลประโยชน์ เบื่อความสมบูรณ์แบบที่ไร้ชีวิตชีวา ลึกๆ ในใจที่ปกปิดไว้อิงดาวโหยหาความดิบเถื่อน และรสชาติของชีวิตที่แท้จริงที่ไม่ต้องปรุงแต่งด้วยความประดิษฐ์ประดอ
続きを読む
บทที่2. คุณหนูอิงดาว
ดินแดนหมุนตัวเดินกลับมายังหน้างานโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองหญิงสาวร่างบางที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่เบื้องหลัง รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กหุ้มข้อสีน้ำตาลเข้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนและฝุ่นซีเมนต์ ย่ำหนักๆ ลงบนพื้นกรวดลูกรัง เขาสาวเท้ายาวๆ ผ่านโครงเหล็กเส้นและนั่งร้านด้วยความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกอากาศช่วงใกล้เที่ยงของเดือนเมษายนร้อนระอุจนแทบจะหลอมละลายทุกสิ่ง ไอร้อนเต้นระยิบระยับอยู่เหนือพื้นคอนกรีตที่เพิ่งเทเสร็จใหม่ๆ แต่ความร้อนของอากาศยังไม่สู้ความหงุดหงิดในใจของวิศวกรหนุ่มวัยสามสิบสองปีคนนี้ เขาเกลียดความไม่เป็นมืออาชีพ เกลียดความมักง่าย และที่สำคัญที่สุด เขาเกลียดพวกคนรวยที่คิดว่าตัวเองจะทำอะไรหรือไปเดินกรีดกรายที่ไหนก็ได้โดยไม่สนกฎเกณฑ์“เฮ้ย! ไอ้พวกที่ผูกเหล็กตรงนั้นน่ะ เร่งมือเข้าหน่อย! รถปูนคิวต่อไปใกล้จะเข้าแล้ว ถ้าไม่เสร็จพวกมึงโดนโอทีต่อแน่!” น้ำเสียงทุ้มห้าวตะโกนสั่งงานดังก้องแข่งกับเสียงเครื่องจักร แววตาคมกริบดุดันกวาดมองไปรอบบริเวณ ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวั่นไหวใดๆ“ลูกพี่! ชิบหายแล้วลูกพี่!”เสียงตะโกนแหบพร่าพร้อมกับเสียงฝีเท้าวิ่งกระหืดกระหอบดังขึ้นจากด้านหลัง ดินแดนละส
続きを読む
บทที่3. แผนการรัก
ปัง!เสียงกระแทกปิดประตูตู้คอนเทนเนอร์ออฟฟิศดังสนั่นจนกระจกหน้าต่างบานเกล็ดสั่นสะเทือน ร่างบางของอิงดาวก้าวฉับๆ เข้ามาภายในห้องแอร์ที่เย็นฉ่ำด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นราวกับมีพายุไฟหมุนวนอยู่ในอก รองเท้าส้นสูงย่ำลงบนพื้นกระเบื้องยางด้วยจังหวะที่หนักหน่วงกระแทกกระทั้น บ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างขีดสุดไอเย็นระเยือกจากเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ปะทะเข้ากับผิวกายที่ร้อนผ่าวและชื้นเหงื่อ แต่มันกลับไม่สามารถดับความรุ่มร้อนในใจของหญิงสาวได้เลยแม้แต่น้อย หน้าอกอวบอิ่มภายใต้เสื้อสายเดี่ยวสีขาวรัดรูปกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงตามจังหวะการหอบหายใจ ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เคยเชิดรั้นบัดนี้แดงก่ำไปถึงใบหู ไม่ใช่เพราะแสงแดดด้านนอกที่แผดเผา แต่เป็นเพราะความโกรธและความอับอายที่ถูกผู้ชายคนนั้นฉีกหน้ากลางไซส์งาน!‘ไสหัวออกไปให้พ้นหน้างานของฉันเดี๋ยวนี้’ประโยคหยาบคายไร้เยื่อใยและน้ำเสียงทุ้มห้าวที่ตะคอกใส่หน้ายังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในโสตประสาท อิงดาวยกมือขึ้นกอดอก กำหมัดแน่นจนเล็บเคลือบสีพีชจิกเข้ากับเนื้อแขนตัวเอง เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของเสี่ยดำรง มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับหมื่นล้าน ตั้งแต่จำความได้ ไม่เ
続きを読む
บทที่4. เกมป่วนประสาท
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดแผดเผาลงมาบนพื้นที่ไซต์งานก่อสร้าง ไอร้อนเต้นระยิบระยับอยู่เหนือพื้นคอนกรีต เสียงเครื่องจักร เสียงเครนยกของ และเสียงตะโกนโหวกเหวกของคนงานยังคงดังกึกก้องเป็นกิจวัตรตามปกติ ดินแดน ในชุดทำงานตัวเก่งเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตพับแขนถึงศอกที่ปลดกระดุมบนออกสามเม็ดเพื่อระบายความร้อน และกางเกงยีนส์สีซีดที่เปื้อนคราบฝุ่นปูน กำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าเข็มเจาะต้นใหญ่ หมวกเซฟตี้สีขาวบนศีรษะไม่ได้ช่วยลดความร้อนที่ทำให้เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าคมคายได้เลย เขาร้องสั่งงานลูกน้องด้วยความเด็ดขาดเช่นเคย ทุกอย่างควรจะดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งเสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องของรถสปอร์ตเปิดประทุนสีแดงเพลิง ปอร์เช่ 911 คันหรู แล่นฉิวฝ่าฝุ่นลูกรังเข้ามาจอดเทียบที่ลานจอดรถชั่วคราวหน้าออฟฟิศสนาม สายตาทุกคู่ของคนงานนับร้อยชีวิต รวมทั้งโฟร์แมนหนุ่มอย่างเข้ม หันไปมองเป็นตาเดียว รถหรูราคาแปดหลักว่าสะดุดตาแล้ว แต่คนที่ก้าวลงมาจากตำแหน่งคนขับนั้นสะกดสายตายิ่งกว่า รองเท้าบูทหนังสีดำขลับหุ้มข้อส้นตึกสูงสามนิ้ว เหยียบล
続きを読む
บทที่5. ทำโทษเด็กดื้อ
ความท้าทายที่ไร้ความเกรงกลัว ทำฟางเส้นสุดท้ายของดินแดนขาดสะบั้นลง สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยไฟแห่งความโกรธ... และความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าอย่างรุนแรง ภายในตู้คอนเทนเนอร์แคบๆ ที่มีเพียงเสียงครางหึ่งๆ ของเครื่องปรับอากาศตัวเก่าที่แทบจะสู้ความร้อนระอุจากภายนอกไม่ได้ อุณหภูมิในห้องกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าอึดอัด ปลายนิ้วเรียวสวยของอิงดาวที่ลูบไล้ไปตามแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและหยาดเหงื่อของดินแดน เปรียบเสมือนไม้ขีดไฟก้านเล็กๆ ที่โยนลงไปในบ่อเพลิงขนาดใหญ่ นัยน์ตาสีนิลของวิศวกรหนุ่มวาวโรจน์ เขามองริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีสดที่เผยอท้าทาย แววตาหยาดเยิ้มของยัยคุณหนูจอมอวดดีที่คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า คิดว่าเสน่ห์ตื้นๆ ของเธอจะทำให้เขาหัวปั่นและยอมสยบอยู่แทบเท้าได้ เธอคิดผิดมหันต์ "อยากรู้ใช่ไหมว่าผมทำโทษคนอวดดีแบบไหน" ดินแดนกดเสียงต่ำพร่า ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดพวงแก้มขาวเนียนที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ อิงดาวเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้
続きを読む
บทที่6. หมาป่าขี้หวง
รถปอร์เช่ 911 สีแดงเพลิงแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้ามุขคฤหาสน์หลังงามด้วยความเร็วที่ลดลงกว่าปกติ อิงดาวก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าที่ต่างไปจากทุกวัน แม้เสื้อบอดี้สูทสีเนื้อและกางเกงยีนส์รัดรูปจะเปรอะเปื้อนฝุ่นจากไซต์งานไปบ้าง แต่ใบหน้าสวยจัดกลับดูแช่มชื่น เปล่งปลั่ง และมีรอยยิ้มหวานละมุนประดับอยู่บนริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยตลอดเวลา ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นแตะกลีบปากของตัวเองแผ่วเบา สัมผัสหยาบกระด้างของเขายังคงตราตรึงอยู่ในความรู้สึก เพียงแค่นึกถึงยังคงทำให้ช่องท้องของเธอวูบโหวงทุกครั้ง “อารมณ์ดีเชียวนะเรา ไปดูงานมาสนุกขนาดนั้นเลยหรือไง” เสียงทุ้มของเสี่ยดำรงที่นั่งจิบชาและดูแท็บเล็ตอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเอ่ยทักขึ้น เมื่อเห็นลูกสาวเดินฮัมเพลงเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ซึ่งผิดวิสัยของอิงดาวที่มักจะบ่นกระปอดกระแปดทุกครั้งที่ต้องไปเจออากาศร้อนๆ หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เธอเดินเข้าไปสวมกอดบิดาจากด้านหลัง ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่หนาเพื่อซ่อนแววตาเจ้าเล่ห์ &ldqu
続きを読む
บทที่7.ทวงสิทธิ์
ดินแดนย่ำเท้าหนักๆ ลงบนพื้นพรมราคาแพงของโซนวีไอพี รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ทำให้การ์ดชุดดำที่ยืนคุมพื้นที่อยู่ถึงกับชะงักและไม่กล้าก้าวเข้ามาขวาง ชายหนุ่มเดินตรงดิ่งแหวกกลุ่มนักท่องราตรีไฮโซไปจนถึงโต๊ะของอิงดาว ในวินาทีที่ฝ่ามือขาวสะอาดของปอนด์กำลังจะเลื่อนลงต่ำไปแตะที่บั้นเอวเปลือยเปล่าของอิงดาวนั้น หมับ! "เฮ้ย! อะไรวะ!" ปอนด์อุทานเสียงหลง เมื่อข้อมือของเขาถูกบีบอย่างแรงราวกับถูกคีมเหล็กหนีบจนกระดูกแทบแหลก อิงดาวสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองต้นเหตุของความวุ่นวาย แล้วดวงตากลมโตของเธอก็ต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าคร้ามแดดที่แสนคุ้นเคยยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง ดินแดนในชุดเสื้อยืดสีดำและกางเกงยีนส์ตัวเก่ง ใบหน้าของเขาตึงเครียด สันกรามคมขบเข้าหากันจนนูนเป็นสัน แววตาที่มองมาที่เธอและผู้ชายข้างกายนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขาเห็นเธอได้ยังไง "แกเป็นใครวะ! ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้นะโว้ย!" ปอนด์พยายามสะบัดมือออก แต่แรงของนักธุรกิจหนุ่มหรือจะสู้แรงของคนที่ทำงานใช้แรงมาทั้งชีวิต ดินแดนออกแ
続きを読む
บทที่8. ปราบพยศ
ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องชุดที่มืดมิดไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว แผ่นหลังเนียนเปลือยเปล่าของอิงดาวแนบสนิทไปกับบานประตูเย็นเฉียบ แต่กลับสู่ความร้อนระอุจากแผงอกกว้างที่เบียดชิดเข้ามาจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันแทบไม่ได้ "คุณ... อื้อ!" คำประท้วงที่เตรียมจะหลุดออกจากปากถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อดินแดนกระแทกริมฝีปากหยักลึกลงมาบดขยี้กลีบปากสีสดของเธออย่างดุดันและหิวกระหาย มันไม่ใช่จูบสั่งสอนเหมือนในตู้คอนเทนเนอร์เมื่อตอนบ่าย แต่มันคือจูบของการลงทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและแรงปรารถนาที่อัดอั้นมาทั้งวัน! เรียวลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวานอย่างจาบจ้วง กวาดต้อนเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กที่เริ่มตอบรับอย่างเต็มใจ รสชาติฝาดปร่าของแอลกอฮอล์ที่เขาดื่มเข้าไปผสมผสานกับความหวานละมุนจากค็อกเทลของเธอ กลายเป็นสารกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้กระแสเลือดในกายเดือดพล่าน ดินแดนดูดดึงริมฝีปากล่างของหญิงสาวอย่างแรงจนเธอครางฮือในลำคอด้วยความเจ็บปนซ่านเสียว "อ๊า..คุณ.."&
続きを読む
บทที่9. ความดิบเถื่อนอันแสนหวาน
แสงเช้าของวันใหม่สาดส่องลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านทึบแสงสีเทาเข้มเข้ามาตกกระทบลงบนพื้นห้องนอน ที่ยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางเบาๆ ผสมผสานกับเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนสองคนที่นอนตระกองกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา อิงดาวค่อยๆ ปรือตากลมโตขึ้นมาอย่างเชื่องช้า สติสัมปชัญญะที่ล่องลอยไปไกลแสนไกลเมื่อคืนนี้ค่อยๆ กลับคืนมาสู่ร่าง ใบหน้าเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เมื่อเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับมามันคือความจริง ไม่ใช่ความฝัน ห้องนี้ไม่ใช่ห้องนอนของเธอ ความรู้สึกหนักอึ้งบริเวณช่วงเอว เมื่อเธอก้มลงมองก็พบกับท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของดินแดน พาดทับกอดรัดเอวของเธอเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของเธอแผ่นหลังแนบสนิทไปกับแผงอกกว้างที่ร้อนระอุราวกับเตาผิง ทุกครั้งที่เขาสูดลมหายใจ แผ่นอกนั้นก็จะขยับขึ้นลงเสียดสีกับแผ่นหลังของเธอ สร้างความซาบซ่านระคนอบอุ่นอย่างประหลาด หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อยเพื่อพลิกหันหน้ากลับไปหาเจ้าของอ้อมกอด ทันทีที่ขยับตัว ความร้าวระบมก็แล่นปราดขึ้นมาจากช่วงล่างแ
続きを読む
บทที่10. ความลับของสองเรา
คำท้าทายที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มบวมเจ่อ พร้อมกับแววตาซุกซนที่ท้าทายอำนาจมืด อย่างไม่เกรงกลัวของคนตรงหน้า ทำเอาเส้นความอดทนของดินแดนที่เพิ่งจะต่อติดเมื่อไม่กี่นาทีก่อนขาดผึงลงอีกครั้งอย่างง่ายดาย“ชอบเล่นเกมซ่อนแอบนักใช่ไหม ยัยตัวแสบ...” ดินแดนกดเสียงต่ำแหบพร่า สันกรามคมขบเข้าหากันจนนูนเด่น ความหมั่นเขี้ยวแล่นพล่านไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย เขาพลิกตัวกลับมาหาร่างบางที่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขาเอาไว้อีกครั้ง ฝ่ามือร้อนผ่าวสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อ ลูบไล้หน้าท้องแบนราบ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปบีบเคล้นสะโพกผายอย่างเอาแต่ใจ“อ๊ะ... ดินแดน จะทำอะไรแต่เช้าเนี่ย” อิงดาวแกล้งร้องประท้วง ทั้งที่สองแขนเรียวกลับตวัดขึ้นคล้องลำคอแกร่งอย่างรู้ใจ ร่างกายของเธอแอ่นหยัดรับสัมผัสหยาบกระด้างนั้นแทบจะทันที ร่องรอยความระบมจากศึกหนักเมื่อคืนไม่ได้ทำให้ความต้องการของเธอลดน้อยลงเลยสักนิด“ก็ทำโทษเด็กดื้อที่กล้ามาท้าทายผมไงล่ะ คราวนี้จะเอาให้เดินขาถ่างกลับคฤหาสน์ไปเลย คอยดู!”ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยไรหนวดสากครูดไถลลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องที่เต็มไปด้วยรอยรักสีจาง ดินแดนสูดดมกลิ่นหอมละมุนเข้าปอดลึกๆ ก่อนลากร
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status