Masuk"บันนี่" เกมเมอร์สาวผู้หลงใหลตำแหน่งเลนกลาง ตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการอีสปอร์ตหญิงเพื่อเดินตามรอย "จิ้น" นักแข่งอันดับหนึ่งที่เป็นทั้งไอดอลและแรงบันดาลใจ แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อเธอได้เข้าทีมอาชีพแล้วพบว่า "โค้ช" ของเธอก็คือจิ้นที่ผันตัวมาคุมทีมให้นั่นเอง ในสายตาคนนอกและในสนามซ้อม จิ้นคือโค้ชจอมเฮี้ยบที่คอยดุด่าและสบประมาทฝีมือของบันนี่จนกลายเป็นคู่กัดที่แฟนคลับพากันจับจิ้นจนเป็นกระแส แต่ความลับที่ไม่มีใครรู้คือ ภายใต้ท่าทีเย็นชา จิ้นกลับแอบซัพพอร์ตบันนี่ผ่านแชทลับด้วยถ้อยคำอ่อนโยน คอยสอนเทคนิคและเป็นที่พักใจให้เธอในวันที่เหนื่อยล้า โดยที่บันนี่ไม่รู้เลยว่า "พี่ชายแสนดีในแชท" กับ "โค้ชปากร้าย" คือคนคนเดียวกัน อุปสรรคเริ่มหนักขึ้นเมื่อเพื่อนร่วมทีมสาวอีกคนเริ่มเปิดศึกหัวใจ แอบชอบจิ้นและคอยขัดขวางบันนี่ทั้งในและนอกเกม บันนี่จึงต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนักเพื่อลบคำสบประมาทของโค้ชจิ้น และค้นหาความจริงว่าหัวใจของนักแข่งเบอร์หนึ่งคนนี้มีที่ว่างให้ "แฟนคลับเบอร์หนึ่ง" อย่างเธอจริงๆ หรือเปล่า!
Lihat lebih banyakแสงไฟสปอร์ตไลท์สีน้ำเงินและแดงสาดส่องไปทั่วฮอลล์จัดแสดง เสียงเชียร์กระหึ่มจากแฟนคลับนับพันทำเอาพื้นสั่นสะเทือน แต่สำหรับ "บันนี่" เสียงเหล่านั้นดูจะเบาลงไปทันทีเมื่อสายตาของเธอโฟกัสไปที่ร่างสูงบนเวที
"จิ้น" ในเสื้อแจ็คเก็ตทีมสีดำขลิบทอง กำลังนั่งหน้านิ่ง นิ้วเรียวยาวขยับไถหน้าจอแท็บเล็ตด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน หน้าจอโปรเจกเตอร์ยักษ์แสดงภาพตัวละครเมจที่เขากำลังบังคับให้ไล่ต้อนศัตรูจนมุม ราวกับเขากำลังร่ายรำอยู่บนสมรภูมิดิจิทัล "สุดยอด... พี่จิ้นยังเก่งเหมือนเดิมเลย" บันนี่พึมพำกับตัวเอง มือเล็กกำสายกระเป๋าสะพายแน่น เธอคือหนึ่งในแฟนคลับไม่กี่คนที่ตามไปดูงานแข่งทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นรอบคัดเลือกเล็กๆ หรือนัดชิงชนะเลิศระดับประเทศ หลังจบเกมด้วยชัยชนะที่ขาดลอย บันนี่รีบเบียดตัวออกไปทางด้านหลังฮอลล์ จุดที่นักกีฬาจะใช้เป็นทางผ่านไปขึ้นรถบัสทีม เธอไม่ได้หวังจะเข้าไปขอลายเซ็นหรือเซลฟี่เหมือนคนอื่นๆ เธอแค่ต้องการเห็นเขาใกล้ๆ เพื่อเติมไฟให้ตัวเอง "พี่จิ้นคะ! สู้ๆ นะคะ งานหน้าก็จะตามไปเชียร์ค่ะ!" บันนี่ตะโกนบอกเมื่อเห็นเขาเดินผ่านมา จิ้นชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เขาหันมามองตามเสียง ใบหน้าหล่อเหลานิ่งสนิท ดวงตาคมปลาบภายใต้กรอบแว่นดูเย็นชาจนคนมองใจสั่น เขาไม่ได้ยิ้มตอบ เพียงแค่พยักหน้าเล็กๆ หนึ่งครั้งก่อนจะเดินขึ้นรถไป "แค่นี้ก็เกินพอแล้วบันนี่..." เธอสูดลมหายใจเข้าลึก คืนนั้น บันนี่กลับมาที่หอพักและเปิดเกมขึ้นมาทันที เธอเลือกเล่นตำแหน่งเลนกลางเหมือนกับไอดอลของเธอ นิ้วมือเล็กรัวหน้าจออย่างบ้าคลั่ง เลือดในกายฉีดพล่านด้วยความฝันที่อยากจะไปยืนอยู่บนจุดเดียวกับเขา ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทลับดังขึ้น บันนี่วางมือจากเกมครู่หนึ่งเพื่อเปิดอ่าน มันคือข้อความจาก 'J' คนแปลกหน้าในโลกออนไลน์ที่เธอคุยด้วยมาพักใหญ่ และเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเธอกำลังฝึกหนักเพื่อเข้าวงการอีสปอร์ต J: 'เห็นคลิปไฮไลท์การเล่นของเธอวันนี้ในกลุ่มฝึกซ้อมแล้วนะ จังหวะเดินเกมยังช้าไปครึ่งวิ ถ้าแก้ตรงนี้ได้ เธอจะโหดกว่านี้' บันนี่เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ข้อความสั้นๆ ที่ดูเหมือนจะดุแต่กลับแฝงไปด้วยความใส่ใจ ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อมหายไปเป็นปลิดทิ้ง Bunny: 'ขอบคุณนะคะพี่ J บันนี่จะพยายามค่ะ วันนี้ไปดูแข่งมาด้วย แรงบันดาลใจเต็มเปี่ยมเลย!' เธอไม่รู้เลยว่า อีกฟากหนึ่งของหน้าจอ... ชายหนุ่มที่เพิ่งลงจากเวทีแข่งอันดับหนึ่งกำลังจ้องมองข้อความนั้นด้วยแววตาที่อ่อนโยนกว่าตอนอยู่หน้ากล้องหลายเท่า "พยายามเข้าล่ะ ยัยกระต่าย..." จิ้นพึมพำเบาๆ ก่อนจะปิดหน้าจอลง เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากเพื่อนร่วมทีมสาวที่เดินเข้ามาขัดจังหวะในห้องพักผ่อน เสียงประกาศชัยชนะดึงบันนี่กลับสู่ความเป็นจริง แสงแฟลชจากช่างภาพนับสิบรุมล้อม "จิ้น" ราวกับเขาเป็นราชาแห่งวงการอีสปอร์ต บันนี่มองภาพนั้นผ่านช่องว่างของผู้คน ความตื่นเต้นที่เห็นไอดอลในดวงตาปนเปไปกับความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในฝีมือตัวเอง ‘เมื่อไหร่เราจะได้ไปยืนตรงนั้นบ้างนะ’ หลังจบงาน บันนี่มายืนดักรอตรงทางเดินลับที่นักกีฬาใช้เดินทางกลับ เธอเห็นจิ้นเดินนำหน้าทีมออกมา ท่าทางเขาดูเหนื่อยล้าแต่ยังคงความน่าเกรงขาม เพื่อนร่วมทีมสาวอย่าง "ริน" นักแข่งสาวดาวรุ่งตำแหน่งแครี่เดินเคียงข้างเขา พร้อมกับส่งน้ำดื่มให้พลางหัวเราะต่อกระซิก ภาพนั้นทำให้บันนี่ใจกระตุกเล็กน้อย "พี่จิ้นคะ! วันนี้เล่นเก่งมากเลยค่ะ บันนี่จะคอยซัพพอร์ตพี่ตลอดไปนะคะ!" บันนี่รวบรวมความกล้าตะโกนออกไป จิ้นหยุดเดิน สายตาคมภายใต้กรอบแว่นตวัดมามองบันนี่เพียงครู่เดียว เขาไม่ได้พูดอะไร ไม่แม้แต่จะยิ้มให้รินเห็น เขากลับทำเพียงแค่พยักหน้าส่งๆ แล้วเดินผ่านไปเหมือนเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ รินหันมามองบันนี่ด้วยสายตาจิกกัดเล็กน้อยก่อนจะเดินตามจิ้นขึ้นรถบัสทีมไป บันนี่เม้มปากแน่น ความเย็นชาของจิ้นในสนามจริงมันช่างต่างจากโลกออนไลน์ที่เธอรู้จัก... เมื่อกลับถึงห้องเช่าเล็กๆ บันนี่ทิ้งตัวลงบนเตียง หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันแชทสีเขียวที่ไม่มีรูปโปรไฟล์ของคู่สนทนา มีเพียงตัวอักษร 'J' สั้นๆ เท่านั้น Bunny: 'วันนี้ไปดูแข่งมาค่ะ เขาเท่มากเลย แต่... ตัวจริงเขาดูเข้าถึงยากจังเลยนะคะพี่ J' ไม่ถึงนาที ข้อความก็ถูกอ่านและตอบกลับมา J: 'คนเราก็มีกำแพงไว้ป้องกันตัวทั้งนั้นแหละ อย่าไปใส่ใจเรื่องนิสัยเขาเลย สนใจฝีมือตัวเองดีกว่า คลิปที่ส่งมาให้ดูน่ะ จังหวะการใช้สกิลเลนกลางของเธอยังคุมระยะพลาดอยู่นะ' บันนี่ตาโตเมื่อเห็นคำแนะนำที่เจาะลึก J: 'ถ้าอยากเข้าวงการจริงๆ พรุ่งนี้ลองฝึกสเต็ปการเดินเกมแบบ Aggressive ดู ถ้าทำได้ เดี๋ยวพี่มีรางวัลให้' คำว่า "รางวัล" ทำให้บันนี่แก้มร้อนฉ่าโดยไม่ทราบสาเหตุ พี่ J ในแชทมักจะใจดีและอบอุ่นเสมอ เขาคือคนที่คอยสอนเทคนิคลับๆ ที่ไม่มีในตำราให้เธอมาตลอดหนึ่งปี บันนี่รีบลุกขึ้นมาเปิดเกมและกดเข้าโหมดฝึกซ้อมทันที โดยไม่รู้เลยว่า... ที่ห้องพักส่วนตัวในแคมป์เก็บตัวนักกีฬา จิ้นกำลังนั่งมองหน้าจอแชทพลางนวดขมับตัวเอง "ดุไปหรือเปล่านะ..." เขารำพึงเบาๆ นิ้วเรียวยาวพิมข้อความค้างไว้ว่า 'ฝันดีนะ ยัยกระต่าย' แต่สุดท้ายเขาก็ลบมันทิ้ง เพราะกลัวว่าความอ่อนโยนที่เขามีให้เธอเพียงคนเดียวผ่านหน้าจอนี้จะทำให้ความลับแตกเสียก่อน จิ้นถอนใจยาว พลางนึกถึงแผนการใหญ่ในหัว... อีกไม่กี่อาทิตย์ สโมสรจะเปิดตัวทีมหญิง และเขาเตรียมจะลาออกจากตำแหน่งนักแข่งเพื่อไปเป็น "โค้ช" เพื่อที่จะปั้นใครบางคนให้ก้าวขึ้นมาอยู่เคียงข้างเขาในโลกความจริงเสียที!ความสำเร็จจากการคว้าตั๋วใบสุดท้ายในรายการ "The Rising Star" ทำให้ชื่อของ The Phoenix กลายเป็นทีมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ต แฟนคลับทั่วโลกต่างขนานนามพวกเขาว่า "ทีมปาฏิหาริย์" แต่ในโลกของความเป็นจริง ความสำเร็จนั้นกลับดึงดูดพายุลูกใหญ่กว่าเดิมเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงฉลองเล็กๆ ในตึกแถวสามคูหาที่เต็มไปด้วยกลิ่นนมชมพูและพิซซ่าที่กายเป็นคนสั่งมาเลี้ยงทีม จิ้นกลับนั่งแยกตัวอยู่ในห้องทำงานมืดๆ เพียงลำพัง บนโต๊ะของเขามีเอกสารสีขาวปึกใหญ่ที่เพิ่งถูกส่งมาทางอีเมลลับจากทนายความสโมสร Grand Mastery ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพันธมิตรกับ Titan Global อย่างเต็มตัว โต๊ะเจรจาที่ไม่ยุติธรรม: เดิมพันด้วยอิสรภาพ "จิ้น... พี่ทำอะไรอยู่คะ?" บันนี่เดินเข้ามาในห้องช้าๆ เธอเห็นเงาของชายที่เธอรักวูบไหวภายใต้แสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ จิ้นไม่ได้ปิดหน้าจอ เขาปล่อยให้บันนี่เดินเข้ามาดูเอกสารนั้นด้วยตัวเอง มันคือ "ข้อตกลงประนีประนอมยอมความ" ที่มีเงื่อนไขระบุชัดเจนว่า: สโมสร Grand Mastery จะถอนฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย 500 ล้านบาททั้งหมด จิ้นต้องเซ็นยกสิทธิ์ความเป็นเจ้าของทีม The Phoenix และสิทธิ
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมตึกแถวสามคูหาอีกครั้งหลังจากที่รถสปอร์ตของไดอาน่าลับตาไป แสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ที่ถูกวางกลับที่เดิมเริ่มส่องสว่างขึ้นทีละเครื่อง ราวกับดวงตาของนกฟีนิกซ์ที่กำลังลืมตาตื่นจากการถูกจองจำ บันนีนั่งนิ่งอยู่หน้าจอเครื่องหลัก นิ้วเรียวของเธอลูบไล้ไปตามแป้นคีย์บอร์ดที่ยังคงอุ่นรุ่มจากการขัดขืนเมื่อครู่ "ทุกคน... ฟังนะ" จิ้นเดินมาหยุดอยู่ที่กลางห้องซ้อม เสียงของเขาเคร่งขรึมแต่ทว่ากังวานไปด้วยพลัง "สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือคำเตือน Grand Mastery จะไม่หยุดแค่การอายัดของ พวกเขาจะทำทุกทางเพื่อตัดเส้นเลือดใหญ่ของเรา นั่นคือ 'ความมั่นใจ' และ 'เวลาซ้อม' ดังนั้น ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป แคมป์ของเราจะเข้าสู่ระบบ Blackout" "Blackout เหรอคะพี่จิ้น?" เมย์ถามพลางเงยหน้าจากหน้าจอ "ใช่... เราจะตัดการติดต่อกับโลกภายนอกทั้งหมด ไม่มีการทำคอนเทนต์ ไม่มีการไลฟ์สด (ยกเว้นเรื่องจำเป็น) และเราจะซ้อมในเซิร์ฟเวอร์ลับที่พี่สร้างขึ้นมาโดยใช้ VPN ผ่านสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อไม่ให้ใครตามรอยแผนการเดินเกมของเราได้" จิ้นหันมามองบันนี่ "โดยเฉพาะเธอ บันนี่... หน้าที่ของเธอในฐานะกัปตันทีม The Phoenix คือก
ในขณะที่แผนการของจิ้นกำลังดำเนินไปอย่างลับๆ บันนี่ต้องรับมือกับการเป็น "สตาร์โดดเดี่ยว" ใน Grand Mastery เธอถูกกดดันให้ถ่ายงานโฆษณาจนไม่มีเวลาซ้อม ฝีมือของเธอเริ่มตกลงอย่างเห็นได้ชัดในแมตช์อุ่นเครื่อง จนกระทั่งวันหนึ่ง มีหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่หน้าแคมป์... เธอคือ ริน ที่หายหน้าไปนานหลังจากถูกคุก "ไม่ได้เจอกันนานนะจ๊ะ บันนี่" รินในลุคใหม่ที่ดูเรียบง่ายขึ้นแต่แววตายังคงซ่อนอะไรบางอย่างไว้ "ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง... แต่ฉันมาเพื่อเตือน" บันนี่มองรินด้วยความระแวง "เตือนอะไร?" "นายมาร์คัสจาก Titan Global น่ะ... เขาไม่ได้อยากได้แกไปแข่งหรอกบันนี่" รินแสยะยิ้ม "เขามีความสัมพันธ์ลับกับบอร์ดบริหารของ Grand Mastery แผนของเขาคือการซื้อตัวแกไปเพื่อ 'แช่แข็ง' แกไว้ที่อเมริกา ไม่ให้แกไปแข่งกับทีมของเขาที่นั่น และเพื่อทำลายจิ้นที่เขามองว่าเป็นภัยคุกคามต่อวงการอีสปอร์ตตะวันตก" บันนี่หัวใจหล่นวูบ "เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?" "เพราะฉันเคยเป็นคนติดต่อประสานงานให้พวกมันก่อนที่ฉันจะโดนจับไงล่ะ" รินถอนหายใจ "ฉันทำลายแกมาเยอะแล้วบันนี่... แต่ฉันไม่อยากเห็นวงการอีสปอร์ตไทยต้องล่มสลายเพราะคน
หลังจากค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ที่สนามกีฬาอิมแพ็ค อารีน่า ชื่อของ “บันนี่” ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักแข่งหญิงที่เก่งที่สุดในไทยอีกต่อไป แต่เธอได้กลายเป็น “สัญลักษณ์” ของความพยายามและการพิสูจน์ตัวเอง ชัยชนะในรายการ Champions of Champions ทำให้กระแสแอนตี้แฟนเปลี่ยนทิศทางอย่างรุนแรง จากคำด่าทอกลายเป็นคำชื่นชม และจากความเกลียดชังกลายเป็นความศรัทธา สโมสร Grand Mastery กลายเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่สปอนเซอร์ทุกเจ้าต่างวิ่งเข้าหาจนหัวบันไดไม่แห้ง แต่ท่ามกลางแสงสปอร์ตไลท์ที่สาดส่อง บันนี่กลับรู้สึกได้ถึง “ช่องว่าง” บางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในทีม เช้าวันใหม่ในแคมป์: เมื่อหน้าที่มาก่อนความรู้สึก บันนี่ตื่นมาในห้องพักที่เต็มไปด้วยช่อดอกไม้และตุ๊กตากระต่ายที่แฟนคลับส่งมาให้จนแทบไม่มีทางเดิน เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เครื่องโปรด สิ่งแรกที่เธอทำคือการเปิดแอปแชทลับที่เธอกับจิ้นใช้สื่อสารกัน Bunny: 'พี่จิ้นคะ ตื่นหรือยัง? วันนี้เรามีนัดไปกินนมชมพูที่ร้านเดิมกันนะ บันนี่อยากพักผ่อนจริงๆ สักวันค่ะ' เธอรอคำตอบอยู่พักใหญ่ แต่สิ่งที่ตอบกลับมาไม่ใช่ข้อความจากจิ้น แต่เป็นข้อความจากกลุ่มไลน์ของสโมสร Admi
ชัยชนะเหนือทีม Aura Nexus ในเกาหลีใต้ควรจะเป็นจุดสูงสุดของชีวิต แต่นิยายเรื่องจริงมักไม่ได้จบลงที่คำว่า "มีความสุขตลอดไป" ทันทีที่เครื่องบินแตะรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ สิ่งที่รอต้อนรับบันนี่และจิ้นไม่ใช่เพียงช่อดอกไม้จากแฟนคลับที่น่ารัก แต่คือพายุไซเบอร์ที่โหมกระหน่ำจนมืดฟ้ามัวดิน คลิปเสียงที่จิ้น
แสงดาวบนดาดฟ้าคืนนั้นดูสว่างไสวเป็นพิเศษ แหวนเงินเรียบง่ายบนนิ้วนางข้างซ้ายของบันนี่สะท้อนแสงระยิบระยับจนเธออดไม่ได้ที่จะยกขึ้นมาดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความอุ่นซ่านจากอ้อมกอดของจิ้นยังคงหลงเหลืออยู่ที่หัวไหล่ แต่วินาทีแห่งความสุขมักจะสั้นเสมอ เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากวิทยุสื่อสารของจิ้นดังขึ้นเบาๆ "จิ้น..
เสียงฝีเท้าของเหล่านักกีฬาอีสปอร์ตดังก้องไปตามทางเดินใต้ถุนสนามกีฬาระดับชาติ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตื่นเต้นและเครื่องปรับอากาศที่เย็นจัดจนทำให้นักกีฬาหลายคนต้องสวมเสื้อแจ็คเก็ตทีมทับไว้อีกชั้น สำหรับ บันนี่ วันนี้ไม่ใช่แค่การแข่ง แต่มันคือวันตัดสินชะตาชีวิตของเธอและผู้ชายที่เธอนิยา
ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วห้องประชุมชั้นสูงสุดของสโมสร Grand Mastery หลังจากชัยชนะเหนือทีมเกาหลีที่ควรจะเป็นงานฉลองครั้งใหญ่ กลับกลายเป็นเวทีพิจารณาโทษที่ตึงเครียดที่สุด บันนี่นั่งตัวลีบอยู่ข้างๆ จิ้นที่ยังคงนั่งกอดอกด้วยใบหน้านิ่งสงบ ราวกับว่าคำประกาศความรักกลางสนามแข่งเมื่อวานไม่ใช่เรื่อง





