LOGIN2 อาทิตย์ต่อมา วันนี้เป็นวันครบกำหนดที่เขาจะต้องพานารากลับบ้านอย่างที่เขาได้ให้สัญญาไว้กับเธอ "ก่อนกลับบ้าน เดี๋ยวเราแวะที่สำนักงานเขตก่อนนะนารา" "แวะไปทำไมคะ" "เราจะไปจดทะเบียนสมรสกัน" "จดทะเบียนสมรส?" "ใช่ เราเป็นผัวเมียกันทางพฤตินัยแล้ว เราก็ต้องเป็นผัวเมียกันทางกฏหมายด้วยสิ" "พี่เซฟจะรีบจดทำไมคะ" "พี่อยากให้ใครๆได้รู้ว่านารามีเจ้าของแล้ว แล้วพี่ก็มีเจ้าของแล้วเหมือนกัน" "พี่เซฟมั่นใจแล้วเหรอคะ ว่าจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับนารา" "ไม่มีอะไรที่พี่จะแน่ใจไปกว่านี้ได้อีกแล้ว" ตอนที่ลลิลบอกอยากแต่งงานแล้วเขาบอกว่าหมั้นเอาไว้ก่อน เพราะเขายังไม่มั่นใจ เขาจึงบอกว่าให้หมั้นกันไว้ก่อน เพราะยังลังเลในตัวของลลิล เขาเลยอยากยื้อเวลาเอาไว้ เพื่อวันข้างหน้าถ้าเขาคิดว่าไปกันไม่ได้ เขาก็จะขอถอนหมั้นเอง และเขาคิดถูกแล้วที่บอกว่าหมั้นเอาไว้ก่อน ที่เขาเคยบอกว่ารักลลิล แต่ความรู้สึกของเขาแตกต่างกับบอกรักนารา ในความรู้สึกเขา เขาสามารถบอกรักนาราได้เต็มปากและเต็มใจ โดยที่ไม่ต้องฝืนใจ เพราะเขารักนารามากกว่าใคร รักที่มีล้นเปี่ยมออกมาจากหัวใจเขาจริงๆ "งั้น...ก็ได้ค่ะ" "จดก่อนแล้วค่อยแต่งงานนะนารา" "แต่
ด้านเซฟกับนารา 20.50 น. "ยังไม่อาบน้ำเหรอ" เซฟเปิดประตูห้องนอนเข้ามา แล้วเอ่ยถามเธอที่นั่งมองจอโทรศัพท์อยู่บนโซฟา "ยังค่ะ" "แล้วจะอาบตอนไหน" "นาราจะอาบตอนก่อนจะเข้านอนค่ะ" "ยังไม่ง่วงเหรอ" "ไม่ง่วงค่ะ เพราะนารามักจะนอนดึก" เธอจะยื้อเวลาให้เขาหลับก่อนแล้วเธอค่อยนอน "งั้นพี่ไปอาบก่อนนะ" ว่าจบ เขาก็หยิบผ้าเช็ดตัวไปเข้าห้องน้ำ เมื่อเขาอาบเสร็จแล้วเขาก็เดินออกมาด้วยผ้าเช็ดตัวพันเอวสอบที่เผยให้เห็นหน้าท้องที่มีมัดกล้ามสวยงาม แล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ "เข้าไปอาบสิ พี่อาบเสร็จแล้ว" "นารายังไม่ง่วงคะ ค่อยอาบแล้วนอนเลยค่ะ" "คิดจะเบี้ยวพี่เหรอ" เขาพูดแล้วพลางยิ้มอย่างรู้ทัน "ไม่ได้เบี้ยวค่ะ แต่นาราขอนั่งดูโทรศัพท์ก่อนนะคะ" เธอยังมองหน้าจอโทรศัพท์โดยที่ไม่ได้สนใจเขา "ถ้ามัวลีลา พี่จะทำตรงนี้เลยแล้วกันนะ" ว่าจบ เขาก็ทำท่าปลดปมผ้าเช็ดตัวออก แต่ทว่า "ก็ได้ๆ นาราจะไปอาบตอนนี้เลยค่ะ" ว่าแล้ว เธอก็รีบไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว นาราเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าเช็ดตัวพันร่างอรชรอ้อนแอ้นเอาไว้เผยให้เห็นเนื้อเนินอกที่ล้นออกมาพ้นขอบผ้าเช็ดตัว เซฟเมื่อเห็นดังนั้นจึงเด
วันต่อมา ตอนเที่ยง นาราลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วกระพริบตาเพื่อรับแสงของวันใหม่ เธอหันไปมองคนด้านข้างที่กอดเธอเมื่อคืน แต่ก็ไม่เห็นเขานอนอยู่แล้ว เมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำแล้วออกมาหยิบเสื้อเชิ๊ตตัวใหม่ของเขามาสวม แกร็ก เซฟเปิดประตูเข้ามาแล้วเอ่ยถาม "ตื่นแล้วเหรอ" "ยังไม่ตื่นมั้งคะ" เธอตอบแบบลอยหน้าลอยตา "เมื่อคืนโดนไปสองน้ำ พูดกวนจังเลยนะ" เซฟพูดพลางอมยิ้มแล้วเดินมาหาเธอ "คุณเซฟ! คุณพูดอะไรของคุณน่ะ" "พี่พูดยังไงเหรอ ที่บอกว่าสองน้ำก็เหงื่อไง เหงื่อมันก็น้ำเหมือนกัน" "นารารู้ค่ะว่าคุณไม่ได้หมายถึงเหงื่อ" "ถ้าไม่ได้หมายถึงเหงื่อ แล้วหมายถึงอะไรเหรอ บอกพี่หน่อยสิ" "ไม่รู้ค่ะ" "หิวหรือยัง พี่ทำอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว ไปทานกันเถอะ" "จะให้นาราใส่แต่เสื้อของคุณแบบนี้เหรอคะ" "พี่โทรสั่งให้เลขาของพี่ซื้อมาให้แล้วหลายชุด ทั้งชุดอยู่บ้าน แล้วก็ชุดออกไปข้างนอก รวมถึงชุดชั้นในด้วย แต่พี่ยังไม่ได้เอาขึ้นมายังวางอยู่ชั้นล่าง เดี๋ยววันนี้พี่จะซักแห้งให้ก่อนนะ แล้วค่อยเอามาใส่" เมื่อคืนหลังจากทานข้าวเสร็จ เขาก็ส่งไลน์ไปหามินให้จัดการซื้อให้ วันนี้เธอก็เอามาส่งให้ถึงที่บ้าน ก่อนที่เขาจ
เซฟเดินมาที่เตียงนอนพร้อมกับหย่อนตัวนั่ง แล้วเอนกายนอนลงบนที่นอนและเอ่ยเรียก "นารา" เสียงทุ้มนุ่มเรียกเธอเบาๆ "..." "นารา" "..." "นารา" เขาเพิ่มลิมิตความดังของเสียง "..." แต่เธอยังคงนิ่งไม่ไหวติง หมับ! เซฟคว้าร่างบางแล้วดึงเข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าของเขา แต่เธอยังคงแกล้งนอนนิ่งไม่กล้าขยับ เพราะเขาเคยขู่ว่าถ้าดิ้นเขาจะทำแบบนั้นกับเธออีกเพราะฉะนั้นเธอก็จะไม่ดิ้น "ถึงเธอไม่ดิ้น ฉันก็จะทำ" ว่าจบ เขาก็สูดดมไปที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอจนเต็มปอด ฟอดด ฟอดด "อื้อ คุณเซฟ นาราจะนอนค่ะ อย่ากวนสิคะ" เธอร้องท้วงออกมาแต่ครั้งนี้ไม่เป็นผล เมื่อสิ้นเสียงเธอ เขาก็จับมือเธอล๊อคเอาไว้กับที่นอนไม่ให้เธอขยับแล้วก้มลงไปจูบริมฝีปากอวบอิ่มและขบเม้มเบาๆ เขาจูบอย่างละเมียดละไมทั้งดูดทั้งดึง จากนั้นเขาสอดลิ้นเข้าไปควานหาลิ้นเล็กของเธอ ก่อนที่จะตวัดเกี่ยวพันกันอยู่เนิ่นนาน เขาถอนจากริมฝีปากเธอมาขบเม้มตรงซอกคอของเธอสลับไปมาทั้งสองข้าง มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างไม่รีบร้อนแล้วถอดออกจนเหลือแต่ร่างที่เปลือยเปล่า จากนั้นเขาก็ถอดผ้าเช็ดตัวออกจากตัวแล้วโยนทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่คิด
ด้านเซฟกับนารา เมื่อตอนบ่ายแก่ๆ เซฟออกไปซื้อของสดแล้วกลับมาเข้าครัวและลงมือทำอาหารเพื่อทานกับนารา เมื่อเขาทำเสร็จแล้วเขาจึงขึ้นไปชั้นบนเพื่อตามนาราลงมาทานข้าว 18.45 น. แกร็ก ประตูถูกเปิดเข้ามาโดยร่างสูง "ลงไปทานข้าวเถอะ ฉันทำเตรียมเอาไว้แล้ว" "คุณทำเองเหรอคะ" "ใช่ เธอไม่เชื่อเหรอว่าฉันทำเอง" "ไม่ใช่ไม่เชื่อค่ะ แต่นาราแปลกใจ เพราะนาราไม่เคยเห็นคุณทำอาหารเลย" "ฉันเคยทำทานเองบ่อยตอนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ" นาราเป็นคนแรกที่เขาทำให้ทาน "ตอนที่คุณตามคุณลลิลไปเรียนต่อที่ต่างประเทศใช่มั๊ยคะ" "เธอรู้ได้ยังไง ว่าฉันตามลลิลไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ" "ลูกของเพื่อนป้าเรียมที่ทำงานในบริษัทของคุณ มาเล่าให้ป้าเรียมฟังค่ะ" "มันก็ไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมดหรอกนะ ที่ฉันไปเรียนเพราะพ่อกับแม่ฉันอยากให้ฉันไปเรียนที่นั่น ฉันก็เลยทำตามความประสงค์ของท่าน ฉันไม่ได้ตามลลิลไปสักหน่อย" "แต่ก็ไปอยู่ด้วยกันไม่ใช่เหรอคะ" "ฉันไม่ได้จะไปอยู่กับลลิล แต่ลลิลมาขออยู่กับฉันเอง แต่ลลิลก็ไปๆมาๆ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน" "เหรอคะ" เธอพูดด้วยท่าทีปกติ "เธอพูดเหมือนไม่เชื่อฉัน" "เชื่อค่ะ มีอะไรที่จะต้องไม่เชื่อคะ คุณ
บ้านหลังใหญ่ในเนื้อที่5ไร่ เซฟขับรถเข้ามาจอดในรั้วบ้านหลังใหญ่หรูหราและใหม่เอี่ยม เขาลงจากรถแล้วมาเปิดประตูฝั่งเธอ ในระหว่างทางก่อนมาถึงบ้าน เขาพยายามปรับอารมณ์ให้เย็นลง ไม่เหมือนอยู่ในร้านไอศกรีม "ลงมาสิ ถึงแล้ว" "คุณพานารามาที่นี่ทำไมคะ แล้วนี่บ้านของใคร" "บ้านฉันเอง" "บ้านของคุณ?" "ใช่ อย่าถามมาก เข้าไปในบ้านก่อนแล้วค่อยถาม" ว่าแล้ว เขาก็จับมือเธอให้ออกมาจากรถ "แล้วคุณจะพานารากลับบ้านตอนไหนคะ" "ฉันจะให้เธออยู่ที่นี่จนกว่าฉันจะพอใจ" "ไม่เอา นาราไม่อยู่กับคุณหรอก นาราอยากกลับบ้านแล้ว" "จะห่วงบ้านอะไรนักหนา ลูกก็ไม่ได้อยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้น เธอไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น เพราะลูกอยู่กับปู่ย่าเขาได้รับการดูแลอย่างดี" "เรื่องลูกนาราไม่ห่วงหรอกค่ะ" ที่บอกว่าไม่ห่วงเพราะเธอรู้ดีว่าแม่ของเขาเลี้ยงดูเป็นอย่างดี มดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม "แล้วเธอห่วงอะไร" "ไม่ได้ห่วงอะไรหรอกค่ะ แต่มันไม่มีความจำเป็นที่นาราจะต้องมาอยู่กับคุณที่นี่ ในเมื่อบ้านนาราก็มีให้อยู่" "แต่ฉันจะให้เธออยู่ที่นี่" "คุณผิดสัญญานะคะคุณเซฟ" "ผิดสัญญาเรื่องอะไร" "คุณเคยบอกว่าถ้านาราคลอดแล้ว นาราก็เป็นอิสระโดยที่คุณ
หลายอาทิตย์ผ่านไป หลายอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ เซฟก็ยังทำหน้าที่เหมือนเดิม ไปหาลูกที่บ้านนาราทุกวัน นาราก็ยังคงมึนตึงกับเขาเหมือนเดิม ถามคำตอบคำ และวันนี้ก็เป็นวันที่เขามารับลูกไปนอนที่บ้านของเขา รอบนี้เขาบอกจะให้ลูกไปอยู่กับปู่ย่าหลายวันหน่อย เพราะพ่อกับแม่เขาบ่นว่าเหงาอยากเล่นกับหลาน นาราไม่ได้ว่าอะไ
บ้านเซฟ 18.20 น. เซฟกลับมาถึงบ้านในเวลาเกือบพลบค่ำ เมื่อลงจากรถเขาก็รีบขึ้นไปยังห้องของนาราเพื่อที่จะอุ้มลูกอย่างที่เคยทำมาเป็นประจำทุกวัน แต่เมื่อเขาเปิดประตูห้องเข้าไปก็เจอแต่ความว่างเปล่า ห้องนอนถูกจัดเป็นระเบียบสะอาดสะอ้าน เขารู้ดีว่านาราเป็นคนรักความสะอาดและความเรียบร้อย เขารู้สึกแปลกใจเพราะว
มินปลดตะขอกางเกงของเซฟแล้วรูดซิปลง จากนั้นเธอก็ถอดกางเกงของเขาออกจนเปลือยท่อนล่าง ซึ่งเขาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขาจัดการปรับเบาะให้นอนราบเพื่อที่จะสะดวกในการทำงานของเธอ เมื่อเห็นดังนั้นเธอก็รีบจัดการถอดชุดเดรสของเธอออกจนเหลือแต่ร่างที่เปลือยเปล่า มือเล็กจับไปที่แก่นกายของเขาแล้วสาวขึ้นลงอยู่ส
1 เดือนผ่านไป ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ เซฟกับนาราก็ยิ่งห่างเหินกันมากขึ้น ถ้าไม่ใช่เรื่องลูก เขาก็จะไม่คุยกับเธอ นั่งทานข้าวโต๊ะเดียวกันต่างคนต่างก็ไม่มองหน้ากัน กลายเป็นความเคยชินของคนทั้งสองไปเสียแล้ว "สาขาที่จะเปิดใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ พ่อจะให้เซฟเข้าไปบริหารนะ แล้วสาขาเดิมพ่อจะใ







