LOGIN“เมื่อคืนฉันเมามากจึงขาดสติยับยั้งชั่งใจ ฉันก็เลยทำแบบนั้นกับเธอไป”
View Moreเซฟ อายุ 26 ปี มีแฟนแล้ว
นารา อายุ 23 ปี . . . . ตัวอย่างนิยาย "ฉันขอให้เธอช่วยเก็บเรื่องระหว่างเราที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไว้เป็นความลับ ห้ามบอกให้ใครรู้" "นาราจะไม่บอกใครค่ะ นาราจะไม่ทำให้คุณเดือดร้อนแน่นอนค่ะ" "ขอให้ระหว่างเราต่างคนต่างอยู่ ให้เหมือนกับหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เธอทำได้ใช่มั๊ย" "ทำได้ค่ะ" เธอพูดด้วยแววตาแน่นิ่ง "นี่คือเช็คเงินสดสามล้านบาท สำหรับครั้งแรกของเธอที่เสียให้ฉันไปเมื่อคืน" เขาพูดพลางหยิบเช็คมาวางบนโต๊ะตรงหน้าเธอ "คุณเอากลับไปเถอะค่ะ เพราะนาราไม่ต้องการเงิน" เธอหลุบตามองเช็ค แล้วบอกเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง "แล้วเธอต้องการอะไร" "คำขอโทษจากคุณค่ะ" "ฉันไม่ผิด จะให้ฉันขอโทษเธอได้ยังไง ถ้าเมื่อคืนเธอไม่เข้าไปนอนในห้องของฉัน เรื่องก็คงไม่เกิด" "ถ้างั้น นาราก็ต้องขอโทษคุณด้วยนะคะ นาราผิดเองค่ะ ที่เข้าไปนอนในห้องของคุณ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว คุณก็กลับไปเถอะค่ะ นาราจะพักผ่อน" ว่าจบ เธอก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปเข้าห้องนอนทันที . . . . . . . . . . . . . . . . . . . มหาวิทยาลัยเอกชนเมื่อ 4 ปีก่อน "พี่เซฟคะ" เธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา แล้วเอ่ยเรียกเขาที่ยืนพิงรถหรู ซึ่งกำลังกดโทรศัพท์เพื่อโทรหาใครบางคนอยู่ด้วยอารมณ์หงุดหงิด "อะไร!" เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วเอ่ยถามเสียงเข้มแฝงไว้ด้วยความรำคาญ "หนูชื่อนารานะคะ เรียนอยู่ปีหนึ่ง" เธอมีผลการเรียนดี จึงได้เป็นนักเรียนทุน แล้วเธอก็ได้เข้ามาเรียนที่มหาลัยเอกชนแห่งนี้ "ใครอยากรู้จักเธอ!?" "...." เธอก้มหน้างุดเมื่อเขาตอกกลับมาแบบนั้น "เธอกำลังจะมาบอกว่าชอบฉันใช่มั๊ย เธออย่าเสียเวลาเลยนะ เพราะฉันไม่มีวันชอบเธอ จะบอกอะไรให้นะ ว่าไม่ใช่มีแค่เธอคนเดียวที่มาบอกว่าชอบฉัน มีผู้หญิงอีกหลายสิบคนที่มาบอกว่าชอบฉันแล้วก็บอกรักฉันทุกวัน แต่ฉันก็ไม่เคยชอบใคร ฉันจะบอกให้เอาบุญนะ ว่าฉันมีแฟนแล้ว แล้วฉันก็รักแฟนฉัน เพราะฉะนั้นเธอเลิกชอบฉันซะ เพราะชาตินี้ฉันก็ไม่มีวันที่จะชอบเธอ ต่อให้โลกนี้จะมีผู้หญิงแค่เธอคนเดียวก็ตาม ฉันก็ไม่มีวันที่จะชอบเธอ" "มันไม่ใช่อย่างที่พี่เซฟคิดนะคะ นาราแค่จะบอกพี่เซฟว่า..." "กลับไปซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก" เขารีบพูดดักคอ เพราะเขาไม่อยากฟังคำแก้ตัวจากเธอ "....." เธอนิ่งงันไปกับคำพูดของเขาที่เข้ามากระแทกใจเธอเข้าอย่างจัง เธอเพียงจะมาขอบคุณเขาที่เขาเคยช่วยเหลือเธอไว้เมื่อหลายวันก่อน แต่คำพูดของเขาได้ทำให้เธอกระจ่างแจ้งแล้วทุกอย่าง เธอประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา ที่เธอจะมาขอบคุณเขาวันนี้ก็เพราะยังเหลือเวลาอีกไม่กี่วันเขาก็จะจบปีสี่แล้ว ถ้าเธอไม่มาขอบคุณเขาวันนี้ เธอก็ไม่มีโอกาสได้ขอบคุณเขาอีกแล้ว สาเหตุที่เธอชื่นชอบเขาและประทับใจเขาก็เพราะว่า ย้อนไปเมื่อ1อาทิตย์ก่อน วันนั้นเธอกำลังเดินอยู่ริมถนนในมหาวิทยาลัย แล้วอยู่ๆก็มีรถเก๋งคันนึงแล่นเข้ามาอย่างเร็วตรงเข้ามาหาเธอ เธอบังเอิญหันไปเห็นเข้าพอดีก็เกิดอาการตกใจจึงรีบหลบรถที่แล่นมาหาเธอ จนเธอล้มลงไปกองกับพื้นอย่างแรงจนข้อเท้าแพลงและมีเลือดไหลออกมาและทันใดนั้น "เธอเป็นอะไรมากมั๊ย เดี๋ยวฉันจะอุ้มเธอไปห้องพยาบาล" ว่าจบเขาก็อุ้มเธอแล้วพาไปห้องพยาบาล เมื่อไปถึงเขาก็จัดการทำแผลให้เธอจนเสร็จสรรพ หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเธอก็เลยชื่นชอบเขาที่เขาเป็นสุภาพบุรุษมีน้ำใจกับเธอ เธอเลยรู้สึกประทับใจเขา "ในเมื่อเธอรู้อย่างนี้แล้ว เธอยังจะชอบฉันอยู่อีกมั๊ย" เขาพูดพลางเหยียดยิ้มมุมปาก "นาราขอโทษนะคะ ที่นาราเข้ามาวุ่นวาย แล้วก็ทำให้พี่เซฟรู้สึกรำคาญ ต่อจากนี้ไป นาราจะไม่เข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตของพี่เซฟอีก นาราขอตัวนะคะ" ว่าจบ เธอก็หมุนตัวกลับแล้วเดินออกไปทั้งที่เธอยังไม่ได้ขอบคุณเขาด้วยซ้ำ และจากที่เธอเคยชื่นชอบในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา วันนี้ความชอบนั้นได้มลายหายไปจากใจเธอจนหมดสิ้น คิดแล้วก็รู้สึกละอายใจที่อุตส่าห์บากหน้าไปเพื่อจะขอบคุณเขา แต่กลับโดนต่อว่าไม่มีชิ้นดี ปัจจุบัน บ้านนารา นาราอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้กับแม่ตั้งแต่เกิด จนเธอเรียนจบม.6 แม่ของเธอก็ได้เสียชีวิตกะทันหันด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และตั้งแต่นั้นมาเธอต้องต่อสู้ดิ้นรนมาเพียงลำพัง "ที่ทำงานเป็นยังไงบ้างนารา" "ดีค่ะป้า เจ้านายใจดีเป็นกันเองกับลูกน้อง แล้วก็ไม่ถือตัวด้วยค่ะ" นาราทำงานในตำแหน่งเลขาประธานบริษัท "ป้าดีใจนะ ที่นาราได้ทำงานดีๆ แถมเจ้านายยังใจดีอีก ได้งานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง ป้าก็ดีใจด้วยที่นาราไม่ต้องเที่ยววิ่งหางานหาเงินเหมือนตอนเรียนมหาลัยแล้ว ป้ารู้มาว่าเจ้าของบริษัทที่นาราทำงาน เขารวยมากเลยนะ" "น่าจะอย่างนั้นค่ะป้า" เธอก็รู้มาบ้างเพราะพนักงานที่บริษัทเขาคุยกัน "ป้ารู้มาอีกนะว่าเจ้าของบริษัทเขามีลูกชายอยู่สองคน" "นาราก็รู้มาแบบนั้นค่ะ ตั้งแต่ที่นาราทำงานอยู่ที่นั่นมาหนึ่งปี นาราก็ไม่เคยเห็นน้องชายคุณเซนเลยค่ะ" "ป้าเคยได้ข่าวเขาพูดกันว่า พอเรียนจบจากที่นี่เขาก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเลย" "อ๋อค่ะ" เธอก็ไม่ได้รู้อะไรมาก เพราะแต่ละวันตื่นเช้ามาเธอก็ออกไปทำงาน แล้วตอนเย็นก็กลับมาบ้าน "ป้าได้ข่าวจากวงในว่าที่เขาไปเรียนต่อต่างประเทศเพราะเขาตามแฟนที่ไปเรียนอยู่ต่างประเทศก่อนแล้ว" "อ๋อค่ะ เรื่องนี้นาราไม่ทราบจริงๆค่ะ" "แล้วป้าก็ได้ข่าวมาอีกนะว่าเขากลับมาจากต่างประเทศแล้วด้วย กลับมาพร้อมกับแฟนเขา" "อ๋อค่ะ งั้นนาราขอตัวไปทำงานก่อนนะคะป้า เดี๋ยวจะสาย" "ไปเถอะๆ ป้าก็มัวแต่ชวนคุยเพลินจนไม่ได้ดูเวลา" "นาราไปนะคะป้า" ว่าแล้ว เธอก็เดินออกไปเพื่อไปรอรถเมย์ที่เธอขึ้นเป็นประจำทุกวัน บริษัท "สวัสดีค่ะท่านประธาน" นาราลุกขึ้นสวัสดีพร้อมกล่าวคำทักทายเมื่อเขาเดินผ่านโต๊ะทำงานของเธอ "ครับ เดี๋ยวคุณเอากาแฟเข้าไปให้ผมแก้วนึงนะ" "ได้ค่ะท่านประธาน" เธอก้มศีรษะให้อย่างนอบน้อมแล้วเดินไปชงกาแฟให้เขา ด้านเซฟกับลลิล "ลลิลอยากซื้ออะไรบอกพี่นะ เดี๋ยวพี่ซื้อให้" "ลลิลไม่อยากได้อะไรแล้วค่ะ ที่พี่เซฟเคยซื้อให้ลลิลก็ใช้ไม่ทันแล้วค่ะ" "แต่พี่อยากซื้อให้นิ" "แค่พี่เซฟรักลลิล ลลิลก็ดีใจมากแล้วค่ะ ลลิลไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว" "พี่รักลลิล แต่พี่ก็อยากซื้อของให้ลลิลด้วยไง" "ไม่เป็นไรค่ะ แค่รักก็พอแล้วสำหรับลลิล" "งั้นเราไปทานข้าวกันมั๊ย" "ก็ดีเหมือนกันค่ะ ลลิลก็หิวอยู่พอดี" "งั้นไปกันเถอะ" ว่าจบ เขาก็จูงมือแฟนสาวแล้วเดินไปยังร้านอาหาร2 อาทิตย์ต่อมา วันนี้เป็นวันครบกำหนดที่เขาจะต้องพานารากลับบ้านอย่างที่เขาได้ให้สัญญาไว้กับเธอ "ก่อนกลับบ้าน เดี๋ยวเราแวะที่สำนักงานเขตก่อนนะนารา" "แวะไปทำไมคะ" "เราจะไปจดทะเบียนสมรสกัน" "จดทะเบียนสมรส?" "ใช่ เราเป็นผัวเมียกันทางพฤตินัยแล้ว เราก็ต้องเป็นผัวเมียกันทางกฏหมายด้วยสิ" "พี่เซฟจะรีบจดทำไมคะ" "พี่อยากให้ใครๆได้รู้ว่านารามีเจ้าของแล้ว แล้วพี่ก็มีเจ้าของแล้วเหมือนกัน" "พี่เซฟมั่นใจแล้วเหรอคะ ว่าจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับนารา" "ไม่มีอะไรที่พี่จะแน่ใจไปกว่านี้ได้อีกแล้ว" ตอนที่ลลิลบอกอยากแต่งงานแล้วเขาบอกว่าหมั้นเอาไว้ก่อน เพราะเขายังไม่มั่นใจ เขาจึงบอกว่าให้หมั้นกันไว้ก่อน เพราะยังลังเลในตัวของลลิล เขาเลยอยากยื้อเวลาเอาไว้ เพื่อวันข้างหน้าถ้าเขาคิดว่าไปกันไม่ได้ เขาก็จะขอถอนหมั้นเอง และเขาคิดถูกแล้วที่บอกว่าหมั้นเอาไว้ก่อน ที่เขาเคยบอกว่ารักลลิล แต่ความรู้สึกของเขาแตกต่างกับบอกรักนารา ในความรู้สึกเขา เขาสามารถบอกรักนาราได้เต็มปากและเต็มใจ โดยที่ไม่ต้องฝืนใจ เพราะเขารักนารามากกว่าใคร รักที่มีล้นเปี่ยมออกมาจากหัวใจเขาจริงๆ "งั้น...ก็ได้ค่ะ" "จดก่อนแล้วค่อยแต่งงานนะนารา" "แต่
ด้านเซฟกับนารา 20.50 น. "ยังไม่อาบน้ำเหรอ" เซฟเปิดประตูห้องนอนเข้ามา แล้วเอ่ยถามเธอที่นั่งมองจอโทรศัพท์อยู่บนโซฟา "ยังค่ะ" "แล้วจะอาบตอนไหน" "นาราจะอาบตอนก่อนจะเข้านอนค่ะ" "ยังไม่ง่วงเหรอ" "ไม่ง่วงค่ะ เพราะนารามักจะนอนดึก" เธอจะยื้อเวลาให้เขาหลับก่อนแล้วเธอค่อยนอน "งั้นพี่ไปอาบก่อนนะ" ว่าจบ เขาก็หยิบผ้าเช็ดตัวไปเข้าห้องน้ำ เมื่อเขาอาบเสร็จแล้วเขาก็เดินออกมาด้วยผ้าเช็ดตัวพันเอวสอบที่เผยให้เห็นหน้าท้องที่มีมัดกล้ามสวยงาม แล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ "เข้าไปอาบสิ พี่อาบเสร็จแล้ว" "นารายังไม่ง่วงคะ ค่อยอาบแล้วนอนเลยค่ะ" "คิดจะเบี้ยวพี่เหรอ" เขาพูดแล้วพลางยิ้มอย่างรู้ทัน "ไม่ได้เบี้ยวค่ะ แต่นาราขอนั่งดูโทรศัพท์ก่อนนะคะ" เธอยังมองหน้าจอโทรศัพท์โดยที่ไม่ได้สนใจเขา "ถ้ามัวลีลา พี่จะทำตรงนี้เลยแล้วกันนะ" ว่าจบ เขาก็ทำท่าปลดปมผ้าเช็ดตัวออก แต่ทว่า "ก็ได้ๆ นาราจะไปอาบตอนนี้เลยค่ะ" ว่าแล้ว เธอก็รีบไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว นาราเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าเช็ดตัวพันร่างอรชรอ้อนแอ้นเอาไว้เผยให้เห็นเนื้อเนินอกที่ล้นออกมาพ้นขอบผ้าเช็ดตัว เซฟเมื่อเห็นดังนั้นจึงเด
วันต่อมา ตอนเที่ยง นาราลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วกระพริบตาเพื่อรับแสงของวันใหม่ เธอหันไปมองคนด้านข้างที่กอดเธอเมื่อคืน แต่ก็ไม่เห็นเขานอนอยู่แล้ว เมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำแล้วออกมาหยิบเสื้อเชิ๊ตตัวใหม่ของเขามาสวม แกร็ก เซฟเปิดประตูเข้ามาแล้วเอ่ยถาม "ตื่นแล้วเหรอ" "ยังไม่ตื่นมั้งคะ" เธอตอบแบบลอยหน้าลอยตา "เมื่อคืนโดนไปสองน้ำ พูดกวนจังเลยนะ" เซฟพูดพลางอมยิ้มแล้วเดินมาหาเธอ "คุณเซฟ! คุณพูดอะไรของคุณน่ะ" "พี่พูดยังไงเหรอ ที่บอกว่าสองน้ำก็เหงื่อไง เหงื่อมันก็น้ำเหมือนกัน" "นารารู้ค่ะว่าคุณไม่ได้หมายถึงเหงื่อ" "ถ้าไม่ได้หมายถึงเหงื่อ แล้วหมายถึงอะไรเหรอ บอกพี่หน่อยสิ" "ไม่รู้ค่ะ" "หิวหรือยัง พี่ทำอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว ไปทานกันเถอะ" "จะให้นาราใส่แต่เสื้อของคุณแบบนี้เหรอคะ" "พี่โทรสั่งให้เลขาของพี่ซื้อมาให้แล้วหลายชุด ทั้งชุดอยู่บ้าน แล้วก็ชุดออกไปข้างนอก รวมถึงชุดชั้นในด้วย แต่พี่ยังไม่ได้เอาขึ้นมายังวางอยู่ชั้นล่าง เดี๋ยววันนี้พี่จะซักแห้งให้ก่อนนะ แล้วค่อยเอามาใส่" เมื่อคืนหลังจากทานข้าวเสร็จ เขาก็ส่งไลน์ไปหามินให้จัดการซื้อให้ วันนี้เธอก็เอามาส่งให้ถึงที่บ้าน ก่อนที่เขาจ
เซฟเดินมาที่เตียงนอนพร้อมกับหย่อนตัวนั่ง แล้วเอนกายนอนลงบนที่นอนและเอ่ยเรียก "นารา" เสียงทุ้มนุ่มเรียกเธอเบาๆ "..." "นารา" "..." "นารา" เขาเพิ่มลิมิตความดังของเสียง "..." แต่เธอยังคงนิ่งไม่ไหวติง หมับ! เซฟคว้าร่างบางแล้วดึงเข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าของเขา แต่เธอยังคงแกล้งนอนนิ่งไม่กล้าขยับ เพราะเขาเคยขู่ว่าถ้าดิ้นเขาจะทำแบบนั้นกับเธออีกเพราะฉะนั้นเธอก็จะไม่ดิ้น "ถึงเธอไม่ดิ้น ฉันก็จะทำ" ว่าจบ เขาก็สูดดมไปที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอจนเต็มปอด ฟอดด ฟอดด "อื้อ คุณเซฟ นาราจะนอนค่ะ อย่ากวนสิคะ" เธอร้องท้วงออกมาแต่ครั้งนี้ไม่เป็นผล เมื่อสิ้นเสียงเธอ เขาก็จับมือเธอล๊อคเอาไว้กับที่นอนไม่ให้เธอขยับแล้วก้มลงไปจูบริมฝีปากอวบอิ่มและขบเม้มเบาๆ เขาจูบอย่างละเมียดละไมทั้งดูดทั้งดึง จากนั้นเขาสอดลิ้นเข้าไปควานหาลิ้นเล็กของเธอ ก่อนที่จะตวัดเกี่ยวพันกันอยู่เนิ่นนาน เขาถอนจากริมฝีปากเธอมาขบเม้มตรงซอกคอของเธอสลับไปมาทั้งสองข้าง มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างไม่รีบร้อนแล้วถอดออกจนเหลือแต่ร่างที่เปลือยเปล่า จากนั้นเขาก็ถอดผ้าเช็ดตัวออกจากตัวแล้วโยนทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่คิด






reviews