LOGINนางถามเขาว่าหนังสือหย่าเขียนเสร็จหรือยัง แต่ท่านโหวเฮงซวยกลับบอกว่ารอฤกษ์ยามก่อน พอนางทวงใบหย่าอีกครั้ง ท่านโหวตัวดีก็อ้างว่าข้อมืออักเสบเขียนใบหย่าไม่ไหว มันช่างดีนัก! หลินหว่านเอ๋อร์ คือภรรยาที่ ลู่เหวินอวี้ ไม่ชอบหน้า เขาอยากจะหย่ากับนางใจจะขาด นางก็ทำให้เขาสมใจอยากด้วยการยื่นข้อเสนอในการหย่าเสียเลย แต่แทนที่สามีบัดซบจะยอมเขียนใบหย่าแต่โดยดี เขากลับอ้างนั่นอ้างนี่ไม่หยุด นางสุดจะทนแล้ว ใบหย่าก็ไม่ได้ อีกทั้งเขายังเข้าหานางแทบทุกคืน แทนที่จะได้ใบหย่าไม่ใช่ว่าจะได้ลูกแฝดก่อนหรอกหรือ ให้ตายเถอะ!
View Moreหลายปีผ่านไปฤดูกาลผันเปลี่ยนหมุนเวียนจากลมหนาวสู่ไออุ่นของฤดูใบไม้ผลิ จวนโหวที่เคยเงียบเหงาและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเย็นชา บัดนี้กลับคลาคล่ำไปด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเด็กๆ และความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกหนแห่งภายในจวนแห่งนี้ภายในสวนหลังจวนยามนี้เต็มไปด้วยดอกพุดซ้อนที่หลินหว่านเอ๋อร์โปรดปราน มันส่งกลิ่นหอมชวนให้ผู้คนรู้สึกมีความสุขอย่างยิ่ง หลินหว่านเอ๋อร์กำลังนั่งถักไหมพรมอยู่ในศาลาริมสระน้ำอย่างตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าของนางยังคงความสดใสและรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เปลี่ยนแปลงแม้กาลเวลาจะล่วงเลยไปเท่าใดก็ตาม อีกทั้งความรักที่ลู่เหวินอวี้มีให้นางนั้นก็ไม่เคยลดน้อยลงไปตามกาลเวลากลับมีแต่จะเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน“ท่านแม่ขอรับ ดูนี่สิ ข้าฝึกวรยุทธ์กับท่านพ่อจนได้กระบวนท่าใหม่แล้ว!”เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายวัยเจ็ดขวบที่ถอดแบบใบหน้าคมสันมาจากบิดาทำให้หลินหว่านเอ๋อร์ต้องละสายตางานงานฝีมือตรงหน้าขึ้นมามอง ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ายามนี้บุตรชายของนางกำลังวิ่งเข้ามาหา ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเด็กหญิงตัวน้อยอีกหนึ่งคนที่อยู่ในชุดสีชมพูอ่อนก็กำลังวิ่งตามเข้ามาเช่นเดียวกันนางและเขามีบุตรสาวบ
บรรยากาศในจวนโหวที่เคยคึกคักไปด้วยสีสันของเหล่าอนุภรรยา บัดนี้กลับเงียบเหงาลงอย่างน่าประหลาด ตั้งแต่ลู่เหวินอวี้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่และรู้หัวใจของตนเองว่าเขาหลงรักหลินหว่านเอ๋อร์แล้ว ชายหนุ่มก็ไม่รับสตรีใดเข้าจวนอีก แม้แต่สาวใช้ที่คิดจะหว่านเสน่ห์หรือยั่วยวนเขาก็จัดการไล่พวกนางออกจากจวนทั้งหมด ไม่ปล่อยให้พวกนางมาทำให้ภรรยาของเขาต้องอารมณ์เสียอย่างเด็ดขาดส่วนเรื่องหย่านั้นหลินหว่านเอ๋อร์ก็ล้มเลิกความคิดไปนานแล้วยามนี้นางกำลังนั่งจิบชาอยู่ในศาลาอย่างสบายอารมณ์ เมื่อหลายวันก่อนเยี่ยจื่อเพิ่งจะคลอดบุตร นางจึงมอบเงินให้เยี่ยจื่อและอาซีไปหลายตำลึงเพื่อให้พวกเขาเก็บเอาไว้เป็นทุนรอนให้บุตรของตนเองยามเติบใหญ่ เยี่ยจื่อและอาซีดีใจมากที่นางเมตตาพวกเขาและลูกมากขนาดนี้แสงแดดยามสายไม่ได้ร้อนมากเท่าใดนัก อีกทั้งยังมีสายลมพัดมาผะแผ่ว ลู่เหวินอวี้ที่เพิ่งเข้าวังหลวงไปร่วมประชุมยามเช้าเสร็จเมื่อกลับมาถึงจวนก็รีบเอ่ยถามคนรับใช้ว่าหลินหว่านเอ๋อร์อยู่ที่ใด ก่อนจะตรงมาที่ศาลาริมน้ำในทันที วันนี้ชายหนุ่มสวมชุดสีขาวสะอาดตา แววตาของเขาในวันนี้ดูอ่อนโยนเป็นอย่างมาก เมื่อเดินมาถึงศาลาริมน้ำเขาก็ตรงเข้ามากอดภ
เมื่อสงครามจบลงลู่เหวินอวี้และหลินหว่านเอ๋อร์ก็เดินทางกลับเมืองหลวงทันที ฝ่าบาททรงพอพระทัยอย่างมากกับผลงานในครั้งนี้ของลู่เหวินอวี้ จึงจัดงานเลี้ยงให้เขางานเลี้ยงฉลองชัยชนะของแม่ทัพลู่เหวินอวี้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ หลินหว่านเอ๋อร์ผู้เป็นภรรยาก็มาร่วมงานด้วย วันนี้นางสวมชุดผ้าไหมสีแดงสดที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่นสะดุดตาในขณะที่นางกำลังยืนสนทนากับเหล่าฮูหยินคนอื่นๆ คุณชายฉินคนดีคนเดิมก็เข้ามาทักทายนางด้วยความยินดี“หว่านเอ๋อร์ วันนี้เจ้าแต่งตัวงดงามมาก ได้ยินว่าชัยชนะครั้งนี้เจ้าก็มีส่วนช่วยท่านโหวไม่น้อย ช่างเก่งกาจยิ่งนัก” หลินหว่านเอ๋อร์ได้ฟังก็ยิ้มน้อยๆ พลางพูดกับเขา“ขอบคุณมากเจ้าค่ะ ไม่เจอกันนานคุณชายฉินดูดีขึ้นไม่น้อยเชียว”“เจ้ากล่าวชมเกินไปแล้ว”ชายหนุ่มหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย แม้หลินหว่านเอ๋อร์จะแต่งงานแล้วแต่เขาก็ยังชื่นชมนางไม่เสื่อมคลาย“หน้าท่านแดงเพราะฤทธิ์สุราหรือคุณชายฉิน เอาอย่างนี้ หน้าแดงอย่างเดียวมันจะไปสนุกอะไร มิสู้ข้าช่วยต่อยเบ้าตาท่านให้เขียวช้ำเพิ่มอีกสักหน่อยดีหรือไม่?”คุณชายฉินสะดุ้งโหยง เมื่อหันมามองก็พบกับชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทที่แผ่ไอเ
ลู่เหวินอวี้เมื่อได้รับรู้ว่าฝ่าบาทเรียกตนเองเข้าวังหลวงโดยด่วน ก็ทราบได้ในทันทีว่าเกิดเรื่องขึ้นอย่างแน่นอนแล้ว ท่าทีอ่อนโยนขี้อ้อนของชายหนุ่มพลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน"ข้าจะรีบกลับมา"เขาหันมาเอ่ยกับนางก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปยังวังหลวงอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็เป็นเช่นนั้นจริง ยามนี้ที่ชายแดนกำลังเกิดการก่อกวนอย่างหนักจากพวกชาวเผ่าทุ่งหญ้าที่เริ่มเหิมเกริมขึ้นอีกครั้ง พวกมันสังหารชาวบ้านที่ชายแดนตายไปหลายคนแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นยังยกทัพขึ้นประชิดชายแดน ฝ่าบาทร้อนใจเป็นอย่างมากจึงมีรับสั่งให้เขารีบมุ่งหน้าไปชายแดนทางใต้เพื่อปราบปรามเผ่าทุ่งหญ้ากลุ่มนั้นให้สิ้นซากลู่เหวินอวี้รับคำอย่างนอบน้อม ก่อนจะรีบกลับมาที่จวนของตนทันที เมื่อมาถึงเขาก็พบกับหลินหว่านเอ๋อร์ที่กำลังยืนรออยู่หน้าเรือนใหญ่ นางสังเกตเห็นสีหน้าของเขาเมื่อครู่นี้แล้วก็พอจะคาดเดาได้ว่าการที่ฝ่าบาทเรียกพบเขาเป็นการด่วนเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน"เป็นอย่างไรบ้าง?"แม้นางจะรู้ดีว่าไม่ควรเซ้าซี้เรื่องงานของเขา แต่ก็ยังอดถามออกไปไม่ได้ แต่แทนที่ลู่เหวินอวี้จะโมโหเขากลับยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน พลางคว้าจับมือนางให้เข้าไปด้านใ





