Share

EP.02 : รู้จักฉันไหม

last update Tanggal publikasi: 2025-06-12 14:32:56

ฉันยืนอยู่ตรงนั้นอย่างหมดแรง ก่อนที่ร่างกายจะทรุดลงโดยไร้เสียง หัวเข่ากระแทกพื้นเย็นเฉียบ หัวใจสั่นระรัวจนเหมือนจะหยุดเต้น ฉันยกสองมือขึ้นมากอดตัวเองโดยไม่รู้ตัว น้ำตาหยดแรกหล่นลงมาโดยไม่ทันตั้งใจและฉันก็ไม่คิดจะห้ามมันอีกต่อไปแล้ว

ความรู้สึกทั้งหมดถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นซัดซ้ำรอยเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนแทบไม่มีที่ว่างให้หายใจ

ฉันรู้... ฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาเป็นคนแบบนั้น

ฉันยังจำได้ ในครั้งก่อนเขาทำอะไรไว้กับฉัน และในครั้งนี้ฉันเกือบจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง

ทั้งที่ฉันย้อนกลับมาเพื่อเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

แต่จนถึงตอนนี้—ฉันยังแก้อะไรไม่ได้เลย

ที่แย่ไปกว่านั้นคือ... ลึก ๆ ในใจ ฉันยังมีหวัง

หวังว่าเขาจะไม่ทำแบบเดิม

หวังว่าเขาจะรักฉันจริง ๆ สักครั้ง

แต่ความหวัง... มันก็เหมือนการปีนขึ้นยอดเขาสูงชันเพียงเพื่อจะตกลงมาในวินาทีเดียว มันเจ็บ เจ็บจนลมหายใจหายไปชั่วขณะ

ฉันไม่รู้ว่านั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้นนานแค่ไหน จนกระทั่งเสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง

ฉันผงะ หยุดร้องไห้ทันทีเหมือนร่างถูกสั่งหยุดเวลา มองไปยังบานประตูที่ค่อย ๆ เปิดออก

และในเสี้ยววินาทีนั้น... ฉันเผลอคิดไปว่า บางที—ลีวายอาจจะกลับมา

กลับมา... เพื่อขอโทษ

แต่ไม่เลย

มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิด

“ขวัญ! ทำไมแกไม่ล็อกประตูห้อง!”

เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยตะโกนลั่นจากด้านนอก ทำเอาแสงแห่งความหวังที่ฉันเพิ่งเผลอฝากไว้กับบานประตูเมื่อครู่ดับวูบลงในทันที... แต่แปลกเหลือเกิน เพราะเสียงนั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น ราวกับได้ยาดีมาเยียวยาหัวใจอย่างไม่มีเหตุผล

“ขวัญ! ไอ้ขวัญโว้ย! เตรียมตัวเสร็จหรือยัง – ไอ้บ้าลีวายมันยังอยู่ไหม อย่าให้มันนอนทับที่ของฉันเชียวนะ!”

“ที่ของแกบ้าบออะไรยะ!”

ฉันตะโกนกลับไปโดยอัตโนมัติ เสียงหัวเราะหลุดออกจากริมฝีปากอย่างช่วยไม่ได้ ถึงแม้เมื่อครู่จะเพิ่งร้องไห้แทบขาดใจ แต่ต้นหอมก็ยังมีปฏิกิริยาบ้าบอเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

ให้ตายเถอะ... ฉันจะเป็นไบโพล่าก็เพราะแกเนี่ยแหละ

“เออ รอก่อนแป๊บนึง เดี๋ยวฉันออกไป”

“นี่ยังไม่พร้อมอีกเหรอ! ดีนะฉันรีบมากดดันแกถึงห้องเนี่ย!”

เสียงบ่นพร่ำ ๆ ดังต่อเนื่องจากอีกฝั่งประตู ฉันรู้ทันทีว่าเธอมายืนรออยู่หน้าห้องแล้วแน่ ๆ เลยรีบคว้าผ้าเช็ดตัวผืนเดิมมาพันตัวไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกแขนขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่บนแก้มอย่างลวก ๆ

“ฉันจะรออยู่ข้างนอกเนี่ยแหละ! รีบ ๆ เลยนะ เข้าใจไหม!”

“เออออ – ไปสายหน่อยมันไม่ตายหรอก!”

เสียงบ่นยังไม่ทันเงียบ ฉันก็ยิ้มออกมาได้อย่างแปลกประหลาด

บางที... เสียงแหลม ๆ ของเพื่อนสนิทคนนี้ อาจเป็นยาช่วยชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับฉันก็ได้

“โอเค... ฉันว่านี่มันก็ค่อนข้างวุ่นวายนิด ๆ นะ”

ฉันเอ่ยขึ้นเบา ๆ ระหว่างที่เราสองคนเดินผ่านจุดตรวจตั๋วแล้วมาหยุดอยู่ในแถวหน้าทางเข้าอาคารคอนเสิร์ต

ฮอลล์ทันสมัยที่ภายนอกกรุกระจกสะท้อนแสงไฟเมืองสลับวูบวาบ ความจอแจของผู้คนที่ยืนกระจายกันอยู่ทั่วทางเข้า เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงแซวของเหล่าแฟนคลับดังระงมรอบตัว มันเหมือนถูกโยนเข้ามาในโลกอีกใบ โลกที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นแบบบ้าคลั่ง...

ซึ่งฉันไม่เคยชอบเลยสักนิดเดียว

กลุ่มผู้หญิงสามสี่คนที่ยืนห่างจากเราไปไม่ถึงสองเมตรกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส ราวกับพวกเธอไม่ได้มาเพื่อดูคอนเสิร์ต แต่จะมาแต่งงานกับสมาชิกวงไซเรนเสียเอง

“โอ๊ยตาย วันนี้เขาจะสบตากับเราไหมนะ!”

หญิงสาวคนหนึ่งพูดพลางกุมแก้ม หน้าแดงปลั่งจากทั้งอากาศและความตื่นเต้น

“ขอให้เป็นฉันทีเถอะ แค่อยากให้เขาพูดชื่อฉันออกมาจากปากก็พอ แค่คิดก็จะเป็นลมแล้ว!”

“แก แค่ฉันหลับตาแล้วนึกถึงรอยยิ้มของเขา ฉันก็จะละลายอยู่ตรงนี้แล้ว รู้ไหม!”

เสียงกรี๊ดเบา ๆ ดังตามมา พร้อมท่าทางเพ้อฝันราวกับพวกเธอกำลังอยู่ในละครโรแมนติกฝรั่งเศสท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิ ฉันเหลือบมองต้นหอมที่กำลังกลั้นหัวเราะอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะโดนสะกิดเข้าที่สีข้างแบบยิก ๆ

“เห็นไหมล่ะ” ต้นหอมกระซิบอย่างตื่นเต้น “มีแต่คนคลั่งรักวงนี้ โดยเฉพาะนักร้องนำ...”

“จ้า — ก็หวังว่าเธอคงจะไม่เป็นแบบนั้นล่ะกัน”

“แล้วเธอจะรู้... ของขวัญเอ๋ย”

เมื่อเราสองคนเดินเข้าไปในฮอลล์ ความรู้สึกเหมือนถูกซัดด้วยพลังงานบางอย่างก็ถาโถมเข้าใส่โดยไม่ทันตั้งตัว เพดานสูงโปร่งประดับด้วยโคมไฟขนาดใหญ่ที่ให้แสงนวลตา พื้นพรมหนาใต้ฝ่าเท้าช่วยดูดซับเสียงฝีเท้าของผู้คนที่เดินเข้าออกอยู่ตลอดเวลา กลิ่นน้ำหอมหลากยี่ห้อลอยฟุ้งปะปนกับกลิ่นโลชั่นและเจลแอลกอฮอล์ เสียงดนตรีคลอเบา ๆ ลอยมาจากลำโพงตามจุดต่าง ๆ อย่างมีจังหวะ

ด้านหน้าเวทีเป็นโซนยืนที่กั้นไว้ด้วยรั้วเหล็กเตี้ย ๆ และทีมงานที่คอยควบคุมฝูงชน ต้นหอมดูจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เธอจับมือฉันลากไปยังแถวหน้าเหมือนกลัวจะพลาดอะไรสักอย่าง

และใช่ มันเพราะยัยนี่ซื้อบัตรพรีเมียมที่ยืนติดหน้าเวทีใกล้ชนิดที่มองเห็นรูขุมขนนักร้องนำได้เลย

ฉันเหลือบมองต้นหอมที่กำลังยิ้มกว้างจนตาแทบปิด แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า... ปกติยัยนี่เป็นคนประหยัดจะตาย จะซื้อเสื้อตัวนึงยังคิดแล้วคิดอีก แต่คราวนี้เธอกลับยอมทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อผู้ชายห้าคนบนเวที

โดยเฉพาะหนึ่งในนั้น ที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตฉันไปตลอดกาล

และในตอนนั้นเอง... ฉันยังไม่รู้เลยว่าชีวิตของฉันมันเริ่มต้นใหม่แล้วจนกระทั่งมายืนอยู่ตรงนี้

เรายืนได้สักพัก แสงไฟบนเวทีก็ดับลง เสียงฝีเท้าเดินขึ้นเวทีอย่างช้า ๆ ดังขึ้นท่ามกลางเสียงพูดคุยอื้ออึงที่ค่อย ๆ แผ่วเบาลงในความมืด สปอตไลต์สีขาวเพียงดวงเดียวเคลื่อนไหวช้า ๆ ก่อนหยุดลงเมื่อเสียงกีตาร์โปร่งเริ่มบรรเลงเบา ๆ

ชายหนุ่มร่างสูง เรือนผมสีแดงเพลิงยืนอยู่กลางเวที มือดีดสายกีตาร์ท่ามกลางความเงียบที่หล่นวูบลงทันทีที่โน้ตแรกดังขึ้น มันไม่ใช่แค่เสียงดนตรี แต่มันเหมือนกำลังถักทอบางสิ่งในอากาศ เสียงที่เรียบ นุ่ม แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจนั้น ทำให้ทุกสายตาจับจ้องเขาอย่างไม่ได้นัดหมาย

เสียงกีตาร์ไฟฟ้าอีกตัวดังขึ้น เสริมด้วยเสียงเบสที่ไล่จังหวะอย่างมั่นคง ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงกลองก็กระทบขึ้นอย่างพร้อมเพรียง เพลงเปิดตัวค่อย ๆ ก่อตัวอย่างสงบนิ่ง — ไม่ใช่แรงกระแทกแบบร็อก ไม่ใช่พายุอารมณ์แบบดราม่า แต่เป็นเหมือนคลื่นเบา ๆ ที่ค่อย ๆ พัดพาความรู้สึกล่องลอยไปไกลแสนไกล

แสงไฟทีละดวงค่อย ๆ สาดลงบนสมาชิกวงที่กำลังเล่นดนตรีอย่างเป็นจังหวะ พวกเขาทุกคนดูมีเสน่ห์ราวกับถูกแต่งแต้มขึ้นมาด้วยฝีมือของใครบางคนที่เข้าใจศิลปะแห่งมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ท่าทาง สีหน้า จังหวะการขยับลำตัว ดูลื่นไหลประสานกันอย่างมีพลัง ราวกับเชื่อมต่อด้วยเส้นสายบางอย่างที่มองไม่เห็น

และแล้ว... แสงสุดท้ายแสงไฟก็ส่องลงที่เขา

เจ้าของเรือนผมสีดำสนิท ถูกเซตอย่างไม่เรียบร้อยแต่ไม่ดูประดิษฐ์ ใบหน้าเรียวคมสงบจริงจัง จมูกโด่ง ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลที่ลึกและเยือกเย็นราวกับสามารถมองทะลุทุกสิ่ง

เขายืนนิ่ง ไม่ไหวติง ราวกับรอให้เสียงดนตรีกลืนความวุ่นวายทั้งหมดของโลกไปเสียก่อน... แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เปล่งเสียงใดออกมา

“กรี๊ดดดด เอเดน!!!”

เสียงกรี๊ดแหลมสูงจากแฟนคลับปะทุขึ้นทันที เหมือนเป็นสัญญาณเริ่มต้นของเวทมนตร์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

อา... เขาคือ เอเดน

คือเอเดน — นักร้องนำของไซเรน — ผู้ที่ใคร ๆ ต่างพูดถึง

ชาติก่อน... ฉันไม่เคยใส่ใจเลยว่าใครคือสมาชิกวง ไม่แม้แต่จะจำหน้าเขาได้เพราะตอนนั้น ฉันทิ้งต้นหอมไว้ที่นี่คนเดียว แล้วเลือกที่จะกอดความรักจอมปลอมอยู่บนเตียงกับลีวาย

แต่มาวันนี้ ฉันพอจะเข้าใจแล้ว เพราะอะไรใคร ๆ ถึงอยากให้เขาสบตา

และบางที... ฉันเองก็อยากให้เขาสบตาฉันเหมือนกัน

ไม่ใช่เพราะเขาจะจำฉันได้—ฉันรู้ดีว่าเขาไม่ได้ย้อนเวลากลับมาด้วย

แต่แค่... อยากให้เขาเห็นฉัน

แค่นั้น... แค่นั้นจริง ๆ

เสียงทุ้มลึกของเขาดังขึ้น พร้อมกับจังหวะเพลงที่เปิดตัวอย่างนุ่มนวล

“Just close your eyes and forget the sound

Of the world that kept us underground I

f you can hear me in this silence, love…

Please don’ t let go — I’ m drowning in my own blood”

(แค่หลับตา… แล้วลืมเสียงทั้งหมดไป

เสียงของโลกที่เคยกดเราจมอยู่ใต้ดิน

ถ้าเธอยังได้ยินฉัน… ท่ามกลางความเงียบนี้

ได้โปรดอย่าปล่อยมือฉัน—ฉันกำลังจมในเลือดของตัวเอง)

เสียงร้องของเขามีน้ำหนัก... หนักแน่นราวกับแบกรับเรื่องราวบางอย่างเอาไว้ มันขึงขัง แต่ไม่เย่อหยิ่ง แตกสลาย แต่ไม่สิ้นหวังและซื่อตรงเกินกว่าที่ฉันจะหันหน้าหนี

เสียงของเขาล่องลอยผ่านทุกคนในฮอลล์ แต่กลับจู่โจมหัวใจของฉันอย่างรุนแรง ราวกับมันถูกเขียนขึ้นมาเพื่อฉันเพียงคนเดียว ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังมองลงมาที่ใคร แต่ในจังหวะหนึ่ง ดวงตาสีน้ำทะเลคู่นั้นก็สบเข้ากับฉันอย่างจัง

มันอาจเป็นเพียงภาพลวงตา... แต่ฉันกลับขยับตัวไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

ไม่ใช่เพราะกลัว—แต่เพราะลึก ๆ แล้ว ฉันกำลังหวัง

หวังว่าตัวเองจะมีความหมายมากพอให้เขาจดจำได้

แม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียวก็ยังดี

“I call your name in every dream         Though I know it's just a distant scream

Still my soul drifts without a shore      You’ re the only one I’ m searching for”

(ฉันยังคงร้องเรียกชื่อเธอในทุกความฝัน   แม้จะรู้ว่ามันเป็นแค่เสียงกรีดร้องจากที่แสนไกล

แต่จิตวิญญาณของฉันยังล่องลอยไร้ทิศทาง เพราะเธอ… คือคนเดียวที่ฉันตามหา)

“ฉันบอกแล้วว่าแกต้องหลงรักเขา”

เสียงกระซิบข้างหูจากต้นหอมทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ในทันที

ใช่... ต้นหอมพูดถูก ไม่ใช่แค่หลงรัก แต่รักเข้าให้แล้ว

รัก... ทั้งที่เขาไม่เคยรู้จักฉันเลยด้วยซ้ำ

ในวินาทีนั้นเอง ลมหายใจของฉันขาดห้วง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้โดยที่ฉันไม่อาจควบคุมได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฉันคิดไปเองหรือเปล่า — แต่ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลคู่นั้นกลับเลื่อนลงมาสบเข้ากับดวงตาของฉัน

ถ้ามันเป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียว ฉันคงจะปัดมันออกไปว่าเป็นแค่ภาพลวงตา—แสงไฟ หรือจินตนาการของตัวเอง แต่เปล่าเลย…

เราสองคนสบตากันเนิ่นนาน ราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุน

ไม่มีเสียงกรี๊ด ไม่มีใครยืนเบียดอยู่รอบข้าง ไม่มีแสงจ้า

ไม่มีอะไรเลย... นอกจากสายตาคู่นั้นที่มองตรงมาที่ฉัน

แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักฉันเลยก็ตาม

ฉันไม่ได้พยายามจะหันหน้าหนี... แต่ในใจลึก ๆ ก็ไม่อยากให้เขามองฉันแบบนี้ มันเหมือนถูกแผดเผาด้วยสายตาคู่นั้นแรงจนแทบลุกเป็นไฟ

ฉันไม่อยากให้เขาคิดว่าฉันก็เหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่หวังความรักจากเขา เพราะมันจะสั่นคลอนศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจในแบบของฉันเอง แต่ไม่รู้ทำไม ฉันกลับไม่อาจละสายตาไปทางอื่นได้เลย ไม่มีแม้แต่กล้ามเนื้อส่วนไหนในร่างกายนี้ที่จะยอมขยับตามคำสั่ง

เพราะในส่วนลึกที่สุด... ฉันยังคงหวังว่า เขาจะจดจำฉันได้

แม้เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวก็ตาม

แมวนอนซิม

เพลงที่เอเดนร้องคือเพลงนี้ค่ะ.. In This Slient - Zyren ตามหาได้ใน Youtube เลยจ้า

| Sukai
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   ตอนพิเศษ อาเรน เคนเนธ : บ้านที่เสียงไม่เคยเงียบ

    Where you are, I’ m home Even when I feel alone You’ re the peace I’ ve never known The one place love has grownNo star-lit road or famous light Could guide me more than your quiet might Where you are… That’ s where I’ m whole insideที่ที่มีเธอ... ก็คือบ้านของฉันแม้จะพังทลาย... ฉันก็จะไม่หนีไปไหนเธอโอบกอดฉันไว้... แม้ยามที่ฉันเย็นชาเหมือนหินและสร้างฉันขึ้นใหม่ ด้วยอ้อมแขนเพียงคู่เดียวไม่ใช่ห้องโถงทองคำ... หรือท้องฟ้าหินอ่อนที่ให้ความรู้สึกถูกต้อง หรือเปล่งแสงได้เท่านี้ที่ที่มีเธอ...คือที่ที่ฉันมีชีวิตอีกครั้ง[อาเรน เคนเนธ – วัย 15 ปี กับบ้านที่ใหญ่เกินไปและพ่อแม่ที่ยังรักกันเหลือเกิน]ผมชื่อ อาเรน เคนเนธ ครับ อายุ 15 ปี โตพอจะฟังเพลงร็อก แต่ยังไม่โตพอจะขับรถพาพ่อไปหาหมอได้บ้านของผมใหญ่พอจะมีห้องซ้อมดนตรีเล็ก ๆ ส่วนตัว แต่ก็ยังไม่พอจะซ่อนตัวจากฝาแฝดนรกสองคนนั้นได้สำเร็จแฝดนรก ที่ว่าคือ อลิเซีย กับ แอนนา ฝาแฝดวัยสิบขวบที่เกิดมาพร้อมพลังงานไม่จำกัด เหมือนจับสายฟ้ามาใส่ร่างมนุษย์ ทั้งกวน ทั้งแสบ และที่แย่ที่สุด — พวกเธอ ไม่เคยทะเลาะกันเลยแล้วผมจะหาจุดแตกแยกยังไงล่ะ ถามจ

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   บทส่งท้าย : รักที่ไม่ต้องย้อนเวลา

    “คุณจะไม่เข้าไปหาลูกสาวคุณจริง ๆ เหรอครับ... คุณแม็คซ์เวลล์? เธออาจจะกำลังต้องการคุณอยู่ก็ได้”เสียงหมอหนุ่มพูดขึ้นเบา ๆ ขณะหญิงสาววัยกลางคนยังคงนั่งนิ่ง เธอจ้องผ่านกระจกเข้าไปในห้องพักฟื้นที่ซึ่งลูกสาวของเธอนอนหลับอยู่ ท่ามกลางแสงแดดอุ่นและอ้อมแขนของชายหนุ่มที่คอยดูแลไม่ห่างสามวันที่ผ่านมา เธอนั่งอยู่ตรงนี้ทุกวัน แต่ไม่เคยก้าวเข้าไป ไม่เคยแม้แต่จะเคาะประตูห้องไม่ใช่เพราะไม่อยากเจอ...แต่เพราะไม่รู้ว่าตัวเอง... ควรได้รับอนุญาตให้เจอหรือเปล่าเธอหลุบตาลงช้า ๆ หัวใจเต้นสั่นเหมือนคนที่รู้ดีว่าเคยทำพลาดมาอย่างใหญ่หลวงละอาย... ที่ไม่เคยอยู่ตรงนั้นเมื่อลูกต้องการละอาย... ที่วันนี้กลายเป็นคนนอกที่ต้องแอบมองผ่านกระจกใสบานหนึ่ง“เธอไม่จำเป็นต้องเจอฉันหรอกค่ะ”น้ำเสียงแผ่วเบาดังลอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก สีหน้าของเธอยังคงเรียบเฉย ดวงตาแดงก่ำบ่งบอกทุกอย่างที่ปากไม่กล้าพูด“เข้าใจแล้วครับ...”หมอตอบพลางพยักหน้าช้า ๆ ก่อนเธอจะหยิบซองซิปพลาสติกออกจากกระเป๋าเอกสารแล้วยื่นให้เขา“ส่งค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดมาให้ฉันก็แล้วกันนะคะ”“อา... อาจจะไม่จำเป็นแล้วครับ” หมอยิ้มสุภาพ ก่อนพูดอย่างระมัดระวัง “เพรา

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.93 : รักนี้มีเสียงหัวใจอีกดวง

    เสียงปืนกึกก้องในห้อง ฉันยกแขนขึ้นโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจสะดุดแล้วทุกอย่างก็เงียบ...“แนต! ฉันเอง!”เสียงของวัตสันดังขึ้นพร้อมแรงกอดแน่นที่โถมเข้ามา เธอกอดฉันไว้แน่นราวกับจะไม่ปล่อยอีกเลย ฉันสั่นไปทั้งตัวข้างหลังเรา เทเวลถูกชายอีกคนจับกดกับพื้น ใส่กุญแจมืออย่างรวดเร็ว เอเดนยังเล็งปืนไว้ตรงเขา ปากเม้มแน่น ดวงตาแข็งกร้าว“เอเดน พอเถอะ... เขาแพ้แล้ว” เสียงของวัตสันเบาแต่หนักแน่น “อย่าให้เขาชนะด้วยการเปลี่ยนนายเป็นฆาตกรอีกคน”“ฉันจะ—”“แนตปลอดภัยแล้ว ไปหาเธอเถอะ เอ!”คำพูดนั้นเหมือนดึงเขากลับมา เอเดนมองฉันแวบหนึ่ง แล้วลดปืนลงช้า ๆ เขาก้าวเข้ามา ปลดเชือกที่มัดแขนฉันอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะรวบฉันเข้ามากอดไว้แน่น“จบแล้ว...” วัตสันพึมพำพลางปาดน้ำตา “จบสักที เรื่องบ้านี่”เธอลุกขึ้น หันไปหาชายที่จับเทเวล“พาแนตออกไปที ฉันจะติดต่อหาอลัน”“แน่ใจนะว่าเธอไหว?”เอเดนถาม น้ำเสียงยังระแวงอยู่“โล่งขึ้นเยอะเลย—แต่เรื่องฉันกับเฮอร์วินยังไม่จบนะ” เธอยิ้มเจื่อน ๆ แล้วหันหลังกลับ “ไปช่วยเซลิคก่อน พวกนายออกไปก่อนเลย”เอเดนไม่พูดอะไรอีก เขาเพียงช้อนตัวฉันขึ้น อุ้มไว้ในอ้อมแขนอย่างมั่นคง ฉันซุกหน้าเข้ากับไหล่เขา ส

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.92 : เมื่อรักกลายเป็นกระสุน

    สเตล่าลุกขึ้นช้า ๆ แล้วถอยห่างไปจากฉัน สีหน้าเธอเรียบเฉย แต่แววตาเต็มไปด้วยความเศร้า รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า ราวกับพยายามบอกลาทั้งที่ไม่กล้าเอ่ยคำเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากบันได เทเวลปรากฏตัวขึ้น เขาสวมเสื้อเชิ้ตตัวเดิม — ตัวเดียวกับในความทรงจำของฉัน วันที่ทุกอย่างพังทลาย เขาก้าวเข้ามาเงียบ ๆ และในขณะที่สเตล่ายืนอยู่ข้างห้องอย่างสงบ ปลายนิ้วของเขาก็เลื่อนขึ้นแนบกระบอกปืนไว้ที่ท้ายทอยของเธอ“เพื่อนเธอมาน่ะ แนต” เสียงเขาเย็นชา “ฉันเจอพวกเขาแล้ว — ฉันเจอ มัน แล้ว”ฉันไม่ตอบ ได้แต่มองสบตาเขาอย่างแน่นิ่ง“พวกนั้นไปที่ทำงานของเธอ ถามหาเธอ... ถามว่าสเตล่าเป็นใคร” เขาหัวเราะเบา ๆ “ฉันก็บอกพวกมันว่า พวกเธอไม่ได้มาทำงาน ทั้งที่พวกมันยืนอยู่ข้างล่างนี้เอง”เขากระซิบถัดจากเสียงลมหายใจ“ใกล้... แต่ก็ยังไกล”กริ๊ก— เสียงง้างไกปืนดังชัดเจน ปลายกระบอกแนบแน่นกับต้นคอของสเตล่า เธอหันมามองฉัน น้ำตาคลอในดวงตาสีน้ำตาล แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ปนกับคำขอโทษที่ไม่สามารถพูดออกมาได้เธอรู้... ว่านี่คือวินาทีสุดท้ายของเธอ“พวกมันรู้ว่าเธอหน้าตาเป็นยังไง” เทเวลพูดต่อ เสียงเรียบเรื่อย “และเธอก็รู้... ว่าฉันทำอ

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.91 : บทของหัวใจที่ไม่มีสคริปต์

    [special part of Eden]ผมตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ — สายเกินกว่าปกติเล็กน้อยและสิ่งแรกที่มือควานหาก็คือโทรศัพท์ เหมือนทุกวันแต่สิ่งที่ไม่เหมือนคือ...ไม่มีข้อความจากนาตาลีเธอไม่ใช่คนหวาน ไม่ใช่คนที่จะแชทมาอรุณสวัสดิ์ทุกเช้าอยู่แล้ว ผมรู้ดี แต่วันนี้มันกลับรู้สึกเงียบผิดปกติจนน่าอึดอัดผมคิดถึงเธอเลยกดเปิดแชทขึ้นมา[เอเดน] : อรุณสวัสดิ์[นาตาลีที่รัก ♥] : อรุณสวัสดิ์ค่ะ...หือ?[เอเดน] : วันนี้เธอแต่งตัวยังไง เซ็กซี่เหมือนเดิมหรือเปล่า[นาตาลีที่รัก ♥] : เซ็กซี่เหมือนเดิมแหละ ♥♥เดี๋ยวนะ... นั่น อีโมจิ สองดวงเลยเหรอ? ผมขมวดคิ้วทันที—ไม่ใช่ว่าแนตไม่เคยส่งอะไรแบบนี้ แต่มันไม่ใช่แนตเลย[เอเดน] : กินข้าวหรือยัง[นาตาลีที่รัก ♥] : ยังเลย มัวแต่คิดถึงคุณอยู่????อีกอันแล้ว...!?ผมเริ่มรู้สึกไม่ชอบใจ อะไรมันก็แปลกไปหมด แต่ก็ยังลองส่งอีกข้อความไป ทั้งที่รู้ว่าเธอคงจะด่าแน่ ๆ ถ้าเป็นปกติ[เอเดน] : วันนี้ใส่ชั้นในสีอะไร บอกหน่อยได้ไหม[นาตาลีที่รัก ♥] : สีเดิมที่เธอชอบไงล่ะ[นาตาลีที่รัก ♥] : เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังนะ ฉันมีประชุม โอเคไหม ที่รัก????โอเค... นี่แม่งไม่ใช่แนตแน่ ๆเสียงขำหึดังขึ้นจา

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.90 : รักที่พันธนาการ

    “แนต! เธอมาที่นี่ได้ยังไงน่ะ”“เทเวล…”ใบหน้าที่ฉันเคยไว้ใจ กับใบหน้าที่เคยเห็นในความทรงจำเลวร้ายของฉัน… มันทับซ้อนกันจนแยกไม่ออกอีกต่อไป ดวงตาอ่อนโยนของเขา แววตาคุ้นเคยที่เคยทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย กลับแฝงไว้ด้วยบางอย่างที่น่ากลัวเกินจะอธิบายเขาไม่ใช่แค่คนรู้จัก เขาคือคนที่วางแผนทุกอย่าง… เพื่อให้ฉันตกเป็นของเขาคนเดียว“คุณ—” ฉันพยายามพูด แต่เสียงแทบไม่ออก “คุณทำแบบนี้ทำไม…”“เดี๋ยวก่อนแนต—”“อย่ามาจับฉันค่ะ!!”ฉันผงะถอยทันทีที่ความทรงจำถาโถมกลับมา ฉันจำได้แล้ว… เป็นเขา!เขาคือคนที่ฆ่าสเตล่าและแนนซี่ต่อหน้าฉันในชาติที่แล้ว! ฉันปัดมือเขาออกอย่างแรง ลุกพรวดขึ้นและรีบวิ่งไปที่ประตูแต่พระเจ้าไม่เคยอยู่ข้างฉัน…สเตล่ายืนอยู่ตรงนั้นราวกับรอจังหวะนี้มานานแล้ว รอยยิ้มของเธอแสยะกว้างอย่างเย็นเยียบ ในขณะที่ฉันแข็งค้างเธอคือฆาตกรอีกคนที่อยู่ตรงหน้าและตอนนี้ เธอไม่ได้ปกป้องฉัน แต่กำลังยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฉันโดยสิ้นเชิงฉันมองเธอเต็มตา… หวังจะเห็นสเตล่าคนเดิมที่เคยเป็นเพื่อนแต่แววตาอ่อนโยนนั้นไม่มีอีกแล้ว มีเพียงแววตาของคนที่เต็มไปด้วยความเศร้าและการยอมจำนนต่อความรักที่ผิดทาง“สเตล่า… เราเป็นเพื

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.05 : น้ำตาปลอม ๆ

    “Just a little issue,” เคนเนธตอบเสียงเรียบ ก่อนจะเสยผมขึ้นอย่างลวก ๆ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงไร้เยื่อใย “Apparently, the staff says I booked this unit... and so did she. And they can’t refund the deposit either.”(มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ พนักงานบอกว่าฉันกับผู้หญิงคนนี้จองห้องซ้อนกัน แล้วก็ไม่สามารถคืนเงิ

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.04 : ผิดห้อง... หรือผิดชาติ?

    “อากาศสดชื่นดีจริง ๆ สมกับที่เป็นเมืองใหญ่...”หญิงสาวพึมพำเบา ๆ ขณะก้าวออกมาจากสนามบิน พร้อมสะพายกระเป๋าใบใหญ่ไว้บนบ่า เธอโบกมือเรียกแท็กซี่เพื่อมุ่งหน้าไปยังคอนโดที่จองไว้ล่วงหน้า — ที่พักใหม่ซึ่งจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตบทใหม่ของเธอโชคดีที่คอนโดไม่ได้อยู่ไกลจากสนามบินมากนัก และโชคดียิ่งกว่า

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.03 : อดีตที่ต้องแลกด้วยความจริง

    “I can’t believe that was our last gig.”(ไม่น่าเชื่อเลยว่า นั่นคือโชว์สุดท้ายของพวกเราแล้วว่ะ)เสียงเหนื่อยล้าดังขึ้นจากหนุ่มผมเฮเซลนัทที่นั่งเอนพิงพนักโซฟาเหมือนหมดแรงทั้งตัว“Kinda sucks,” หนุ่มผมบลอนด์ตอบเสียงเนือย “Playing live is the best part of this job, hands down.”(โคตรเซ็งเลย เล่นสดนี่ม

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.01 : ของขวัญจากพระเจ้า

    ของขวัญเอ๋ย...พระเจ้าไม่เคยเกลียดชังเธอเลย ดังที่เธอกล่าวโทษท่านเช่นนั้น หากท่านเกลียดชังจริง เธอคงไม่มีวันได้ย้อนกลับมาแก้ไขเรื่องราวเหล่านี้อีก ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่หน สุดท้ายเธอก็ยังเลือกจบชีวิตของตัวเอง... เพื่อเขาคนนั้นอยู่เสมอเพราะฉะนั้น—พ่อจึงหวังว่า โอกาสสุดท้ายที่เธอได้รับนี้ จะนำทางให้เธอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status