LOGINจะเป็นอย่างไร เมื่อบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้า ต้องมาเจอกับสตรีตัวเล็กๆ ที่คิดว่าตนเอง ยิ่งใหญ่กว่า “จะทำอะไรน่ะ” หลินหลินถามเสียงเบาเมื่อคนตรงหน้าโน้มริมฝีปากเข้ามาหา “เจ้ารู้อยู่แล้ว” หลี่หงจินหยางตอบเสียงพร่าเมื่อถูกนิ้วเรียวๆของใครบางคนกดปิดริมฝีปากของเขา “หยุดเลย” หลินหลินปรามอย่างดุดันเบาหวิว “เมื่อคืนยังบอกว่า อย่าหยุด” หลี่หงจินหยางปรามอย่างดุดันยิ่งกว่า “อะไร เมื่อคืนข้าบอกว่า อย่านะ หยุดนะ ต่างหากเล่า” หลินหลินเริ่มเถียงอย่างอับอาย “เจ้าบอกว่า อย่านะ อย่าหยุด” หลี่หงจินหยางเถียงอย่างนึกขัน “หื้อ!” หลินหลินอุทานในลำคอ “หึหึ!” หลี่หงจินหยางหัวเราะในลำคอก่อนจะจับเอานิ้วของใครบางคนออกจากริมฝีปากแล้วโน้มใบหน้าของตนเข้าหาใบหน้าได้รูปงดงามอย่างถือวิสาสะ หลินหลินถึงกับตาโตทำตัวไม่ถูกเมื่อรู้สึกได้ว่าคนตรงหน้าช่างร้ายกาจเหลือเกิน ร้ายกาจมาก... มากเกินไปแล้ว...
View Moreคำนำ
หลี่หงจินหยาง
ผู้ยิ่งใหญ่ที่เป็นหนึ่งในใต้หล้า โอรสหนึ่งเดียวของเจ้าแห่งแผ่นดินต้าหลี่ ดำรงตำแหน่งเป็นองค์รัชทายาทของแผ่นดินใหญ่ทั้งยังมีตำแหน่งเป็นรองประมุขของอิทธิพลมืดที่ใหญ่ที่สุด ในยุคจีนโบราณหลินหลิน
ดาราซุปเปอร์สตาร์ขวัญใจวัยทีน สาวสวยสุดเซ็กซี่ขยี้ใจ ลูกครึ่งไทย-จีน นิสัยร้ายกาจที่อยู่ในยุคของโลกปัจจุบันเมื่อโชคชะตานำพาให้บุคคลทั้งสองได้มาเจอะเจอกันแบบผิดธรรมชาติผิดยุคผิดสมัย ด้วยวัตถุประหลาดชนิดหนึ่งที่อยู่ในมือของ หลี่หงจินหยาง
บทนำ
แคว้นต้าหลี่นั้นนับว่าเป็นแคว้นที่ยิงใหญ่ที่สุดในรัชสมัยนั้นเนื่องด้วยมีการปกครองเป็นเอกเทศจากทุกแคว้นโดยไม่สนใจแคว้นอื่นใด เนื่องจากมีพันธมิตรชนิดเหนียวแน่นกับแคว้นหลี่ที่ยิ่งใหญ่อีกทั้งยังเป็นเจ้าของฝ่ายอิทธิพลมืดที่ใหญ่ที่สุดแข็งแกร่งที่สุดชนิดที่ว่าไม่สามารถมีใครบั่นทอนลงได้
หลี่หงจินหยางบุรุษคนสำคัญผู้เป็นตัวเชื่อมความ สัมพันธ์ของความยิ่งใหญ่ในทุกแคว้นและทุกฝ่าย บุรุษผู้ซึ่งไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลที่มีผลกับคนทุกแคว้นและทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเมืองหลวงและฝ่ายอิทธิพลมืด
การสร้างขุมกำลังมิใช่เรื่องใหญ่ การสร้างความหายนะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย การเข่นฆ่าเป็นเพียงแค่เรื่องที่พึงกระทำ และความรักเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนใจ นั่นคือตัวเขา หลี่หงจินหยาง
และแล้วโชคชะตาที่ไม่น่าเชื่อพลันเกิดขึ้นกับบุรุษผู้ยิ่ง ใหญ่ นามว่าหลี่หงจินหยาง
เมื่อวัตถุประหลาดชนิดหนึ่งที่อยู่ในมือของหลี่หงจิน หยาง ได้นำพาเขาข้ามมิติทะลุเวลาไปเจอกับสตรีที่(คิดว่าตนเอง)ยิ่งใหญ่กว่า นามว่า หลินหลิน
ตอนที่๑
หลี่หงจินหยาง
แคว้นต้าหลี่เป็นแคว้นที่ขยายขึ้นเพิ่มจากแคว้นหลี่ซึ่งปกครองโดยราชวงค์หลี่ โดยมีฮ่องเต้นามว่าหลี่ซ่งหมินและฮองเฮานามว่าหงเหม่ยหลงเป็นผู้ปกครองร่วมกัน
ฮ่องเต้หลี่ซ่งหมินเป็นโอรสสวรรค์ของแคว้นหลี่ส่วนฮองเฮาหงเหม่ยหลงเป็นบุตรีเพียงคนเดียวของประมุขฝ่ายอิทธิพลมืดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุทธภพ ทั้งสองพระองค์รักกันมาก จนไม่อาจสร้างทายาทกับสนมนางใดได้อีก
นั่นจึงเป็นปัญหา เพราะฮองเฮาหงเหม่ยหลงนั้นเป็นสตรีที่ได้รับการฝึกฝนอันแสนหฤโหดตั้งแต่ยังเยาว์ จึงมีผลให้มีบุตรยาก พระนางจึงมีบุตรเพียงคนเดียวคือ โอรสหลี่หงจินหยาง
แต่ความเป็นไปของระบบเมืองหลวงย่อมต้องดำเนินต่อไปด้วยหลักการของการขยายอำนาจในการปกครอง การปรับสมดุลต่างๆของขั้วอำนาจแต่ละสายเพื่อคงไว้ซึ่งการปกครองที่ยิ่งใหญ่ ยากแก่ใครมาโค่นล้ม
หนึ่งในวิธีหลักของเมืองหลวงที่พึงกระทำคือการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ การรับสนมจากขุนนางตระกูลใหญ่
แต่นั่น...กลับเป็นวิธีที่ได้รับการปฏิเสธมาโดยตลอดมาจากฮ่องเต้หลี่ซ่งหมิน
เช่นนั้นแล้วปัญหาการสมดุลของอำนาจจึงมีมาอย่างช่วยไม่ได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ โอรสหนึ่งเดียวอย่าง หลี่หงจินหยาง มิอาจนิ่งดูดาย
หลายปีแล้วที่หลี่หงจินหยางยังคงนำทัพออกศึกเพื่อขยายอาณาเขตและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่แคว้นต้าหลี่ได้อย่างต่อเนื่อง
ด้วยฝีมือที่ได้รับการฝึกปรือและถ่ายทอดโดยตรงจากผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งกลุ่มอิทธิพลมืด ท่านประมุขใหญ่แห่งสำนักหมื่นโลกันต์ ท่านตาของเขานามว่าหงซีกวน
อีกทั้งยังมีสมุนในอาณัติอีกมากมายจากทั้งฝ่ายกลุ่มอิทธิพลมืดและฝ่ายเมืองหลวง
ทั้งยังมีทหารในปกครองร่วมหลายแสนชีวิต
ทั้งยังมีทั้งฝีมือในการสู้รบ
มีทั้งอิทธิพลที่มีผลกับทุกผู้คน
มีความรู้ความสามารถทั้งบู้และบุ๋น
มีทั้งตำแหน่งอันสูงส่งในทุกๆฝ่าย และรูปร่างหน้าตาลักษณะอันโดดเด่นเหนือคำบรรยาย
ความเก่งกาจที่มีในทุกๆด้านของหลี่หงจินหยางจึงเป็นที่ประจักษ์โจษจันทั้งยังน่ายำเกรงอยู่ทั่วทุกหัวระแหง
ไม่ว่าหลี่หงจินหยางจะเยื้องย่างไปทางใดเมืองใดย่อมนำมาถึงความหายนะของทางนั้นเมืองนั้น
กลิ่นอายของความโหดเหี้ยม รังสีสังหารทัณฑ์ทรมานมักแผ่กระจายออกมาเมื่อชายหนุ่มผู้นี้เยื้องย่างย่ำกรายพาดผ่าน
ภายในตำหนักหลวงของแคว้นต้าหลี่...
"สิบกว่าปีมานี่ หยางเอ๋อร์ของเรา ไม่เคยทำให้ผิดหวัง”หลี่ซ่งหมินเจ้าแผ่นดินแห่งแคว้นต้าหลี่เอ่ยขึ้นกับหงเหม่ยหลงฮองเฮาอันเป็นที่รักที่นั่งเคียงข้างกันอยู่ตรงริมระเบียงของตำหนักหลวงภายในพระราชวังของแคว้น
ฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์ยังคงประคองกอดสตรีอันเป็นที่รักเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยความรักไม่เสื่อมคลาย ขณะกล่าวต่อเนิบนาบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
ซักพัก สาบเสื้อเริ่มเผยชายผ้าเริ่มเปิดผิวเนื้อนวลเนียนใต้ร่มผ้าเริ่มเด่นชัด สัดส่วนภายใต้อาภรณ์เริ่มงามเด่นออกมาสู่สายตาหลี่หงจินหยางถอนใบหน้าคมคายออกจากซอกคอหอมกรุ่นขึ้นมองใบหน้างามขึ้นริ้วสีชาดของหลินหลิน ลมหายใจกรุ่นร้อนเป่ารดหนักหน่วงใส่ใบหน้าของกันและกัน ดวงตาคมกริบฉายแววเร่าร้อนมองสบประสานดวงตากลมโตฉายแววเว้าวอนเพียงอึดใจ ริมฝีปากร้อนผ่าวของคนทั้งสองพลันประกบเข้าหากันอย่างร้อนรนตรงกำแพงมุมมืดของชั้นหนังสือ บัดนี้กำลังมีเสียงเสียดสีของเสื้อผ้าอาภรณ์ผสมผสานเสียงลมหายใจหอบหนักของสองสามีภรรยาอยู่อย่างนั้น แผ่นหน้ากระดาษของตำราชุนกงพลันพลิกกลับไปมาเมื่อมีลมพัดพาจากชายผ้าผลิกตลบออกจากเรือนร่างของพวกเขาเสียงของจังหวะบางอย่างยังคงดังผสมผสานกับเสียงของลมหายใจหนักๆหอบถี่อยู่อย่างนั้นและตรงนั้นอีกครู่ใหญ่จากกำแพงตรงมุมชั้นหนังสือ บัดนี้ถูกเปลี่ยนมาเป็นตรงตั่งวางเครื่องหอมภายในห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ถัดกันระหว่างห้องหนังสือกับห้องนอนหลี่หงจินหยางกับหลินหลินที่พากันเข้ามาหวังจะอาบน้ำชำระเหงื่อไคลจากกิจกรรมบางอย่างเมื่อครู่พลันเปลี่ยนใจพวกเขายังคงกระชับอ้อมแขนโอบรอบเอวโอบรอบไหล่กันอยู
เวลาผ่านไปอีกเป็นชั่วยามหลังจากหมดเวลาของมื้ออาหารเย็นหลี่หงจินหยางยังคงนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะขนาดใหญ่ตัวเดิมภายในห้องทรงงานส่วนตัวในขณะที่หลินหลินเพียงเดินอ่านหนังสืออยู่ที่ชั้นหนังสืออย่างเพลิดเพลินไม่ใกล้ไม่ไกลกับหลี่หงจินหยางหลินหลินยังคงเป็นสตรีในห้องหอที่ฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อยเนื่องจากว่างงานมากๆผิดจากยามที่อยู่ในยุคเดิม เธอยังคงหาอะไรทำตามวิสัยที่ไม่เคยได้หยุดนิ่งมาแต่ไหนแต่ไรหญิงสาวอ่านหนังสือที่มีอยู่บนชั้นหนังสืออย่างหลากหลายเนื้อหาแบบไม่เจาะจงแต่ต้องมาสะดุดลงที่หนังสือประเภทหนึ่งอันที่จริงหลินหลินกำลังตาลายมองเห็นหนังสือเล่มนี้คล้ายๆกับหนังสือชุนชิวว่าด้วยเรื่องการเมืองการปกครองแต่เมื่อหยิบมันมาอ่านกลับกลายเป็นหนังสือชุนกงว่าด้วยเรื่องบนเตียงนอนของคู่รักคู่ครองไปเสียนี่หือ...ของดูหน่อยเป็นไร หลินหลินที่ฟุ้งซ่านเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งฟุ้งซ่านเข้าไปอีก เธอจึงยืนหลบมุมอ่านหนังสือชุนกงพลางหัวเราะคิกคักชอบใจหลี่หงจินหยางที่มักจะมีหลินหลินอยู่ในสายตาตลอดเวลาจึงได้เห็นนางในยามนี้นางกำลังยืนดูหนังสือเล่มนั้นอย่างอารมณ์ดี นางมักจะทำอะไรกระตุกใจของเขาได้ตลอดเวลาเสียจริงเชียวหลิ
“หยางหยาง...” เสียงอ่อนเสียงหวานของหลินหลินยังคงกระซิบกระซาบอยู่ตรงแผงอกของหลี่หงจินหยางเมื่อกิจกรรมรัญจวนสุดแสนจะดีต่อกายดีต่อใจได้ผ่านพ้นไป“หืม...” หลี่หงจินหยางขานรับเบาๆอยู่ในลำคอพลางก้มหน้าลงมองสตรีอันเป็นที่รักที่เขามักจะนอนกอดนางเอาไว้แนบอกอบอุ่นอย่างไม่คิดจะปล่อยให้ออกห่างแต่อย่างใดหลินหลินมิได้กล่าวสิ่งใดออกมา เธอเพียงเงยหน้ามองพร้อมส่งสายตากลมโตเป็นประกายพลางอมยิ้มน้อยๆด้วยใบหน้าขึ้นริ้วสีแดงระเรื่อส่งให้หลี่หงจินหยางแล้วกดริมฝีปากจูบเบาๆที่ปลายคางของเขาอย่างน่าเอ็นดูหลี่หงจินหยางถึงกับคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะก้มหน้าลงแล้วกดจมูกของตนฝังที่พวงแก้มเปล่งปลั่งของหลินหลินอย่างนึกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันภายใต้ม่านมุ้งที่ปกคลุมอยู่โดยรอบที่ขอบเตียง บนเตียงนอนผืนใหญ่แห่งนี้ มีชายหนุ่มหญิงสาวยังคงนอนทอดเรือนกายยาวเหยียดเปล่าเปลือยแนบชิดหยอกล้อกันอยู่อย่างนั้นอีกครู่ใหญ่ ก่อนจะกระชับวงแขนโอบกอดกันและกันแล้วพากันหลับใหลไปอย่างอ่อนแรงวันแล้ววันเล่า...คืนแล้วคืนเล่า...ทั้งสองก็ยังคงทำมันอยู่อย่างนั้นตลอดมาปลายยามอิ่ว(หกโมงเย็น)ภายในตำหนักส่วนพระองค์ขององค์รัชทายาทกับพระชายาของเขาหลี่หงจิน
หลินหลินถึงกับแอ่นกายอรชนนวลนิ่มของตนขึ้นเพียงนิดพร้อมเอื้อมวงแขนโอบกระชับรอบต้นคอของหลี่หงจินหยางเอาไว้แน่น“เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อน...”หลินหลินครวญครางเสียงแผ่วห้ามปรามเบาหวิว“หืม...” หลี่หงจินหยางเพียงถอนใบหน้าของเขาออกจากหน้าอกหยุ่นนุ่มขึ้นมองหลินหลินในระยะประชิดหลินหลินปรือตามองหลี่หงจินหยางเพียงนิดก่อนกระชับวงแขนของตนที่ต้นคอของเขาแล้วโน้มใบหน้าของเขาให้เข้าแนบชิดใบหน้านวลเนียนและเริ่มต้นจูบหลี่หงจินหยางอีกครั้งอย่างหนักหน่วงรุนแรงพร้อมดันร่างกำยำของเขาให้พลิกกายกลับอีกคราเพื่อที่ร่างนุ่มนิ่มของตนจะได้เป็นฝ่ายครอบครองเขาอีกครั้งเมื่อหลี่หงจินหยางพลิกกายนอนหงายอยู่ใต้ร่างของหลินหลินอีกครา หลินหลินจึงถอนริมฝีปากของตนออกจากริมฝีปากของหลี่หงจินหยางเมื่อครอบครองช่วงกลางลำตัวของเขาจนสำเร็จอย่างรวดเร็ว เธอเพียงส่งยิ้มบางเบาอย่างเจ้าเล่ห์ส่งให้เขาก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวเรือนกายจนเรียกเสียงบางอย่างให้ออกมาจากลำคอของเขาได้อย่างน่าชมหลี่หงจินหยางเพียงคลี่ยิ้มเหลือร้ายตรงมุมปากส่งตอบกลับหลินหลินขณะเอื้อมฝ่ามือของตนขึ้นจับกระชับตรงสะโพกของนางให้นางได้เคลื่อนไหวบางอย่างได้ตามใจต้องการเขาตามใจ
หลินหลินที่อยู่ในชุดบิกินีเพียงฉุดดึงให้หลี่หงจินหยางเดินมาตามทางเพื่อไปยังทิศทางที่มีไทยมุงกำลังยืนสนใจร่างไร้วิญญาณของเจ้าคนหื่นกามเมื่อคืนการที่หลินหลินเปลี่ยนมาใส่ชุดบิกินีนั้นเพียงเพราะว่าการใส่ชุดธรรมดาอาจจะไม่สามารถดึงความสนใจจากผู้คนมากมายแห่งนี้ได้เท่าไหร่หน้าตาสวยงามอันโดดเด่นรวมกับรูปร
หลินหลินคิดในใจขณะเริ่มต้นก้าวเท้าวิ่งให้เร็วยิ่งขึ้นเพราะว่ากลิ่นอายของใครบางคนที่กำลังแอบตามเธอมากำลังเข้มข้นอยู่ทางด้านหลังของเธอ“จะรีบไปไหนละจ๊ะน้องสาว” เสียงทุ้มต่ำน่าเกลียดพลันดังขึ้นอยู่ทางด้านหลังของหลินหลินหญิงสาวไม่เสียเวลาหันหน้าไปมอง เธอรีบสาวเท้าก้าวฉับๆอย่างไม่คิดชีวิตด้วยสัญชาตญาณ
คิดไปคิดมาก็เริ่มคิดลึก จนต้องรีบหันหลังหนีไปเล่นน้ำทางอื่นเลยทีเดียวและแล้ว สองหนุ่มสาวจึงพากันเล่นน้ำแบบทางใครทางมัน อยู่อย่างนั้นพักใหญ่...ซักพักต่อมา หลินหลินเริ่มรู้สึกไม่สนุกจึงหันไปแกล้งหยางหยางโดยการตีน้ำใส่ชายหนุ่มเสียอย่างนั้น เมื่อหลี่หงจินหยางถูกตีน้ำใส่จึงเริ่มอารมณ์เสียสตรี
หมดกันเสน่ห์สาวสวยฉายาซุปตาร์สุดเซ็กซี่เห็นกันหมดขนาดนี้ยังบอกว่ามันไม่ได้ผลอึก!จุกไม่หายเขาจะใจแข็งเกินไปแล้วไอ้หยางหยางบ้าฮือ!ปี้นนนน ปี้นน… เสียงบีบแตรรถดังกระหึ่มไปทั่วถนนทุกสาย หลินหลินขับรถมาด้วยจิตใจอันแสนจะห่อเหี่ยว นั่งคู่มาด้วยหลี่หงจินหยางที่นั่งกอดอกด้วยมาดนิ่งขึงทรงพลัง สีหน
reviews