Home / โรแมนติก / คนโปรดของพบตะวัน / ตอนที่ 5 แม่ของทิวา

Share

ตอนที่ 5 แม่ของทิวา

Author: Melyssa
last update publish date: 2026-09-18 04:01:17

สา อลิสา เด็กกำพร้าที่อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ตั้งแต่อายุสามขวบ จนเมื่อเธออายุเก้าขวบได้รับการอุปการะจากครอบครัวนักการเมืองที่มีตำแหน่งใหญ่โตทางการเมือง

ความดีใจที่มีผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาเปลี่ยนชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเธอเป็นแค่ตัวประกอบในบทละครที่ถูกเขียนขึ้นเท่านั้น รัฐมนตรีใจบุญชอบช่วยเหลือเด็กกำพร้า เพื่อช่วยเรียกคะแนนเสียง และปกปิดความดำมืดไว้เบื้องหลัง

หากไม่ได้อยู่ต่อหน้าสื่อ สาเป็นเพียงเด็กรับใช้ในคฤหาสน์หรู เมื่อย่างเข้าสู่วัยสาวก็ถูกลูกชายของรัฐมนตรีขืนใจ กลายเป็นที่ระบายความใคร่ ไม่กล้าปริปากบอกใคร ทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม อดทนรอวันที่จะโบยบินออกไปจากที่นี่

“แกกล้ามากนะนังสา” เสียงกราดเกรี้ยวของรัฐมนตรีขจรเดชเมื่อเห็นภาพข่าวที่เลขาฯ พรินต์ออกมาให้อ่าน ก่อนจะขยำและปาใส่หน้าของสา แม้ในเนื้อข่าวจะมีแต่คำเยินยอก็ตาม

“หนูทำอะไรผิดเหรอคะ” สาแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ ทั้งที่เป็นความตั้งใจของเธอ ที่ผ่านมาเธอตั้งใจเรียน และบอกตัวเองว่าต้องเรียนให้เก่ง ฝึกฝนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองจากหนังสือและสื่อโซเชียล เตรียมทั้งด้านภาษาและวิชาการอื่นๆ จนได้เป็นหนึ่งในสองคนที่ได้รับทุนไปเรียนต่อปริญญาตรีและปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

“ยังมีหน้ามาถาม แกไปบอกนักข่าวว่าฉันจะส่งแกไปเรียนอเมริกา”

“แต่หนูสอบชิงทุนได้ ไม่ได้รบกวนเงินคุณเลยนะคะ”

“กล้าต่อปากต่อคำฉันรึนังสา” เสียงตวาดดังลั่นอย่างน่าหวาดหวั่นใจ

“หนูไม่กล้าค่ะ” สาก้มหน้าสงบเสงี่ยมเจียมตัว

“ให้มันไปๆ ให้พ้นหูพ้นตาเถอะคุณ จะได้อยู่ให้ห่างจากตาขุนพล” บงกชเพชรเห็นเป็นโอกาสให้สาไปพ้นหูพ้นตา และอยู่ห่างจากลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

สหรัฐอเมริกาได้รับการขนานนามว่า “Melting Pot” หมายถึง แหล่งรวมของผู้คนที่มาจากหลากหลายวัฒนธรรมที่หล่อหลอมรวมกัน โดยมีผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติเผ่าพันธุ์อพยพเข้ามาเพื่อแสวงหาโอกาสที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ดินแดนแห่งนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ โดยมีเทพีเสรีภาพเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศ

สาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนแห่งเสรีภาพ เธอรู้ว่าควรปิดปากเงียบเกี่ยวกับเบื้องหลังของรัฐมนตรีขจรเดชเพื่อชีวิตอันสงบสุข

หลังเลิกเรียนสาทำงานพิเศษเพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว แต่ก็มีข้อจำกัด เพราะสหรัฐอเมริกาไม่อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติทำงาน Part-time อย่างถูกกฎหมาย งานที่นักเรียนหรือนักศึกษาจะสามารถทำพิเศษได้ในระหว่างเรียนจึงเป็นงานที่ทำได้ในมหาวิทยาลัย ซึ่งงานส่วนใหญ่ก็คือการทำงานในร้านอาหาร ร้านค้า หรือห้องสมุดของมหาวิทยาลัยเท่านั้น ส่วนชั่วโมงการทำงานสามารถทำได้ยี่สิบชั่วโมงต่อสัปดาห์ ค่าแรงอยู่ที่ประมาณเจ็ดถึงแปดดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อชั่วโมง เธอจึงต้องใช้เงินให้คุ้มค่าที่สุด จนกระทั่งวันหนึ่ง

“เปื้อนหมดเลย” สาเก็บขนมปังที่ทำตกพื้นขึ้นมาด้วยความเสียดาย พยายามปัดเศษฝุ่นออกให้มากที่สุด

“อย่าบอกนะว่าเธอจะกิน” สาละสายตาจากขนมปังในมือมองเจ้าของเสียง  

“เออ...มันแค่เปื้อนนิดหน่อย” ชายหนุ่มสองคนที่มีใบหน้าเหมือนกันทำให้สาตกใจเล็กน้อย คิดว่าตัวเองหิวจนเห็นภาพซ้อน

“แต่มันตกพื้นแล้วนะ”

“นี่ไง ไม่เปื้อนแล้ว” สายื่นขนมปังที่เธอปัดเศษฝุ่นผงออกจนหมดให้ชายหนุ่มดู

“ยังไงก็สกปรกอยู่ดี” ของตกพื้นแล้วจะสะอาดได้ยังไง ไม่รู้ว่ากี่รอยเท้าที่เหยียบย่ำเดินผ่านไปผ่านมา

“ยังกินได้...นี่” ขนมปังในมือถูกแย่งไป สามองตามตาละห้อยที่อาหารมื้อเย็นของตัวเองลงไปอยู่ในถังขยะ

“คนไทยหรือเปล่า” คนที่ยืนอยู่เอ่ยถาม

“ใช่” ตอบเสียงแผ่วเพราะยังเสียดายขนมปัง

“งั้นเราสองคนเลี้ยงข้าว” คนที่เอาขนมปังไปทิ้งถังขยะเอ่ยบอก

“แต่เราไม่รู้จักกันนะ”

“เธอเรียนที่นี่?”

“ใช่”

“เธอเรียนปีอะไรแล้ว”

“ปีสอง”

“งั้นเราก็เป็นเพื่อนกัน เพื่อนเลี้ยงข้าวเพื่อนได้”

“แต่เราก็ยังไม่รู้จักกันอยู่ดี”

“เธอชื่ออะไร”

“สา”

“ฉันปลี”

“ฉันปลัง” ชายหนุ่มอีกคนแนะนำตัว

“เรารู้จักกันแล้ว จะไปกันได้หรือยังท้องเธอร้องอย่างกับกลองเพล”

“ไปก็ได้” สาหน้าแดงด้วยความอาย ท้องเจ้ากรรมก็ส่งเสียงประท้วงไม่หยุด

นับตั้งแต่วันนั้นสาก็ได้เป็นเพื่อนปลีกับปลัง ทั้งสองคนช่วยเหลือเธอเรื่องงานพิเศษ ด้วยการให้ไปทำงานร้านอาหารไทย ซึ่งทั้งคู่เป็นหุ้นส่วน ทำให้ชีวิตในอเมริกาของเธอดีขึ้นมาก จนกระทั่งขึ้นปีสี่

เสียงโครมครามดังออกมาจากห้องน้ำของร้านอาหารไทยที่สาทำงาน

“เกิดอะไรขึ้นสา” ปลีมองขวดสบู่เหลวกับแจกันใส่ต้นไม้ดับกลิ่นตกจากเคาน์เตอร์อ่างล้างมือแตกกระจายบนพื้น กลัวว่าเศษกระเบื้องจะทำให้สาได้รับบาดเจ็บ จึงรีบใช้ไม้ถูพื้นดันออกพ้นทาง

“ปลี...” สาเงยหน้ามองเพื่อน ดวงตาของเธอเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส

“ปลีถามว่าเกิดอะไรขึ้น”

“สา...สาท้อง” สิ่งที่ใช้ยืนยันคำพูดอยู่ในมือที่สั่นเทา

“ท้อง!!” ปลีกับปลังแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

ไร่จันทรัชในช่วงเวลาปัจจุบัน

“แล้วสาท้องกับใคร” ทับทิมถามด้วยความอยากรู้

“ผู้ชายคนหนึ่ง”

“นายพบตะวัน อยากโดนย๊ากอีกใช่ไหม” ทับทิมอยากกระโดดถีบคนยียวนอีกสักรอบ

“ย๊ากแรกยังเจ็บไม่หายเลย” ปลียกมือขึ้นมาลูบหน้าอกตัวเอง ยังหลงเหลือความเจ็บอยู่บ้าง

“ถ้าไม่อยากโดนย๊ากที่สองก็เล่ามา”

“จะเล่าเดี๋ยวนี้ละครับ” ทับทิมตั้งตารอฟังเรื่องราวของสา หากคนตรงหน้ายังทำเป็นเล่นจะทุบให้กระอักเลย

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนโปรดของพบตะวัน   SPECIAL 45

    ในช่วงวันหยุด ปลีมารับขุนที่วัด ไปเที่ยวเล่นกับเรียนพิเศษที่ไร่จันทรัช และยังหวังว่าสักวันขุนจะเปลี่ยนใจมาอยู่ด้วยกัน“ปี้ขุง ปี้ขุงขุง ปี้ขุง ขุง ขุง ขุง” เสียงร้องเรียกพี่ขุนจากวารี ทำให้ขุนเร่งรีบออกมาจากกุฏิท่านเจ้าอาวาส หลังจากทำความสะอาดเสร็จ“เรียกเยอะตลอดเลย” ขุนสะพายย่ามพระที่มีสมุดกับดินสอ ใส่รองเท้าแตะ แล้ววิ่งมายังรถ SUV คันหรู“พี่มารับขุนไปเที่ยวไร่จันทรัช” ทิวายิ้มกว้างให้ขุนเสมอ“กอดพี่ทิวาได้ไหมครับ” ขุนก็ไม่รู้ว่าทำไมทุกครั้งที่เห็นหน้าพี่ทิวาถึงอยากกอด และรู้สึกอบอุ่นหัวใจเสมอ“ได้สิ” ทิวากางแขนรอรับกอดจากขุนทุกครั้งที่เจอกัน รู้สึกผูกพันราวกับเป็นคนในครอบครัว“หนูโป้งปี้ขุง” วารีกอดอก ใบหน้าแสนงอนฉายชัด ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดหันหลังให้พี่ขุน“วารีมาโป้งพี่ทำไม” ขุนไม่รู้ว่าทำอะไรให้น้องวารีขุ่นเคือง“ไม่ยู้ไม่ชี้” วารีแสดงอาการแสนงอน สะบัดหน้าพรืดไปอีกทาง “ไม่บอกแล้วพี่จะรู้ไหม”“ไม่ยู้ไม่ชี้” ความขุ่นเคืองไม่จางหาย ทิวามองบนเอือมระอาน้องสาว“อะไรของวารี เป็นอะไร”“ไม่ยู้ไม่ชะ...”น้องสาวสะบัดสะบิ้งไม่เลิก ทิวาจึงตีเพียะที่ต้นแขน“แง~ ปี้วาตีหนู”“พี่ตีเบาๆ”“ตีนี้เ

  • คนโปรดของพบตะวัน   SPECIAL 44

    “ยอด้วยๆ” เจ้าเทพสามฤดูลงมาจากเรือนก็เห็นพี่ทิวเขากับเพื่อนขี่จักรยานไปคนละคัน ต่างตะโกนบอกให้รอด้วย ได้ยินเสียงน้องทั้งคู่จึงหยุดรอวายุกับเวหารีบคว้ารถจักรยานของตัวเอง แต่จะต่างจากของพี่ที่เพิ่มล้อพยุงมาอีกสองล้อ ส่วนวารีกลับคว้าเจ้าวิฬาร์แล้วอุ้มวิ่งไปหาพี่นับหนึ่ง“นับหนึ่งอุ้มหนู” วารีกอดเจ้าวิฬาร์ บอกพี่นับหนึ่งเสียงอ้อนให้อุ้มขึ้นนั่งจักรยาน“วารีมากับพี่” ทิวเขาวางมือบนที่นั่งด้านหลัง ให้น้องสาวไปด้วยกัน“ปี้ทิวเอาวิยาไป” วารีให้เจ้าวิฬาร์กับพี่ชาย แล้วกลับไปหาพี่นับหนึ่ง ทิวเขามองเจ้าลูกแมวสามสีสลับกับน้องสาวจอมเฟี้ยว“นับหนึ่งอุ้มหนู” วารีชูแขนให้คนพี่อุ้ม นับหนึ่งจึงลงรถจักรยาน ตั้งขาตั้งไม่ให้รถจักรยานล้ม“หนักมาก” นับหนึ่งอุ้มวารีขึ้นที่นั่งด้านหลัง ด้วยน้ำหนักตัวที่ไม่เบาเลย อันเป็นผลมาจากความจ้ำม่ำ ทำให้คนพี่ต้องใช้แรงทั้งหมดของตัวเอง“หนูฉมบูง” วารีบอกคนพี่ว่าตนนั้นสมบูรณ์“ไมวายีไม่ปั่งจักยางฉีพูเอง” วายุถามน้องสาวฝาแฝด ทำไมไม่ปั่นจักรยานสีชมพูไปเอง“หนูพอใจงี้” ก็พอใจแบบนี้“ไปยัง เวพร้อมชิ่งแย้ว” เวหาตั้งท่ามาดมั่น สายตามองพุ่งไปข้างหน้า มือขวาบิดที่จับเลียนแบบท่าบิ

  • คนโปรดของพบตะวัน   SPECIAL 43

    ยามเช้า หลังจากพระฉันภัตตาหารแล้ว ก็ถึงเวลาอาหารของแม่ชีกับผู้มาปฏิบัติธรรมวารีนั่งเหยียดขาไปกับพื้นหอฉัน วางจานข้าวบนหน้าขานั้น กับเมนูหมูทอดราดข้าว โดยมีเจ้าวิฬาร์นั่งอยู่ข้างๆวารีหยิบหมูทอดวางกับพื้น แบ่งให้เจ้าวิฬาร์ เสียงง่ำๆ บ่งบอกว่ามันถูกใจหมูทอดยิ่งนัก“หย่อยเนอะ” วารีพยักพเยิดกับเจ้าวิฬาร์ เมื่อมันกินหมด ก็หยิบให้อีก“ถ้ากลับบ้าน วารีจะคิดถึงวิฬาร์ไหม” ทิวเขาถือขวดน้ำดื่มมาให้น้องสาว ตลอดเวลาที่อยู่วัด วารีกับเจ้าวิฬาร์ตัวติดกันตลอด ถึงขนาดตอนนอน ยังเอาไปนอนด้วยกัน แต่ก็พร้อมตีกันทุกเวลาเช่นกัน จนทุกคนเริ่มสับสนความสัมพันธ์ของคู่นี้“หนูไม่คิดถึงหยอก” ปากบอกไม่คิดถึง แต่มือก็หยิบหมูทอดให้เจ้าลูกแมวสามสี จนตอนนี้ตัวเองกินข้าวกับน้ำมันหมูทอด“ถ้ากลับบ้านจะไม่ได้เจอวิฬาร์แล้วนะ”“ไมไม่เจอ”“ก็วิฬาร์เป็นแมววัด”“วิยาเหมียวหนู เหมียวหนู อยู่หนู”“จะอยู่กับวิฬาร์ได้ยังไง วิฬาร์เป็นแมววัด” ท่าทางจะต้องคุยกันยาว ทิวเขาทิ้งตัวนั่งขัดสมาธิ“วิยาของหนู วิยาอยู่บ้างหนู” พี่ชายย้ำหนักหนาว่าเจ้าวิฬาร์เป็นแมววัด ก็พานให้กินข้าวไม่ลง วางจนข้าวลงข้างตัว อุ้มเจ้าวิฬาร์มานั่งบนตักแล้วกอดมันไ

  • คนโปรดของพบตะวัน   SPECIAL 42

    วันนี้ฝนตกตลอดทั้งวัน จนใกล้เวลาเลิกเรียนของขุนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก ทิวาเป็นห่วงกลัวขุนจะรอนาน ด้วยต้องรอให้ฝนหยุดตกหรือซาลงก่อน คนงานจึงขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปรับได้“ทิวา ไปยืนตรงนั้นโดนไอฝนเดี๋ยวไม่สบายครับ” ทิวายืนเกาะขอบหน้าต่างศาลาการเปรียญ ด้วยฝนที่เทกระหน่ำลงมาทำให้ละอองฝนกระเซ็นเข้ามา ปลีกลัวลูกสาวจะไม่สบาย“ปะป๊า” ทิวาเดินกลับมาหาคนพ่อ แล้วนั่งลงบนตัก“ครับ”“เราไปรับขุนที่โรงเรียนกันเถอะค่ะ” พูดพร้อมกับมองนาฬิกาบนผนังที่บ่งบอกเวลา 15.55 น. เลยเวลาเลิกเรียนของขุนมายี่สิบห้านาทีแล้ว“ทิวาอยากไปรับขุนเหรอครับ”“หนูยับปี้ขุง ปะๆ ยับปี้ขุง” พี่ทิวายังไม่ทันตอบคนเป็นพ่อ วารีก็พูดขึ้นมาก่อน อยากไปรับพี่ขุนที่โรงเรียน“ปะป๊าถามพี่ทิวานะวารี” ทิวเขาว่า“หนูบอกป๊าปิ๊ หนูไม่ตอบป๊าปิ๊เยย ปี้ทิวปู้ดเยอะแย้วนะ” ความยอกย้อนของวารีทำพี่ชายมองค้อนไปวงใหญ่“วารีพูดเยอะกว่าพี่อีก”“หนูปู้ดน้อย ปู้ดนิดๆ เอง”“วารีกับทิวเขาหยุดพูดก่อน พูดเยอะ ขุนก็รอนาน เอามือปิดปากไว้เลย ไม่ต้องพูด จนกว่าพี่จะพูดกับปะป๊าเสร็จ” ไม่ได้กลัวแค่หม่าม้าทับทิม แต่หากพี่ทิวาเข้าโหมดจริงจัง น้องๆ ก็กลัวเช่นกัน ทิวเขาเ

  • คนโปรดของพบตะวัน   SPECIAL 41

    “แง~~ วิยาตีหัวหนู” เจ้าวิฬาร์ที่อยู่บนโต๊ะใช้ขาขวาหน้าตบหัวของวารีที่ยืนเกาะโต๊ะจนผมกระเจิง เสียงร้องไห้ดังลั่น แต่ไม่มีน้ำตาสักหยด“ตีฉู้แน่” เพียงแป๊บเดียวเสียงร้องไห้ก็หายไป กลายเป็นวิ่งไล่ตีเจ้าลูกแมวสามสี“แง~~ วิยากัดก้งหนู” เจ้าวิฬาร์หมอบพร้อมกับส่ายก้นเตรียมพร้อมจู่โจม ก่อนจะกระโดดงับก้นของวารีแล้ววิ่งหนีขึ้นต้นไม้“ยงมาฉู้ย่างเยย” วารีตะโกนบอกเจ้าวิฬาร์ให้ลงมาสู้กันข้างล่าง“มึงว่าที่คุณหนูกับเจ้าวิฬาร์ทำกันอยู่เนี่ยสู้จริงหรือว่าแค่เล่นกัน” ลาร์ซเริ่มสับสนพฤติกรรมของคุณหนูวารีกับเจ้าวิฬาร์“กูว่าเล่น ถ้าสู้จริงคุณหนูจะไม่ร้องไห้ จะไม่ฟ้อง” จากที่เลี้ยงเจ้านายตัวน้อยแฝดสามมาเองกับมือก็ว่าได้ หากทะเลาะกันถึงขั้นลงไม้ลงมือจะไม่มีเสียงเล็ดลอด หรือเรียกว่าทะเลาะเงียบ เพราะกลัวถูกทำโทษ แต่คุณหนูวารีฟ้องทุกครั้งที่ถูกเจ้าวิฬาร์ตี กัด หรือกระโดดถีบ“ก็จริง” ลาร์ซคิดตามและเห็นด้วยกับโจนาส“หูย~~” วารีนั่งยองจับจ้องไปที่บางอย่างด้วยท่าทางตื่นเต้น“คุณหนูมองอะไรวะ” โจนาสมองตามสายตาของคุณหนูวารี ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรให้น่าตื่นเต้น“กูก็อยู่กับมึง อยากรู้ก็ไปดู” ลาร์ซก็สงสัยไม่ต่างกัน“อ

  • คนโปรดของพบตะวัน   SPECIAL 40

    “ไม่มีใครฝืนดวงชะตาได้ สายลมจะพัดผ่าน...คุณปู่ครับ” ทิวเขาคิดตามที่ท่านเจ้าอาวาสพูดกับครอบครัวของหนูสา ก่อนจะเอ่ยกับคนเป็นปู่“ครับ” ศิรารอฟังสิ่งที่หลานชายจะพูดด้วยอย่างตั้งใจ“ถ้าสายลมจะพัดกรรมไปจากทิว ต้องเป็นพายุทอร์นาโดแล้วแหละครับ”“เดี๋ยวน้องก็โตแล้ว อดทนหน่อยนะครับ” ศิราทั้งขำทั้งเอ็นดูหลานชาย เจอฤทธิ์ความป่วนของน้องแฝดสามเข้าไปถึงกับขยาด จนต้องชวนมาอยู่วัดด้วยคิดตามประสาว่าจะช่วยให้กรรมหนักเป็นเบา ก็คืออยากให้เจ้าเทพสามฤดูดื้อน้อยลง แสบน้อยลง หรือซนน้อยลง“ทิวสามขวบดื้อเหมือนน้องจิ๋วไหมครับ”“เออ...”“ดื้อเหมือนกันแน่เลย เพราะกรรมคือผลของการกระทำ แล้วกรรมจะเบาได้ยังไง ตอนนี้ทิวก็ยังดื้ออยู่” ปู่อ่ำอึ้งก็เป็นคำตอบได้แล้ว ความดื้อของตนก็คงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าน้องๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่ต้องมาชดใช้กรรมอยู่แบบนี้“สำหรับปู่ ถึงจะดื้อกันบ้าง ซนกันบ้าง แต่หลานปู่ก็เป็นเด็กที่มีเหตุผล และพร้อมรับฟังคำสั่งสอน ความดื้อ ความซน ก็มาจากความอยากรู้อยากเห็น และการเป็นตัวของตัวเอง”“ดื้อมาก ซนมาก คุณปู่หัวระเบิดปุ้งเยอะ”“พูดแบบนี้แสดงว่าจะเลิกดื้อ เลิกซน”“ดื้อเหมือนเดิม ซนเหมือนเดิมครับ”“ถ้าเช่น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status