EP.1 ผู้หญิง (ใจ) ง่าย
ให้ตาย ดื่มยังไงให้ปวดหมดทั้งเนื้อทั้งตัว ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าวะเนี่ยยัยดรีม...
"อื้อ~"
ฉันค่อย ๆ ขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบากเพราะแสงแดดอุ่นอ้าวที่ลอดผ่านเข้ามาจากม่านสีขาวบ่งบอกว่าตอนนี้คงสายแล้ว แต่ทั้ง ๆ ที่ตื่นสายขนาดนี้กลับรู้สึกราวกับว่ายังไม่ได้นอนเลยสักนิด
ทั้งเมื่อยทั้งเหนื่อยล้า
ฉันขยับตัวลุกขึ้นจากที่นอนทั้งอย่างนั้น คิดทบทวนว่าเมื่อคืนกลับมายังไงแต่ก็จำแทบไม่ได้แล้ว แน่ล่ะเมื่อคืนฉันดื่มหนักด้วยมีเหตุผลสำคัญคือจะต้องลืมผู้ชายที่ชื่อ 'คีตะ' ให้ได้ แล้วมองผู้ชายคนอื่นสักที
แล้วถามว่าทำได้ไหม
คำตอบคือ ไม่...
ตอนที่ลุกขึ้นจากที่นอนถึงได้รู้ว่าบนร่างกายของฉันไร้เสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียวก็ไม่มีติดกาย จึงรีบดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาพันตัวแล้วกวาดสายตามองรอบห้อง ทว่าภายในห้องพักขนาดสามสิบสองตารางเมตรนี้กลับมีเพียงความว่างเปล่า
พบเพียงชุดเดรสสั้นสีขาวที่ใส่ไปเที่ยวเมื่อคืนกับชุดชั้นในสองชิ้นวางอยู่ด้วยกัน นี่ฉันเมาจนถึงขั้นถอดเสื้อผ้านอนเลยหรือไง
คงเมาจนเสียสติไปเลยสินะ
ใช่ มันใช่แน่ ๆ
ฉันหลอกตัวเองแล้วขยับตัวเพื่อจะลงจากเตียง แต่กลับต้องทรุดตัวลงนอนอีกครั้งเพราะทั้งเจ็บระบมไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะ 'ตรงนั้น' ที่มันไม่ควรมาเจ็บป่วยเวลานี้
ไม่หรอก เป็นไปไม่ได้ ไม่เห็นจะจำได้เลยว่าเมื่อคืนทำเรื่องน่ากลัวแบบนั้น
ฉันยกฝ่ามือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองแล้วพยายามคิดว่าเมื่อคืนทำอะไรไปบ้าง แต่ก็คิดอะไรไม่ออกนอกจากเห็นหน้าพี่คีตะที่เพิ่งจะฝันถึง มันเป็นฝันที่เหมือนความจริงมาก ๆ
ฉันก้มสำรวจร่างกายตัวเองยิ่งรู้สึกว่าหัวใจมันเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นรอยแดงเป็นจ้ำบนผิวที่เคยขาวเนียนไร้ตำหนิ ทั้งเนินอกและหัวไหล่ สิ่งที่เห็นเริ่มทำใจฉันสั่นไหว
เมื่อคืนฉันมีอะไรกับพี่คีตะจริงเหรอ !
ครืด~
ตอนที่กำลังคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมด เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมารบกวนจนนึกอะไรไม่ออก จึงยื่นมือไปหยิบมันขึ้นมา
"ฮัลโหล ธัญญ่า" ฉันกดรับสายจากเพื่อนสนิทแล้วกรอกเสียงใส่คนปลายสายทันที ตั้งใจจะถามมันว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่มันกลับเอ่ยคำหนึ่งขึ้นมา เล่นเอาฉันขาอ่อนแรงแทบล้มพับ
(“เป็นไง แซ่บไหมพี่คีตะ”)
"แกว่าไงนะ"
(“ก็เมื่อคืนแกไปกับเขา สรุปไปจบที่ไหนห้องแกหรือบ้านเขา”)
ความเจ็บปวดทุกสัดส่วนชัดเจนมากขึ้นเมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนสนิทพูดออกมา สิ่งที่ฉันคิดว่ามันเป็นความฝันบางช่วงบางตอนนั้นกลายเป็นเรื่องจริง
"อยากจะเป็นลม" เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ของฉันเริ่มผุดขึ้นมาทั่วขมับแถมหัวใจยังเต้นแรงมากจนน่ากลัว เมื่อคิดถึงสิ่งที่ฉันทำไปเมื่อคืน ถึงแม้จะจำไม่ได้แต่ร่างกายมันเฉลยแล้วว่าเป็นเรื่องจริง
(“ทำไมวะ ไม่โดนเหรอ อุตส่าห์รอมาห้าหกปี”)
"โดนบ้าบออะไรจำไม่ได้เลยต่างหาก !" ฉันกุมขมับตัวเองเพราะรู้สึกเครียดอย่างบอกไม่ถูก
"เขาเมาไหมแก"
(“ก็น่าจะเมา ไม่งั้นจะไปกับแกเหรอ”) คำตอบของธัญญ่าทำให้ฉันคลายความหนักใจขึ้นมา เพราะนั่นหมายความว่าพี่คีตะก็อาจจะจำอะไรไม่ได้เหมือนกัน
(“แต่เมื่อคืนเขาดูแปลก ๆ นะ มาคนเดียว แถมยังขับรถราคาแพง ๆ มาด้วย ทุกทีขับมอไซค์ไม่ใช่เหรอ”)
“แกเมาเหมือนกันใช่ไหมญ่า” ฉันขำเบา ๆ แล้วถามมันออกไป
“แม่พี่คีตะเปิดร้านน้ำปั่นบังหน้าเหรอ ที่จริงทำธุรกิจมืดแบบนี้หรือเปล่า”
(“ก็ฉันเห็นจริง ๆ ฉันยังจะตามไปส่งแกแต่เขามองตาดุ”)
“จริงก็จริง” ฉันพูดแล้วส่ายหน้ากับตัวเอง ถ้าฉันเมาไม่รู้เรื่องยัยเพื่อนสนิทของฉันมันก็คงจะไม่ต่างกันหรอก
แล้วเมื่อคืนฉันพูดอะไรไปบ้างเนี่ย ให้ตายเถอะ ตอนที่เขาทำ... แบบนั้นฉันทำหน้ายังไง น่าเกลียดไหมนะ แต่ที่แน่นอนและรับไม่ได้คือพี่คีตะเห็นร่างกายของฉันทุกสัดส่วนหมดแล้ว
โดยเฉพาะตรงนั้น...
"กรี๊ด ! จะทำยังไงดี"
(“อะไรของแก ตกใจหมด !”)
"แกว่าเขาจะจำได้ไหมวะ ขนาดฉันยังจำไม่ได้เลยถ้าแกไม่บอก" คนตั้งใจจะตัดใจอยู่แล้วทำไมกลายมาเป็นแบบนี้ไปได้เล่า
(“แกไม่ดีใจเหรอดรีม นี่มันความฝันสูงสุดของแกเลยนะ บางทีเหตุผลข้อนี้อาจจะรั้งเขาไว้กับแกได้นะดรีม”) ธัญญ่าให้เหตุผลแต่นั่นกลับทำให้ฉันรู้สึกไม่ดี
"ฉันตั้งใจแล้วว่าจะตัดใจจากเขา อีกอย่างเราก็แค่เมาทั้งคู่เขาไม่ได้ชอบฉัน แกเข้าใจไหม"
(“งั้นก็แกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นถ้าเจอพี่เขา แค่นั้นแหละ”)
ฉันเห็นด้วยกับสิ่งที่มันแนะนำ เพราะถ้าเขาเมาจำอะไรไม่ได้ทุกอย่างก็จะกลายเป็นเหมือนเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น ต่อให้จะมีอะไรกัน ถ้าเขาไม่ชอบฉันมันก็คือไม่ชอบ
จะให้ไปเรียกร้องหาความรับผิดชอบก็คงจะน่าเกลียด
ขนาดว่าแอบชอบพี่คีตะมาตั้งแต่ตอนมอต้น เขายังไม่เคยหันมาแลฉันบ้างเลย แล้วจะไปเรียกร้องให้คนเมารับผิดชอบอะไร คบกันไปสุดท้ายก็ไม่มีความสุขอยู่ดี
คิดว่าต่างคนต่างได้กัน แค่นั้นจะได้สบายใจ
สบายใจมากจริง ๆ ...
หลังจากวางสายจากเพื่อนสนิท อาบน้ำ แต่งตัว เก็บกวาดห้อง และซักผ้า แล้วค่อยออกไปหาอะไรทาน ข้าวเช้าก็คงกลายเป็นข้าวกลางวันอีกเช่นเคยในช่วงวันหยุด
“ลืมไว้เหรอ” ฉันพึมพำกับตัวเองเมื่อเดินไปเจอนาฬิกาข้อมือเรือนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของตัวเอง ดูจากลักษณะแล้วมันเป็นนาฬิกาแบบที่ผู้ชายอย่างแน่นอน พลันหัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาดื้อ ๆ
จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนดียัยดรีม พี่คีตะจะคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงแบบไหนกันนะ ตั้งใจจะลืมกลับต้องจำเขาไปจนตาย แล้วยังเป็นความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนอีกต่างหาก เขาคงจะจริงจังด้วยหรอก !
“ฮือออ” ฉันยกฝ่ามือขึ้นมาปิดหน้าของตัวเอง คิดย้อนกลับไปถึงตอนที่ดื่มหนัก แล้วพร่ำเพ้อว่าจะมีแฟน จะลืมพี่คีตะให้ได้ สุดท้ายเป็นยังไง
กลายเป็นผู้หญิงใจง่ายให้เขากินเล่นแล้วก็จากไป…