LOGIN
“ตกลง” เขมนัทต์ตอบแบบไม่คิด “มึงสองคนเตรียมตัวเสียเงินได้เลย”
“เออ รอให้เห็นหน้าเอมก่อนเถอะ ถึงมาพูดว่าใครจะเสียเงิน” ตรีชาติเห็นต่างกับเขมนัทต์
“ท่าทางมึงมั่นใจจังนะว่า เอมหน้าตาจะเปลี่ยนไป”
เพชรภูมิกระซิบพูดกับตรีชาติ
“กูไม่รู้หรอก กูก็แค่ท้าไอ้เกมส์ไปเล่นๆ ใครแพ้ใครชนะก็ถือว่าทำบุญ” คนถูกถามตอบ เพชรภูมิพยักหน้ารับรู้ ก่อนชนแก้วกับเพื่อนรักทั้งสอง จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศในการสังสรรเสีย
สามวันต่อมา
แม้ว่าเคยอาศัยอยู่ในบ้านพัฒนะหิรัญมากกว่าสามปี ทว่าการกลับมาบ้านหลังนี้อีกครั้ง เอมิกากลับพกความตื่นเต้นกลับมาด้วย อาจเป็นเพราะสถานะต่างกับครั้งก่อน ครั้งนั้นเอมิกาอยู่ในฐานะคนรับใช้ ทว่าครั้งนี้สถานะที่เธออยู่คือ นางบำเรอของเขมนัทต์ ซึ่งถือว่าเป็นเจ้านายคนหนึ่งของบ้าน
เอมิกาก้าวลงมาจากรถคันหรูที่ไปรับที่สนามบิน หญิงสาวก้าวเข้าไปในบ้านด้วยขาที่ค่อนข้างสั่น ขาที่ว่าสั่นยังน้อยกว่าหัวใจที่เต้นโครมคราม ความสั่นเกิดจากความกลัวและประหม่ากับการเผชิญหน้ากับเขมนัทต์ ชายหนุ่มที่ตั้งแง่ไม่ชอบหน้าตน เธอไม่อยากเห็นสายตาไม่พอใจ รังเกียจจากนัยน์ตาเขา เพราะนั่นหมายถึงความเสียใจจะอาบทั่วหัวใจเอมิกา
คุณหญิงสร้อยระย้ากับสายพิณยิ้มเมื่อเห็นเอมิกาเดินเข้ามาในบ้าน เอมิกาคือผู้หญิงคนที่เจ็ดที่นางหามาให้ลูกชาย และเป็นคนสุดท้ายตามข้อตกลง จะว่าไปสรอ้ยระย้าหมายตาเอมิกาไว้ตั้งแต่แรก ทว่าด้วยอายุและเหตุผลหลายอย่างที่ยังไม่ลงตัว ทำให้ต้องปล่อยเวลามานานกว่าสี่ปี นางเฝ้าดูเอมิกาเงียบๆ และลุ้นว่า เธอจะไม่มีใคร เมื่อแน่ใจว่า เอมิกาไม่มีใครจับจองหัวใจ นางจึงจีบเอมิกามาเป็นแม่ของหลานทันที ซึ่งผลตอบรับกลับมาคือ เธอตกลง นางดีใจมาก มีความเชื่อมั่นสูงว่า เอมิกาจะทำให้ตนสมปรารถนาเรื่องหลาน
“สวัสดีค่ะคุณป้า ป้าสาย” เอมิกาพนมมือไหว้เจ้าของบ้านที่นั่งในห้องรับแขก ก่อนไหว้สายพิณ ทรุดตัวนั่งข้างสร้อยระย้า
“เดินทางเหนื่อยไหมเอม” เสียงอ่อนโยนของสร้องระย้าเอ่ยถาม
“นิดหน่อยค่ะคุณป้า”
“มาเหนื่อยๆ ดื่มน้ำเย็นๆ จะได้ชื่นใจค่ะ” น้ำตาลสาวใช้ของบ้านรีบนำน้ำหวานมาให้เอมิกาที่ยกแก้วน้ำสีแดงขึ้นจิบดื่ม
“เอมไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณป้านะ ฟังแล้วดูห่างเหินพิกล เรียกว่าแม่ล่ะกัน แม่อยากฟังเอมเรียกแบบนี้” เอมิกาตกใจแต่ก็ไม่ขัด
“ค่ะคุณแม่” สร้อยระย้ายิ้มกว้าง มือเหี่ยวย่นตามวัยลูบศีรษะเอมิกาเบาๆ นางส่งยิ้มให้
“แม่ดีใจมากเลยรู้ไหมที่เอมกลับมาอยู่บ้านนี้อีกครั้ง แม่รอมานานมากเลยรู้ไหม” สร้อยระย้าพูดกับเอมิกา “แม่อยากให้เอมเป็นแม่ของหลานมากที่สุด แล้วแม่ก็คิดว่า ต้องไม่ผิดหวังด้วย”
สร้อยระย้าสร้างแรงกดดันให้เอมิกามาก เธอรู้ดีว่า นางอยากได้หลานมากแค่ไหน ไม่เช่นนั้นคงไม่คัดกรองหญิงสาวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมมาทำให้ความฝันของนางเป็นจริงหลายคน ผิดหวังจากคนนี้ก็หาคนใหม่ จนในที่สุดเอมิกาคือความหวังสุดท้าย หญิงสาวกลัวว่าตนอาจไม่ท้องเหมือนหญิงสาวอีกหกคน และสร้อยระย้าต้องผิดหวังเช่นเคย ประการสำคัญคือ เธอไม่รู้ว่า เขมนัทต์จะมีความรู้สึกเดิมกับตนหรือไม่ หากมีดังเดิม การตั้งครรภ์คงเกิดขึ้นยาก เนื่องจากเขาคงไม่สนใจหลับนอนกับเธอ
เจ้าบ่าวภูธร Chapter 16“พ่อว่านะ ถ้าก้อยท้อง คงต้องสร้างบ้านใหม่ บ้านนี้มันดูเล็กไป ห้องคงไม่พอ ไหนจะห้องของหลาน ที่ทำเผื่อไว้สักสามห้อง ห้องสำหรับเลี้ยงเด็กอีก ไหนจะห้องไว้ให้หลานของพ่อนั่งเล่น นอนเล่น สร้างใหม่เอาหลังใหญ่กว่านี้ จะได้ไม่อึดอัด” พันตรีมีโครงการในใจ“ดีค่ะคุณพี่ หน่อยว่า เราเริ่มทำกันเลยดีกว่าค่ะ พอสั่งทำปุ๊บ หลานอาจจะมานะคะ” “ดีๆ งั้นทำเลย” คนแก่ใจร้อนมาก พันธ์รบกับชลินพรมองหน้ากันแล้วยิ้ม ทั้งคู่หวังเช่นกันว่า ทายาทคนแรกจะมาในเร็ววันนี้ ชลินพรกับพันธ์รบมาถึงงานก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง ขณะก้าววลงจากรถ ร่างสาวเซเล็กน้อย จากอาการหน้ามืด“ก้อยเป็นอะไรครับ” คนที่เดินลงมายืนรอภรรยาข้างตัวรถ รีบเข้าไปประคองร่างเล็กในชุดสวย ตามธีมที่ผู้จัดงานต้องการ เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“สงสัยลุกเร็วน่ะค่ะ เลยหน้ามืด”“ไหวมั้ยครับ เอายาดมมั้ย พี่จะให้พนมไปซื้อให้” เขาเห็นใบหน้าค่อนข้างซีดของภรรยาแล้วเป็นห่วง “ถ้าไม่ไหวกลับบ้านดีมั้ย กลับตอนนี้แล้วต้องเสียค่าปรับที่ทำงานไม่ได้ พี่จัดการเองครับ”“ไหวค่ะไหว แค่หน้ามืดค่ะ เดี๋ยวคงหาย” หล่อนคิดเช่นนั้น อาการนี้เป็นบ่อยๆ และเกิดขึ้นได้พันธ์รบ
เจ้าบ่าวภูธร Chapter 15“คุณวาว่าได้ไปนึงค่ะ เหลือแค่คู่เดียว คุณก้อยรับมั้ยคะ รุ่นนี้ลิมิเต็ดมากๆ ค่ะ หายากมากด้วยนะคะ” “ชุดนี้สวยมากค่ะ คุณก้อยใส่แล้วสวยที่สุดเลย คนอื่นมาลอง แต่ไม่มีใครใส่แล้วเพอร์เฟคเท่าคุณก้อยค่ะ ซื้อเลยมั้ยคะ” หากเจ้าของแบรนด์หรือพนักงานขายพูดเช่นนี้ เหมือนรู้นิสัยชลินพรว่า รักหน้ารักตาตัวเอง หากเป็นเรื่องแบบนี้ มักไม่ยอมให้ใครเกินหน้าเกินตาตนซึ่งได้ผลเสมอ พอพูดกับนางเอกสาวมักได้ผลเสมอ สินค้าเหล่านี้เมื่อซื้อมา ชลินพรแทบไม่ได้ใช้ เก็บไว้ในตู้เสียส่วนใหญ่ ไม่ได้ใส่หรือใช้อวดใคร “ก้อยเคยคิดมั้ยว่า ของที่พวกเธอเสนอขาย อาจเป็นของที่ขายไม่ได้ก็ได้นะ เพราะคนที่มีชื่อเสียงมากกว่าก้อย รวยกว่าก้อย และนิยมแบรนด์นั้นๆ ก็มีมาก ยิ่งรู้ว่าเป็นของรุ่นลิมิเต็ด หายาก มีแค่สองใบบ้าง สามใบบ้าง ก็ยิ่งอยากได้สิ แย่งกันมากกว่าด้วยซ้ำไป เมื่อมันเป็นของที่เหล่าคนรวยและคนมีชื่อเสียงอยากได้ ทำไมต้องเจาะจงก้อยล่ะ เท่าที่พี่รู้มา ของแบบนี้คนที่ชอบมักรู้กันนภายในนะ รู้ว่ามีก็รีบไปซื้อ จะปล่อยให้หลุดมือได้ไงจริงมั้ย” ชลินพรคิดตามคำพูดสามี ที่ฟังแล้ว รู้สึกได้ว่า ตนเองโง่ที่หลงกลก
เจ้าบ่าวภูธร Chapter 14ชลินพรหอมแก้มสามี กอดร่างหนา“แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ก้อยหมายถึง ก้อยอยู่ที่นี่ได้ค่ะ ไม่ได้ลำบากอะไรเลย สบายด้วยซ้ำ งานบ้านก็ไม่ต้องทำ ได้แต่นั่งๆ นอนๆ แต่งตัวสวยๆ ให้พี่รบเห็น” หล่อนออกแนวอ้อน เงยหน้าหอมแก้มสามี “แต่ถ้าก้อยอยากได้อะไร เช่นกระเป๋าสวยๆ ก้อยจะบอกพี่รบนะคะ”“บอกมาได้เลย พี่ให้ทุกอย่าง ไม่เกี่ยงราคา” เรื่องตามใจเมียคงไม่มีใครเกินพันธ์รบจริงแม้มีความสุขกับชีวิตคู่ที่ไม่ได้เลือก แต่พร้อมปรับตัวเข้าหากัน แต่ก็มีอย่างหนึ่งสร้างความรำคาญใจ ให้ทั้งคู่ไม่น้อย นั่นคือฤทัยพร ที่ยังคงแวะเวียนมาบ้านพันธ์รบ ทั้งที่เขาแต่งงานมีครอบครัวแล้ว และมักมาในวันที่ชลินพรไปทำงาน เพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดพันธ์รบ เขาไม่ได้เอ่ยปากไล่ หรือบอกหล่อนว่า ให้หยุดมาบ้านตนได้แล้ว เขาไม่ติดใจเรื่องในอดีต จบคือจบ ซึ่งชายหนุ่มมีเหตุผลที่ไม่พูด ไม่ห้ามทุกคืนก่อนนอนทั้งสองพลอดรักกันอย่างเต็มอิ่ม ต่างฝ่ายต่างมอบความสุขให้กันและกัน เช้ามาพันธ์รบมักจูบรับอรุณ ไม่งั้นไม่มีเรี่ยวแรงทำงาน วันนี้ก็เช่นกัน แม้ไม่ใช่วันทำงาน ทว่าพันธ์รบก็ขอกำลังใจจากภรรยา“พอแล้วค่ะ ปากเจ่อแล้วนะ” ชลินพรห้ามสามีที่ถอน
เจ้าบ่าวภูธร Chapter 13เป็นความร้อนไม่ต่างกับไฟลามทุ่ง รวดเร็วจนยากหยุดยั้ง เอกบุรุษลุกขึ้นสู้ ดิ้นไปมาอยู่ภายใต้กางเกงแสลค หัวใจเต้นแรงกับอุบลคู่สวย และผิวขาวนวนเนียน มือเขายกสูงคล้ายคนไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ลูบแขนชลินพรทั้งสองข้างไปมา เขาย่อตัวลงจัดการถอดปราการชิ้นล่างให้พ้นขาสาว ขณะถอดสายตาจ้องมองเนื้อนวลปกคลุมด้วยแพรไหม หัวใจเขาสั่นหนักมาก อยากรู้เหลือเกินว่า กลิ่นจะหอมมากแค่ไหน เย้ายวนเกินห้ามใจเหลือเกินเวลานี้เนื้อตัวเจ้าสาว ไม่มีอาภรณ์หลงเหลือสักชิ้น หล่อนซ่อนรูปมาก รูปร่างสวยงามไร้ที่ติ ยิ่งตอนนี้ความเขินอายระบายไปทั่วกาย แดงระเรื่อแซมผิวขาว ขวนให้พิสมัย นำมือไปลูบไล้สัมผัสว่า ผิวหล่อนนุ่มละเมียดมือมากแค่ไหน“ก้อยของพี่สวยมาก สวยที่สุด” พันธ์รบชื่นชมจากหัวใจ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ร่างตนตกอยู่ในสายตากระหายสวาทของบุรุษ ชลินพรจึงหลีกเลี่ยงความอายไม่ได้ และยิ่งตื่นเต้น เมื่อเห็นพันธ์รบถอดชุดเจ้าบ่าวหัวใจชลินพรเต้นไม่เป็นจังหวะ โครมครามยิ่งกว่านักรบตีกลองศึกเสียอีก จุดที่สายตาโฟกัสเป็นพิเศษ เป็นจุดที่เรียกความกลัว ตื่นเต้น กังวลและประหม่ามาก แต่เหตุใดมิทราบได้ ดวงตาเจ
เจ้าบ่าวภูธร Chapter 12“เธอไม่ต้องหาข้อแก้ตัวหรอก เพราะไม่มีข้อแก้ตัวอะไรฟังขึ้น เมื่อความจริงเปิดเผยแล้ว” อดุลย์พูดย้ำให้ฤทัยพรตระหนักว่า ทุกอย่างจบอย่างแท้จริง “ออกไปจากชีวิตฉันเถอะฤทัย เหมือนครั้งนั้นไง ที่เธอหนีตามไอ้หมอนั่นไป แล้วฉันจะไม่เอาเรื่องที่เธอขโมยทองของฉันไปยี่สิบบาท แต่ถ้าเธอยังดื้อด้าน เธออาจติดคุกได้นะ”ฤทัยพรคิดผิดมาตลอดว่า พันธ์รบยังมีใจให้ หล่อนถึงได้กลับมาหาเขา หวังพึ่งใบบุญ เวลานี้หล่อนนึกเสียดายช่วงเวลานั้น ไม่น่าหลงคารมคนหลอกลวง ทิ้งผู้ชายดีๆ อย่างพันธ์รบ สำนึกผิดตอนนี้ก็สายเสียแล้ว สายไปทุกอย่าง“พี่รบหมดรักฤทัยแล้วจริงๆ หรือคะ พี่รบรักก้อยใช่มั้ยคะ” ฤทัยพรถามตรง“ใช่ ฉันรักก้อย อาจมองว่าเร็ว แต่ก็รัก” พันธ์รบไม่ปิดบัง “ฉันถึงต้องเคลียร์เรื่องนี้ไง เพราะไม่อยากให้ก้อยไม่สบายใจ รวมทั้งคนอื่นด้วย ที่อาจเข้าใจผิดคิดว่า ฉันมีใจให้เธออยู่ ฉันหวังว่าเธอจะออกไปจากชีวิตฉันได้สักทีนะ...เชิญ”พันธ์รบไม่อยากเสียเวลา ไม่อยากให้เรื่องยืดเยื้อ แค่ระยะเวลาเดือนกว่าที่ให้ฤทัยพรเข้ามายุ่ง ถือว่ามากแล้ว เขาไม่ต้องการให้ชลินพรเสียใจหรือเข้าใจผิดฤทัยพรยอมถอย เดินไร้เ
เจ้าบ่าวภูธร Chapter 11“แกนี่วาสนาดีจริงๆ นอกจากตัวเองจะรวย ยังได้ผัวรวยอีก ไม่แค่รวยนะ ยังเปย์แกหนักมาก ฉันว่านะ แกต้องเคยตัวมากกว่าเดิมแน่”“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก” พูดไปก็ยิ้มไป ตอนนี้ชลินพรขอบคุณพราวแสง ที่นอกจากมอบความสุขสบายให้หล่อนตั้งแต่เกิด ยังมอบสามีสุดหล่อ แถมรวยล้นฟ้ามาให้อีก หล่อนพูดคำว่า เป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก ได้เต็มปากเต็มคำในส่วนพันธ์รบ แม้รู้นิสัยชลินพรเบื้องต้น และรู้จักผ่านการเล่าเรื่องจากพราวแสง รวมถึงได้ประสบกับตัวตอนพบเจอกัน เริ่มรู้ตัวว่า ชีวิตอันสงบสุขของตนต้องเปลี่ยนไปแน่นอน รวมถึงเรื่องที่คนล่วงลับหวังว่า จะปรับเปลี่ยนนิสัยชลินพร ไปในทางที่ดีขึ้น เขาไม่ค่อยมั่นใจว่า ตนทำได้มากน้อยแค่ไหน เนื่องจากเริ่มมีใจเอนเอียงให้สาวเอาแต่ใจ ทำอะไรไม่ค่อยจริงจังคนนี้เสียแล้วด้วยเงื่อนไขที่ว่า หลังจากแต่งงาน ชลินพรต้องย้ายมาอยู่กับพันธ์รบที่ไร่อิ่มบุญ ก่อนหล่อนมาอยู่บ้านหลังนี้ เขาต้องทำห้องใหม่ตามความต้องการของชลินพร คือหล่อนอยากได้ห้องนอนที่มีไว้สำหรับนอนอย่างเดียว แยกห้องนอนกับห้องอื่นแม้อยู่ในห้องเดียวกัน ห้องแต่งตัว ห้องดูทีวี พันธ์ร
คลั่งรักเมียจำเป็น Chapter 9ความสุขสมจากปากและลิ้นใหญ่ที่รุกเร้าอยู่ตรงเม็ดทับทิมต่อเนื่อง มากพอจะเหวี่ยงตนไปยังสวรรค์ พานพบกับความสุขที่เรียกว่า ออเดิร์ฟ“ผมชอบดื่มน้ำจากตัวคุณ หอมชื่นใจเหลือเกิน” แดเมี่ยนพึมพำตรงจุดนั้น จุดที่เขาหลงใหล ดื่มน้ำหวานไหลนองอย่างคนกระหาย หลังจากดื่มจนพอใจ เขาสานต่ออา
คลั่งรักเมียจำเป็น Chapter 7เหมือนขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง... เที่ยงวันแล้ว แต่ยังไม่เห็นกัญญามาศมาตามตื้อขอแดเมี่ยนแต่งงาน ปกติหล่อนจะมากวนใจเขาแต่เช้า พูดขอแต่งานแบบวนไปทั้งวัน ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆ เขารำคาญมาก แต่เหตุใดมิทราบได้ ถึงไม่ไล่กัญญามาศ หรือไม่ก็ให้ลูกน้องจัดการ ราวกับว่าอีกใ
คลั่งรักเมียจำเป็น Chapter 10 แดเมี่ยนไม่ได้พากัญญามาศไปโรงพยาบาล แต่กลับพามาบ้านตน ระหว่างทางไปหาคนไม่สบาย เขาโทรศัพท์หานายแพทย์จอห์น แพทย์ประจำตัวบิดา ให้มาดูอาการกัญญามาศ พอมาถึงบ้านก็พบว่า จอห์นมาถึงก่อนหน้าตนไม่ถึงสองนาที ผลการวินิจฉัย จอห์นบอกว่า กัญญามาศเป็นไข้หวัด เขาจึง
คลั่งรักเมียจำเป็น Chapter 5 12 วันต่อมา ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น... กัญญามาศเชื่อในประโยคนี้มาก ยังมีคำนี้อีกหนึ่งประโยค ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก หญิงสาวกับดารัณมาบ้านแดเมี่ยนอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น กัญญามาศมาด้วยความหวังว่า จะได้พูดคุยกับแดเมี่ยน ทว่







