INICIAR SESIÓNจูงมือพากันเดินเข้าบ้าน หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จเสี่ยโชคก็อาบน้ำ และนอนแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำอุ่นพักใหญ่ๆ
ส่วนมุกดาก็ช่วยเตรียมกระเป๋าเดินทางให้เขาอย่างที่หล่อนเคยทำเป็นประจำเมื่อรู้ว่าสามีจะต้องเดินทาง
เสร็จจากเตรียมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ เพราะครั้งนี้เสี่ยโชคไปสามวัน มุกดาเดินกลับเข้ามาที่ห้องนอน ตอนนั้นก็พบว่าเขาหลับไปแล้ว ได้ยินแต่เสียงกรนดังสนั่น
อันที่จริง…
มุกดาอยากให้สามีของหล่อนพักผ่อนบ้าง ตลอดปีมานี้เขาโหมงานหนักเหลือเกิน และนี่ก็ใกล้ปีใหม่ คือเทศกาลที่ทุกคนควรจะได้หยุดพักเฉลิมฉลอง
ตอนแรกคิดว่าจะได้ฉลองปีใหม่ด้วยกัน แต่สุดท้ายก็มีเหตุจำเป็น ทำให้จัดงานเลี้ยงปีใหม่ให้คนงานไม่ได้เพราะเสี่ยโชคติดธุระด่วน
ก็เลยผัดว่าจะกลับมาจัดย้อนหลัง ช่วงนี้จึงอนุญาตให้คนงานกลับบ้านได้
วันต่อมา…
ตอนใกล้ค่ำ...
ขณะที่กำลังเดินเล่นที่หน้าบ้าน ลมหนาวปลายเดือนธันวาคมพัดโชยมาบาดผิว ทำให้คุณนายรู้สึกสะท้านเยือกเข้ามาในห้วงอารมณ์
หล่อนค่อยๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาโอบกอดไล้ลูบต้นแขนของตัวเองเบาๆ เหมือนย้ำเตือนว่าร่างกายนี้ยังมีความต้องการ ยังปรารถนาในความอบอุ่นและสัมผัสที่ขาดหายไปจากชีวิตของหล่อนนานแล้ว
คุณนายทอดสายตามองเวิ้งฟ้าตอนใกล้ค่ำ…
ผืนฟ้าถูกระบายไว้ด้วยสีส้มอมแดง พระอาทิตย์ดวงกลมที่ลอยต่ำใกล้ตกดิน ทอประกายเป็นแฉกริ้วรายเรื่อเรืองอยู่ทางทิศตะวันตก
จู่ๆ หล่อนก็รู้สึกอยากออกไปขี่จักรยานเล่น…
จากนั้นก็เดินไปคว้าเสื้อคลุมลายลูกไม้สีครีมมาสวมทับเสื้อกล้ามแขนกุด ขึ้นคร่อมจักรยาน ขี่ออกไปที่สวนหลังบ้าน
ตรงไปยังแปลงกุหลาบที่ตอนนี้เต็มไปด้วยต้นกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ที่ลุงดินน์ปลูกเอาไว้.....
และในขณะที่คุณนายกำลังเดินดูต้นกุหลาบ…
พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นแสงไฟเรืองๆ ที่บ้านพักของลุงดินน์ จึงได้รู้ว่าเขาไม่ได้กลับต่างจังหวัดเหมือนคนงานคนอื่นๆ
ครู่ต่อมา…
“ทำอะไรอยู่จ๊ะลุงดินน์… ”
คุณนายร้องถามเมื่อขี่รถจักรยานเข้ามาถึงเรือนไม้หลังเล็กที่ลุงดินน์พักอาศัย.....
“ผมกำลังจะย่างปลาแกล้มเหล้าครับ… ”
ลุงดินน์ตอบ…
“อ้าว… มีอะไรรึลุงคมน์”เสี่ยโชคเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หันมามองลุงคมน์ด้วยความสงสัยว่ามีอะไร“ผมขอลาออกครับ… ”ลุงคมน์กล่าว…“อ้าว… ทำไมจะออกล่ะ… มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”ช่วงนี้แม่ผมป่วยครับ…ลุงคมน์บอกสาเหตุที่ทำให้ต้องตัดสินใจเช่นนี้“อ้าว… เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ”คุณนายถาม“โรคชรานั่นแหละครับ… แม่ผมอายุเก้าสิบห้าปีแล้ว ผมอยากไปอยู่ดูแลแม่ในวาระสุดท้ายครับ”“ไม่เป็นไร… งั้นช่วงนี้กลับไปดูแลแม่เถอะนะ แล้วถ้าอยากกลับมาทำงานก็โทรมา”เสี่ยโชคกล่าว…แกเป็นคนมีเมตตากับคนงานเสมอ และลุงคมน์ก็ทำงานเป็นคนขับรถที่บ้านหลังนี้มานานเกือบสิบปีแล้วขับรถดีเชื่อฝีมือได้ และไม่เคยข้องแวะกับสิ่งเสพติด ประพฤติตัวดีมาตลอด เสี่ยโชคจึงให้โอกาส“ขอบคุณมากครับเสี่ย… ”ลุงคมน์ยกมือไหว้ทั้งที่อายุนั้นมากกว่าเสี่ยโชค แต่ที่ไหว้ก็ในฐานะที่เสี่ยเป็นนายผู้มีพระคุณที่ผ่านๆ มาทุกคนรู้ดีว่าเสี่ยโชคใจดีกับคนงานเสมอ เมื่อรู้ว่าลุงคมน์จะกลับไปดูแลแม่ที่แก่ชราก็เลยให้เงินโบนัสมาอีกก้อนเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายในระหว่างที่อยู่ต่างจังหวัดในเวลาต่อมาหลังจากลุงคมน์เดินออกไปแล้ว…“ตอนนี้ลุงคมน์ไม่อยู่แล้ว จากนี้คงไม่มี
หล่อนเสียวมากจนต้องเอามือโอบใบหน้าของลุงดินน์ที่กำลังขบกรามแน่นเพราะเสียวจัด รั้งลงมาบดเคล้าริมฝีปากเข้าหากันทั้งสองดูดปากจูบแลกลิ้นกันอย่างดื่มด่ำเร่าร้อน ขณะลุงดินน์เร่งแทงท่อนเอ็นรัวเข้าใส่หน่วงหนักอีกชุดใหญ่ก่อนจะปลดปล่อยน้ำกาม แตกทะลักออกมาคารูสวาทบีบรัดกันแน่นถึงอกถึงใจ“อ๊ายยยย… ”คุณนายกรีดร้องลั่น…สองตาหลับพริ้ม แต่รู้สึกเอมอิ่มราวกับได้เห็นม่านสวรรค์รำไรราง กำลังพร่าเลือนอยู่ภายใต้เปลือกตาหลับพริ้ม ขณะน้ำกามสีขาวข้นราวกะทิของลุงดินน์กำลังฉีดพุ่ง ออกมาจากลำเนื้อมหึมาที่กำลังสั่นควงปลดปล่อยของเหลวร้อนราวกับเขื่อนแตก กลั่นออกมาจนหยาดหยดสุดท้ายของความโหยหาที่มีต่อกันในเวลาต่อมาเมื่อคุณนายเดินกลับมาที่โต๊ะ บรรยากาศของงานยังครึกครื้นไม่เลิก คนงานพากันดื่มกินร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานเมื่อมีโอกาสได้ปลดปล่อยในค่ำคืนที่ต่างก็อยากระบายสิ่งซึ่งอัดอั้นเก็บกดเอาไว้นาน รวมทั้งคุณนายที่อดทนนับวันรอให้ถึงช่วงเวลาสำคัญของค่ำคืนนี้ ครั้นเมื่อมีโอกาสก็ยอมให้ลุงดินน์จัดหนักอย่างที่เห็น“คุณนายหายไปไหนมาคะ… ”ป้านวลถาม…หลังจากสังเกตเห็นว่าคุณนายหายไปพักใหญ่ๆ และเดินกลับมาในเวลาไล่เลี่ย
ประคองร่างเอิบอิ่มเอาไว้ กดใบหน้าลุงมาซุกไซ้ดูดนมสองเต้าที่กำลังกระเพื่อมส่ายตามแรงกระเด้า ตั้งหน้าตั้งตาแทงลำเอ็นเข้าใส่และดูดนมจนคุณนายร้องครางเสียงสั่นเครือราวกับใจจะขาด“งือออ… ซี้ด… ลุงดินน์จ๋าซอยให้แตกเถอะจ้ะรูระบมหมดแล้ว… เดี๋ยวใครมาเห็น… ”คุณนายวิงวอน…น้ำเสียงยังสั่นพร่ากระซิก หล่อนจำต้องเร่งเร้าให้เขาแตกทั้งที่ลึกๆ ภายในใจก็ยังอยากจะอยู่ในท่านี้กับลุงดินน์ทั้งคืนเพราะเขาเอาเก่งมากอีกทั้งเรี่ยวแรงดีราวกับม้าศึกคึกคะนอง โยกเอวดันลำเนื้อเข้าหารูสวาทของหล่อนอย่างหน่วงหนักราวกับมิรู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย“จะรีบไปไหนครับ… ไม่ต้องกลัว พวกข้างนอกน่าจะเมากันหมดแล้วครับรับรองว่าไม่มีใครมาตรงนี้หรอกครับ”ลุงดินน์กล่าวให้คุณนายคลายกังวล…ตาเหลือบมองไปยังกระสอบใส่ปุ๋ยสี่ใบวางซ้อนกันอยู่ มีผืนผ้าใบคลุมเอาไว้ เห็นว่าความสูงได้ระดับกับเอวพอดี จึงอุ้มคุณนายมานอนหงายบนกระสอบปุ๋ย“ไม่ต้องกลัวนะครับ… ตรงนี้มีแต่เรา”ลุงดินน์จับขาทั้งสองข้างของหล่อนยกขึ้นมาพาดไว้บนบ่าแล้วจับแก่นกายลำสีน้ำตาลยาวใหญ่มหึมาราวกับท่อนแขนเด็ก แทงเข้าใส่กลีบสวาทปลิ้นอ้าเป็นยวงทะลักออกมาระหว่างง่ามขา“ฮึ่ก… อูยยยย”คุณ
“อ๊า… ซี้ดดดดด… ”คุณนายครางเสียว…มือเรียวรูดลำเนื้อร้อนผ่าว ขรุแข็งไปด้วยเส้นเลือดและลายเอ็นปูดโปนเป็นสายกระจายโอบรอบลำเอามือสาวลำเนื้อมหึมา ตอกตำลงมาสุดตอโคนเสียงดังซ่วบๆ จนถึงโคนไข่ทำเอาน้ำหล่อลื่นของลุงดินน์หลั่งไหลเยิ้มออกมาอาบชุ่มหัวเอ็นสีม่วงถอกบาน ตั้งลำขนานขึ้นมากับท้องแน่นไปด้วยลอนกล้าม“อ่า… ของผมแข็งแทบระเบิดแล้วครับ”ลุงดินน์สุดจะทนไหว…คุณนายรีบรุดซิปกางเกงทรงคาวบอยแบบที่เป็นซิปสองแถวขนานกันเป็นวงกลม เมื่อรูดลงไปจนสุดเป้าก็เปิดอ้า เผยหนอกเนินสวาทโหนกนูนจนล้นออกมาเต็มง่ามขาทำให้ลุงดินน์รีบจับลำเนื้อ สอดใส่ได้โดยที่คุณนายไม่ต้องถอดกางเกงให้เสียเวลา“อ๊ะ… อ๊ายยยยย… แน่นมากค่ะ… ”คุณนายเสียงสั่น…ใบหน้าบิดเบ้เพราะรูยังฝืดคับไม่ลื่นเท่าไร ลุงดินน์กลัวว่าหล่อนจะเจ็บจึงชักลำเนื้อออกมาจากนั้นนั่งยองๆ เอามือดันขาข้างหนึ่งของหล่อนขึ้นไปตรึงไว้กับผนังแล้วเงยหน้าปาดลิ้นเสยเข้าใส่กลีบสวาทปลิ้นอ้าเป็นยวงออกมาเต็มง่ามขา“อ๊ะ… อ๊ายยยยย… ”คุณนายสะดุ้งคราง…สูดปากครางซี้ดซ้าดคลอไปกับเสียงปาดลิ้นดังซ่วบๆ“อูยยย… งือออ… สะ… เสียวค่ะ”คุณนายทนขมิบกลั้นได้ไม่นาน สุดท้ายจำต้องปล่อยให้น้ำ
“คุณนายจะไปไหนคะ… ”ป้านวลรีบถาม…เมื่อเห็นคุณนายลุกขึ้นจากเก้าอี้“ฉันขอตัวไปดูเสี่ยสักครู่… ”คุณนายกล่าวแล้วเดินออกมา…โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าหลังจากเดินลับมาทางหลังเวทีหล่อนก็ค่อยๆ ลัดเลาะมาจนเจอกับลุงดินน์ในจุดที่ไม่ได้นัดหมายแต่เพียงแค่ส่งสายตามองกัน…คุณนายก็รู้ว่าลุงดินน์น่าจะเดินออกมารออยู่ที่ห้องเก็บของหลังโรงเรือนซึ่งเป็นที่จอดรถไถและเก็บอุปกรณ์เครื่องมือการเกษตร“ลุงดินน์… ”คุณนายร้องอุทาน…เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของลุงดินน์ที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก็อตกับกางเกงยีนส์สีครามเข้มและสวมหมวกสีเทาปีกกว้าง ดูราวกับพระเอกในหนังคาวบอยฝรั่งยังไงยังงั้น“คุณนาย… ”ลุงดินน์อุทานเรียกชื่อของหล่อนเช่นกัน…ทั้งสองโผเข้ากอดกันแน่นราวกับโหยหากันมาแต่ชาติปางก่อน จ้องมองสบตากันอย่างท้าทายก่อนที่ลุงดินน์จะโอบเอวหล่อน พาเข้ามาในห้องเก็บของที่อยู่ด้านหลังเมื่อเข้ามาอยู่ในที่ลับตาสองต่อสอง…“ผมอยากเอาคุณนายเหลือเกิน… ”ลุงดินน์ประกาศความในใจออกมาอย่างไม่อาย รีบสืบเท้าเข้าประชิดร่างเอิบอิ่ม…คุณนายถอย ไม่ใช่ว่าจะหนี แต่เพื่อให้แผ่นหลังพิงกับผนังเพื่อทรงตัวเอาไว้เหมือนรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ
มุกดาเห็นว่าขั้นตอนนี้ค่อนข้างใช้เวลามากเพราะมีพนักงานหลายคน และอีกเหตุผลที่ต้องแทรกก็เพราะว่าหล่อนกลัวว่าเสี่ยโชคจะซักไซ้ลุงดินน์มากไปกว่านี้ ในเวลาต่อมา… เมื่อเสร็จจากจับฉลากของขวัญและเอาเงินโบนัสใส่ซองแจกให้พนักงานทุกคนจนครบ “วันนี้เสี่ยไม่ร้องเพลงสักเพลงหรือคะ” มุกดาถามสามี… เพราะเห็นว่าวันนี้มีวงดนตรีมาบรรเลงถึงที่ และเสี่ยโชคก็ชอบร้องเพลงมาแต่ไหนแต่ไร “ฉันเมาแล้ว… ถ้าขึ้นไปร้องคงลิ้นพันกัน” เสี่ยโชคกล่าวเสียงยาน… ใบหน้าแดงก่ำช่วยยืนยันว่าเขาเมาจริง แม้ปกติจะเป็นคนดื่มเก่ง แต่วันนี้ดื่มเข้าไปมากเป็นพิเศษเพราะนั่งอุ่นเครื่องมาตั้งแต่หัวค่ำ ถึงตอนนี้ก็เลยออกอาการเดินเซลิ้นพันกันอย่างที่เห็น “เสี่ยเมามากแล้วขึ้นไปนอนพักก่อนดีกว่า… ” มุกดาเป็นห่วงสามี… จากนั้นไม่นานก็ให้ลุงคมน์กับลุงเบิ้มช่วยกันพยุงเสี่ยโชคกลับเข้าไปในบ้าน พอถึงโซฟาในห้องรับแขกเสี่ยก็ทิ้งตัวลงนอนแล้วหลับไปเลยครู่ต่อมา… งานเลี้ยงข้างนอกยังคงครื้นเครงด้วยเสียงดนตรี คนงานเหมือนได้ปลดปล่อย วันนี้จึงสนุกสนานกันเต็ม







