Se connecter“เมื่อความจนตรอก บีบให้เธอเลือกเดินในทางที่ไม่เคยคิดจะก้าวเข้าไป…” ‘อลิซ‘นักศึกษาฝึกงานปี 3 ผู้แบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดของครอบครัวด้วยตัวคนเดียว เมื่อแม่ป่วยหนัก เงินที่มีอยู่ไม่พอแม้แต่จะซื้อยา เธอจึงตัดสินใจ… ยื่นข้อเสนอขอเป็น เด็กเลี้ยง ของเขา“ภูวินทร์ ” ประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทที่เธอฝึกงานอยู่—เย็นชา มีเสน่ห์ และอันตรายต่อหัวใจ จากเจ้านาย กลายเป็นผู้ชายที่ครอบครองชีวิตเธอทุกด้าน แต่สิ่งที่ปาลินไม่รู้คือ… เขาเองก็สนใจในร่างกายเธอ กลิ่นกายที่แสนหอม เรือนร่างที่เขาใช้ปลดปล่อย เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยการแลกเปลี่ยน กลับกลายเป็นพันธะที่ซับซ้อนระหว่างหัวใจ และในวันที่เธออยากจะถอนตัว มันกลับสายไปเสียแล้ว…
Voir plusเอย่ารีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาเพื่อนที่ยืนรออยู่หน้าตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ทันที “ทำไมวันนี้มาสายจังเลยล่ะแก?” 'กรีนเอ่ยทักถามขึ้น “พอดีรถมีปัญหานิดหน่อยน่ะแก” เอย่าตอบเลี่ยงๆ ไม่กล้าบอกว่าขับไปเสยขอบฟุตบาทมา “อ้าว... แล้วนี่แกเห็นปีใหม่ไหม?” กรีนถามพลางชะเง้อหน้ามองหาเพื่อนอีกคน “ฉันเองก็เพิ่งมาถึงเนี่ย ยังไม่เห็นใครเลยแก” “งั้นเรานั่งรอกันสักพักก่อนเนาะ” กรีนเสนอพอนั่งรอไปได้สักพักใหญ่ เพื่อนสาวที่พวกเขากำลังรอก็มาถึงจนได้ “แหม... คิดว่าจะไม่มาเรียนซะแล้วนะแก” เอย่าแอบแซวเพื่อนขำๆ “โอ๊ยยย มาดิ! ป้ะ... ไปหาอะไรกินกันเถอะ ฉันหิวข้าวจะแย่แล้วเนี่ย” ปีใหม่ตัดบทชวนเพื่อนพ้องลุกไปเติมพลัง “เอ๊ะ... เดี๋ยวนะพวกแก” เอย่าสงสัยมือที่กำลังล้วงลงไปในกระเป๋าสะพาย ใบหน้าหวานเริ่มถอดสีเมื่อคลำหาของไม่เจอ “...เหมือนว่ากระเป๋าตังค์ฉันจะหายอะ!” “เห้ย! แกลองคิดดูดีๆ ว่าไปลืมไว้ที่ไหนรึเปล่า” กรีนถามด้วยความตกใจ เอย่าขมวดคิ้วทบทวนความทรงจำ... เมื่อเช้าจำได้แม่นว่าหยิบใส่กระเป๋ามาแล้ว แต่พอลงรถปุ๊บ... ‘อ๋อ!’ สมองนึกออกทันที ทรงนี้มีอยู่ทางเดียวคือหล่นอยู่บนรถสปอร์ตคันเมื่อเช้าแน่ๆ เธอจึง
เช้าวันต่อมา เอย่าอยู่ในชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตสีขาวเข้ารูปอวดทรวดทรงอกอวบอิ่มชัดเจน แมทช์กับกระโปรงทรงเอสีเข้มที่เน้นเรียวขาสวย เธอพกความมั่นใจเต็มร้อยก้าวขึ้นรถเฟอร์รารีสีแดงคันหรูคู่ใจเพื่อเตรียมตัวไปมหาวิทยาลัย ทว่าจังหวะที่กำลังเลี้ยวโค้งออกจากหน้าคอนโด... ครืดดดดด!! เสียงโลหะครูดลากยาวกับขอบปูนดังสนั่นลากยาวไปจนถึงกลางตัวรถ ทำเอาคนหลังพวงมาลัยหน้าถอดสีอุทานเสียงหลง “โอ๊ยยย!! นี่มันปีชงหรือวันซวยอะไรของฉันวะเนี่ย! รถมาเฉี่ยวขอบฟุตบาทได้ยังไง!” เอย่ารีบเปิดประตูลงมาดูบาดแผลของลูกรักด้วยท่าทางลนลาน ใจนี่หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้ว “ดีนะที่ทำประกันชั้น A+ เอาไว้... ฮัลโหลค่ะ ประกันใช่ไหมคะ พอดีรถหนูเฉี่ยวชนขอบฟุตบาทค่ะ ช่วยมาดูหน้างานให้หน่อยได้ไหมคะ ทะเบียน*** ค่ะ เดี๋ยวส่งโลเคชันให้นะคะ” หลังวางสาย เอย่าก็รีบแชร์พิกัดทันทีพลางเดินวนรอบรถด้วยความเครียด “ขับอยู่ทุกวันแท้ๆ เลย บ้าเอ๊ย... ถ้าหม่ามี้รู้นะ มีหวังด่าฉันตายแน่ๆ” โชคดีที่เจ้าหน้าที่ประกันภัยมาไว คุยรายละเอียดและตรวจสอบสภาพแผลรอยครูดอยู่สักพัก ตัวแทนประกันก็หันมาบอกเธออย่างสุภาพ “คุณทิ้งกุญแจรถไว้ที่ผมได้เ
“นี่ยัยเตี้ย...” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก เอย่าที่กำลังจะก้าวขาออกมาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นดีเดย์ในชุดเสื้อเฟรชชี่คณะวิศวะสภาพเหงื่อซึมยืนอยู่ตรงหน้าพอดี “อะไรของนายอีกฮะ?” เอย่าทำหน้ามุ่ย แกล้งสะบัดเสียงใส่เหมือนรำคาญ “แม่ฉันสั่งไว้... ให้เธอมากินข้าวเย็นด้วยกัน แม่สั่งอาหารมาส่งที่ห้องฉันแล้ว” ดีเดย์เอ่ยปากชวนด้วยท่าทีนิ่งๆ พลางบุ้ยปากไปทางห้องของตัวเอง “ไม่เอาอ่ะ... ฉันไม่อยากกินข้าวร่วมโต๊ะกับนาย” เอย่าปฏิเสธเสียงแข็งพลางกอดอกเชิดหน้าใส่ “หึ... คิดว่าฉันอยากนั่งกินกับเธอตายล่ะยัยบื้อ ถ้าแม่ไม่โทรมาสั่งย้ำสามเวลาเช้า กลางวัน เย็น ว่าให้ตามเธอมาให้ได้ มีเหรอฉันจะชวนแบบนี้” ดีเดย์สวนกลับพลางแค่นยิ้ม เขาไขกุญแจเปิดประตูห้องของตัวเองแล้วก้าวขานำเข้าไปทันที ทิ้งประตูกว้างไว้คล้ายจะบอกเป็นนัยว่ายังไงเธอก็ตระบัดสัตย์ผู้ใหญ่ไม่ได้ สุดท้ายเอย่าก็ต้องถอนใจยาว เหยียบส้นเท้าเดินตามหลังคนปากหมาเข้าไปในห้องอย่างไม่เต็มใจนัก ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตู ตาคู่สวยก็ต้องเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ “โห... ห้องนายสะอาดและเป็นระเบียบกว่าห้องฉันอีกอ่ะ!” เอย่าอุทานออกมาอย่
เมื่อทั้งสี่คนเดินมาถึงโรงอาหารของคณะที่เต็มไปด้วยนักศึกษา พวกเขาก็รีบกระจายตัวไปจับจองโต๊ะม้าหินอ่อนที่ว่างอยู่ทันที แต่ยังไม่ทันจะหย่อนก้นลงนั่งดี สายตาของเชฟก็เหลือบไปเห็นรุ่นพี่ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเข้าซะก่อน “พี่สาวคนสวยค้าบ... ขอลายเซ็นหน่อยได้ไหมค้าบน้าาา” เชฟรีบปรี่เข้าไปทำเสียงสองเสียงสามอ้อนวอนรุ่นพี่ทันที “เอาอีกละไอ้เชฟ... พวกมึงอย่าไปสนใจมันเลย มันก็หน้าม่อแบบนี้แหละ เห็นผู้หญิงสวยๆ เป็นไม่ได้” โอ๊คหันมาส่ายหัวเอือมระอาให้เพื่อนใหม่ เจฟหัวเราะร่า ส่วนดีเดย์ทำเพียงยกยิ้มมุมปากขำๆ “ไหน... นายได้มาเท่าไหร่แล้วเนี่ย?” เจฟเอ่ยปากถามเชฟที่เพิ่งเดินยิ้มร่ากลับมาจากกลุ่มรุ่นพี่สาวๆ “เมื่อกี้เก็บเพิ่มได้อีก 3 เว้ย! ฝีมือระดับนี้ไม่มีพลาด” เชฟพูดพลางชูสมุดเล่มเล็กอวดรอยปากกาอย่างภาคภูมิใจ “เออไอ้เดย์... มึงว่าไอ้พี่เฮดว้ากคนนั้นมันหมายหัวพวกเราสองคนป่ะวะ?” เจฟหันมาถามดีเดย์ที่นั่งเงียบๆ พลางกอดอกอยู่ “ช่างแม่งดิ... กูเหม็นหน้ามันฉิบหาย กร่างชะมัด” ดีเดย์สบถออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อนึกถึงใบหน้านั้นของพี่ไบร์ท “เออจริงว่ะ เราว่าพี่ไบร์ทแม่งต้องเล็งพวกนายสองคนไว้แน่ๆ เลย” เชฟพ
หลังจากภูวินทร์โดนทีมงานเชิญไปบรีฟงานหน้าเวที ไอรินที่กำลังยืนเช็กเมคอัพอยู่ในห้องพักรับรองส่วนตัวก็ยิ้มอยู่คนเดียวในกระจก จนกระทั่งอลิซเดินเข้ามาเงียบๆ ในชุดที่เปลี่ยนใหม่แล้ว “ยังกล้าเดินเสนอหน้ามาอีกเหรอจ๊ะ? นึกว่าไปนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งซะอีก” ไอรินจิกกัดโดยไม่หันมามอง “อลิซไม่ได้อ่อนแอขนาดน
หลังจากที่พิมพาฟื้นตัวได้ไม่นาน บรรยากาศในห้องก็เริ่มผ่อนคลายลงจากความตึงเครียดที่เคยสะสมมานาน เสียงพูดคุยของทุกคนเต็มไปด้วยความสุข ป้าพรและป้าแก้วต่างก็รู้สึกยินดีและโล่งใจ ผ่านไปสักพัก เสียงเคาะประตูเบาๆ ก็ดังขึ้น ก๊อกๆๆ “ขออนุญาตค่ะ” น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นก่อนที่ประตูจะค่อยๆ เปิดออก “
หลังจากที่ป้าพรกลับบ้านไปแล้วอลิซยังคงนั่งเฝ้าแม่อยู่ข้างเตียงอย่างเงียบๆ จนกระทั่งเสียงประตูห้องเปิดออกอีกครั้งแอ๊ดดด!!!อลิซหันไปมองที่ประตู เห็นผู้หญิงวัยกลางคนพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น“แม่เป็นยังไงบ้าง อลิซ”เป็นป้าแก้ว เพื่อนสนิทของแม่ที่มักแวะมาเยี่ยมเสมอ“อาการช่วงนี้ก็ดีขึ้นอยู่ค่ะ แต่ตอ
{ว่าไงครับเพื่อน}{คืนนี้กูจองห้อง VIP 1 ห้องนะ}{รับทราบครับผม คิดไงมึงถึงอยากมาอีกไอ้ภู กูเห็นมึงลาวงการไปนานพอสมควรแล้วนะ} ศิวาพูดหยอกล้อเพื่อนรักอย่างภูวินทร์ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคุ้นเคยของคนที่รู้จักกันมานาน{กูก็แค่อยากเมา} ภูวินทร์ตอบเสียงเรียบก่อนสายจะถูกตัดไป19:00 น. ณ ร้าน NaNa Clubเส
commentaires