LOGIN“เมื่อความจนตรอก บีบให้เธอเลือกเดินในทางที่ไม่เคยคิดจะก้าวเข้าไป…” ‘อลิซ‘นักศึกษาฝึกงานปี 3 ผู้แบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดของครอบครัวด้วยตัวคนเดียว เมื่อแม่ป่วยหนัก เงินที่มีอยู่ไม่พอแม้แต่จะซื้อยา เธอจึงตัดสินใจ… ยื่นข้อเสนอขอเป็น เด็กเลี้ยง ของเขา“ภูวินทร์ ” ประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทที่เธอฝึกงานอยู่—เย็นชา มีเสน่ห์ และอันตรายต่อหัวใจ จากเจ้านาย กลายเป็นผู้ชายที่ครอบครองชีวิตเธอทุกด้าน แต่สิ่งที่ปาลินไม่รู้คือ… เขาเองก็สนใจในร่างกายเธอ กลิ่นกายที่แสนหอม เรือนร่างที่เขาใช้ปลดปล่อย เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยการแลกเปลี่ยน กลับกลายเป็นพันธะที่ซับซ้อนระหว่างหัวใจ และในวันที่เธออยากจะถอนตัว มันกลับสายไปเสียแล้ว…
View More“นี่พวกแก... ป้ะ! ไปหาอะไรกินกันเถอะ หิวจะตายอยู่แล้วเนี่ย” ปีใหม่เอ่ยชวนเพื่อนๆ หลังจากพากันไปล้างหน้าล้างตาเอาคราบแป้งดินสอพองออกจนสะอาดสะอ้าน ณ โรงอาหารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ช่วงพักเที่ยงคนค่อนข้างหนาตา ทั้งสามสาวเดินคุยกันสัพเพเหระจนกระทั่งก้าวขาเข้ามาด้านใน กรีนที่สายตาไวก็สะดุดตาเข้ากับกลุ่มเสื้อช็อปสีเข้มกลุ่มใหญ่ที่ดูยังไงก็ไม่ใช่เด็กคณะนี้แน่นอน “นี่แก... พวกนั้นใช่เด็กวิศวะป่ะ? เดี๋ยวนี้พวกนั้นเขานิยมข้ามถิ่นมากินข้าวคณะสถาปัตย์กันแล้วเหรอวะ” กรีนเอ่ยถามขมวดคิ้ว พลางบุ้ยปากชี้ไปยังกลุ่มผู้ชายร่างใหญ่ที่ยืนจับกลุ่มคุยกันส่งเสียงดังอยู่หน้าร้านอาหาร “นั่นดิ่... ปกติสองคณะเราไม่ค่อยถูกกันไม่ใช่เหรอ ไหงวันนี้ยกพวกมากันเป็นแก๊งเลยวะ” ปีใหม่เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย “ช่างเขาเถอะพวกแก... เราไปซื้อข้าวกันเถอะ อย่าไปสนใจเลย” เอย่าพูด เมินเฉยต่อกลุ่มเสื้อช็อปแล้วเดินดิ่งไปต่อแถวซื้อข้าวหน้าร้านที่อยู่ติดกับกลุ่มผู้ชายร่างโตพวกนั้นทันที ทว่า... ทันทีที่ร่างเล็กของเอย่าเดินเข้าไปใกล้ เธอกลายเป็นเป้าสายตาของหนุ่มวิศวะกลุ่มนั้นทันที ด้วยใบหน้าหวานจิ้มลิ้มที่ไร้เครื่องสำอางบวกกับชุดนักศึก
เวลาผ่านไปนานพอสมควร... ร่างสูงของดีเดย์เดินหิ้วถุงยาคุมฉุกเฉินพร้อมกับถุงข้าวต้มร้อนๆ จากร้านดังใต้คอนโดกลับขึ้นมา เขาสับเท้ามาตามทางเดินยาวก่อนจะมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องของเอย่า ก๊อก ก๊อก ก๊อก “นี่เอย่า... ฉันเอาของมาให้แล้ว ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ย” เสียงทุ้มเข้มเรียกจากด้านนอกดังเข้าไปขัดความเงียบในห้อง ร่างเล็กที่อยู่ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยแล้วเดินลากเท้ามาเปิดประตูให้ ใบหน้าหวานยังคงบึ้งตึงและนิ่งสนิท เธอไม่ได้พูดอะไรสักคำนอกจากเดินหันหลังกลับไปนั่งกอดอกอยู่บนโซฟาเงียบๆ ดีเดย์เดินตามเข้ามาอย่างถือวิสาสะ เขาจัดการหยิบถ้วยชามในครัวมาแกะถุงเทข้าวต้มร้อนๆ กลิ่นหอมฉุยลงไปจนเสร็จสรรพ “กินข้าวต้มหน่อยไหม... จะได้กินยา” พอจัดแจงทุกอย่างเสร็จ เขาก็หันมาถามร่างเล็กที่เอาแต่นั่งหน้าบึ้งไม่ยอมสบตา “ไม่” เธอตอบเสียงเรียบเย็นชา ก่อนจะออกปากไล่เขาตรงๆ “ออกไปเถอะ... ฉันอยากอยู่คนเดียว” สายตาที่เอย่ามองมามันเต็มไปด้วยความผิดหวังจนดีเดย์ใจหายวูบหนึ่งรอยยิ้มกวนประสาทของเขาเลือนหายไปสนิท เหลือเพียงความจริงใจที่สะท้อนผ่านดวงตา “...คือ ฉันขอโทษจริงๆ นะเอย่า” ร่างหนาเอ่ยคำขอโทษด้วยน้ำเสียงที่แฝงคว
เช้ามืดวันรุ่งขึ้น... “กรี๊ดดดดดดดดดดด!! ไอ้บ้าเดย์!!” เสียงหวีดร้องแหลมดังสนั่นหวั่นไหวมาจากบนเตียงนอนหนานุ่ม ทำให้ดีเดย์ที่กำลังหลับสนิทหงายหลังสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ ขยี้ตาพยายามเรียกสติที่ยังคงงัวเงียอยู่ “อะไรของเธอเนี่ยเอย่า... กรี๊ดซะโลกจะถล่ม” ร่างหนาพึมพำเสียงแหบพร่า ก่อนจะหันไปพบร่างเล็กของเอย่าที่ตอนนี้ถอยร่นไปจนชิดหัวเตียง สองมือดึงทึ้งผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาพันรอบกายแน่นหนาจนแทบจะเป็นมัมมี่ ใบหน้าหวานซีดเผือด แววตาตื่นตระหนกตกใจขั้นสุด “นาย... ฮึก เมื่อคืนนายทำอะไรฉัน!” เอย่าเค้นเสียงถาม ร่างกายสั่นเทา ก่อนที่น้ำตาเม็ดโตจะเริ่มไหลอาบสองแก้มด้วยความเสียใจเมื่อความทรงจำวาบหวามและรอยรักตามตัวมันเด่นขึ้นเตือนสติ “ก็... เธอไม่ใช่หรือไงที่ยั่วยวนกอดคอฉันไว้ก่อนน่ะ” ดีเดย์ตอบหน้าตาย พลางขยับตัวจะยื่นมือหนาไปกุมมือปลอบประโลมคนตัวเล็ก “ไม่ต้องมาแตะต้องตัวฉันนะ!” เอย่าแหวใส่ขยับหนีจนแทบจะตกเตียง “คำพูดคนเมานายก็เชื่อด้วยหรือไงฮะ?! ไอ้คนฉวยโอกาส! ไอ้คนโรคจิต!” เอย่าพ่นคำด่าไปก็ร้องไห้โฮหนักกว่าเดิมสะอื้นไห้ ทำเอาดีเดย์ที่เกิดมาไม่เคยต้องมารับมือกับผู้หญิงร้องไห้หน
ดีเดย์กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากบาง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประกบจูบอย่างดูดดื่ม มือหนาเชยคางขึ้นเพื่อรับสัมผัสที่มากยิ่งขึ้น เอย่าครางอื้อ~ในลำคอด้วยความวาบหวาม รสชาติแปลกใหม่และไออุ่นที่แผ่ซ่านทำให้เธอเผลอเผยริมฝีปากตอบรับสัญชาตญาณของชายหนุ่ม ปลายลิ้นร้อนของดีเดย์สอดแทรกเข้าไปพัวพันดูดเอาความหวานอย่างย่ามใจ ท้องน้อยของร่างเล็กปั่นป่วนด้วยความเสียวซ่านที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ร่างหนาค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างช้าๆ สายตาคมเข้มจับจ้องใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ มือหนาเอื้อมไปเลิกเสื้อยืดตัวโคร่งที่เขาเพิ่งใส่ให้เธอเมื่อครู่ออกทางศีรษะอย่างรวดเร็ว ตามด้วยการปลดบราเซียลูกไม้สีแดงตัวจิ๋วออกไปให้พ้นทาง เรือนร่างขาวผ่องอวบอิ่มปรากฏแก่สายตาอีกครั้งในความสลัว แต่คราวนี้เขาไม่ได้หลับตาหนีอีกต่อไป “สวย... สวยมากเอย่า” ดีเดย์พึมพำเสียงเบา เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาว หอมกรุ่นกลิ่นกายสาวสลับกับสูดดมความหวาน ฝ่ามือหนาขยับขึ้นมาบีบเฟ้นเต้าอวบใหญ่หยุ่นมือ ยอดอกสีหวานชูชันตอบรับสัมผัสร้อนระอุ ดีเดย์อ้าปากครอบครองยอดอกอิ่ม รัวปลายลิ้นหยอกเย้าจนคนใต้ร่างแอ่นอกรับด้วยความเสียวสะท้าน มือเล็กจิกขยำ
หลังจากภูวินทร์โดนทีมงานเชิญไปบรีฟงานหน้าเวที ไอรินที่กำลังยืนเช็กเมคอัพอยู่ในห้องพักรับรองส่วนตัวก็ยิ้มอยู่คนเดียวในกระจก จนกระทั่งอลิซเดินเข้ามาเงียบๆ ในชุดที่เปลี่ยนใหม่แล้ว “ยังกล้าเดินเสนอหน้ามาอีกเหรอจ๊ะ? นึกว่าไปนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งซะอีก” ไอรินจิกกัดโดยไม่หันมามอง “อลิซไม่ได้อ่อนแอขนาดน
หลังจากที่พิมพาฟื้นตัวได้ไม่นาน บรรยากาศในห้องก็เริ่มผ่อนคลายลงจากความตึงเครียดที่เคยสะสมมานาน เสียงพูดคุยของทุกคนเต็มไปด้วยความสุข ป้าพรและป้าแก้วต่างก็รู้สึกยินดีและโล่งใจ ผ่านไปสักพัก เสียงเคาะประตูเบาๆ ก็ดังขึ้น ก๊อกๆๆ “ขออนุญาตค่ะ” น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นก่อนที่ประตูจะค่อยๆ เปิดออก “
หลังจากที่ป้าพรกลับบ้านไปแล้วอลิซยังคงนั่งเฝ้าแม่อยู่ข้างเตียงอย่างเงียบๆ จนกระทั่งเสียงประตูห้องเปิดออกอีกครั้งแอ๊ดดด!!!อลิซหันไปมองที่ประตู เห็นผู้หญิงวัยกลางคนพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น“แม่เป็นยังไงบ้าง อลิซ”เป็นป้าแก้ว เพื่อนสนิทของแม่ที่มักแวะมาเยี่ยมเสมอ“อาการช่วงนี้ก็ดีขึ้นอยู่ค่ะ แต่ตอ
{ว่าไงครับเพื่อน}{คืนนี้กูจองห้อง VIP 1 ห้องนะ}{รับทราบครับผม คิดไงมึงถึงอยากมาอีกไอ้ภู กูเห็นมึงลาวงการไปนานพอสมควรแล้วนะ} ศิวาพูดหยอกล้อเพื่อนรักอย่างภูวินทร์ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคุ้นเคยของคนที่รู้จักกันมานาน{กูก็แค่อยากเมา} ภูวินทร์ตอบเสียงเรียบก่อนสายจะถูกตัดไป19:00 น. ณ ร้าน NaNa Clubเส












reviews