Masuk“เมื่อความจนตรอก บีบให้เธอเลือกเดินในทางที่ไม่เคยคิดจะก้าวเข้าไป…” ‘อลิซ‘นักศึกษาฝึกงานปี 3 ผู้แบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดของครอบครัวด้วยตัวคนเดียว เมื่อแม่ป่วยหนัก เงินที่มีอยู่ไม่พอแม้แต่จะซื้อยา เธอจึงตัดสินใจ… ยื่นข้อเสนอขอเป็น เด็กเลี้ยง ของเขา“ภูวินทร์ ” ประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทที่เธอฝึกงานอยู่—เย็นชา มีเสน่ห์ และอันตรายต่อหัวใจ จากเจ้านาย กลายเป็นผู้ชายที่ครอบครองชีวิตเธอทุกด้าน แต่สิ่งที่ปาลินไม่รู้คือ… เขาเองก็สนใจในร่างกายเธอ กลิ่นกายที่แสนหอม เรือนร่างที่เขาใช้ปลดปล่อย เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยการแลกเปลี่ยน กลับกลายเป็นพันธะที่ซับซ้อนระหว่างหัวใจ และในวันที่เธออยากจะถอนตัว มันกลับสายไปเสียแล้ว…
Lihat lebih banyak“ถ้าเธอไม่ยอมกลับตอนนี้... ฉันจะโทรบอกพ่อเธอเดี่ยวนี้แหละว่าเธอหนีมาแอบเที่ยวผับในสภาพแบบนี้!” ดีเดย์ขุดไม้ตายสุดท้ายขึ้นมาขู่ด้วยความโมโห “ก็บอกไปเซ่! ไอ้ขี้ฟ้อง! ไอ้บ้าดีเดย์!” เอย่าหันมาตะคอกใส่หน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว ดีเดย์สบถในลำคออย่างหมดความอดทน เขาไม่สนเสียงโวยวายอีกต่อไป ออกแรงลากแขนเรียวของเอย่าฝ่าฝูงคนเต้นออกมารวดเดียวจนถึงลานกว้างหน้าผับ ทันทีที่ปะทะลมหนาวด้านนอก เอย่าก็รีบรั้งฝ่าเท้าเอาไว้กอดเสาหน้าร้านแน่น “ไม่เอา! ฉันไม่กลับ! ปล่อยฉันนะ!” เธอพยายามจะแกะนิ้วแกร่งของเขาออกจากข้อมือเล็กของตัวเอง “เออ! ไม่กลับก็ไม่ต้องกลับ! อยากอยู่ก็นั่งอยู่ตรงนี้ไปเลย!” ดีเดย์สะบัดแขนเธอออกเต็มแรงด้วยความโมโหจนฟิวส์ขาด เขาตะคอกใส่หน้าเธอเสียงดังลั่นจนคนแถวนั้นหันมามอง “ฉันก็เบื่อจะพูดกับเธอเต็มทีแล้วเหมือนกัน... น่ารำคาญจริงๆ!” คำว่าน่ารำคาญถูกพ่นออกมาพร้อมแววตาที่แข็งกร้าว ทำเอาเอย่าที่กำลังเมาอยู่ถึงกับหน้าชาขึ้นมาทันที ความโกรธความซ่าระเหยหายไปจนหมด ปากเล็กจิ้มลิ้มเบ้ลงเล็กน้อย น้ำตาคลอเบ้า ดีเดย์เดินจ้ำอ้าวหนีไปทางลานจอดรถทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีก เอย่านิ่งค้างมองตา
คำตัดพ้อสุดท้ายมาพร้อมกับเสียงสะอื้น เอย่าไม่รอฟังคำแก้ตัวใดๆ เธอเอื้อมมือเปิดประตูแล้ววิ่งออกไปจากห้องของเขา ก่อนจะจัดการปิดประตูสลักเสียงดังลั่นคอนโด... ปัง!!!!! ทิ้งให้ดีเดย์ยืนนิ่งอึ้งอยู่กลางห้อง ใบหน้าหล่อเหลาที่มีแต่รอยยิ้มกวนประสาทตอนนี้ถอดสีและฉายแววตารู้สึกผิดเมื่อภาพน้ำตาของเอย่าลอย วนอยู่ในหัว “...ชิบหายละ แกล้งแรงไปเหรอวะเนี่ย” ดีเดย์พึมพำกับตัวเอง เสียงอ่อยลงทันตา หลังจากที่เอย่าหนีกลับเข้ามาในห้องตัวเองได้ไม่นาน เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันไลน์ก็ดังขึ้น Line : เชฟ เชฟ : เอย่า... วันนี้วันเกิดเราน่ะ คืนนี้ไปปาร์ตี้ด้วยกันนะ เอย่า : เอ่อ... เราไม่ค่อยว่างเลยอะเชฟ เชฟ : นะๆ ไปด้วยกันหลายๆ คนสนุกดี ถ้าเธอไม่ไว้ใจเรา จะชวนเพื่อนสนิทเธอไปด้วยก็ได้นะ เอย่า : ไม่ใช่แบบนั้นหรอก งั้นเดี๋ยวเราลองชวนพวกปีใหม่กับกรีนดูนะ เชฟ : โอเคเลย! เดี๋ยวเราส่งโลเคชันผับไปให้นะ ณ ผับหรูย่านใจกลางเมือง สามสาวคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ในชุดเดรสสั้นเข้ารูปสีเข้มเดินเข้ามาภายในร้าน ด้วยหน้าตาที่สวยสะดุดตาบวกกับกลิ่นน้ำหอมชวนเย้ายวน ทำให้หนุ่มๆ โต๊ะข้างๆ หันมองกันเป็นตาเดียว พวเธอเดินล
(ฮัลโหล...) ปลายสายกดรับด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นตามสไตล์ “นี่ยัยเตี้ย... เลิกเรียนยัง? จะกลับพร้อมฉันไหม?” ดีเดย์แสร้งถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าสายตากลับลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ (ไม่อ่ะ! ไม่กลับด้วยเด็ดขาด! ฉันเรียกพี่วินมอเตอร์ไซค์หน้ามหาลัยขี่กลับแล้วย่ะ... ขืนนั่งรถไปกับนาย เดี๋ยวนายก็หาเรื่องบังคับให้ฉันล้างจานให้อีกรอบสิ) เอย่าตอกกลับเสียงใส แถมยังมีเสียงลมและเสียงท่อรถมอเตอร์ไซค์ดังแทรกเข้ามาในสายเป็นหลักฐานยืนยันว่าเธออยู่บนรถแล้วจริงๆ ดีเดย์หลุดขำออกมาเบาๆ กับความพยายามหนีของคนตัวเล็ก เขาเดินตรงไปยังลานจอดรถพลางกรอกเสียงกวนประสาทกลับไป “หึ... คิดว่านั่งวินหนีแล้วจะรอดเหรอ? ฉันบอกแล้วไงว่าสี่โมงเย็นห้ามเลทแม้แต่นาทีเดียว” (รอดไม่รอดไม่รู้ แต่ตอนนี้ฉันใกล้จะถึงคอนโดแล้วย่ะ แบร่! นายตามฉันไม่ทันหรอกตาบ้าดีเดย์ แค่นี้นะ!) ติ๊ด! เอย่ากดวางสายใส่เขาเป็นรอบที่สองของวัน พร้อมทิ้งท้ายเสียงล้อเลียนใส่ ดีเดย์มองหน้าจอโทรศัพท์ที่ดับไปพลางส่ายหัวขำๆ แววตาคมฉายแววเอ็นดูเหมือนคนหมั่นเขี้ยว “หนีได้หนีไปยัยเตี้ย... ยังไงเธอก็ต้องกลับมาติดกับที่หน้าห้องฉันอยู่ดี” พอถึงคอนโดดีเดย์ก็ขึ้น
ปี๊ดดดดดดดดด!! เสียงนกหวีดแผดร้องยาวลั่นลานเกียร์ รุ่นน้องปีหนึ่งทุกคนที่กำลังพักผ่อนอยู่ถึงกับสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะรีบวิ่งมาเข้าแถวเรียงตามรหัสกันอย่างเร่งรีบ ทว่า... ท่ามกลางความวุ่นวายที่ทุกคนต่างวิ่งหน้าตั้ง กลับมีหนุ่มร่างสูงใหญ่สี่คนในชุดเสื้อช็อปเดินทอดน่อง ล้วงกระเป๋ากางเกงก้าวฉับๆ ตรงมาที่แถวด้วยท่าทีสบายอารมณ์ กลุ่มของดีเดย์จงใจท้าทายระบบอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงจะเดิน... พวกเขาก็ยังก้าวเท้าเข้าแถวทันเสี้ยววินาทีสุดท้ายของเวลาที่กำหนดพอดี “เดี๋ยว! พวกคุณสี่คนหยุดอยู่ตรงนั้น!” เสียงเข้มตวาดกร้าวของไบร์ทเฮดว้ากดังขึ้น สายตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่กลุ่มของดีเดย์ทันที “พวกคุณไม่เห็นเหรอว่าเพื่อนคนอื่นเขารีบวิ่งกันอยู่ แต่พวกคุณกลับเดินลอยชายอย่างสบายใจ! คิดว่าเท่มากหรือไง?!” “เห็นครับพี่... แต่มันก็ยังทันเวลากำหนดป่ะครับ?” เชฟเลิกคิ้วกวน ประเดิมสวนกลับเป็นคนแรกทำเอาเพื่อนปี 1 รอบข้างแอบซี้ดปากแทน “มีความเกรงใจและสำนึกต่อเพื่อนร่วมรุ่นบ้างไหมฮะ?!” ภาคิณพี่ว้ากอีกคนตะโกนเสริมหน้าดำหน้าแดง “มีอะไรให้ต้องเกรงใจล่ะครับ? ในเมื่อพวกผมก็มาถึงพร้อมเพื่อนตามเวลา ไม่ได้ทำผิดกฎจนทำให้เพื่อน
หลังจากภูวินทร์โดนทีมงานเชิญไปบรีฟงานหน้าเวที ไอรินที่กำลังยืนเช็กเมคอัพอยู่ในห้องพักรับรองส่วนตัวก็ยิ้มอยู่คนเดียวในกระจก จนกระทั่งอลิซเดินเข้ามาเงียบๆ ในชุดที่เปลี่ยนใหม่แล้ว “ยังกล้าเดินเสนอหน้ามาอีกเหรอจ๊ะ? นึกว่าไปนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งซะอีก” ไอรินจิกกัดโดยไม่หันมามอง “อลิซไม่ได้อ่อนแอขนาดน
หลังจากที่พิมพาฟื้นตัวได้ไม่นาน บรรยากาศในห้องก็เริ่มผ่อนคลายลงจากความตึงเครียดที่เคยสะสมมานาน เสียงพูดคุยของทุกคนเต็มไปด้วยความสุข ป้าพรและป้าแก้วต่างก็รู้สึกยินดีและโล่งใจ ผ่านไปสักพัก เสียงเคาะประตูเบาๆ ก็ดังขึ้น ก๊อกๆๆ “ขออนุญาตค่ะ” น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นก่อนที่ประตูจะค่อยๆ เปิดออก “
หลังจากที่ป้าพรกลับบ้านไปแล้วอลิซยังคงนั่งเฝ้าแม่อยู่ข้างเตียงอย่างเงียบๆ จนกระทั่งเสียงประตูห้องเปิดออกอีกครั้งแอ๊ดดด!!!อลิซหันไปมองที่ประตู เห็นผู้หญิงวัยกลางคนพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น“แม่เป็นยังไงบ้าง อลิซ”เป็นป้าแก้ว เพื่อนสนิทของแม่ที่มักแวะมาเยี่ยมเสมอ“อาการช่วงนี้ก็ดีขึ้นอยู่ค่ะ แต่ตอ
{ว่าไงครับเพื่อน}{คืนนี้กูจองห้อง VIP 1 ห้องนะ}{รับทราบครับผม คิดไงมึงถึงอยากมาอีกไอ้ภู กูเห็นมึงลาวงการไปนานพอสมควรแล้วนะ} ศิวาพูดหยอกล้อเพื่อนรักอย่างภูวินทร์ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคุ้นเคยของคนที่รู้จักกันมานาน{กูก็แค่อยากเมา} ภูวินทร์ตอบเสียงเรียบก่อนสายจะถูกตัดไป19:00 น. ณ ร้าน NaNa Clubเส
Ulasan-ulasan