Share

เสแสร้งว่าเป็นเรือนหอ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-13 20:35:48

Rrrrrrrrrr Rrrrrrrrrr

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ปลุกปิ่นมุกให้ละสายตาจากกลิ่นอายของอดีตสามีที่เพิ่งพ้นจากสำนักงานเขตไป

หน้าจอปรากฏชื่อ "แทน" เพื่อนสาวสองของปิ่นมุกที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ๆ ทุกเหตุการณ์สำคัญของชีวิตมักมีหล่อนคนนี้คอยอยู่เคียงข้างเสมอ และคอยปกป้องเธอทุกครั้งที่โดนรังแก แทนเองก็เป็นเพียงเด็กกำพร้าพ่อแม่เสียจากพายุพัดจนเรือล่ม อาศัยอยู่กับญาติในบ้านพักคนงานแห่งเดียวกัน แม่ของปิ่นมุกสงสารจึงคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ เหมือนลูกอีกคน

"ปิ่นเอง" เสียงรับสายอย่างอ่อนล้าเต็มที เพราะวันนี้เธอเดินทางทั้งวันยังไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่น้อย

(ปิ่น วันนี้หล่อนหายไปไหน ไม่เห็นตั้งแต่ลอยอังคารเสร็จ)

"ปิ่นมาธุระที่กรุงเทพกลับเย็นนี้ แต่คงค้างคืนบนฝั่ง ปิ่นขอโทษนะที่หลายวันมานี้รบกวนแทนตลอดเลย"

(รบกวนอะไรกันล่ะ หล่อนก็ไม่มีใครแล้ว ป้าเครือก็ไปสบายแล้วอะไรที่ช่วยกันได้ก็ช่วย ๆ กันไป)

"อึก! ขอบ...ขอบคุณนะแทน"

(อย่าร้อง ๆ ร้องไห้มาหลายวันแล้วข้าวก็ไม่ค่อยได้กิน แทนขอร้องละ กินอะไรบ้างเถอะ)

"รู้แล้ว พรุ่งนี้เจอกันนะ"

ร่างบอบบางแสดงอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ปิ่นมุกพยายามฝืนตัวเองให้เดินไปถึงป้ายรถเมล์ให้ได้เพื่อจะเรียกแท็กซี่ไปยังบ้านของอดีตสามี แต่ร่างกายที่แสร้งว่าเข้มแข็งของเธอเหนื่อยล้ามาหลายวันแล้ว ทั้งยังแพ้ท้องอย่างหนัก ตอนนี้จึงทำได้เพียงเดินไปหย่อนตัวลงนั่งข้างต้นไม้พลางโก่งคออ้วกที่มีแต่ลมและน้ำลายเหนียว ๆ ออกมา

"หนู เอาน้ำไหมลูก"

ขวดน้ำที่เหลือเพียงครึ่งถูกยื่นมาตรงหน้า ปิ่นมุกเหลือบตามองเล็กน้อย ก่อนรับมาถือไว้และกล่าวคำขอบคุณเบา ๆ อยู่ ๆ น้ำตาที่พยายามกลั้นเก็บก็ทะลักออกมาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง ความเจ็บปวดและความทรมานที่สั่งสมมานานถูกพังทลายลงในชั่วพริบตาด้วยน้ำเพียงขวดเดียว น้ำใจเล็ก ๆ ที่เธอได้รับในช่วงเวลาที่ยากลำบากกลับได้รับจากคนแปลกหน้า

เจ้าของร่างเล็กร้องไห้จนไหล่สั่นสะท้านเพียงลำพัง ไม่มีอ้อมกอดอบอุ่นมาปลอบประโลม มีเพียงตัวเธอและลูกในท้องที่ต้องเผชิญกับความทุกข์นี้ในวัยเพียงสิบเก้าปี หากตอนนี้แม่ยังอยู่ แม่คงอยู่เคียงข้างคอยถามไถ่ด้วยความห่วงใย พร้อมกับโอบกอดและลูบผมเธอเบา ๆ

“ปิ่น เอาน้ำไหมลูก”

“ปิ่น กินข้าวหรือยังลูก”

“ปิ่น ดีขึ้นไหมลูก”

ปิ่นมุกรู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้อยู่ในโลกที่มืดมนและว่างเปล่าไม่มีที่พึ่งพิงไม่มีใครให้แบ่งปันความรู้สึก ตอนนี้ทุกอย่างกลายเป็นเพียงความทรงจำที่ไม่อาจหวนคืน ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความใจง่ายของเธอเอง เธอไปหลงรักผู้ชายที่เกินเอื้อมคนนั้นและบทสรุปสุดท้ายกลายเป็นเธอที่สูญสิ้นทุกอย่าง มือเรียวเล็กคลี่หนังสือ ข้อตกลงในการหย่า ออกดูอีกครั้ง เพื่อตอกย้ำให้ตัวเธอเองรู้ตัวเสียทีว่านี่คือเรื่องจริง

ข้อตกลงในการหย่า คุณเขื่อนจะมอบเงินก้อนใหญ่ให้กับเธอ แต่ข้อแยกย่อยที่แจงละเอียดยิบ ทำให้หัวใจของปิ่นมุกหล่นลงพื้นแตกสลายลงไปต่อหน้าต่อตาของเธอเอง

-ห้ามนางสาวปิ่นมุก ไม้กล้า ติดต่อนายนาวินทร์ ภูมิพัฒน์ ทุกกรณี หากมีเหตุฉุกเฉินให้ติดต่อผ่านทนายความเท่านั้น

-ห้ามนางสาวปิ่นมุก ไม้กล้า อ้างอิงถึงนายนาวินทร์ ภูมิพัฒน์ ในทุกกรณี หากเกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงของนายนาวินทร์ ภูมิพัฒน์ นางสาวปิ่นมุก ไม้กล้า จะต้องถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุด

เงินจำนวนห้าล้านบาท จะถูกโอนเข้าบัญชีของวันถัดไปหลังจากการลงนามหย่าเสร็จสิ้น

ปิ่นมุกค่อย ๆ พับเก็บหนังสือข้อตกลงการหย่าลงในกระเป๋าผ้าราคาถูกที่เธอชอบสะพายติดตัว ก่อนจะเดินทางไปปิดบัญชีธนาคารของตัวเอง เธอไม่อยากได้เงินของเขา แค่เห็นเขากลับมายิ้มได้ในรอบกว่าหนึ่งปีเธอก็ดีใจแล้ว แม้เธอจะต้องจุดไฟเผาตัวเองเพื่อให้แสงสว่างแก่เขาก็ตาม

รถแท็กซี่สีเขียวเหลืองเข้ามาจอดหน้ารั้วบ้านสองชั้นสีขาวตัวแอลหลังใหญ่เรียบหรู บ้านหลังนี้นาวินทร์เป็นคนออกแบบด้วยตัวเอง ในเมื่อเขาจบสถาปนิกจะเสียเงินจ้างคนอื่นทำไมล่ะ ผ่านไปเพียงครู่เดียวหญิงสาวร่างเล็กในชุดเดรสสีดำก็เปิดประตูเดินลงมาอย่างเชื่องช้าเหมือนพร้อมจะล้มลงได้ทุกเมื่อ

"หนูไหวไหม? ลุงเห็นหน้าซีดตั้งแต่ขึ้นรถมาแล้ว"

ดวงตากลมโตเฉมองไปบนพื้น แต่ปากก็ยังพูดคุยกับคนขับเหมือนเดิม เธอรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อต้องคุยกับคนแปลก นิสัยนี้ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ๆ

"ไหวค่ะ หนูแค่นอนน้อย ขอบคุณนะคะคุณลุง รบกวนรอหนูก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูจ่ายพิเศษให้"

ปิ่นมุกมองบ้านหรูสองชั้นหลังใหญ่ตั้งอยู่บนเนื้อที่หนึ่งไร่หรือมันมีชื่อเรียกแบบเสแสร้งว่าเรือนหอ อดีตภรรยาเจ้าของบ้านเปิดประตูเล็กข้างรั้วเดินอ้อมไปยังห้องด้านหลังที่เธอใช้อยู่อาศัยตลอดกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา มันเป็นเพียงห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ได้มีเฟอร์นิเจอร์หรูหราราคาแพง มีเพียงเตียงเหล็กเล็ก ๆ ตู้เสื้อผ้าสองประตู และโต๊ะเครื่องแป้งที่เธอใช้ทั้งอ่านหนังสือและอื่น ๆ อีกจิปาถะ

"เราโง่อยู่ในห้องนี้ตั้งหนึ่งปีกว่าเชียวเหรอ" ปิ่นมุกพึมพำกับตัวเองเบา ๆ หัวเราะกับความโง่ที่รักผู้ชายคนนั้นแบบไม่ลืมหูลืมตา 

กระเป๋าเดินทางล้อลากถูกเปิดอ้าออก เสื้อผ้าที่มีอยู่ไม่มากถูกจัดลงกระเป๋าทีละตัว ๆ แต่อยู่ ๆ น้ำตาเธอก็ไหลอาบแก้มออกมาอีกแล้วเมื่อนึกถึงคำพูดของเขา

"ใส่ชุดดำมาทำไม? มีใครตายหรือไงปิ่น"

ใบหน้าสวยของปิ่นมุกอาบไปด้วยน้ำตาแห่งความสำนึกผิด เธอเป็นลูกที่ไม่ได้เรื่อง เป็นลูกที่ไม่เชื่อฟังมัวแต่หลงทางวิ่งไล่อยู่กับสิ่งที่ไม่มีวันเอื้อมถึง คำพูดของแม่เพราะจับใจและเต็มไปด้วยความหวังดีกลับไม่ยอมฟัง มัวแต่ไปฟังจินตนาการที่เพ้อเจ้อของตัวเอง

ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ใส่ใจรับรู้ชีวิตความเป็นไปของครอบครัวเธอด้วยซ้ำ แต่เธอกลับเป็นบ้าใส่ใจทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขา เขาชอบทานอะไร ชอบสีอะไร แววตาแบบไหนคือโกรธ เสียงหัวเราะแบบไหนคือจริงหรือเสแสร้ง เธอรู้ทุกอย่าง

แต่พอถึงวันหนึ่งที่เธอต้องการเขาบ้าง เธอกลับโดนเขาบล็อกข้อความและได้เพียงข้อความสั้น ๆ จากทนายให้กลับมาเซ็นใบหย่า น้ำตาที่ไหลเอ่อเพียงลำพังถูกปาดทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อไม่ให้ตัวเองแสดงความอ่อนแอ และต้องปลอบใจตัวเองว่าต้องอยู่ต่อไปให้ได้อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อลูกในท้อง

ของทั้งหมดถูกเก็บลงในกระเป๋าใบใหญ่เรียบร้อยแล้ว ปิ่นมุกค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนช้าพลางมองสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง เธอเอาชีวิตตัวเองมาขังอยู่ในที่แคบ ๆ แบบนี้ได้ยังไงกันนะ ตลกสิ้นดี!

 

เสียงกระเป๋าล้อลากดังกระทบพื้นกระเบื้องใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ "ป้าเนียม" คนรับใช้เก่าแก่ที่เลี้ยงคุณหนูเขื่อนมาตั้งแต่เด็ก ๆ รีบเดินตรงเข้าไปดึงแขนเธอเบา ๆ

"หนูปิ่น หนูปิ่นกินข้าวสักหน่อยไหมลูก เดี๋ยวค่อยไป"

"หนูไปทานข้างนอกดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันเครื่อง"

"แป๊บเดียวเองนะลูกนะ ป้าทำของโปรดหนูเอาไว้ให้"

สายตาแห่งความใจดีที่มองเธออย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทำให้ปิ่นมุกใจอ่อนยอมวางกระเป๋าไว้ที่หน้าประตูและเดินตามป้าเนียมไปอย่างว่าง่าย แม้ป้าเนียมจะไม่ค่อยเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้านายทั้งสองคน แต่ก็อยากทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดเป็นครั้งสุดท้าย

"นั่งลงก่อนลูก ป้าไปตักข้าวให้"

หญิงค่อนไปทางวัยชรากุลีกุจอตักข้าวสวยร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมอ่อนมาวางให้เธอพร้อมกับเปิดถ้วยแกงที่อุ่นเตรียมไว้ให้อีกสองสามอย่าง

"ต้มส้มปลาหมึก คะน้าฮ่องกงน้ำมันหอย แล้วก็หมูทอด กินสักหน่อยนะลูกนะ ไม่รู้เราจะได้เจอกันตอนไหน"

"ค่ะ"

เธอยิ้มที่มุมปากก่อนจะเริ่มทานอาหารมื้อสุดท้ายในบ้านหลังนี้ แต่พอตักคำแรกเข้าปาก...

"อุกกกกก! ผัดคะน้าเหม็นมากเลยป้าเนียม ป้าเนียมใส่อะไรลงไปคะ"

ร่างเล็กถลาวิ่งไปเข้าห้องน้ำส่งเสียงโอ้กอ้ากอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเดินหน้าซีดเซียวออกมา

"นะ หนูปิ่นบอกว่าเหม็นผัดคะน้าเหรอคะ? ป้าก็ใส่กระเทียมเจียวเยอะ ๆ แบบที่คุณปิ่นชอบไงคะ"

"ใช่ค่ะ แต่ปิ่นคงทานต่อไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ ป้าเนียมอย่าเสียใจนะคะ"

หญิงเกือบชราผู้ผ่านโลกมามากใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ เดินเข้ามาจับมือและมองหน้าปิ่นมุก

"ประจำเดือนขาดนานหรือยังคะคุณปิ่น?"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณภรรยาครับโปรดมารับใบหย่า   หัวใจของพ่อ (จบ)

    เรือข้ามฟากของเกาะมันตราค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากฝั่งมุ่งหน้ายังไปยังเกาะสวยเหมือนอยู่ในสวรรค์ โดยมี "คุณธีร์" เป็นผู้ครอบครองที่ดินบนเกาะถึงหนึ่งในสามและเป็นเจ้าของ "มันตรารีสอร์ต" ที่พักหรูระดับห้าดาวอันเลื่องชื่อในหมู่นักท่องเที่ยวเขื่อนนั่งกอดภรรยาร่างเล็กเอาไว้ในอ้อมกอดไม่ยอมปล่อย และไม่สนสายตาของนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ที่เหล่มองในบางครั้ง เพียงสี่สิบนาทีเกาะมันตราก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว ใจของเขื่อนเต้นตุบรัวเร็วด้วยความตื่นเต้น นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้เจอน้องป้องในฐานะพ่ออย่างเปิดเผย สองสามีภรรยาที่ดูเหมือนข้าวใหม่ปลามันเดินลงจากท่า โอบกอดคุยกันกะหนุงกะหนิงจนไปถึงบ้านสามชั้นสีขาวหลังใหญ่ เขื่อนสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะปล่อยออกมาอย่างช้า ๆ ด้วยความตื่นเต้น"คุณเขื่อน คุณปิ่น เชิญชั้นสองได้เลยค่ะ คุณธีร์แจ้งไว้แล้วค่ะ"รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏตรงหน้าพร้อมกับความประหม่า จนปิ่นมุกต้องลูบหลังเขาเบา ๆ ให้กำลังใจ"พี่เขื่อนจะกลัวเด็กสามขวบทำไมคะ""พี่กลัวไม่ได้เป็นพ่อ"เสียงหัวเราะดังคิกคักออกมาจากร่างเล็ก จนเขาต้องจับเธอมาจูบสั่งสอน ก่อนจะเดินจูงมือกันขึ้นไปที่ห้องรับแขกชั้นสอง"อาป๋า ฮ

  • คุณภรรยาครับโปรดมารับใบหย่า   อยากเป็นของเมียคนเดียว

    ปิ่นมุกรู้สึกถึงไออุ่นที่โอบกอดเธอจากด้านหลัง พอนึกขึ้นได้ว่าเป็นไออุ่นของใคร ใบหน้าสวยหวานเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ร่างเล็กพลิกกลับเบา ๆ หันไปมองสามีของเธอที่กำลังนอนหลับสนิทท่าทางเหมือนน้องป้องไม่มีผิดผ่านมาสี่ปีคุณเขื่อนดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจนเธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขาใจเย็นมากขึ้น มีเหตุผล รับผิดชอบมากขึ้น ไม่ใช้แต่อารมณ์เหมือนเมื่อก่อน นิ้วก้อยเรียวเล็กเกลี่ยไปตามขนคิ้วดกดำเบา ๆ จนเปลือกตาหนาเริ่มขยับ“หลงรักพี่ใช่ไหมคะ”“พี่เขื่อนยังไม่เลิกนิสัยเข้าข้างตัวเองอีกเหรอคะ”ปากหนาหยักคลี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะลืมตามองร่างเล็กตรงหน้า ปิ่นมุกเมื่อก่อนเธอดูน่ารักและใสซื่อ แต่ปิ่นมุกในวันนี้เธอดูสวยและมั่นใจมากขึ้น“ปิ่นรู้อะไรไหมว่า พี่ชอบอะไรเกี่ยวกับปิ่นมากที่สุด”“อะไรคะ?”ปิ่นมุกถามด้วยความสงสัย เพราะปกติคุณเขื่อนจะเป็นคนไม่ชอบเปิดเผยเกี่ยวกับสิ่งที่เขาคิดให้คนอื่นรู้มากจนเกินไป“พี่ชอบที่ปิ่นรักพี่ก่อน”“แล้วยังไงคะ พี่เขื่อนก็เลยเห็นปิ่นเป็นของตาย จะทำอะไรปิ่นก็ได้ใช่ไหมคะ”“ไม่ใช่ครับ แต่มันทำให้พี่รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า พี่อยากเป็นของมีค่าที่ถูกมองเห็น”ภรรยาตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาเ

  • คุณภรรยาครับโปรดมารับใบหย่า   ปลอบใจ

    สองมือหนารั้งร่างบางเข้ามาให้แนบชิดมากกว่าเดิม เขาจะไม่ปล่อยเธอไปอีกแล้วไม่มีทางริมฝีปากหนาประกบจูบปากเล็กจิ้มลิ้มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยเรียวลิ้นหนาแทรกซอนเข้าไปตวัดปลายลิ้นเล็กเอาไว้ดูดเลียรสชาติหวานของเธอที่เขาแทบไม่เคยได้สัมผัสตอนที่สติยังครบสมบูรณ์ปิ่นมุกหลับตาพริ้มโอบรัดรอบคอของเขื่อนเอาไว้ปล่อยให้เขาได้ทำตามใจปรารถนา ครั้งนี้เธอเต็มใจให้เขาตักตวงความสุขจากเรือนร่างของเธอริมฝีปากหนาดูดรัดเรียวลิ้นเล็กไม่ยอมปล่อย เขื่อนครางในลำคอด้วยความกระหายอยาก เขาไม่เคยมีสติเลยสักครั้งที่นอนกับปิ่นมุก นี่ถือเป็นครั้งแรกเขาอยากตักตวงความหวาน จดจำความสุขทุกนาทีที่ได้สัมผัสร่างกายของเธอมือเรียวเล็กเลื่อนลงมาจับชายเสื้อหนาของชายตรงหน้าแล้วค่อย ๆ ถอดออกไปให้พ้นร่างกายของเขา เขื่อนยอมให้เธอทำตามใจตัวเองทุกอย่าง เรือนร่างสมบูรณ์แบบปรากฏตรงหน้าปิ่นมุก เขาเป็นคนชอบออกกำลังกาย กล้ามเนื้อแขนแน่นจนปิ่นมุกนึกซนลองกัดฝากรอยฟันเอาไว้“โอ๊ย”“พี่เขื่อนเจ็บด้วยเหรอคะ”“ปิ่นอยากลองอะไรที่เจ็บกว่านี้ไหม”“อยากลองสิคะ”ใบหน้าหล่อเหลายิ้มอย่างพอใจพลางช้อนอุ้มร่างเล็กในท่าเจ้าหญิง ก้มลงจูบเธออย่างอ่อนโยนพาเดินไปยั

  • คุณภรรยาครับโปรดมารับใบหย่า   เพียงลำพัง

    “มาหาอาเพราะเรื่องเขื่อนใช่ไหม”“ใช่ค่ะ”ปิ่นมุกตอบเสียงอ้อมแอ้มพลางก้มหน้าลงเพราะรู้สึกอายนิด ๆ“ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่อาจะพยายามประสานรอยร้าวของเราสองคน ปิ่นเก็บไปคิดและตัดสินใจให้ดี หลังจากวันนี้แล้วอาจะไม่เข้าไปยุ่งอีก”“ค่ะอาธีร์”“อาเพิ่งกลับจากงานศพคุณหญิงฉาย”“แม่พี่เขื่อน!”“อืมมมใช่ ปิ่นเคยเจอเหรอ”“ใช่ค่ะ”“คุณหญิงฉายเป็นโรคมะเร็งเสียกะทันหันไม่ทันได้ล่ำลา อาเองก็คาดไม่ถึงว่าคุณหญิงจะเสียชีวิตเร็วขนาดนี้ ยิ่งเจ้าเขื่อนยิ่งช็อก เพราะแผลใจที่คุณหญิงทิ้งไว้ตั้งแต่เจ้านั่นเล็ก ๆ ไม่เคยได้รับการขอโทษเลยสักครั้ง”“แผลใจอะไรคะ”“พ่อกับแม่ของเจ้าเขื่อนเขาแต่งงานกันเพราะธุรกิจ ชีวิตในครอบครัวก็ไม่ค่อยราบรื่น คุณหญิงฉายเขามีคนรักอยู่ก่อนแล้ว หลังแต่งงานก็แอบคบหากันมาตลอด เจ้าเขื่อนก็เลยดูเหมือนเป็นส่วนเกินที่แม่ไม่ค่อยสนใจ พอพ่อเจ้าเขื่อนตายคุณหญิงฉายก็ออกไปอยู่กับคนรักเก่า จนคุณย่าต้องออกจากเกาะไปดูแลเพราะเจ้าเขื่อนถูกทิ้งไว้คนเดียว”“ช่วงที่คุณย่าไม่อยู่สามสี่ปีนั่นใช่ไหมคะ”“ใช่ คุณหญิงฉายพอกลับมาก็คุยแต่เรื่องเงิน ไม่มีเรื่องอื่น ไม่มีคำขอโทษแม้กระทั่งตอนตายก็ยังไม่เรียกหาเ

  • คุณภรรยาครับโปรดมารับใบหย่า   สูญเสีย

    "พี่ขอเข้าไปกอดน้องป้องแป๊บเดียวได้หรือเปล่า""ก็ ก็ได้ค่ะ"ปิ่นมุกอาศัยแสงไฟจากถนนมองดูเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่ค่อนข้างหม่นหมองไร้รอยยิ้ม ตั้งแต่กลับมาจากคอนโดวันนั้นเขาก็ดูเป็นแบบนี้อยู่แล้ว แต่วันนี้กลับดูเศร้ากว่าปกติ เธอคิดแบบนั้นเจ้าของบ้านเดินนำอดีตสามีเข้าไปในบ้านเดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องนอนของเธอ เขื่อนมองดูประตูบานนั้นที่เปิดออกช้า ๆ ใจของเขาตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เข้ามายืนในพื้นที่ส่วนตัวของปิ่นมุก แต่มันก็เป็นได้เพียงแค่ความรู้สึกที่ต้องเก็บเอาไว้ เพราะเขาหมดสิทธิ์ที่จะเข้าไปอยู่ในชีวิตของเธอแล้วห้องนี้หอมสะอาดอบอวลไปด้วยกลิ่นของแม่และลูก มันเป็นกลิ่นที่เขาโหยหามาทั้งชีวิต แต่เขาก็แทบไม่มีโอกาสนั้นเลย "พี่เขื่อนจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ค่ะ ปิ่นจะลงไปรอที่ห้องรับแขก""พี่ขอบคุณนะปิ่น"เธอส่งยิ้มให้เพียงบาง ๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกจากห้องไป เขื่อนลุกขึ้นเดินผ่านห้องแต่งตัวไปยังห้องน้ำเพื่อล้างมือล้างหน้าให้สะอาด เขาไม่อยากเอาเชื้อโรคมาติดเจ้าก้อนกลม ถ้าไม่สบายขึ้นมาเดี๋ยวก็ได้ลำบากทั้งแม่ทั้งลูกเจ้าของร่างสูงใหญ่เดินมาหยุดที่ข้าง ๆ เตียงเล็กสำหรับเด็กรูปรถไฟ "น้องป้อง" คงจะชอบมากถึ

  • คุณภรรยาครับโปรดมารับใบหย่า   เหินห่างและเย็นชา

    เขื่อนบรรจงจูบลงที่หน้าผากเกลี้ยงเกลาอย่างบางเบาก่อนจะส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเธอ“กลับกันเถอะ พี่ไปส่ง”ปิ่นมุกไม่ได้ปฏิเสธ เธอเพียงแค่พยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะเดินนำออกไปโดยไม่หันกลับมามองเขาเลยแม้แต่นิดเดียวเขื่อนมองตามแผ่นหลังของเธอ รอยยิ้มที่เคยแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหายไป เธอแข็งแกร่งขึ้นมาก มากจนเขาแทบไม่เห็นผู้หญิงคนเดิมที่รอคอยพึ่งพาเขาเวลามีปัญหาอีกแล้วดีแล้วเขาบอกตัวเอง ถ้าปิ่นเข้มแข็งขึ้นได้ขนาดนี้ เขาก็คงไม่ต้องห่วงอะไรเธอจนมากเกินไปเขื่อนเดินไปที่รถของบริษัท เปิดประตูให้อดีตภรรยาขึ้นไปนั่งอย่างที่เคยทำเสมอ ปิ่นมุกเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ เธอเพียงก้าวขึ้นรถไปอย่างเงียบ ๆ ระหว่างทางกลับบ้าน ไม่มีใครพูดอะไรกันเลย มีเพียงเสียงเพลงคลอเบา ๆ และเสียงหายใจของทั้งสองคนปิ่นมุกอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเขื่อนผ่านกระจกหน้ารถ ครั้งแรกในชีวิตที่เขาดูเหมือนจะยอมแพ้ให้กับเธอจริง ๆ ไม่มีการโต้เถียง ไม่มีความดื้อรั้น ไม่มีแรงกดดันใด ๆ จากเขาอีก ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกลับทำให้ใจของเธอว่างเปล่าจนน่ากลัว“นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการมาตลอดหรอกเหรอ?”แต่มันกลับไม่เหมือนอย่างที่เธอคิด“พี่เขื่อน” ป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status