Mag-log inศึกหนีการนัดดูตัว กลายเป็นศึกแอบหนีไปออกเดทกันซะงั้น ชีวิตนี้คิดจะหนีใครก็หนีได้ แต่อย่าเล่นกับระบบฝาแฝดที่แค่อ้าปากมันก็เห็นไปถึงไส้ติ่ง จะเป็นยังไงเมื่อคนที่เราไว้ใจ…ดันไปร่วมมือกับคนอื่น
view moreทิกเกอร์
-ผู้ชายปากร้าย กวนประสาทและเฮฮา ไม่เจ้าชู้ หากว่าเจอคนที่ตรงสเปกเขาจะชอบมองและค่อยๆ เข้าหาเธอเอง
-ทายาทบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ใหญ่ติดอันดับประเทศ การันตีด้วยการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อีกหลายแห่งในเขตธุรกิจต่างๆ
อาอิง
-สาวหมวยตัวน้อยน่ารัก ร่าเริงและสดใส เธอมักมองโลกในแง่ดีเสมอ เติบโตมาในครอบครัวใหญ่ที่ความสัมพันธ์ค่อนข้างจะอธิบายยาก
-ทายาทเจ้าของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารหลายแห่งทั่วประเทศ
Intro :
เด็กดีอย่างเธอที่ต้องยอมไปดูตัวกับคนที่ปู่เลือกให้ ตอนแรกกะว่าแค่ไปตามใจผู้ใหญ่
แต่พอรู้ว่าเขาคนนั้นเป็นใครความคิดก่อนหน้านั้นก็แทบไม่อยู่ในหัว
ส่วนเขาที่คิดหนีการนัดดูตัวตั้งแต่วันแรก ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะไม่ยอมให้ตัวเองมีข้อผูกมัด
กลับต้องมาตกม้าตายเพียงเพราะเธอคนนั้นตรงสเปก 100%
เหล่าตัวประกอบ
>ฝั่งพระเอก
ตระกูลวุฒินันท์ไธสง
-ไทเกอร์ = พี่ชายฝาแฝด
-ธันเดอร์,น้ำชา = พ่อแม่
-ทามไท = ปู่
-ลูกแพร,ฟ้าคราม = เพื่อนสนิท
>ฝั่งนางเอก
ตระกูลวรวงศ์พิพัฒน์
-อาตี้,หลิน = พ่อแม่
-เฟยฉี,พิไล = ปู่ย่า
-อาไท,อาย่า = พี่น้องต่างแม่
-ธัญญ่า = แม่ของอาไท,อาย่า
-เพลงขวัญ,มะนาว = เพื่อนสนิท
••••••••••
คำเตือน
⚠️
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาของไรท์เตอร์เท่านั้น สถานที่และเหตุการณ์ต่างๆ แต่งขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน มีฉากร่วมเพศและการใช้ความรุนแรง มีคำพูดที่ไม่สุภาพ เหมาะสำหรับนักอ่านอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและคอมเมนท์อย่างสุภาพ
•••••••••••
Intro
บรื้นนน!!!
ท้ายรถคันหรูค่อยๆ ห่างออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมันหายลับไปจากสายตา ร่างบางที่ยืนนิ่งมองค้างอยู่ถึงกับพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย
“เห้ออ~ น่าเบื่อจริงๆ”
อาอิงสายหน้าและละสายตาออกจากภาพนั้น ก่อนจะตัดสินใจเดินไปที่หน้าโรงเรียนเป้าหมายคงไม่พ้นป้ายรถเมล์ เพราะตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว และเหตุผลที่เธอต้องทำอย่างนี้ก็เพราะว่ารถคันเมื่อกี้คือคนขับรถของที่บ้าน ที่ได้ทำการทิ้งเธอไว้ที่โรงเรียนเหมือนกับหลายครั้งที่ผ่านมา
‘ไม่ใช่คนขับไม่ดี คนที่สั่งต่างหากที่เป็นเด็กผี’
ฟุ่บ~
ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งเมื่อมีที่ว่างหนึ่งที่พอดี เธอถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า การขึ้นรถเมล์ไม่ใช่อุปสรรคร้ายแรงอะไรสำหรับเธอ แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าบ้านเธออยู่ไกลมากต่างหาก แถมรถเมล์สายที่ผ่านก็มีแค่สายเดียว เป็นชั่วโมงกว่าจะผ่านมาสักคัน
“อยากดีดนิ้วให้มันหายไปซะจริงๆ”
เสียงหวานบ่นพึมพำเมื่อตอนนี้ผู้คนเริ่มบางตาลงเรื่อยๆ ตัวเลขบนนาฬิกาที่ข้อมือแสดงเวลา 5:47 น. กว่ารถจะมา กว่าจะถึงบ้านเธอคงหมดแรงแน่ๆ
ฟุ่บ~
“อุ๊ย?! ยังไม่อยากกลับเลยอ่ะ”
“รถจะมาอะไรตอนนี้เนี่ย”
“พวกแกไปก่อนเลย ฉันจะอยู่รอคันหลัง”
“จะหกโมงแล้ว รถมันติดนะ”
“กลับก็ได้ ฮืออ~~ ทำไมมานั่งเอาตอนนี้ล่ะ”
เสียงบทสนทนาจากกลุ่มหญิงสาวด้านข้างไม่ได้ทำให้อาอิงสนใจเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้สิ่งที่เธอกำลังทำคือสาปแช่งน้องสาวต่างแม่ที่ทิ้งเธอไว้ที่นี่ต่างหาก
“คอยดูนะ ฉันจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับเธอ ยัยน้องเวร!”
“บ่นอะไรของเธอ”
ขวับ!
เสียงทุ้มที่ทักมาจากทางด้านข้างทำเอาอาอิงที่กำลังชกลมตรงหน้าถึงกับชะงัก เธอหันขวับไปมองตามเสียงนั้นทันทีจนได้เห็นใบหน้าด้านข้างของผู้ชายคนหนึ่งที่เธอไม่รู้จัก สิ่งแรกที่สะดุดตาคือไฝบริเวณหางตาด้านซ้ายของเขา และแก้มขาวๆ ที่มีเอกลักษณ์ของความน่ารักแต่งแต้มอยู่ นั่นก็คือลักยิ้มบุ๋มลึก มันเห็นชัดเจนตอนที่เขาอ้าปากกัดไอติมแท่งในมือ
“พูดกับใครอ่ะ?” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยไม่ค่อยแน่ใจว่าเมื่อกี้เขาได้พูดกับเธอหรือเปล่า
“…” แต่สิ่งที่เขาทำคือค่อยๆ หันหน้ามาสบตากับเธอ นาทีนั้นก้อนเนื้อด้านซ้ายของสาวน้อยวัยย่าง 16 ปี ก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง อาอิงเผลอมองสำรวจใบหน้านั้นด้วยความลืมตัว
“หึ!” จนกระทั่งคนตรงหน้าหลุดขำออกมาเล็กน้อย และเสี้ยววินาทีเขาก็เลิกสนใจเธอไปเลย
มือบางวางทาบที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง ข่มลมหายใจให้เบาที่สุดเพราะไม่อยากให้คนข้างๆ หันมามองกันอีก เพราะแค่เสี้ยววินาทีหัวใจของเธอก็ทำงานหนักมากแล้ว
ในใจได้แต่คิดว่าเขาเป็นใคร ทำไมเธอไม่เคยเห็นหน้า ทั้งๆ ที่อยู่โรงเรียนเดียวกันแท้ๆ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนที่เธอยังคงนั่งนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น รถก็ยังไม่ผ่านมาสักคันจนกระทั่งคิดไปถึงความแค้นที่มีต่อน้องสาวต่างแม่อีกรอบ กำปั้นน้อยๆ ทุบลงบนขาตัวเองแรงๆ ระบายความโมโห ดวงตากลมโตมองตรงไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างอีกเลย
“ยัยบ้า เกิดมาเพื่อเป็นเจ้ากรรมนายเวรของฉันแท้ๆ” ร่างบางขยี้หัวตัวเองจนผมที่เปียมาหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง
ตลอดเวลาอาอิงแทบจะไม่สนใจน้องสาวต่างแม่คนนี้เลยด้วยซ้ำ ต่างจากอีกคนที่เอาแต่คอยหาเรื่องเธอ อาย่าคือน้องสาวลูกของภรรยาอีกคนของพ่อเธอ ครอบครัวของอาอิงเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างใหญ่เพราะเมียสองคนอยู่บ้านเดียวกัน มันอาจจะฟังดูแปลกๆ แต่เธอชินแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่เรื่องราวเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะเกิดด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่ไม่ชอบใจและยังคงตามรังควานคือพี่น้องพ่อเดียวกันนี่แหละ
“ยัยพยาธิใบไม้เอ๊ย!” แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะยอมโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียว หากว่าอีกฝ่ายก็โดนเธอจัดการเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นทิ้งไว้ที่โรงเรียนแบบนี้ “กลับถึงบ้านนะ ฉันจะเอาหมามุ่ยไปเทให้เต็มเตียงแกเลย!”
หมายมั่นปั้นมือด้วยความโกรธแค้น
แต่จู่ๆ ความคิดนั้นก็หยุดชะงักลงเมื่อนึกได้ว่าตอนนี้ตัวเองโดนตัดค่าขนม เหตุเพราะสองวันก่อนเธอขัดขาอาย่าจนน้องสาวต่างแม่ล้มคว่ำหัวทิ่มไม่เป็นท่า แม่ผู้ผดุงคุณธรรมเลยหักค่าขนมเธอมาจนถึงตอนนี้
“ฉันไม่ได้เริ่มก่อนด้วยซ้ำ ทำไมต้องเป็นเราที่โดนลงโทษ” ใบหน้าขาวใสเงยขึ้นมองท้องฟ้าที่แสงเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ ได้แต่ถอนหายใจให้กับชะตาชีวิตตัวเอง “แม่นะแม่ ทำไมชอบใจดีกับคนพวกนั้น”
‘ปี๊นๆๆ’
ร่างเล็กสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงแตรรถดังขึ้นตรงหน้า และเมื่อพิจารณาดูดีๆ ก็เห็นว่าคนขับคืออาไทพี่ชายต่างแม่ของเธอ หรือก็คือพี่ชายแท้ๆ ของอาย่านั่นเอง
“กลับบ้านกันครับ” แค่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียก ใบหน้าสวยหวานก็แบะคว่ำก่อนจะกระทืบเท้าเดินตรงไปเปิดประตูรถ
กึก!
ปลายเท้าเล็กหยุดชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรไปบางอย่าง ก่อนจะตัดสินใจหันหลังกลับไปมองที่เดิมอีกครั้ง รอยยิ้มค่อยๆ เผยกว้างขึ้นเมื่อได้สบตาคมเข้มของคนที่นั่งเคียงข้างกันมานานเกือบชั่วโมง แม้จะเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็เถอะ…มันมีความหมายกับเธอไปแล้ว
“ขอบคุณที่นั่งเป็นเพื่อนนะ…” เสียงหวานดึงความสนใจจากคนที่นั่งก้มหน้ากดโทรศัพท์ จนคนพูดแย้มยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม
“…”
“พี่ลักยิ้ม ^^”
•••••
ปึง!
รถคันหรูค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากหน้าโรงเรียนอินเตอร์ชื่อดัง มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ของตระกูลวรวงศ์พิพัฒน์ เจ้าของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารหลายแห่งทั่วประเทศ เจ้าสัวรองหัวเรือใหญ่ตอนนี้คืออาตี้คุณพ่อลูกสามและเมียอีกสอง
“เฮียมาได้ยังไงคะ?” อาอิงหันหน้าไปถามพี่ชายที่เธอนับเป็นพี่ชายจริงๆ เพราะอาไทกับอาย่าคือฟ้ากับนรกสำหรับเธอ ถึงแม้ว่าทั้งสองจะเป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกันแต่นิสัยต่างกันสุดขั้ว
อาไทเปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของอาอิง เขาอายุห่างจากเธอถึง 5 ปี ใช่แล้วล่ะ…พ่อของเธอมีลูกกับเมียน้อยก่อนจะมีเธอที่แม่เป็นเมียหลวงที่แต่งเข้าตระกูลอย่างถูกต้อง
“อาย่าโทรไปบอก…เฮียขอโทษแทนอาย่าด้วยนะ” ทุกครั้งที่น้องสาวก่อเรื่อง มักจะเป็นเขาที่รู้สึกผิด
อาไทไม่เคยภูมิใจที่เกิดเป็นลูกชายคนโตของตระกูล เพราะเขารู้ดีถึงเรื่องราวในอดีตว่าคนผิดคือใคร และไม่เคยคิดร้ายกับอาอิงน้องสาวต่างแม่ที่น่ารักน่าเอ็นดูตั้งแต่วันแรกที่เธอลืมตาดูโลก เขารักน้องสาวทั้งสองคนเท่ากัน
เพียงแต่อีกคนค่อนข้างจะเกเรและดื้อรั้น สิ่งที่เขาทำได้คือห้ามปรามและคอยปกป้องไม่ให้ทั้งสองปะทะกันรุนแรง
“ไม่รับคำขอโทษแทนค่ะ” อาอิงปากคว่ำหันหน้าหนีออกนอกกระจก เธอไม่ได้ต้องการให้ใครมาขอโทษแทน คนทำเท่านั้นที่ต้องขอโทษเธอ
“โอเคๆ เฮียจะพาอาย่ามาขอโทษเราเอง”
“คงมาหรอก”
“ว่าแต่คนเมื่อกี้…ใครเหรอ?”
“ไม่รู้เหมือนกัน เขาแค่มานั่งเงียบๆ อยู่ข้างๆ อิง ไม่พูดอะไรสักคำ” จู่ๆ รอยยิ้มก็ค่อยๆ แสยะขึ้นมา เมื่อนึกไปถึงใบหน้าหล่อเหลาของรุ่นพี่คนนั้น
“ทีหลังรอในโรงเรียนนะ แล้วค่อยโทรหาเฮีย แบบนี้มันอันตราย”
“เฮียคิดว่าอิงจะโดนทิ้งอีกแล้วเหรอ?”
“…ไม่รู้สิ”
“เห้อออ~” ก่อนเรียนจบเธอคงเสียสติก่อนแน่ๆ
บทสนทนาของสองพ่อลูกทำให้อาอิงต้องแอบขำอยู่คนเดียว คิดในใจว่าลูกใครก็เหมือนคนนั่นแหละ เลี้ยงมาเองกับมือจะให้เหมือนใครไปได้ล่ะร่างบางลุกขึ้นไปจัดการเทนมใส่ขวดให้ลูกสาวที่ยังชอบดื่มจากขวดมากกว่าจากกล่อง ก่อนจะหันมองตามเมื่อเห็นทั้งสองเดินออกมาจากห้องน้ำโดยลูกสาวเธอเดินหน้าบึ้งนำมาก่อนดวงตากลมโตสบตากับสามีหนุ่มและเผยยิ้มกว้างส่งให้ไป แต่ทิกเกอร์กลับส่ายหน้าน้อยๆ และกดตามองก้อนกลมที่สูงแค่เพียงต้นขาของเขา ‘อยากเตะให้กลิ้งจริงๆ’“นมค่ะคนสวย”“ขอบจุนก่ะ” สองมือพนมขึ้นเป็นพุ่มระดับหน้าอก ก่อนจะยื่นมือไปรับขวดนมจากผู้เป็นแม่ที่ส่งมาให้ “แม่แม่ขา~ ขออีกก่ะ”“หือ? เอาอะไรคะ?”“นมก่ะ”“นม?”“ให้ป่ะป๊าด้วยก่ะ”“…” สองสามีภรรยามองหน้ากันทันที ก่อนอาอิงจะหลุดขำออกมาเมื่อเข้าใจความหมายที่ลูกสาวเธอพูด ส่วนคนโดนพาดพิงยืนเท้าสะเอวส่งสายตาไปมองก้อนกลมที่ผลิตออกมาเองกับมือด้วยความมันเขี้ยวเมื่อเห็นว่าแม่เอาแต่ขำ เด็กเล็กวัยสองขวบก็คาบขวดนมของตัวเองไว้ในปาก ก่อนจะเดินไปหยิบอีกกล่องมายื่นให้ผู้เป็นพ่อเองซะเลย“จินนมกันก่ะ~”ไงล่ะ อยากแย่งกันดีนัก เอาไปแบ่งกันกินซะเลยจะได้จบๆ“น่ารักจัง” อาอิงขำไม่หยุด รี
เวลาที่ลูกหลับนั่นคือเวลาล้ำค่าที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ได้ใช้ร่วมกันจริงๆ ทิกเกอร์อุ้มลูกสาววัยซนลงนอนบนเตียงคิงไซส์ชิดติดกำแพง เพราะผิงอันนอนดิ้นมากพื้นที่แค่นี้ไม่รู้ว่าจะพอให้เจ้าก้อนเกลือกกลิ้งหรือเปล่าเสร็จก็ก้มลงหอมแก้มกรุ่นแป้งเด็กด้วยความรักและมันเขี้ยว จนอาอิงที่กอดอกพิงกรอบประตูห้องน้ำมองมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ทิกเกอร์อ่อนโยนทั้งกับเธอและลูกเสมอ เวลาที่เขาแสดงความรักเสน่ห์ที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเขามันน่ามองจนละสายตาออกไม่ได้“เรียบร้อยดีนะคะ” เสียงหวานเอ่ยถามเมื่อสามีหน้าหล่อเดินยิ้มกรุ้มกริ่มเข้ามาหา ก่อนที่วงแขนแข็งแรงจะตวัดเข้ามาเกี่ยวเอวบางรั้งให้เข้าไปแนบชิด“เรียบร้อยครับ เหลือแค่เมียแล้ว” ทิกเกอร์เอ่ยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้มลงแนบหน้าผากลงกับหน้าผากเล็กของภรรยาสาวคนสวย “เวลานี้เป็นของป่ะป๊าแล้วใช่มั้ยคะ?”ตั้งแต่มีลูกคำพูดคำจาก็เปลี่ยนไป เขามักจะใช้เสียงสองเสียงสามกับลูกสาว และใช้คำพูดน่ารักให้เหมาะกับเด็กผู้หญิง จนตอนนี้ติดปากจนเอามาพูดกับเมียแล้วด้วย“ป่ะป๊าอยากได้อะไรคะ?” อาอิงเอียงคอถาม ท่อนแขนเรียวกอดรอบเอวสอบไว้หลวมๆสายตาแพรวพราวของคนตัวสูงทำให้ใบหน้าสวยหวานเห่อร
“เด็กๆ กินข้าวกันลูก” เปอร์เซียเอ่ยเรียกเมื่อทุกอย่างเตรียมเสร็จอาอิงจูงมือสองสาวเข้ามาร่วมวง ก่อนจะจับให้ทั้งสองนั่งติดกัน ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกันเพราะมีพ่อที่เป็นฝาแฝด หากไม่รู้อาจจะมองว่าสาวน้อยทั้งสองเป็นพี่น้องแท้ๆ กันเลย“อังนี้ของผิอัง~” ผิงอันสร้างอาณาเขตให้ตัวเอง ใช้ช้อนส้อมจิ้มเนื้อกุ้งที่ทิกเกอร์แกะให้เข้าใส่ปากอย่างชำนาญ เรื่องกินไว้ใจได้เลย“อังนี้ของชีเนียร์” นิ้วมือป้อมๆ ของซีเนียร์ก็หยิบไส้กรอกเข้าใส่ปากตัวเองด้วยเช่นกันก่อนที่เด็กตัวกลมทั้งสองจะหันไปสบตาและหลุดเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันออกมาด้วยความสนุก“เธียเตอร์อร่อยมั้ยลูก อาไม่เห็นได้ยินเสียงเราเลย” อาอิงยิ้มถามหลานชายของสามี ที่ตั้งแต่มาถึงเธอยังไม่ได้ยินหลานพูดเลยสักคำ“อารมณ์บ่จอยสักเท่าไหร่ โดนซีเนียร์แกล้งตั้งแต่อยู่บนรถ” เปอร์เซียตอบแทน มือเรียวเล็กเสยผมด้านหน้าให้ลูกชายเล็กน้อยเมื่อตอนนี้มันเริ่มยาวจนทิ่มตาคนขี้หงุดหงิดแล้ว “กลับไปมามี๊พาไปตัดนะครับ”“คับ”สองครอบครัวนั่งทานมื้อเย็นกันท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นลงเรื่อยๆ เสร็จจากของคาวก็ต่อกันด้วยของหวาน เด็กๆ ทั้งสามพากันย่างมาร์ชเมลโล่และนั่งกินด้วยกัน และตอน
หลายปีต่อมาหลังทริปฮันนีมูนเมื่อสามปีก่อน อาอิงก็ได้ให้กำเนิดลูกสาวตัวน้อยๆ มาหนึ่งคน เธอชื่อว่าน้อง ‘ผิงอัน’ ตุ๊บ!ผิงอันที่ในภาษาจีนแปลว่าปลอดภัย แต่ตอนนี้ลูกสาวเธอกำลังกลายเป็นผู้ประสบภัยเพราะล้มลุกคลุกคลานประมาณสามรอบเห็นจะได้ตุ๊บ!!นับหนึ่งถึงสิบมาสามรอบแล้ว จนสุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหวลุกไปคว้าตัวเด็กน้อยมากอดไว้ด้วยความหวงแหน“เจ็บมั้ยคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามพร้อมทั้งยกมือขึ้นลูบเข่ากลมๆ ของลูกสาวไปด้วย“ไม่เจะ~” เด็กน้อยผมหน้าม้าเต่อที่มัดแกละสองข้างส่ายหน้าตอบ พร้อมทั้งดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมาจะออกจากอ้อมกอดคุณแม่ “ป่อยยยย~”“ถ้าล้มอีกคุณแม่จะดุแล้วนะคะ” ความเป็นแม่แค่เห็นลูกล้มหัวใจก็ร่วงไปถึงตาตุ่ม ถึงใครจะบอกให้เธอปล่อยลูกให้เจ็บบ้าง แต่เธอก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดีส่วนป่ะป๊าน้องน่ะเหรอ นอนหนุนแขนมองอยู่ข้างๆ เธอนี่แหละ เรื่องปล่อยให้ลูกเจ็บตัวนี่เขาใจเย็นเป็นที่สุด แต่ถ้าหากเรื่องไหนเป็นอุบัติเหตุทิกเกอร์ก็จะเป็นคนแรกที่วิ่งเข้าหาลูกเหมือนกัน“วิ่งๆ” เสียงเล็กๆ ตอบกลับมาแบบไม่สลด และเหตุที่เจ้าก้อนกลมล้มหลายรอบก็เพราะว่าตอนนี้กำลังวิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้าที่เป็นเนินเขา พื้นที่เลยเป็นทางลาดชัน
ทริปทะเลใต้ร่างบางที่อยู่ในชุดกางเกงขาสั้นและเสื้อยืดสีดำวิ่งถลาลงทะเลอย่างกับเด็กน้อยเพิ่งเคยมาครั้งแรก ทำให้ร่างสูงที่เดินตามอยู่ด้านหลังเผยยิ้มกว้างออกมาด้วยความเอ็นดู“เฮียมาเร็ว” อาอิงยืนกวักมือเรียกคนที่แต่งกายเหมือนกันกับเธอ ในเมื่อตกลงกันไม่ได้เรื่องชุดที่จะใส่ ผลที่ออกมาก็เลยเป็นอย่างที่เ
ฉันอดยิ้มขำไม่ได้เมื่อเฮียไทเกอร์กับพี่ฟ้าครามนั่งมองหน้ากัน ผู้ชายตัวโตที่โคตรจะหล่อ หากเป็นสาววายคงจะจับพวกเขาจิ้นกันน่าดูตอนนี้ความกังวลต่างๆ หายไปหมดแล้ว ฉันคิดมากไปเองพวกพี่ๆ เขาเป็นกันเองมาก แม้แต่แฟนของพี่ลูกแพรที่เป็นผู้ใหญ่สุดในกลุ่มก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด เขากลับมีคำพูดที่
“แบบนี้โอเคขึ้นมั้ยครับ?” ‘อยากเก็บเฮียทิกเกอร์ไว้ในห้อง ไม่ให้เขาออกไปไหนอีก’รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาเป็นหนุ่มฮอตที่สาวๆ หลายคนต้องตาต้องใจ แต่ก็ไม่คิดว่านอกรั้วมหาลัยเขาก็ยังเสน่ห์แรงขนาดนี้“เฮียเป็นของคนนี้คนเดียว” ถึงเขาจะบอกแบบนั้นก็เถอะ ฉันก็ห้ามอาการของตัวเองไม่ได้อยู่ดี เพิ่งรู้ตอนนี้นี่เ
เช้าวันต่อมาไม่รู้ว่าเรื่องเมื่อคืนผมแค่ฝันไปหรือเปล่า ยัยตัวเล็กบอกรักผมตั้งหลายครั้ง เธอพูดมันออกมาเหมือนไม่ได้คิดอะไร และพูดมันออกมาอย่างง่ายดายโดยไม่สนว่าคนฟังอย่างผมเกือบช็อคตายเพราะความเขินตอนนี้เพิ่งจะแปดโมงเช้า แต่ผมกลับตื่นขึ้นมาก่อนทั้งที่ปกติวันหยุดหลับเป็นตายหากเธอไม่ปลุกเรียก ความรู้
Rebyu