เข้าสู่ระบบศึกหนีการนัดดูตัว กลายเป็นศึกแอบหนีไปออกเดทกันซะงั้น ชีวิตนี้คิดจะหนีใครก็หนีได้ แต่อย่าเล่นกับระบบฝาแฝดที่แค่อ้าปากมันก็เห็นไปถึงไส้ติ่ง จะเป็นยังไงเมื่อคนที่เราไว้ใจ…ดันไปร่วมมือกับคนอื่น
ดูเพิ่มเติมทิกเกอร์
-ผู้ชายปากร้าย กวนประสาทและเฮฮา ไม่เจ้าชู้ หากว่าเจอคนที่ตรงสเปกเขาจะชอบมองและค่อยๆ เข้าหาเธอเอง
-ทายาทบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ใหญ่ติดอันดับประเทศ การันตีด้วยการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อีกหลายแห่งในเขตธุรกิจต่างๆ
อาอิง
-สาวหมวยตัวน้อยน่ารัก ร่าเริงและสดใส เธอมักมองโลกในแง่ดีเสมอ เติบโตมาในครอบครัวใหญ่ที่ความสัมพันธ์ค่อนข้างจะอธิบายยาก
-ทายาทเจ้าของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารหลายแห่งทั่วประเทศ
Intro :
เด็กดีอย่างเธอที่ต้องยอมไปดูตัวกับคนที่ปู่เลือกให้ ตอนแรกกะว่าแค่ไปตามใจผู้ใหญ่
แต่พอรู้ว่าเขาคนนั้นเป็นใครความคิดก่อนหน้านั้นก็แทบไม่อยู่ในหัว
ส่วนเขาที่คิดหนีการนัดดูตัวตั้งแต่วันแรก ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะไม่ยอมให้ตัวเองมีข้อผูกมัด
กลับต้องมาตกม้าตายเพียงเพราะเธอคนนั้นตรงสเปก 100%
เหล่าตัวประกอบ
>ฝั่งพระเอก
ตระกูลวุฒินันท์ไธสง
-ไทเกอร์ = พี่ชายฝาแฝด
-ธันเดอร์,น้ำชา = พ่อแม่
-ทามไท = ปู่
-ลูกแพร,ฟ้าคราม = เพื่อนสนิท
>ฝั่งนางเอก
ตระกูลวรวงศ์พิพัฒน์
-อาตี้,หลิน = พ่อแม่
-เฟยฉี,พิไล = ปู่ย่า
-อาไท,อาย่า = พี่น้องต่างแม่
-ธัญญ่า = แม่ของอาไท,อาย่า
-เพลงขวัญ,มะนาว = เพื่อนสนิท
••••••••••
คำเตือน
⚠️
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาของไรท์เตอร์เท่านั้น สถานที่และเหตุการณ์ต่างๆ แต่งขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน มีฉากร่วมเพศและการใช้ความรุนแรง มีคำพูดที่ไม่สุภาพ เหมาะสำหรับนักอ่านอายุ 18 ปีขึ้นไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและคอมเมนท์อย่างสุภาพ
•••••••••••
Intro
บรื้นนน!!!
ท้ายรถคันหรูค่อยๆ ห่างออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมันหายลับไปจากสายตา ร่างบางที่ยืนนิ่งมองค้างอยู่ถึงกับพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย
“เห้ออ~ น่าเบื่อจริงๆ”
อาอิงสายหน้าและละสายตาออกจากภาพนั้น ก่อนจะตัดสินใจเดินไปที่หน้าโรงเรียนเป้าหมายคงไม่พ้นป้ายรถเมล์ เพราะตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว และเหตุผลที่เธอต้องทำอย่างนี้ก็เพราะว่ารถคันเมื่อกี้คือคนขับรถของที่บ้าน ที่ได้ทำการทิ้งเธอไว้ที่โรงเรียนเหมือนกับหลายครั้งที่ผ่านมา
‘ไม่ใช่คนขับไม่ดี คนที่สั่งต่างหากที่เป็นเด็กผี’
ฟุ่บ~
ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งเมื่อมีที่ว่างหนึ่งที่พอดี เธอถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า การขึ้นรถเมล์ไม่ใช่อุปสรรคร้ายแรงอะไรสำหรับเธอ แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าบ้านเธออยู่ไกลมากต่างหาก แถมรถเมล์สายที่ผ่านก็มีแค่สายเดียว เป็นชั่วโมงกว่าจะผ่านมาสักคัน
“อยากดีดนิ้วให้มันหายไปซะจริงๆ”
เสียงหวานบ่นพึมพำเมื่อตอนนี้ผู้คนเริ่มบางตาลงเรื่อยๆ ตัวเลขบนนาฬิกาที่ข้อมือแสดงเวลา 5:47 น. กว่ารถจะมา กว่าจะถึงบ้านเธอคงหมดแรงแน่ๆ
ฟุ่บ~
“อุ๊ย?! ยังไม่อยากกลับเลยอ่ะ”
“รถจะมาอะไรตอนนี้เนี่ย”
“พวกแกไปก่อนเลย ฉันจะอยู่รอคันหลัง”
“จะหกโมงแล้ว รถมันติดนะ”
“กลับก็ได้ ฮืออ~~ ทำไมมานั่งเอาตอนนี้ล่ะ”
เสียงบทสนทนาจากกลุ่มหญิงสาวด้านข้างไม่ได้ทำให้อาอิงสนใจเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้สิ่งที่เธอกำลังทำคือสาปแช่งน้องสาวต่างแม่ที่ทิ้งเธอไว้ที่นี่ต่างหาก
“คอยดูนะ ฉันจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับเธอ ยัยน้องเวร!”
“บ่นอะไรของเธอ”
ขวับ!
เสียงทุ้มที่ทักมาจากทางด้านข้างทำเอาอาอิงที่กำลังชกลมตรงหน้าถึงกับชะงัก เธอหันขวับไปมองตามเสียงนั้นทันทีจนได้เห็นใบหน้าด้านข้างของผู้ชายคนหนึ่งที่เธอไม่รู้จัก สิ่งแรกที่สะดุดตาคือไฝบริเวณหางตาด้านซ้ายของเขา และแก้มขาวๆ ที่มีเอกลักษณ์ของความน่ารักแต่งแต้มอยู่ นั่นก็คือลักยิ้มบุ๋มลึก มันเห็นชัดเจนตอนที่เขาอ้าปากกัดไอติมแท่งในมือ
“พูดกับใครอ่ะ?” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยไม่ค่อยแน่ใจว่าเมื่อกี้เขาได้พูดกับเธอหรือเปล่า
“…” แต่สิ่งที่เขาทำคือค่อยๆ หันหน้ามาสบตากับเธอ นาทีนั้นก้อนเนื้อด้านซ้ายของสาวน้อยวัยย่าง 16 ปี ก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง อาอิงเผลอมองสำรวจใบหน้านั้นด้วยความลืมตัว
“หึ!” จนกระทั่งคนตรงหน้าหลุดขำออกมาเล็กน้อย และเสี้ยววินาทีเขาก็เลิกสนใจเธอไปเลย
มือบางวางทาบที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง ข่มลมหายใจให้เบาที่สุดเพราะไม่อยากให้คนข้างๆ หันมามองกันอีก เพราะแค่เสี้ยววินาทีหัวใจของเธอก็ทำงานหนักมากแล้ว
ในใจได้แต่คิดว่าเขาเป็นใคร ทำไมเธอไม่เคยเห็นหน้า ทั้งๆ ที่อยู่โรงเรียนเดียวกันแท้ๆ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนที่เธอยังคงนั่งนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น รถก็ยังไม่ผ่านมาสักคันจนกระทั่งคิดไปถึงความแค้นที่มีต่อน้องสาวต่างแม่อีกรอบ กำปั้นน้อยๆ ทุบลงบนขาตัวเองแรงๆ ระบายความโมโห ดวงตากลมโตมองตรงไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างอีกเลย
“ยัยบ้า เกิดมาเพื่อเป็นเจ้ากรรมนายเวรของฉันแท้ๆ” ร่างบางขยี้หัวตัวเองจนผมที่เปียมาหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง
ตลอดเวลาอาอิงแทบจะไม่สนใจน้องสาวต่างแม่คนนี้เลยด้วยซ้ำ ต่างจากอีกคนที่เอาแต่คอยหาเรื่องเธอ อาย่าคือน้องสาวลูกของภรรยาอีกคนของพ่อเธอ ครอบครัวของอาอิงเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างใหญ่เพราะเมียสองคนอยู่บ้านเดียวกัน มันอาจจะฟังดูแปลกๆ แต่เธอชินแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่เรื่องราวเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะเกิดด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่ไม่ชอบใจและยังคงตามรังควานคือพี่น้องพ่อเดียวกันนี่แหละ
“ยัยพยาธิใบไม้เอ๊ย!” แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะยอมโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียว หากว่าอีกฝ่ายก็โดนเธอจัดการเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นทิ้งไว้ที่โรงเรียนแบบนี้ “กลับถึงบ้านนะ ฉันจะเอาหมามุ่ยไปเทให้เต็มเตียงแกเลย!”
หมายมั่นปั้นมือด้วยความโกรธแค้น
แต่จู่ๆ ความคิดนั้นก็หยุดชะงักลงเมื่อนึกได้ว่าตอนนี้ตัวเองโดนตัดค่าขนม เหตุเพราะสองวันก่อนเธอขัดขาอาย่าจนน้องสาวต่างแม่ล้มคว่ำหัวทิ่มไม่เป็นท่า แม่ผู้ผดุงคุณธรรมเลยหักค่าขนมเธอมาจนถึงตอนนี้
“ฉันไม่ได้เริ่มก่อนด้วยซ้ำ ทำไมต้องเป็นเราที่โดนลงโทษ” ใบหน้าขาวใสเงยขึ้นมองท้องฟ้าที่แสงเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ ได้แต่ถอนหายใจให้กับชะตาชีวิตตัวเอง “แม่นะแม่ ทำไมชอบใจดีกับคนพวกนั้น”
‘ปี๊นๆๆ’
ร่างเล็กสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงแตรรถดังขึ้นตรงหน้า และเมื่อพิจารณาดูดีๆ ก็เห็นว่าคนขับคืออาไทพี่ชายต่างแม่ของเธอ หรือก็คือพี่ชายแท้ๆ ของอาย่านั่นเอง
“กลับบ้านกันครับ” แค่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียก ใบหน้าสวยหวานก็แบะคว่ำก่อนจะกระทืบเท้าเดินตรงไปเปิดประตูรถ
กึก!
ปลายเท้าเล็กหยุดชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรไปบางอย่าง ก่อนจะตัดสินใจหันหลังกลับไปมองที่เดิมอีกครั้ง รอยยิ้มค่อยๆ เผยกว้างขึ้นเมื่อได้สบตาคมเข้มของคนที่นั่งเคียงข้างกันมานานเกือบชั่วโมง แม้จะเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็เถอะ…มันมีความหมายกับเธอไปแล้ว
“ขอบคุณที่นั่งเป็นเพื่อนนะ…” เสียงหวานดึงความสนใจจากคนที่นั่งก้มหน้ากดโทรศัพท์ จนคนพูดแย้มยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม
“…”
“พี่ลักยิ้ม ^^”
•••••
ปึง!
รถคันหรูค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากหน้าโรงเรียนอินเตอร์ชื่อดัง มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ของตระกูลวรวงศ์พิพัฒน์ เจ้าของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารหลายแห่งทั่วประเทศ เจ้าสัวรองหัวเรือใหญ่ตอนนี้คืออาตี้คุณพ่อลูกสามและเมียอีกสอง
“เฮียมาได้ยังไงคะ?” อาอิงหันหน้าไปถามพี่ชายที่เธอนับเป็นพี่ชายจริงๆ เพราะอาไทกับอาย่าคือฟ้ากับนรกสำหรับเธอ ถึงแม้ว่าทั้งสองจะเป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกันแต่นิสัยต่างกันสุดขั้ว
อาไทเปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของอาอิง เขาอายุห่างจากเธอถึง 5 ปี ใช่แล้วล่ะ…พ่อของเธอมีลูกกับเมียน้อยก่อนจะมีเธอที่แม่เป็นเมียหลวงที่แต่งเข้าตระกูลอย่างถูกต้อง
“อาย่าโทรไปบอก…เฮียขอโทษแทนอาย่าด้วยนะ” ทุกครั้งที่น้องสาวก่อเรื่อง มักจะเป็นเขาที่รู้สึกผิด
อาไทไม่เคยภูมิใจที่เกิดเป็นลูกชายคนโตของตระกูล เพราะเขารู้ดีถึงเรื่องราวในอดีตว่าคนผิดคือใคร และไม่เคยคิดร้ายกับอาอิงน้องสาวต่างแม่ที่น่ารักน่าเอ็นดูตั้งแต่วันแรกที่เธอลืมตาดูโลก เขารักน้องสาวทั้งสองคนเท่ากัน
เพียงแต่อีกคนค่อนข้างจะเกเรและดื้อรั้น สิ่งที่เขาทำได้คือห้ามปรามและคอยปกป้องไม่ให้ทั้งสองปะทะกันรุนแรง
“ไม่รับคำขอโทษแทนค่ะ” อาอิงปากคว่ำหันหน้าหนีออกนอกกระจก เธอไม่ได้ต้องการให้ใครมาขอโทษแทน คนทำเท่านั้นที่ต้องขอโทษเธอ
“โอเคๆ เฮียจะพาอาย่ามาขอโทษเราเอง”
“คงมาหรอก”
“ว่าแต่คนเมื่อกี้…ใครเหรอ?”
“ไม่รู้เหมือนกัน เขาแค่มานั่งเงียบๆ อยู่ข้างๆ อิง ไม่พูดอะไรสักคำ” จู่ๆ รอยยิ้มก็ค่อยๆ แสยะขึ้นมา เมื่อนึกไปถึงใบหน้าหล่อเหลาของรุ่นพี่คนนั้น
“ทีหลังรอในโรงเรียนนะ แล้วค่อยโทรหาเฮีย แบบนี้มันอันตราย”
“เฮียคิดว่าอิงจะโดนทิ้งอีกแล้วเหรอ?”
“…ไม่รู้สิ”
“เห้อออ~” ก่อนเรียนจบเธอคงเสียสติก่อนแน่ๆ
คงเป็นอีกวันที่ฉันตื่นเต้นที่สุดวันนี้ฉันตื่นตั้งแต่แปดโมงเพื่อเตรียมตัวออกไปข้างนอกกับพี่ทิกเกอร์ ตั้งแต่เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ใช้เวลาเลือกชุดอยู่เกือบชั่วโมง มาวันนี้ก็ต้องคัดอีกรอบเพราะฉันอยากให้การเจอกันของเรามันน่าประทับใจทุกครั้งฉันแต่งหน้าอ่อนๆ ตามแบบสไตล์ของตัวเอง เน้นตรงหน้าแก้มให้เห็นสีชมพูระเรื่อกับริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาลิปกลอสให้มันวาวน่ารัก และวันนี้ฉันก็เลือกมัดผมขึ้นเป็นหางม้าและลอนส่วนปลายให้ดูมีวอลุ่ม หน้าม้าซีทรูยิ่งทำให้ใบหน้าของฉันละมุนยิ่งขึ้น“เหมือนเด็กสามขวบเลยจริงๆ”ชุดที่ฉันเลือกใส่คือชุดเดรสแขนกุดสีขาวความยาวเหนือเข่าและกระโปรงก็ฟูเล็กน้อยด้วย เกิดมาขาสั้นเลยต้องใส่ส้นสูงเพ่ือเพิ่มความมั่นใจหันมองนาฬิกาอีกทีตอนนี้ก็ 11:45 เข้าไปแล้ว พี่ทิกเกอร์บอกว่าห้ามสาย แต่ฉันใช้เวลาตั้งแต่เช้าก็เกือบเสร็จไม่ทัน ‘นี่ฉันคงไม่เตรียมตัวเยอะเกินไปหรอกนะ’สองอาทิตย์แล้วที่ฉันได้เจอกับพี่ทิกเกอร์อีกครั้งหลังจากจบโรงเรียนมัธยมมา และนี่ก็เป็นครั้งที่สามที่เราได้เจอและได้พูดคุยกัน ไม่รู้ว่าเขาจะจำฉันได้บ้างมั้ย แต่สำหรับฉันทุกๆ วันความรู้สึกที่มีต่อพี่เขามันกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อ
‘ทำไมต้องตั้งใจขนาดนั้นวะ ก็แค่กำไลกากๆ’เห็นแล้วโคตรจะหงุดหงิด อากาศก็ร้อนฉิบหาย ดวงอาทิตย์อยู่กลางกบาลกูละมั้ง“เสร็จแล้ววว”เสียงเล็กๆ ดังแทรกอารมณ์ขุ่นมัวของผมขึ้นมา พอหันไปมองก็เห็นรอยยิ้มกว้างจนตาหยีของยัยจอมจุ้น ไม่รู้จะดีใจอะไรนักหนา ลูบอยู่นั่นแหละไม่จูบมันเลยล่ะจุ๊บ~“เฮียไทเกอร์ต้องชอบแน่ๆ เพราะหนูตั้งใจทำสุดฝีมือเลย”‘กูจะบ้าตาย’“เสร็จแล้วก็กลับ” ผมเอ่ยบอกและขยับตัวลุกขึ้น คว้าแก้วน้ำที่เหลืออยู่เล็กน้อยมากินต่อ ไม่มีมันผมคงหงุดหงิดมากกว่านี้เพราะขาดน้ำตาล“เฮียไทเกอร์ว่างวันไหนนะ จะได้เอาไปให้”“เอามา ฉันเอาไปให้มันเอง”“จะดีเหรอคะ?”“เออ เธอหามันไม่เจอหรอก”“แต่หนูโทร…”“มันไม่ว่าง”“อ่า…ก็ได้ค่ะ พี่อย่าลืมนะคะ บอกว่าหนูฝากมาให้ตั้งใจทำสุดฝีมือเลยด้วย”“เออๆ”“พูดไม่เพราะเลย”“บ่นอะไร กลับได้แล้ว”“ค่าาา~”พลั่ก!“อุ๊ย!”“ประชดเหรอ?”“เปล่าสักหน่อย”ทำตัวโคตรน่าหมั่นไส้ พอโดนจับได้ก็แบะปากคว่ำอย่างกับเด็กสามขวบ เหอะ!‘กูไม่เอาหรอกพี่สะใภ้แบบนี้’@คอนโดทิกเกอร์ กำไลกากๆ ที่ยัยเด็กนั้นทำตอนนี้อยู่ในกำมือของผมแล้ว กำลังคิดอยู่ว่าจะเอามันไปทิ้งที่ไหนดีไม่ให้เหลือหลักฐาน“
10:25 AMฉันนั่งพนมมือไหว้โทรศัพท์ของตัวเอง ภาวนาว่าขอให้แผนการสำเร็จเพราะตอนนี้ฉันต้องทักไปชวนพี่ทิกเกอร์แล้วLine : พี่ทิกเกอร์ AhhIng : พี่ทิกเกอร์คะวันนี้เป็นเช้าวันหยุด ฉันไม่รู้ว่าพี่เขาจะตื่นหรือยัง ไม่รู้ว่าจะไปรบกวนวันพักผ่อนของเขามั้ย ส่งไปแค่ข้อความสั้นๆ หากว่าเขาว่างเขาก็คงตอบกลับมาเองแต่ขอให้ตอบกลับมาเร็วๆ เถอะ ตอนนี้ฉันตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดโซฟาแล้วเนี่ยติ๊ง~“โอ๊ะ!” แค่ได้ยินเสียงข้อความดังขึ้นมา ฉันก็รีบคว้ามาเปิดดู และก็เป็นพี่ทิกเกอร์จริงๆ ด้วย “กรี๊ดดด~~~”P’Tigger : ว่า?ถึงจะเป็นแค่คำสั้นๆ แต่แค่นั้นหัวใจฉันก็ทำงานหนักแล้ว ใบหน้าร้อนผ่าว ร่างกายตื่นตัว แบบนี้สินะการนั่งรอข้อความของคนที่เราแอบชอบ ผ่านมาตั้งหลายปีฉันยังรู้สึกชอบพี่เขาอยู่แล้ว แถมตอนนี้ยังรู้สึกมากว่าเดิมอีกด้วยAhhIng : อาทิตย์หน้าพี่ว่างวันไหนคะถามกลับไปแล้วก็มานั่งลุ้นอีกว่าพี่เขาจะตอบกลับมาตอนไหน จะตอบว่าอะไร จนตอนนี้ฉันไถลตัวลงมานั่งบนพื้นพรมแล้วP’Tigger : ทำไมAhhIng : ไปเลือกของขวัญเป็นเพื่อนหนูได้มั้ยคะ?คงเป็นคำถามที่ตื่นเต้นและลุ้นระทึกที่สุด นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันจะได้ออกเดตแถมยังเป็นคน
“บอกแค่ว่าไม่อยากหมั้น” ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า พี่ทิกเกอร์ขบกรามแน่นจนสันกรามเด่นนูนขึ้นมา ซึ่งสายตาของเขายังคงวางอยู่บนใบหน้าของฉัน“จะเป็นอะไรมั้ยถ้าหนูจะขอคอนแทคจากพี่ หนูอยากรู้เรื่องของเฮียไทเกอร์ค่ะ”“…”“พี่จะช่วยหนูมั้ยคะ?” ฉันถามและใช้ท่าประจำกายของตัวเองคือเอียงคอน้อยๆ รอคำตอบจากปากคนตัวสูง“…เอาไลน์เธอมา” เขาถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสีดำสนิทไร้เคสป้องกันใดๆ ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ฉันก็รีบหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาบ้างและเปิดคิวอาร์โค้ดให้พี่ทิกเกอร์สแกน“เพิ่มเพื่อนเลยค่ะ” ฉันเอ่ยบอกด้วยความตื่นเต้นแถมยังหลุดยิ้มกว้าง ไม่พอยังลืมตัวขยับไปยืนใกล้เขาและก้มมองโทรศัพท์ในมือหนา เพื่อดูว่าเขากดเพิ่มเพื่อนฉันหรือยัง “ส่งสติกเกอร์ให้หนูด้วย”“วุ่นวาย”“แงะ~” พอโดนว่าก็รีบเงยหน้าขึ้นไปแบะปากใส่เขาเหมือนกำลังงอแง แต่กลายเป็นว่าฉันได้เห็นรอยยิ้มแรกของเขาซะงั้น เพราะพี่ทิกเกอร์เขาหลุดยิ้มจนข้างแก้มบุ๋มลงไป แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีเขาก็รีบปรับสีหน้าและใช้ไหล่กระแทกฉันให้ถอยห่าง“อย่าเยอะ”“งั้นถ้าหนูอยากรู้ความเคลื่อนไหวของเฮียไทเกอร์ หนูทักหาพี่นะคะ











