LOGINเพลิง มาเฟียตระกูลใหญ่ทำธุรกิจบังหน้าแต่เบื้องหลังสีเทา ไม่เคยเกรงกลัวใคร ภายนอกดูเป็นคนเกี้ยวกราดดุร้าย หนุ่มเจ้าสำราญ เบื่อง่าย เปลี่ยนผู้หญิงขึ้นเตียงเป็นว่าเล่น อยากได้ใครก็ต้องได้….ถ้าไม่ยอมก็แค่ฉุด ‘ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยเธอไปแต่ถ้าเจอกันอีกเมื่อไหร่เตรียมตัวเอาไว้เพราะฉันจะ….ลากเธอขึ้นเตียง’ ————————- เอิงเอย เด็กสาววัยใส คืนนั้นที่คลับเธอถูกขโมยจูบแรกไป แถมยังตื่นขึ้นมาภายในห้องที่ไม่คุ้นเคย จำแม้แต่หน้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้เพราะความเมา โชคดีที่เสื้อผ้าติดอยู่ที่ตัวครบไม่มีชิ้นไหนถูกถอดออกไป ‘ไอ้โรคจิต! ผู้ชายคนนั้นต้องเป็นโรคจิตที่ชอบลวนลามผู้หญิงไปทั่วแน่ๆ น่าขยะแขยงที่สุด ถ้าเจออีกจะเตะให้คว่ำเลย!!’
View More#โรงแรมหรู
ภายในห้องระดับพรีเมียม ผมอุ้มผู้หญิงตัวเล็กมาวางไว้บนเตียงขนาดคิงไซซ์ แล้วจ้องมองเรือนร่างของเธออย่างไม่ละสายตา “นะ หนาว” “เดี๋ยวก็ร้อน” ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรให้ยืดยาว ผมขึ้นคร่อมบนตัวของเธอที่นอนไม่ได้สติ ก่อนจะก้มลงฉกชิมรสหวานจากริมฝีปากอวบอิ่มอย่างอดใจไม่ไหว ทว่าก็ต้องแปลกใจเพราะคนตัวเล็กใต้ร่างทำเหมือนจูบไม่เป็น “อื้อ มะ ไม่นะ อื้อ~” เธอใช้มือปัดป่ายไปทั่วแม้ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น “ต้องการเงินเท่าไหร่ ?” ดวงตากลมค่อย ๆ เปิดขึ้นมองหน้าผม เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยท่าทางที่ไม่มีสติเหมือนเดิม “ถามว่าจะเอาเงินเท่าไหร่ ฉันยินดีจ่าย” ผมถามย้ำ “หะ ห้ายเงินเอยทำมายคะ” “คืนนี้ฉันซื้อเธอ ค่าตัวเท่าไหร่ว่ามา” ดวงตาของเธอค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ แถมยังไม่ยอมตอบคำถามของผม ผมจ้องมองใบหน้าหวานรับรู้ได้ว่าผู้หญิงคนนี้บริสุทธิ์และมันก็ทำให้ผมยิ่งอยากลิ้มลองรสหวานจากร่างกายของเธอ ถึงแม้ตอนนี้เธอจะหลับไปแล้ว ผมก้มลงสูดกลิ่นหอมตรงซอกคอของผู้หญิงใต้ร่างที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาซะก่อน ผมหันไปจ้องมองโทรศัพท์อย่างไม่ชอบใจเท่าไหร่ เพราะถูกขัดจังหวะแต่ก็ยอมรับสายแต่โดยดี “มีอะไร” (นายครับตอนนี้โกดังไฟไหม้ไฟกำลังลามไปทั่วแล้วครับ) “พวกมึงดูแลกันยังไงให้โกดังกูไฟไหม้ฮะ!!” ผมตวาดถามลูกน้องอย่างไม่สบอารมณ์ ถ้าหากไฟไหม้ทั้งโกดังมูลค่าความเสียหายทั้งหมดคงไม่ต่ำกว่าร้อยล้าน (พวกที่เฝ้าหน้าโกดังถูกวางยาทั้งหมดเลยครับนาย) ผมตัดสายทิ้งพร้อมกับกำโทรศัพท์ในมือแน่น รู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง และตอนนี้ผมไม่สามารถนิ่งนอนใจอยู่ที่ไทยได้ เพราะต้องรีบกลับอังกฤษ ใจนึกเสียดายเมื่อมองร่างอรชรที่นอนหลับอยู่ ถ้าปล่อยเธอไปก็คงจะเหมือนปล่อยเนื้อชิ้นดี แต่ตอนนี้มันมีเรื่องที่ต้องสนใจมากกว่าเซ็กส์ ผมก้มลงกระซิบบอกข้าง ๆ หูของคนตัวเล็กที่กำลังหลับไม่รู้เรื่อง “ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยเธอไปแต่ถ้าเจอกันอีกเมื่อไหร่เตรียมตัวเอาไว้เพราะฉันจะ… ลากเธอขึ้นเตียง” “อื้อ~”ผู้ชายที่ชื่อลีวายมารับมิลินจริง ๆ เหมือนทั้งสองจะมีปัญหากัน แต่สุดท้ายมิลินก็ยอมกลับไป ไม่สิไม่ใช่ยอม เรียกว่าจำใจมากกว่า“ผู้ชายคนนั้นนิสัยเหมือนเฮียไม่มีผิด”คุณเฟยขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของฉันก่อนจะถาม “ยังไง?”“ก็เป็นพวกดุร้ายแถมยังชอบบังคับ ดูท่าทางแล้วคงจะใจร้ายมาก ๆ มิลินถึงได้ไม่อยากเข้าใกล้แบบนั้น”“นั่นมันฉันในเมื่อก่อน ไม่ใช่ตอนนี้สักหน่อย”“ถ้าเฮียกลับมาทำนิสัยแบบนั้นหนูจะหอบลูกหนีไปไกล ๆ เลยคอยดูสิ”คุณเฟยดึงตัวฉันมาสวมกอดแน่นแล้วถอนหายใจเบา ๆ “ฉันจะเป็นสามีที่ดีของเธอ… แต่ตอนนี้เรามาทำเรื่องที่ค้างไว้กันต่อดีกว่านะ”“ทะ... ทำได้จริง ๆ ใช่ไหมคะ” ค่อนข้างกังวลเพราะฉันก็ศึกษามาบ้างว่าการมีเพศสัมพันธ์เสี่ยงต่อการแท้ง“ได้สิ ฉันจะค่อย ๆ ทำ”“รอคลอดก่อนแล้วเราค่อยทำ…”“ถ้าต้องให้รอนานขนาดนั้นก็ตัดของฉันทิ้งไปเลยดีกว่า”“หือ! นี่ถึงขนาดยอมตัดทิ้งเลยเหรอคะ” ฉันยกมือขึ้นมาป้องปากทำตาโต“ฉันแค่พูดประชด!!”คุณเฟยทำหน้าตึงใส่ จากนั้นก็อุ้มฉันพาเดินขึ้นบันไดไปบนชั้นสอง#ภายในห้องคุณเฟยวางฉันลงบนเตียงพร้อมกับขึ้นมาคร่อม แต่พอจะถูกถอดเสื้อผ้าฉันก็รีบรั้งมือหนาเอาไว้“ทำไม?”“หนูขอทำ
สีหน้าที่ดูเหมือนจะโกรธจริงจังของคุณเฟยทำให้ฉันแอบรู้สึกผิดไม่น้อย แต่ทำยังไงได้บอกมิลินไปแล้วนี่นา“ยะ... อย่าดุหนูสิคะ เดี๋ยวถ้ามิลินกลับหนูจะจัดชุดใหญ่ให้นะคะ ^_^”“ฉันต้องการ… ตอนนี้”“ตอนนี้ไม่ได้เพื่อนหนูมาเฮียเข้าใจหน่อยสิ”“เธอทำกับฉันเกินไปแล้วนะน้ำอิง”“นะคะ หนูสัญญาว่าจะไม่ทำให้เฮียผิดหวัง ^_^”“ครึ่งชั่วโมง ฉันให้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง”“รับทราบค่ะ ^_^”“ถ้าเกินครึ่งชั่วโมงฉันจะไปอุ้มเธอขึ้นห้อง”คุณเฟยพูดทิ้งท้ายพร้อมกับถอนหายใจหนัก ๆ แล้วลุกขึ้นจากตัวฉัน จากนั้นก็หยิบเสื้อผ้ามาใส่ ฉันเองก็รีบแต่งตัวเพราะมิลินโทรมาสามสายแล้วหลังจากใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยฉันก็เดินมารับมิลินที่หน้าประตูบ้าน“ทำไมจู่ ๆ ถึงมาหา…”“น้ำอิง อึก~”มิลินโผล่เข้ากอดฉันแล้วร้องไห้โฮออกมา ทำเอาฉันทำตัวไม่ถูก“มิลินเป็นอะไร เธอร้องให้ทำไม”“ฉัน อึก~ ฉันรู้สึกแย่จัง ฉันไม่อยากอ่อนแอต่อหน้าเธอแบบนี้เลยน้ำอิง อึก~”“เข้าไปคุยกันข้างในบ้านดีกว่านะ” ฉันดันกอดออก มิลินพยักหน้าแล้วเดินตามฉันมาที่ห้องรับแขกฉันไม่รู้จะเริ่มปลอบเพื่อนยังไงดี ไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอร้องไห้หนักขนาดนี้ มิลินเอาแต่พูดว่าตัวเ
คุณเฟยผละใบหน้าขึ้นแล้วมองฉันตาหวานเยิ้ม ก่อนจะใช้นิ้วเกลี่ยวนไปมาตรงพวงแก้มของฉันเบา ๆ“เจ้าเล่ห์”“ฉันเจ้าเล่ห์แบบนี้แล้วเธอจะรับมือยังไง”“หนูจะ… รับมือยังไงดีน้า” ฉันใช้มือดันตัวเองลุกขึ้นนั่งแล้วถอดเสื้อออก ภาพที่เห็นทำให้คุณเฟยยิ้มอย่างพอใจคุณเฟยจับปลายคางฉันเงยขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ก้มลงมาจูบอย่างดูดดื่ม ลิ้นสากค่อย ๆ สำรวจไปจนทั่วภายในโพรงปาก ความนุ่มนวลทำให้ฉันเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสนี้ในขณะที่จูบกันอย่างดูดดื่มคุณเฟยก็ค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อของตัวเองไปด้วย แล้วถอดเสื้ออกทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดีถึงแม้เสื้อตัวนั้นราคาจะแพงขนาดไหนเสื้อผ้าที่อยู่บนร่างกายของเราทั้งคู่ถูกถอดออกไปทีละชิ้น ๆ จนไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียวยอมรับว่าตอนนี้ฉันกำลังเขินสายตาของคุณเฟยที่กำลังมองเรือนร่างของฉันอยู่แบบไม่กะพริบตา“เฮียมองแบบนี้หนูก็เขินเป็นนะคะ”“ภรรยาของฉันสวยขนาดนี้ ไม่ให้มองได้ยังไง”พูดจบคุณเฟยก็ค่อย ๆ ดันตัวเองลงมาตรงกลางระหว่างขาแล้วก้มหน้าลง ฉันจึงรีบใช้มือปิดตรงนั้นของตัวเองเอาไว้“ฮะ... เฮียจะทำอะไรเหรอคะ”“ฉันกำลังจะทำให้เธอมีความสุข”คุณเฟยจับมือที่ฉันเอาปิดตรงนั้นของตัวเองออกไปให้
ฉันได้แต่ถามตัวเองว่าตอนนี้กำลังฝันอยู่หรือเปล่า นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม คำพูดเมื่อครู่นี้หมายความว่า… ท่านยอมรับฉันแล้วอย่างนั้นเหรอแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เหมือนก่อนหน้านี้ไม่นานท่านยังไม่มีท่าทียอมรับฉันเลย จู่ ๆ พูดแบบนี้มันน่าเหลือเชื่อจริง ๆคุณเฟยเอามือมากุมมือฉันไว้เราสองคนต่างยิ้มให้กัน ความทุกข์ในใจที่ทำให้คิดมากมานาน วันนี้ทุกอย่างถูกปลดล็อกแล้ว ไม่มีเรื่องต้องคิดมากอีกต่อไปแล้ว“ขอบคุณครับพ่อ ขอบคุณที่ยอมรับผู้หญิงที่ผมรัก”“แกเลือกแล้วฉันจะขัดอะไรได้ อย่างน้อยเมียแกก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้เห็นแก่เงิน เพราะไม่ว่าฉันจะพยายามเสนอเงินมากมายเท่าไรเมียแกก็ไม่ยอมรับ”ฉันยิ้มแห้ง ๆ หลังจากได้ยินคำที่ท่านพูด เพราะตอนแรกฉันก็ขายตัวแลกเงิน ถ้าท่านรู้เบื้องหลังต้องไล่ฉันตะเพิดแน่ ๆ เลยท่านละสายตาจากคุณเฟยมาโฟกัสฉันแทน แล้วถาม “ฉันรู้มาว่าเธอไม่มีญาติที่ไหน ใช่หรือเปล่า”“ค่ะ” เอาเข้าจริงพอถูกยอมรับแล้วมันทำให้รู้สึกเกร็งมาก ๆ“ถ้าอย่างนั้นฉันจะคุยเรื่องค่าสินสอดกับเธอเลยก็แล้วกัน”“… ค… ค่าสินสอดเหรอคะ”“อืม เธออยากได้เท่าไรบอกมาสิ”“เอ่อคือหนูว่าไม่ต้อง…” กำลังจะปฏิเสธแต
หลายวันผ่านไปตอนนี้ฉันกลับมาที่กรุงเทพแล้ว ชีวิตวนเวียนอยู่กับอะไรเดิม ๆ ตื่นเช้าทำความสะอาดบ้าน วนอยู่แบบนั้น ออกไปไหนไม่ได้ ที่บ้านก็ไม่มีคนอยู่แม้แต่คนเดียว เพราะคุณเฟยสั่งให้คนที่เคยเฝ้าที่บ้านย้ายออกไปไหนก็ไม่รู้พอกลับจากต่างจังหวัดคุณเฟยก็ไม่ได้เข้ามาที่บ้านเลย เขาหายหน้าไปเกือบจะครบอาทิตย์
หลังจากถูกจับยัดเข้ามาในรถเยี่ยงทาสแล้ว คุณเฟยก็ได้ทำการเหยียบคันเร่งจนมิดทำให้ความเร็วรถพุ่งทะยาน ฉันหลับตาปี๋หัวใจเต้นแรงกลัวจนตัวสั่น คิดในใจว่าตอนนี้ตัวเองอาจจะออกมานอกโลกแล้วเอี๊ยด~ !!!“กรี๊ด!!!!” จากที่หลับตาเงียบฉันก็ต้องหลุดกรี๊ดออกมาเสียงหลงเมื่อคุณเฟยได้ทำการเบรกรถกะทันหัน ก่อนฉันจะถามอ
คุณเฟยมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะพูดต่อ “ฉันว่าทำตรงนี้มันก็น่าตื่นเต้นดีเหมือนกัน”“ตะ... ตรงนี้เหรอคะ”เขาหมายถึงตรงหน้าต่างบานใหญ่ที่ไม่มีผ้าม่านกั้น ขนาดมองออกไปยังเห็นบรรยากาศโดยรอบถึงแม้เป็นตอนกลางคืนจะไม่มีใครเห็นบทเร่าร้อนที่น่าอับอายนี้เลยงั้นเหรอ“มีปัญหาอะไร?” พอฉันลังเลคุณเฟยก็ถามด้วยน
ฉันนั่งมองมีดและช้อนส้อมที่วางอยู่กับจานสเต๊ก คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจใช้มือฉีกชิ้นเนื้อเพราะหั่นกินแบบผู้ดีไม่เป็นขณะที่กินอยู่ก็ชำเลืองตามองคุณเฟยและผู้ชายคนนั้นเป็นระยะ ๆ ไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกันเพราะอยู่ไกลแล้วทั้งคู่ก็คุยกันเสียงเบามาก ๆ แต่เหมือนจะเป็นเรื่องซีเรียสถ้าให้เดาผู้ชายคนนั้นค
reviewsMore