Home / โรแมนติก / คุณหมอณภัทร / ค่ำคืนที่แสนจะอบอุ่น

Share

ค่ำคืนที่แสนจะอบอุ่น

Author: นรมน
last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-25 01:30:55

เย็นวันเสาร์บ้านทรงไทยสมัยใหม่ย่านใจกลางเมืองหลังเดิมที่เธอเคยมาครั้งสุดท้ายเมื่อตอนที่เขากลับมาจากเมืองนอก ยังคงอบอุ่นเหมือนเดิมกลิ่นอาหารหอมลอยมาตั้งแต่หน้าบ้าน

ม่านมุกกระซิบข้างหูเธอเบา ๆ

“ได้ข่าวว่าพี่เสือทำเองด้วยนะจ๊ะเมนูวันนี้ไข่พะโล้+ยำแซ่บ”

เธอเอาศอกกระทุ้งเพื่อนแบบเขิน ๆ

“จริงดิ!พี่เสือทำอาหารเป็นด้วยเหรอ”

ณภัทรกำลังยืนหั่นผักอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัว

สวมเสื้อยืดสีขาวธรรมดา ผ้ากันเปื้อนสีเทาคาดอก ผมยุ่งเล็กน้อยเพราะไอน้ำจากหม้อแกง

ภาพที่ไม่ใช่หมอในห้องตรวจ แต่เป็นพี่ชายที่ดูอบอุ่นแบบที่เธอไม่เคยเห็นชัดขนาดนี้

“นับ มาแล้วเหรอ?”

เขาหันมายิ้มให้เธอ ดวงตานิ่งแต่มีประกายบางอย่างที่อธิบายไม่ได้

“ค่ะ”

เธอยิ้มเขิน ๆ แล้วมองเขายกหม้อพะโล้ลงจากเตาไปตั้งบนโต๊ะอย่างคล่องแคล่วคุณดารินแม่ของเขาเดินออกมาพอดี ยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู

“นับ ทำไมหน้าซีดจังเลยลูก เข้ามา ๆ วันนี้แม่กับเสือช่วยกันทำหลายอย่างเลยนะ”

นับดาวก้มศีรษะไหว้ก่อนจะตามเข้าไปม่านมุกแอบกระซิบข้างหู

“บรรยากาศเหมือนสามีทำอาหาร รอภรรยาเลยอ่ะแก”

ทั้งโต๊ะถูกจัดอย่างเรียบง่าย แต่อบอุ่นมีไข่พะโล้ หมูสามชั้นนุ่มละลายในปาก ยำวุ้นเส้นรสจัดจ้าน ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ และผลไม้ฝานใส่จานอย่างสวยงาม

“ลองชิมพะโล้ฝีมือเสือดูสิจ๊ะ” แม่ของณภัทรเอ่ยอย่างภูมิใจ

นับดาวตักช้า ๆ แล้วลองชิมคำแรกกลิ่นเครื่องเทศหอมอ่อน ๆ กับรสเค็มหวานกลมกล่อม

“อร่อยมากเลยค่ะ”

เธอยิ้มจริงใจ แล้วเผลอมองคนปรุงโดยไม่รู้ตัว

ณภัทรไม่ได้พูดอะไร แต่แค่เขายิ้มเธอก็รู้ว่าเขารอฟังคำนี้อยู่

หลังอาหาร ม่านมุกถูกแม่ใช้อ้างให้ไปช่วยล้างจาน ปล่อยให้เขากับนับดาวอยู่ในห้องนั่งเล่น

ณภัทรยกแก้วน้ำเปล่ามาให้เธอ แล้วนั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ

มือเขาวางบนต้นขาตัวเองอย่างสุภาพ ไม่แตะต้อง แต่ก็ไม่ห่างเกินไป

“วันนี้อาหารถูกปากไหม”

เสียงเขานุ่มกว่าทุกครั้งนับดาวยิ้มเล็กน้อย

“อร่อยค่ะนับไม่คิดว่าพี่เสือจะทำอาหารเก่งขนาดนี้”

“แล้วนับชอบไหมครับ”

เขาถามเบา ๆ สายตาจริงจังแบบที่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ

“ชอบค่ะ”

เธอตอบเสียงแผ่ว ก่อนจะยิ้มมุมปากเขาหัวเราะเบา ๆเสียงนั้น

เหมือนกล่อมให้หัวใจเธอสงบลงอย่างประหลาดและในคืนนั้นเอง

นับดาวยิ้มเขิน ก้มหน้าจนคางแทบชิดอก

และในใจของเธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า อาการไม่สมดุลในร่างกาย

เป็นเพราะฮอร์โมน หรือเพราะเขากันแน่

กลิ่นอาหารยังอวลอยู่ในบ้านเสียงหัวเราะของม่านมุกดังอยู่ในครัว ขณะที่ช่วยแม่ล้างจาน ณภัทรเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี สะบัดมือเล็กน้อยก่อนหยิบผ้าขนหนูมาเช็ด

สายตาเขาเหลือบไปเห็นนับดาวกำลังเก็บจานเปล่าจากโต๊ะไปกองไว้บนเคาน์เตอร์ เธอทำเงียบ ๆ แต่เรียบร้อย

“นับไม่ต้องเก็บแล้วจ้ะ เดี๋ยวมุกจัดการเอง”

แม่ของเขาเอ่ยขณะหันหลังอยู่

“ได้ค่ะ”

เธอยิ้มบาง ๆ แล้วเช็ดมือตัวเองบนผ้า ก่อนจะเดินมานั่งตรงโซฟา

ณภัทรมองเธอแวบหนึ่งแล้วหันไปทางม่านมุกที่กำลังจะล้างชามใบสุดท้าย

“มุก เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งนับดาวเองนะ”

ม่านมุกเงยหน้าขึ้นมองทันที ดวงตาขยับไวกว่าใจ

“หืม? ไม่ต้องก็ได้พี่เสือ เดี๋ยวมุกไปส่งเอง”

“ไม่เป็นไร พี่ว่าจะออกไปธุระแถวนั้นพอดี”

เขาตอบเสียงเรียบ ดึงผ้าเช็ดมือออกจากราวแล้วเดินมาหยิบกุญแจรถจากโต๊ะ

ม่านมุกเหล่ตามองนับดาวด้วยสายตา “เห็นมั้ย?” แล้วก็ยิ้มกรุบกรอบ

นับดาวหน้าเริ่มร้อน ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว หัวใจดวงเล็กๆพองโตจนเหมือนจะกลายเป็นฟองสบู่

เธอขยับลุกขึ้นแล้วโค้งขอบคุณแม่ของณภัทรเบา ๆ

“ขอบคุณสำหรับอาหารเย็นนะคะคุณแม่ อร่อยมากเลยค่ะ”

“ไว้แวะมาบ่อย ๆ นะลูก แม่ดีใจที่ได้เห็นหน้านับอีก”

คุณดารินยิ้มอย่างเอ็นดูและจับมือเธอเบา ๆ

ณภัทรเดินนำเธอออกมาหน้าบ้าน

เมื่อเปิดประตูรถให้ เขาหันมาพูดเรียบ ๆ

“เชิญครับ”

เสียงเขาเบากว่าทุกครั้ง แต่แฝงความขี้เล่นบาง ๆ

นับดาวชะงักไปครู่หนึ่ง

ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วตอบกลับเบา ๆ ไม่มองหน้าเขา

และการขับรถไปส่งในคืนนั้นจึงไม่ใช่แค่การส่งผู้หญิงคนหนึ่งกลับบ้านแต่เป็นการกลับเข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง

อย่างมีเจตนาและอบอุ่นขึ้นทุกนาที

เสียงคลิกเบา ๆ ดังขึ้นเมื่อประตูรถถูกปิด

ณภัทรสตาร์ทรถอย่างนุ่มนวล ไฟหน้ารถส่องสว่างบนถนนที่เงียบสงบหลังมื้อค่ำ

ในรถเงียบแต่ไม่อึดอัดบรรยากาศคล้ายตอนที่เธอเป็นเด็กสาววัยมัธยมต้น นั่งเบาะหลังรถที่มีพี่เสือคนนี้เป็นคนขับ เงียบ สุภาพ ไม่พูดมาก แต่เธอชอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาเสมอ

วันนี้ก็เหมือนกันแค่ต่างตรงที่เธอนั่งข้างเขาแล้ว

“ช่วงนี้ทำงานเหนื่อยไหม?”

เขาเอ่ยถามเบา ๆ ดวงตายังมองถนน แต่โทนเสียงอ่อนลงกว่าในห้องตรวจนับดาวยิ้ม

“ก็เรื่อย ๆ ค่ะ งานเยอะขึ้น แต่ก็ยังสนุกอยู่”

“นั่นแหละที่พี่ห่วงต้องบอกยัยมุกแล้วว่าให้งานนับน้อยๆหน่อย”

เขาพูดเบา ๆ ราวกับกำลังคิดกับตัวเอง

“บางทีคนเราชอบทำอะไรสนุกจนลืมพัก ลืมดูแลตัวเอง”

เธอหันไปมองหน้าเขาแสงไฟข้างถนนไล้ผ่านใบหน้าของเขา เงาสะท้อนบนกระจกสะท้อนรอยยิ้มบาง ๆ มุมปาก

“เหมือนใครบางคนที่รับเวรดึกทุกสัปดาห์นั่นแหละค่ะจริงไหมค่ะพี่เสือ”

เธอแกล้งย้อนเขาหัวเราะเบา ๆ

“จำได้ด้วยเหรอ?”

“จำได้หมดแหละค่ะถ้าเป็นเรื่องของพี่เสือ”

เธอกระซิบเบา ๆ ไม่ให้เขาได้ยิน

เสียงเพลงในรถคลอเบา ๆเป็นเพลงเก่า ๆ ที่เธอเคยฟังตอนวัยมัธยม เพลงที่เขาชอบเปิดเวลาไปรับน้องสาวจากโรงเรียน

“ยังฟังเพลงเดิมอยู่เหรอคะ?”

“ก็...มันทำให้พี่นึกถึงช่วงที่ดี ๆ”

เขาตอบเสียงนิ่ง แต่ใจความทำให้เธอเงียบไปชั่วครู่

ณภัทรเหลือบมองเธอแวบหนึ่งก่อนจะพูดเบา ๆ โดยไม่หันมามอง

“แล้วนับล่ะนึกถึงช่วงนั้นบ้างไหม?”

นับดาวไม่ตอบเธอเพียงแต่พยักหน้าเบา ๆ แล้วหลบตา

เมื่อรถจอดหน้าคอนโดของเธอเขาดับเครื่องลง และหันมามองเธอ

“พี่ขอขึ้นไปดื่มน้ำได้ไหม?”

เขาพูดเรียบ ๆ ไม่มีอ้อมค้อมน้ำเสียงธรรมดาแต่ในใจเธอเต้นดังไปหมด

นับดาวหันไปมองเขา เธอเห็นแววตาของเขาไม่ได้อ้อน ไม่ล้อเล่น

แต่มันจริงใจและเต็มไปด้วยความระมัดระวัง

“น้ำเปล่าธรรมดาเท่านั้นนะคะ ไม่มีไวน์ ไม่มีเบียร์”

เธอพูดติดตลกกลบเกลื่อน

เขายิ้มกว้างทันที

“พี่ไม่กล้าดื่มอะไรแรง ๆ หรอก”

คำพูดนั้นเบากว่าลมแต่แรงพอจะทำให้เธอหน้าแดงได้อย่างง่ายดาย

ห้องของนับดาวเป็นห้องขนาดกลางในคอนโดมิเนียมย่านสงบ ไม่วุ่นวายจนเกินไป กว้างพอให้เธอใช้ชีวิตได้สบาย และตกแต่งด้วยโทนอบอุ่นที่สะท้อนความเป็นตัวเธออย่างชัดเจน

มุมโซฟา สีเทาอ่อนติดริมหน้าต่าง เป็นมุมโปรดของเธอ หมอนอิงลายดอกไม้สีพาสเทลใบเล็กวางเรียงไว้สองสามใบ ใกล้กันมีโต๊ะไม้ขนาดกะทัดรัด วางแจกันแก้วใสที่มีดอกยิปโซแห้งจัดอย่างเรียบง่าย พร้อมเทียนหอมกลิ่นลาเวนเดอร์วางเคียง

ผนังด้านหนึ่ง ติดกรอบรูปภาพเล็ก ๆ ที่เธอวาดเองทั้งภาพบ้านสวนของแม่ ภาพแมวเหมียวจากร้านกาแฟแถวที่ทำงาน หรือบางภาพก็เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่เธอเขียนเองไว้เตือนใจ เช่น “ใจเต้นแปลว่าเรายังรู้สึกอยู่”

แสงไฟในห้องสว่างเพียงแค่พอนับดาวหยิบน้ำเย็นหนึ่งแก้ววางลงบนโต๊ะไม้เล็กหน้าโซฟา ก่อนยื่นให้เขา

“นั่งก่อนสิคะ”

เธอยิ้มบาง ๆ ชี้ไปยังโซฟาเดี่ยวริมหน้าต่าง

แต่ณภัทรกลับเลือกนั่งลงบนโซฟาที่ยาวกว่า ข้างเธอ  เว้นระยะห่างไว้เล็กน้อยอย่างคนมีมารยาท

เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบา ๆ

บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเงียบที่ไม่อึดอัด

กลับเป็นเงียบที่รู้สึกปลอดภัยณภัทรยกแก้วน้ำขึ้นจิบ แล้ววางไว้เบา ๆ

สายตาเขาไม่ได้มองโทรทัศน์ที่เปิดอยู่เบา ๆ หากแต่มองโต๊ะเล็กตรงหน้าแล้วพูดขึ้นอย่างเรียบง่าย

“นับโตขึ้นมากเลยนะ”

นับดาวหลุดยิ้ม

“ก็ผ่านมาหลายปีนี่คะ พี่เองก็เปลี่ยน”

“ตรงไหน?” เขาหันมาถาม

เธอมองเขาแวบหนึ่ง แล้วพูดเสียงเบา

“ตาไม่เหมือนเดิม”

ณภัทรเลิกคิ้ว

“เมื่อก่อนเป็นยังไง?”

“ตาพี่เหมือนกระจกเงาสะท้อนทุกอย่างชัด แต่ดูห่างไกล”

เธอหัวเราะเบา ๆ

“ตอนนี้มันเหมือนอบอุ่นขึ้น”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับเสียงต่ำ

สายตาคู่นั้น ที่ทิ้งไว้ในความทรงจำของเธอ

ว่าเขาเริ่มมองเห็นเธอในแบบที่เธอเฝ้ามองเขามานานแล้ว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • คุณหมอณภัทร   ตอนจบ

    เธอหันหน้ามาสบตาเขาช้า ๆ แล้วถามกลับเสียงเบา“แล้วที่ผ่านมา…พี่แน่ใจหรือยังคะ ว่าใจพี่…ไม่ได้ล่องลอยไปหาคนอื่น”ณภัทรขยับเข้าไปใกล้ ดวงตาของเขานิ่งแน่วจนเธอรู้สึกเหมือนยืนอยู่ตรงหน้าความจริงทั้งมวล“พี่เคยสับสน ใช่พี่ไม่ปฏิเสธ แต่วันนี้พี่รู้แล้ว ว่าสิ่งที่พี่ต้องการไม่ใช่แค่ใครสักคนที่อยู่ข้าง ๆ พี่เวลาเหงา” เขาหยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ “แต่คือคนที่พี่ไม่อยากให้หายไปจากชีวิต ไม่ว่าจะมีใครผ่านเข้ามา หรือพี่จะต้องผ่านเรื่องอะไรไปก็ตาม”เขาหยิบบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อออกมา แผ่นกระดาษเก่าที่พับไว้อย่างดี เป็นภาพวาดดินสอของนับดาวในวันที่เขาเคยแอบมองเธอวาดรูปอยู่“พี่เก็บไว้ตั้งแต่วันนั้น” เขายื่นให้เธอ “วันที่รู้ตัวว่าพี่หลงรักผู้หญิง คนหนึ่ง ที่มองโลกด้วยสายตาอ่อนโยนกว่าใคร”นับดาวรับกระดาษนั้นไว้ มือของเธอสั่นนิด ๆ ดวงตารื้นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“แต่พี่ก็ทำให้เธอเสียใจ” เขาพูดเสียงแผ่ว “และถ้าคำว่าขอโทษยังมีค่ามากพอ พี่อยากใช้มันเพื่อเริ่มต้นใหม่กับนับอีกครั้งไม่ใช่ในฐานะพี่ชายของเพื่อน หรือคนรู้จัก แต่ในฐานะคนรัก ที่พร้อมจะรักนับไปทุกวัน”ความเงียบไหลผ่านระหว่างเขาและเธออีกครั้งหนึ่งแต

  • คุณหมอณภัทร   ปรับความเข้าใจ 2/2

    “ครับ ผมตั้งใจมาไหว้คุณพ่อกับคุณแม่ และ...มารับนับกลับครับ” เขาพูดเสียงนิ่งแต่ชัดเจน ดวงตาจริงจังจนทั้งพ่อและแม่ของนับดาวต่างพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจม่านมุกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นบรรยากาศอบอุ่นก็นึกสนุก เธอรีบเดินเข้าไปหาผู้หญิงที่ยืนยิ้มอยู่ข้างลูกสาว แล้วโผเข้าไปกอดแขนแม่ของนับดาวแน่น“คุณแม่ขา มุกคิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ ไม่ได้เจอตั้งนานขอกอดหน่อยนะคะ~”แม่ของนับดาวหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะลูบศีรษะม่านมุกอย่างเอ็นดู“ตายจริง เด็กคนนี้ ปากหวานไม่แพ้ยัยนับเลยนะ”“ไม่หรอกค่ะ มุกพูดจริงนะคะ”บรรยากาศตรงหน้าบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ และรอยยิ้มของทุกคนที่ค่อย ๆ คลายความตึงเครียดณภัทรหันไปมองนับดาวที่ยิ้มอย่างสบายใจในอ้อมแขนของครอบครัว แล้วหัวใจก็พลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาวันอาทิตย์สาย ๆ แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผืนไร่องุ่นที่เขียวชอุ่ม ท้องฟ้าสดใสไร้เมฆ ฝูงนกกำลังก้องกังวานส่งเสียงเจื้อยแจ้วอย่างเป็นสุขธารขับรถยนต์สีดำคันโปรด ลัดเลาะผ่านเส้นทางคดเคี้ยวเข้ามาจนถึงบ้านไม้หลังเล็กกลางไร่องุ่นของนับดาวเสียงเครื่องยนต์ดับลง เขาลงจากรถด้วยก้าวมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นนับดาวเปิด

  • คุณหมอณภัทร   ปรับความเข้าใจ 1/2

    วันเสาร์เช้า ท้องฟ้าแจ่มใสอย่างน่าประหลาด ราวกับรู้ว่ามีบางอย่างกำลังจะเริ่มต้นใหม่ณภัทรขับรถลัดเลาะออกนอกตัวเมือง ฝ่าทางคดเคี้ยวที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งเขียวขจี ไร่ผลไม้และเนินเขาไกล ๆ ที่โอบล้อมอยู่รอบทิศม่านมุกนั่งเงียบอยู่ข้างเขา สายตาจ้องออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเงียบๆ“ที่นี่สวยกว่าที่คิดนะคะพี่เสือบรรยากาศดีมาก” เธอพูดขึ้นเบา ๆ ขณะรถแล่นผ่านป้ายไม้เก่า ๆ ที่เขียนว่า “ไร่นับดาว”ณภัทรเหลือบมองป้ายแล้วถอนหายใจเบา ๆ รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อรถแล่นเข้าเขตไร่ พวกเขาเห็นบ้านหลังเล็กสไตล์บ้านสวนตั้งอยู่ไม่ไกลนัก มีต้นองุ่นปลูกเรียงเป็นแนวยาวทอดตัวลงไปตามเนินดิน เสียงลมพัดแผ่วเบาทำให้ใบไม้สั่นไหวราวกับทักทายผู้มาเยือนเขาจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วก้าวลงจากรถอย่างระมัดระวังม่านมุกเดินตามหลังมาเงียบ ๆ เธอหันมามองพี่ชาย แล้วพยักหน้าเล็กน้อยเป็นกำลังใจให้ณภัทรสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังหน้าบ้านเขาไม่รู้ว่าตัวเองตื่นเต้นเพราะอะไร อาจเพราะไม่แน่ใจว่าเธอจะออกมาหรือเปล่าหรือกลัวว่าเขาจะต้องกลับไปโดยไม่ได้พูดอะไรเลยเขาเคาะประตูเบา ๆเงียบเขาเคาะอีกครั้ง แล้วถอยออกม

  • คุณหมอณภัทร   ตามง้อ 2/2

    “คือมุกก็ไม่แน่ใจนะคะพี่เสือ แต่เมื่อสามวันก่อนหลังเลิกงาน ยัยนับดูเงียบ ๆ เหม่อ ๆ อยู่บ้าง มุกถาม ยัยนับก็บอกแค่ว่าอยากพัก อยากกลับไปหาพ่อกับแม่”ณภัทรนิ่งไป แววตาหนักอึ้งลง“นับงอนพี่หรือเปล่านะ”เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าถามใครม่านมุกสบตาพี่ชายแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง“พี่เสือบางทีพี่อาจต้องถามตัวเองนะ ว่าที่ผ่านมา พี่ดูแลความรู้สึกของยัยนับดีพอหรือยัง”คำพูดนั้นเหมือนหยดน้ำเย็นที่กระแทกกลางใจเขา ณภัทรไม่ตอบอะไรนอกจากยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หัวใจเขาหนักอึ้งกับความคิดที่ว่าบางที ความเงียบของเธออาจมีเสียงดังที่สุดเพียงแต่เขาไม่เคยตั้งใจฟังม่านมุกเองก็ลืมไปเสียสนิทว่าวันนั้นวันที่เธอกับนับดาวไปหาของกินที่ห้างxxxคือวันเดียวกับที่ณภัทรไปกินอาหารญี่ปุ่นกับผู้หญิงคนหนึ่งมันควรจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเธอเองก็คิดแบบนั้นในตอนแรกแต่วินาทีที่บังเอิญเห็น รอยยิ้มของเขาที่เธอจำได้แม่น กับผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งฝั่งตรงข้าม“วันนั้น...พี่เสือไปร้านอาหารญี่ปุ่นกับใครเหรอคะ”คำถามนั้นทำให้ณภัทรชะงักทันที เขาหันขวับมามองน้องสาวอย่างรวดเร็ว แววตาฉายแววประหลาดใจปนระแวง“หมายถึงวันไหน” เขาถามก

  • คุณหมอณภัทร   ตามง้อ 1/2

    ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก แต่ความเงียบนั้นกลับไม่อึดอัดเลยสักนิด มันเป็นความเงียบที่สบายเหมือนต่างฝ่ายต่างก็รับรู้ถึงอะไรบางอย่างเมื่อถึงหน้าบ้านของนับดาว เธอหันมายิ้มให้เขาอีกครั้ง“ขอบคุณนะคะที่เดินมาส่ง”“ไม่เป็นไรครับ ผมชวนคุณนับคุยจนมืดค่ำต้องเป็นคนเดินมาส่งอยู่แล้วครับ”เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงความห่วงใยอยู่ในนั้นเธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ“วันนี้สนุกดีนะคะนับโชคดีจังที่ได้รู้จักคุณธาร”“ผมก็เหมือนกันครับ โชคดีที่ได้รู้จักคนน่ารักอย่างคุณนับ” เขายิ้มมุมปาก ขณะมองเธอด้วยสายตาที่ต่างจากเมื่อตอนแรกที่พบกันนับดาวพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปในรั้วบ้าน แต่ก่อนที่เธอจะปิดประตูรั้ว เธอก็หันกลับมา“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”ชายหนุ่มยกมือขึ้นโบกเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นยังจับจ้องเธอไม่วาง“ครับคุณนับดาว”ชื่อของเธอจากริมฝีปากเขา ทำเอาเธอเผลอยิ้มออกมา ก่อนจะปิดประตูรั้วลงอย่างแผ่วเบา ทิ้งไว้เพียงแสงไฟที่ยังเปิดค้างอยู่... และหัวใจสองดวงที่เหมือนจะเริ่มเดินทางไปในทิศทางเดียวกันอย่างช้า ๆ.ส่วนณภัทรหลังเลิกงานในวันนั้น เขาตรงมายังที่บริษัททันทีโดยไม่แวะที่ไหน ด้วยตั้งใจจะม

  • คุณหมอณภัทร    กลับบ้าน

    ท้องฟ้ายามเย็นโรยแสงสีทองอ่อนลงเหนือแนวเขาสูงที่โอบล้อมไร่องุ่นเอาไว้ราวกับอ้อมกอดที่ไม่มีคำพูด ริมรั้วไม้เก่า ๆ หญิงสาวยืนนิ่ง ปล่อยให้สายลมเย็นพลิ้วผ่านผิวแก้ม เส้นผมของเธอปลิวไหวอย่างเชื่องช้า เธอปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความเงียบที่อบอวลอยู่รอบตัว เธอหลับตาลงเล็กน้อยเหมือนอยากให้ลมพัดพาความคิดถึงไปไกล ๆ คิดถึงเขามากแต่เขาจะคิดถึงเราหรือเปล่านะ นับดาวได้แต่ถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าสายตาเธอทอดยาวไปยังไร่องุ่นที่ทอดตัวเป็นแถวยาว เขียวชอุ่มอยู่ใต้แสงสุดท้ายของวัน แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่ายิ่งกว่าท้องไร่หลังฤดูเก็บเกี่ยวเสียงลมหายใจของเธอแผ่วเบา ราวกับไม่อยากให้ตัวเองได้ยินว่ากำลังยัง "อยู่ตรงนี้"เธอหนีมาไกลจากความวุ่นวาย หนีจากรอยยิ้มของเขาที่ไม่เคยเป็นของเธอเลยจริง ๆ"สุดท้ายก็เหลือแค่เราสินะ" เธอพึมพำกับตัวเอง ขณะมือค่อย ๆ เอื้อมไปสัมผัสใบองุ่นที่ไหวเบา ๆ ตามแรงลมความเงียบรอบตัวไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่กลับกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ และบางทีนั่นอาจเป็นสิ่งเดียวที่เธอต้องการเย็นวันนั้น เธอยืนอยู่ริมรั้วไม้ มองแถวองุ่นที่ปลิวไหวตามแรงลม สายตาเลื่อนล

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status