Home / โรแมนติก / คุณหมอณภัทร / เป็นห่วงในฐานะหมอเจ้าของไข้

Share

เป็นห่วงในฐานะหมอเจ้าของไข้

Author: นรมน
last update publish date: 2026-07-25 01:25:08

ค่ำวันพุธ หลังเลิกงาน

นับดาวกำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็ก ๆ ข้างออฟฟิศ

เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว พับแขนขึ้นถึงศอก หน้าผากมีเหงื่อบาง ๆ จากอากาศอับชื้นหลังฝนตก

มือกำลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากะจะเลื่อนดูโซเชียลแบบไร้จุดหมาย

แต่ชื่อที่โผล่ขึ้นบนหน้าจอทำให้มือเธอชะงัก

“Dr. Naphat K.”

ข้อความสั้น ๆ เด้งขึ้นมาจากไลน์ที่เธอเคยใช้คุยกับเขาครั้งสุดท้ายเมื่อหลายปีก่อน

ตอนที่เธอส่งรูปงานวันรับปริญญาให้เขาดู แล้วเขาตอบกลับมาว่า “ยินดีด้วยนะครับ คนเก่งของพี่เสือ”

วันนี้เขาทักมาอีกครั้ง

"นับ สะดวกมาตรวจติดตามผลอีกทีวันไหนครับ?"

เธอจ้องข้อความอยู่นานราวกับมันคือรหัสลับ

พิมพ์ลบพิมพ์ลบอยู่หลายรอบก่อนจะตอบกลับไปอย่างพยายามรักษาระยะห่าง

"สัปดาห์หน้าคงว่างช่วงวันพุธค่ะ"

ข้อความอ่านแล้ว แต่เงียบไปหลายนาทีจนเธอเริ่มคิดว่าเขาคงไม่ว่างแต่แล้วก็มีข้อความใหม่เด้งขึ้นมา

"งั้นจองคิวไว้วันพุธบ่ายนะครับเดี๋ยวพี่....หมอจะดูให้เอง"

เธออ่านคำว่า “พี่... หมอ” อยู่หลายรอบ

เหมือนเขาเองก็ยังลังเลระหว่างบทบาทหมอกับบทบาทบางอย่างที่เคยเป็นมาก่อน

เธอพิมพ์กลับไปสั้น ๆ

"ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณหมอ"

และคิดว่าเรื่องควรจะจบแค่นั้นแต่ไม่กี่นาทีต่อมา

"จริง ๆ ฮอร์โมนก็อาจจะดีขึ้นโดยไม่ต้องมาตรวจเร็วขนาดนั้นก็ได้แต่ถ้านับมีเวลา พี่ก็อยากเจอ"

มือเธอหยุดอยู่เหนือจอ ลมหายใจติดขัดเหมือนคำในข้อความมันรัดแน่นที่อก

เขากำลัง "สารภาพ" อย่างเงียบ ๆ

เธอไม่ได้ตอบทันทีแต่ยิ้มบาง ๆ ให้กับหน้าจอ

ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงแล้วหยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบ

หัวใจที่เคยบอบช้ำมันกำลังเต้นช้าลงเหมือนกำลังฟื้นตัวทีละนิด

จากเสียงของข้อความที่ไม่มีเสียงวันนัดห้องตรวจหมายเลข 3 ยังเหมือนเดิม

แสงไฟสีอุ่นอ่อน ๆ ละมุนไปทั่วบริเวณ พอให้รู้สึกสบาย ไม่อึดอัด

นับดาวนั่งรออยู่บนเก้าอี้ฝั่งคนไข้ มือประสานกันไว้บนตัก

เรียบร้อยจนน่าขำเธอพยายามไม่มองนาฬิกาบ่อยนัก

แม้ในใจจะอยากรู้ว่า "เมื่อไหร่เขาจะเดินเข้ามา"

ประตูถูกเคาะเบา ๆ สองครั้ง ก่อนจะเปิดออก

และเขาก็เดินเข้ามาในเสื้อกาวน์สีขาว ผมเซ็ตเรียบตามสไตล์เดิม

แต่สิ่งที่ต่างไปคือดวงตาเขาที่เหมือนจะอ่อนลงกว่าครั้งก่อน

“สวัสดีครับนับดาว”

เสียงเขานุ่มและทุ้มกำลังดีไม่ใช่แบบที่ใช้พูดกับคนไข้ทั่ว ๆ ไป

เธอลุกขึ้นยืนอัตโนมัติ พลางยิ้มบาง ๆ

“สวัสดีค่ะคุณหมอ”

เขาผายมือเชิญให้นั่ง แล้วหยิบแฟ้มผลเก่าขึ้นมาเปิด

นิ้วเรียวยาวไล่ดูตัวเลขด้วยความตั้งใจเหมือนทุกครั้ง

แต่นับดาวรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างในบรรยากาศมันเปลี่ยนไป

“จากข้อมูลครั้งก่อน ฮอร์โมนเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรนยังแกว่งอยู่บ้างแต่อาจเป็นเรื่องของภาวะเครียดสะสมหรือการนอนหลับไม่เพียงพอ”

เธอพยักหน้า

“ช่วงนี้นอนดึกจริง ๆ ค่ะ ทำงานถึงเกือบเที่ยงคืนเกือบทุกวัน”

เขาเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาแสดงความห่วงชัดเจน

“แบบนั้นไม่ดีเลยนะครับมันมีผลต่อสมดุลร่างกายมาก

และ”

เขาหยุด

ลังเลชั่วครู่ก่อนจะพูดช้า ๆ

“อารมณ์ด้วย”

นับดาวหลบตา ยิ้มนิด ๆ แบบคนที่ถูกจับได้ว่าใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่

“แล้วช่วงนี้ยังมีอาการปวดท้องบ้างไหมครับ?”

“ก็นิดหน่อยค่ะ ช่วงก่อนรอบเดือน”

เธอตอบเบา ๆ ก่อนจะหยิบขอบกระโปรงน้อย ๆ

เหมือนจะหาที่วางมือให้ตัวเอง

ณภัทรพยักหน้า แล้วหยิบถุงมือและเครื่องตรวจขึ้นมา

ขณะขยับเก้าอี้เข้าใกล้เล็กน้อย เขาพูดอย่างเบาเสียง

“ขออนุญาตจับมือหน่อยนะครับ”

เธอยื่นมือให้เขาตามมารยาท

แต่พอปลายนิ้วของเขาสัมผัสหลังมือเธอเบา ๆ

เพื่อวัดชีพจรหัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นโดยไม่มีคำเตือน

และเหมือนเขาจะรู้เพราะเขาชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ออกมาโดยไม่พูดอะไร

“ชีพจรยังเต้นดีครับ”

เขากล่าวเรียบ ๆ

“แต่น่าจะเร็วไปนิด”

“เพราะกาแฟค่ะ!”

นับดาวรีบตอบเสียงสูงหน้าแดงจัดจนต้องก้มมองพื้น แววตาสับสนปั่นป่วนเขาหัวเราะในลำคอ เสียงนุ่ม ๆ นั่นทำให้เธอยิ่งอยากวิ่งหนี

เมื่อทุกอย่างตรวจเสร็จ เขาถอดถุงมือแล้วลุกกลับไปที่โต๊ะ

ขณะกำลังเขียนบันทึกในแฟ้ม เขาถามขึ้นเสียงเบา

“นับยังทำข้าวกล่องกินเองอยู่ไหม?”

นับดาวเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาลุกโชนทอประกายกับคำถามของเขา

นั่นเป็นคำถามที่ไม่ควรจะรู้ ถ้าเขาคือหมอทั่วไป

“จำได้ด้วยเหรอคะ?”

เธอถามเสียงเบา ยิ้มไม่ออกแต่ใจอุ่น

หัวใจพองโตจนแทบจะล้นออกมานอกอก

เขาเงยหน้าขึ้น ยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มของเขาทำให้โลกทั้งใบของเธอกลับมาเป็นสีชมพู

“บางอย่างมันลืมไม่ลงหรอกครับ”

ทั้งห้องเงียบอีกครั้งแต่เงียบแบบที่ไม่อึดอัด

กลับเป็นเงียบที่เต็มไปด้วยบางอย่างที่ยังไม่ได้พูด

ณภัทรยื่นใบนัดครั้งถัดไปให้เธอนิ้วเขาแตะหลังมือเธอเบา ๆ ตอนส่ง

“พี่ขอนัดดูอาการอีกครั้งนะครับ”

เธอพยักหน้าเก็บใบนัดลงกระเป๋าเงียบ ๆ แล้วลุกขึ้นยืน

“ขอบคุณนะคะ…คุณหมอ”

เธอกำลังจะหมุนตัวเดินออกแต่เสียงเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง เบากว่าเดิม แต่หนักแน่น

“พักผ่อนเยอะนะครับ”

นับดาวนิ่งไปแล้วค่อย ๆ หันกลับมายิ้มเล็กน้อย

“ค่ะ..ขอบคุณค่ะ”

เธอเดินออกไปโดยไม่หันกลับมาอีก

แต่ใบหน้าที่แดงเรื่อ และหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ

มันบอกว่าเธอกำลังคิดจริง ๆ ว่า อยากไปหาคนที่เคยเธอเคยพยายามลืม

"วันเสาร์นี้ว่างมั้ย?"

เสียงของม่านมุกดังขึ้นทันทีที่นับดาวเดินเข้าออฟฟิศในเช้าวันพฤหัสนับดาวชะงักก้าว ยกคิ้วขึ้นอย่างงง ๆ

"ว่างนะ...ทำไมเหรอ?"

"ฉันอยากชวนแกไปกินข้าวเย็นที่บ้าน"

ม่านมุกยิ้มแบบคนมีลับลมคมใน ดวงตาวิบวับเกินจะไว้ใจได้

"บ้านแก?"

นับดาวเริ่มระแวงม่านมุกยื่นหน้าเข้ามากระซิบเบา ๆ

"ก็บ้านฉันนะสิ"

เสียงหัวใจของนับดาวดังขึ้นแบบไม่มีเหตุผล

“มันจะดีเหรอยะ?”

“ก็ดีสิ ทำยังกับแกไม่เคยไปกินข้าวบ้านฉันงั้นแหละ”

นับดาวเม้มปากแน่น พยายามกลั้นรอยยิ้มไม่ให้หลุด

"เออ...งั้นก็ไปก็ได้"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหมอณภัทร   ตอนจบ

    เธอหันหน้ามาสบตาเขาช้า ๆ แล้วถามกลับเสียงเบา“แล้วที่ผ่านมา…พี่แน่ใจหรือยังคะ ว่าใจพี่…ไม่ได้ล่องลอยไปหาคนอื่น”ณภัทรขยับเข้าไปใกล้ ดวงตาของเขานิ่งแน่วจนเธอรู้สึกเหมือนยืนอยู่ตรงหน้าความจริงทั้งมวล“พี่เคยสับสน ใช่พี่ไม่ปฏิเสธ แต่วันนี้พี่รู้แล้ว ว่าสิ่งที่พี่ต้องการไม่ใช่แค่ใครสักคนที่อยู่ข้าง ๆ พี่เวลาเหงา” เขาหยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ “แต่คือคนที่พี่ไม่อยากให้หายไปจากชีวิต ไม่ว่าจะมีใครผ่านเข้ามา หรือพี่จะต้องผ่านเรื่องอะไรไปก็ตาม”เขาหยิบบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อออกมา แผ่นกระดาษเก่าที่พับไว้อย่างดี เป็นภาพวาดดินสอของนับดาวในวันที่เขาเคยแอบมองเธอวาดรูปอยู่“พี่เก็บไว้ตั้งแต่วันนั้น” เขายื่นให้เธอ “วันที่รู้ตัวว่าพี่หลงรักผู้หญิง คนหนึ่ง ที่มองโลกด้วยสายตาอ่อนโยนกว่าใคร”นับดาวรับกระดาษนั้นไว้ มือของเธอสั่นนิด ๆ ดวงตารื้นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“แต่พี่ก็ทำให้เธอเสียใจ” เขาพูดเสียงแผ่ว “และถ้าคำว่าขอโทษยังมีค่ามากพอ พี่อยากใช้มันเพื่อเริ่มต้นใหม่กับนับอีกครั้งไม่ใช่ในฐานะพี่ชายของเพื่อน หรือคนรู้จัก แต่ในฐานะคนรัก ที่พร้อมจะรักนับไปทุกวัน”ความเงียบไหลผ่านระหว่างเขาและเธออีกครั้งหนึ่งแต

  • คุณหมอณภัทร   ปรับความเข้าใจ 2/2

    “ครับ ผมตั้งใจมาไหว้คุณพ่อกับคุณแม่ และ...มารับนับกลับครับ” เขาพูดเสียงนิ่งแต่ชัดเจน ดวงตาจริงจังจนทั้งพ่อและแม่ของนับดาวต่างพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจม่านมุกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นบรรยากาศอบอุ่นก็นึกสนุก เธอรีบเดินเข้าไปหาผู้หญิงที่ยืนยิ้มอยู่ข้างลูกสาว แล้วโผเข้าไปกอดแขนแม่ของนับดาวแน่น“คุณแม่ขา มุกคิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ ไม่ได้เจอตั้งนานขอกอดหน่อยนะคะ~”แม่ของนับดาวหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะลูบศีรษะม่านมุกอย่างเอ็นดู“ตายจริง เด็กคนนี้ ปากหวานไม่แพ้ยัยนับเลยนะ”“ไม่หรอกค่ะ มุกพูดจริงนะคะ”บรรยากาศตรงหน้าบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ และรอยยิ้มของทุกคนที่ค่อย ๆ คลายความตึงเครียดณภัทรหันไปมองนับดาวที่ยิ้มอย่างสบายใจในอ้อมแขนของครอบครัว แล้วหัวใจก็พลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาวันอาทิตย์สาย ๆ แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผืนไร่องุ่นที่เขียวชอุ่ม ท้องฟ้าสดใสไร้เมฆ ฝูงนกกำลังก้องกังวานส่งเสียงเจื้อยแจ้วอย่างเป็นสุขธารขับรถยนต์สีดำคันโปรด ลัดเลาะผ่านเส้นทางคดเคี้ยวเข้ามาจนถึงบ้านไม้หลังเล็กกลางไร่องุ่นของนับดาวเสียงเครื่องยนต์ดับลง เขาลงจากรถด้วยก้าวมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นนับดาวเปิด

  • คุณหมอณภัทร   ปรับความเข้าใจ 1/2

    วันเสาร์เช้า ท้องฟ้าแจ่มใสอย่างน่าประหลาด ราวกับรู้ว่ามีบางอย่างกำลังจะเริ่มต้นใหม่ณภัทรขับรถลัดเลาะออกนอกตัวเมือง ฝ่าทางคดเคี้ยวที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งเขียวขจี ไร่ผลไม้และเนินเขาไกล ๆ ที่โอบล้อมอยู่รอบทิศม่านมุกนั่งเงียบอยู่ข้างเขา สายตาจ้องออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเงียบๆ“ที่นี่สวยกว่าที่คิดนะคะพี่เสือบรรยากาศดีมาก” เธอพูดขึ้นเบา ๆ ขณะรถแล่นผ่านป้ายไม้เก่า ๆ ที่เขียนว่า “ไร่นับดาว”ณภัทรเหลือบมองป้ายแล้วถอนหายใจเบา ๆ รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อรถแล่นเข้าเขตไร่ พวกเขาเห็นบ้านหลังเล็กสไตล์บ้านสวนตั้งอยู่ไม่ไกลนัก มีต้นองุ่นปลูกเรียงเป็นแนวยาวทอดตัวลงไปตามเนินดิน เสียงลมพัดแผ่วเบาทำให้ใบไม้สั่นไหวราวกับทักทายผู้มาเยือนเขาจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วก้าวลงจากรถอย่างระมัดระวังม่านมุกเดินตามหลังมาเงียบ ๆ เธอหันมามองพี่ชาย แล้วพยักหน้าเล็กน้อยเป็นกำลังใจให้ณภัทรสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังหน้าบ้านเขาไม่รู้ว่าตัวเองตื่นเต้นเพราะอะไร อาจเพราะไม่แน่ใจว่าเธอจะออกมาหรือเปล่าหรือกลัวว่าเขาจะต้องกลับไปโดยไม่ได้พูดอะไรเลยเขาเคาะประตูเบา ๆเงียบเขาเคาะอีกครั้ง แล้วถอยออกม

  • คุณหมอณภัทร   ตามง้อ 2/2

    “คือมุกก็ไม่แน่ใจนะคะพี่เสือ แต่เมื่อสามวันก่อนหลังเลิกงาน ยัยนับดูเงียบ ๆ เหม่อ ๆ อยู่บ้าง มุกถาม ยัยนับก็บอกแค่ว่าอยากพัก อยากกลับไปหาพ่อกับแม่”ณภัทรนิ่งไป แววตาหนักอึ้งลง“นับงอนพี่หรือเปล่านะ”เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าถามใครม่านมุกสบตาพี่ชายแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง“พี่เสือบางทีพี่อาจต้องถามตัวเองนะ ว่าที่ผ่านมา พี่ดูแลความรู้สึกของยัยนับดีพอหรือยัง”คำพูดนั้นเหมือนหยดน้ำเย็นที่กระแทกกลางใจเขา ณภัทรไม่ตอบอะไรนอกจากยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หัวใจเขาหนักอึ้งกับความคิดที่ว่าบางที ความเงียบของเธออาจมีเสียงดังที่สุดเพียงแต่เขาไม่เคยตั้งใจฟังม่านมุกเองก็ลืมไปเสียสนิทว่าวันนั้นวันที่เธอกับนับดาวไปหาของกินที่ห้างxxxคือวันเดียวกับที่ณภัทรไปกินอาหารญี่ปุ่นกับผู้หญิงคนหนึ่งมันควรจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเธอเองก็คิดแบบนั้นในตอนแรกแต่วินาทีที่บังเอิญเห็น รอยยิ้มของเขาที่เธอจำได้แม่น กับผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งฝั่งตรงข้าม“วันนั้น...พี่เสือไปร้านอาหารญี่ปุ่นกับใครเหรอคะ”คำถามนั้นทำให้ณภัทรชะงักทันที เขาหันขวับมามองน้องสาวอย่างรวดเร็ว แววตาฉายแววประหลาดใจปนระแวง“หมายถึงวันไหน” เขาถามก

  • คุณหมอณภัทร   ตามง้อ 1/2

    ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก แต่ความเงียบนั้นกลับไม่อึดอัดเลยสักนิด มันเป็นความเงียบที่สบายเหมือนต่างฝ่ายต่างก็รับรู้ถึงอะไรบางอย่างเมื่อถึงหน้าบ้านของนับดาว เธอหันมายิ้มให้เขาอีกครั้ง“ขอบคุณนะคะที่เดินมาส่ง”“ไม่เป็นไรครับ ผมชวนคุณนับคุยจนมืดค่ำต้องเป็นคนเดินมาส่งอยู่แล้วครับ”เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงความห่วงใยอยู่ในนั้นเธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ“วันนี้สนุกดีนะคะนับโชคดีจังที่ได้รู้จักคุณธาร”“ผมก็เหมือนกันครับ โชคดีที่ได้รู้จักคนน่ารักอย่างคุณนับ” เขายิ้มมุมปาก ขณะมองเธอด้วยสายตาที่ต่างจากเมื่อตอนแรกที่พบกันนับดาวพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปในรั้วบ้าน แต่ก่อนที่เธอจะปิดประตูรั้ว เธอก็หันกลับมา“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”ชายหนุ่มยกมือขึ้นโบกเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นยังจับจ้องเธอไม่วาง“ครับคุณนับดาว”ชื่อของเธอจากริมฝีปากเขา ทำเอาเธอเผลอยิ้มออกมา ก่อนจะปิดประตูรั้วลงอย่างแผ่วเบา ทิ้งไว้เพียงแสงไฟที่ยังเปิดค้างอยู่... และหัวใจสองดวงที่เหมือนจะเริ่มเดินทางไปในทิศทางเดียวกันอย่างช้า ๆ.ส่วนณภัทรหลังเลิกงานในวันนั้น เขาตรงมายังที่บริษัททันทีโดยไม่แวะที่ไหน ด้วยตั้งใจจะม

  • คุณหมอณภัทร    กลับบ้าน

    ท้องฟ้ายามเย็นโรยแสงสีทองอ่อนลงเหนือแนวเขาสูงที่โอบล้อมไร่องุ่นเอาไว้ราวกับอ้อมกอดที่ไม่มีคำพูด ริมรั้วไม้เก่า ๆ หญิงสาวยืนนิ่ง ปล่อยให้สายลมเย็นพลิ้วผ่านผิวแก้ม เส้นผมของเธอปลิวไหวอย่างเชื่องช้า เธอปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความเงียบที่อบอวลอยู่รอบตัว เธอหลับตาลงเล็กน้อยเหมือนอยากให้ลมพัดพาความคิดถึงไปไกล ๆ คิดถึงเขามากแต่เขาจะคิดถึงเราหรือเปล่านะ นับดาวได้แต่ถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าสายตาเธอทอดยาวไปยังไร่องุ่นที่ทอดตัวเป็นแถวยาว เขียวชอุ่มอยู่ใต้แสงสุดท้ายของวัน แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่ายิ่งกว่าท้องไร่หลังฤดูเก็บเกี่ยวเสียงลมหายใจของเธอแผ่วเบา ราวกับไม่อยากให้ตัวเองได้ยินว่ากำลังยัง "อยู่ตรงนี้"เธอหนีมาไกลจากความวุ่นวาย หนีจากรอยยิ้มของเขาที่ไม่เคยเป็นของเธอเลยจริง ๆ"สุดท้ายก็เหลือแค่เราสินะ" เธอพึมพำกับตัวเอง ขณะมือค่อย ๆ เอื้อมไปสัมผัสใบองุ่นที่ไหวเบา ๆ ตามแรงลมความเงียบรอบตัวไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่กลับกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ และบางทีนั่นอาจเป็นสิ่งเดียวที่เธอต้องการเย็นวันนั้น เธอยืนอยู่ริมรั้วไม้ มองแถวองุ่นที่ปลิวไหวตามแรงลม สายตาเลื่อนล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status