Share

ป่วย(2)

last update Last Updated: 2026-02-12 21:00:08

.

.

ตอนเย็นวันนั้น ฟ้าครึ้ม ฝนตั้งแต่บ่าย ลมเย็นพัดแรงจนใบไม้หน้าบ้านพักของน้ำขิงปลิวกระจัดกระจาย เสียงฝนโปรยปรายลงมาอีกระลอกจนถนนหน้าอำเภอแฉะไปหมด

ปลัดวายุเดินจากบ้านตัวเองมายังเรือนหลังเล็กข้าง ๆ กล่องข้าวต้มร้อน ๆ กับขวดน้ำอุ่นอยู่ในมือ เขาเผลอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเคาะประตูสองสามที

"น้ำขิง...เปิดประตูสิ ฉันเอาข้าวมาให้" เสียงทุ้มเรียกอยู่ครู่ใหญ่แต่ก็ไม่มีเสียงตอบ เขาลองหมุนลูกบิดดู ปรากฏว่าประตูไม่ได้ล็อก

เขาเปิดเข้าไปอย่างระมัดระวัง ห้องเล็ก ๆ เงียบกริบ มีเพียงเสียงฝนตกกระทบหลังคากับเสียงลมหายใจเบา ๆ ของคนที่นอนอยู่บนเตียง น้ำขิงขดตัวใต้ผ้าห่ม หน้าผากแดงจัดเหมือนคนไข้เพิ่งผ่านไข้หนัก

วายุวางของไว้บนโต๊ะไม้ใกล้เตียง ก่อนจะเดินเข้ามาชะโงกดูใกล้ ๆ ใบหน้าเธอยังน่ารักเหมือนเดิมแต่ดูซีดลง เขายกมือขึ้นแตะหน้าผากเบา ๆ

"ร้อนฉ่าขนาดนี้...ป่วยแล้วจริง ๆ ด้วย" หลังจากกลับมาจากโรงพยาบาล หญิงสาวก็มีท่าทางแปลกไป วายุเห็นแล้วไม่สบายใจและพอจะเดาได้ว่าคงต้องป่วยแน่ จึงได้มาดูเสียหน่อย และก็เป็นไปเช่นนั้นจริง ๆ

เขาหันหลังจะเดินไปตามแม่มาช่วย เพราะตัวเองเป็นผู้ชายเกรงจะไม่สะดวก แต่พอเปิดประตูออกได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นว่าฝนยังตกหนัก แถมแม่ก็ดันไปหาพีท หลานชายตัวแสบที่บ้านหมอองศาอีกฝั่งของหมู่บ้านเสียแล้ว

"เฮ้อ...จะปล่อยไว้แบบนี้ก็ไม่ได้" เขาส่ายหน้าพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง "เป็นเด็กคนอื่นฉันคงไม่ยุ่งหรอก แต่ดันเป็นหลานไอ้ครามนี่สิ..."

หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง วายุเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง หยิบกะละมังใส่น้ำอุ่นจากห้องครัวเล็ก ๆ กับผ้าขนหนูผืนสะอาดแล้วนั่งลงข้างเตียง

"คงต้องช่วยเช็ดตัวให้ก่อนละกัน" เขาบ่นพึมพำเหมือนปลอบใจตัวเองมากกว่าคนป่วย

น้ำขิงที่หลับตาอยู่รู้สึกถึงเสียงขยับข้าวของ เธอลืมตาขึ้นนิดเดียว เห็นเงาของวายุในแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียง กำลังบิดผ้าในกะละมังน้ำอุ่น แล้วบรรจงเช็ดแขนเธออย่างเบามือ

หัวใจของเธอเต้นรัวในอก

อาวากำลัง…เช็ดตัวให้เราเหรอเนี่ย?

กลิ่นสบู่อ่อน ๆ จากตัวเขาผสมกับกลิ่นฝนชื้น ๆ ลอยเข้าจมูกจนเธอต้องกลั้นหายใจเบา ๆ กลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่าเธอแกล้งทำเป็นหลับ

วายุเช็ดตามแขน ขา ไล่ไปถึงต้นคอ แล้วเปลี่ยนผ้าบิดใหม่อีกครั้ง พอเอามาเช็ดหน้าผาก เธอขมวดคิ้วนิด ๆ เพราะรู้สึกเย็นจัด เขาชะงักเล็กน้อยแต่ยังทำต่อด้วยความใจเย็น

"อืม...เช็ดตรงนี้พอไหมนะ หรือว่าควรเช็ดในเสื้อด้วย..." เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบา แล้วเผลอหัวเราะแห้ง ๆ "ไม่ดีกว่า...ยังไงก็เป็นผู้หญิง"

คำพูดนั้นทำเอาน้ำขิงที่แอบฟังอยู่หน้าแดงขึ้นทันที เธอต้องฝังหัวลงในหมอนแน่นเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะ

ปลัดวายุนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนลังเลจะทำอะไรต่อ แล้วสุดท้ายก็ถอนหายใจเบา ๆ วางผ้าขนหนูไว้บนขอบกะละมัง

"เช็ดแค่นี้ก็น่าจะพอแล้วมั้ง..."

เขาลุกขึ้น เดินไปยกกะละมังออกไปวางไว้ข้างนอก ระหว่างนั้นน้ำขิงรีบลืมตาขึ้นทันที มองตามแผ่นหลังกว้างของเขาที่เดินออกไป เธอยกมือแตะหน้าผากตัวเอง เห็นว่ายังอุ่นอยู่ แต่หัวใจกลับเต้นแรงกว่าเดิม

"ทำไมไม่เช็ดในเสื้อนะ..." เธอกระซิบเบา ๆ พร้อมยิ้มมุมปาก "เสียดายจัง..."

เสียงหัวเราะคิกน้อย ๆ หลุดออกมาจนต้องรีบเอามือปิดปาก พอได้ยินเสียงฝีเท้าวายุเดินกลับเข้ามา เธอก็รีบหลับตาปี๋เหมือนเดิม

ปลัดวายุเดินกลับมาพร้อมผ้าขนหนูผืนใหม่ในมือ เขาวางมันไว้ปลายเตียง ก่อนมองเธอเงียบ ๆ อยู่พักใหญ่ ดวงตาอ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่เคยเห็น

"เด็กคนนี้..." เขาพึมพำ "พูดเก่งนัก พอเงียบก็เงียบซะน่าเป็นห่วงจริง ๆ"

เขานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง มองใบหน้าของน้ำขิงที่แดงเพราะพิษไข้ แต่ยังมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ติดอยู่บนริมฝีปาก เห็นแบบนั้นแล้วใจคนดูแลก็แปลก ๆ เขาเอื้อมมือไปแตะหน้าผากเธออีกครั้ง

"ยังร้อนอยู่...สงสัยต้องให้กินยาอีกที" พูดจบ เขาหยิบกล่องยาที่พกมาด้วยออกจากถุง พร้อมน้ำดื่มที่ยังเย็นอยู่ เปิดฝาเตรียมไว้แล้วหันมาจะปลุกเธอ

"น้ำขิง...ตื่นมากินยาหน่อยสิ เดี๋ยวไข้ขึ้นอีก" แต่คนที่แกล้งหลับอยู่รีบขยับเบา ๆ พร้อมส่งเสียงครางในลำคอ

"อื้อ..." ทำท่าคล้ายเพิ่งตื่น ทั้งที่ในใจหัวเราะจนแทบกลั้นไม่อยู่

"อาวาขาา" เธอเรียกเสียงแผ่ว ลืมตาขึ้นช้า ๆ "อามาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ"

"เมื่อครู่นี้แหละ" เขาตอบเรียบ ๆ แต่พอเห็นเธอลืมตาขึ้นสบตาแบบนั้น ใจเขาก็เต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล "ไข้ยังไม่ลดเลย กินข้าว กินยาก่อนนะ"

"ขอบคุณค่ะ"

"ลองชิมดูสิว่ารสชาติอร่อยเหมือนที่แม่ฉันทำไหม" เขาถามเบา ๆ พร้อมก้าวเข้ามาใกล้ ถือถ้วยข้าวต้มอุ่น ๆ กับน้ำอุ่นในมือ น้ำขิงยิ้มบาง ๆ แต่ทำท่าป่วย

"หนู...ยังไม่มีแรงเลยค่ะ" เธอทำเสียงอ่อย ๆ ทำให้วายุถึงกับถอนหายใจเบา ๆ

"ขนาดนั้นเลยเหรอ แค่ยกมือก็เหนื่อยแล้วหรือไง" เขาถามติดตลกนิด ๆ แต่สายตากลับอบอุ่น

"ใช่ค่ะ ไม่มีแรงถือถ้วยข้าวต้มเลยค่ะ อาวาป้อนหนูได้ไหมคะ" น้ำขิงช้อนตามองคนอายุมากกว่าทำให้หัวใจของคนมองแทบร่วงออกจากอก

วายุส่ายหน้าเบา ๆ แต่ใจแทบละลาย เขาเดินเข้ามาใกล้ ค่อย ๆ พยุงร่างเล็กให้เอียงตัวพอดี ก่อนจะใช้มืออีกข้างประคองถ้วยข้าวต้มให้เข้าปากเธอ

"ระวังร้อนนะ" น้ำขิงเงยหน้ามองเขาตาเป็นประกายซน ๆ ขณะเอ่ยเสียงอ่อย ๆ

"อร่อยจังเลยค่ะ อาวายุเก่งจังเลย" เขาเกือบทำหน้าแดงเมื่อได้ยินคำชม แต่อีกฝ่ายยังแกล้งส่งสายตาซุกซนมาให้

"เธอนี่..." เขาพูดติดขำ ก่อนจะก้มลงเป่าให้ข้าวเย็น และป้อนเธอไปเรื่อย ๆ พอเธอกินไปได้ครึ่งถ้วย น้ำขิงก็ถามเสียงเบา ๆ

"อาปลัดนี่...ดูแลเด็กฝึกงานทุกคนแบบนี้ไหมคะ"

วายุชะงักไปชั่วครู่ ใบหน้าที่กำลังเคร่งขรึมก็เผลอแดงขึ้นนิด ๆ เขากระแอมเบา ๆ พยายามแก้เขิน

"แค่เธอคนเดียวนั่นแหละ"

น้ำขิงตาโตทันที ใบหน้าร้อนฉ่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอรีบก้มหน้าหลบสายตา แต่ปากก็ยกยิ้มเขิน ๆ

วายุรู้ตัวว่าตัวเองก็เขิน จึงรีบแก้เขินด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ

"หมายถึง...เธอเป็นหลานของไอ้ครามไง ฉันเลยต้องดูแลดี ๆ"

น้ำขิงเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง สายตาเปล่งประกายซุกซนและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

"อ้อ...แบบนี้นี่เอง" วายุถอนหายใจเบา ๆ อย่างโล่งอก

กระทั่งน้ำขิงกินข้าวต้มหมดถ้วย วายุก็ยกน้ำอุ่นขึ้นดื่มตาม ก่อนที่หญิงสาวจะพูดขึ้นมาอีก

"งั้นครั้งหน้าถ้าหนูป่วยอีก อาวามาป้อนข้าวให้หนูแบบนี้ไหมคะ"

วายุอมยิ้ม แต่ส่ายหน้าเบา ๆ

"อย่าให้ต้องป้อนอีกเลย หายก่อนค่อยว่ากัน"

น้ำขิงยิ้มเขิน ๆ แล้วหันหน้าซุกหมอนอีกครั้ง คราวนี้ไม่แกล้งป่วย แต่หัวใจเต้นแรงเพราะรู้สึกอบอุ่นจากมือปลัดวายุที่คอยดูแลเธออย่างใกล้ชิด

บรรยากาศในห้องเงียบลง แต่ความอุ่นใจจากการดูแลซึ่งกันและกัน ทำให้ทั้งสองเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ของคนที่เริ่มมีความรู้สึกบางอย่างต่อกัน

"พักอีกหน่อย เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะให้แม่มาช่วยดู"

"ไม่ต้องหรอกค่ะ อาวามาดูเองก็พอแล้ว" น้ำขิงพูดเสียงเบา แต่แฝงความอ้อนจนปลัดหนุ่มต้องกลั้นยิ้ม

"นั่นมันเหมาะสมที่ไหนกันล่ะ ป่วยยังจะพูดมากอีก" เขาว่ากลั้วหัวเราะ ก่อนเอื้อมมือไปจัดผ้าห่มให้คลุมถึงคางเธอ "นอนพักไปเถอะ เดี๋ยวไข้จะกลับมาอีก"

น้ำขิงยิ้มบาง ๆ แล้วหลับตาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพราะแกล้ง แต่เพราะหัวใจเต้นแรงเกินจะสบตาเขาต่อได้

วายุลุกขึ้นยืน หันไปเก็บของบนโต๊ะแต่ก่อนจะออกจากห้อง เขาหยุดมองเธออีกครั้ง ก่อนพูดบางอย่างเป็นการกำชับ

"แล้วก็อย่าอาบน้ำล่ะ รอไข้ลดก่อน" เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ถ้าไข้กลับขึ้นมา เดี๋ยวลำบากฉันต้องมาเช็ดตัวให้เธออีก"

เสียงฝนข้างนอกยังคงตกพรำ แต่หัวใจของคนสองคนในบ้านหลังเล็กกลับร้อนวูบขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะคนที่นอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มที่ยิ้มกริ่มคนเดียว พร้อมความคิดเจ้าเล่ห์

"พรุ่งนี้จะป่วยต่ออีกวันดีไหมนะ..."

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณอาขาเมื่อไรจะรัก   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายลมยามเย็นพัดผ่านยอดต้นลีลาวดีที่เรียงรายอยู่รอบบ้านของปลัดวายุ เงาไม้ทอดยาวลงบนพื้นดินที่เริ่มเย็นลงหลังพระอาทิตย์ลาลับฟ้า กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดินชื้นและกลิ่นหญ้าตัดใหม่ลอยมาตามธรรมชาติของชนบทที่น้ำขิงคิดถึงเสมอวันนี้เป็นวันหยุดที่ปลัดวายุจองไว้สำหรับเธอเพียงคนเดียว เขาบอกว่าอยากให้เป็นวันคืนกำไรให้หัวใจตัวเอง ซึ่งเธอไม่รู้เหมือนกันว่ามันหมายความว่าอะไร จนตอนนี้...ปลัดวายุจูงมือน้ำขิงเดินลงทางลาดชันด้านหลังบ้านไปเรื่อย ๆ ทางเดินกรวดเล็ก ๆ นำไปสู่ทุ่งนากว้างที่ทอดไกลสุดสายตา แสงสุดท้ายของวันยังคงติดอยู่บนขอบฟ้าเป็นริ้วสีส้มละมุนเหมือนระบายด้วยพู่กัน"เดินไหวไหม" เขาถามพร้อมเหลือบมองฝ่าเท้าเล็กที่ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว"ไหวสิคะ หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ" เธอหัวเราะน้อย ๆ แต่ก็ยังยอมให้เขากุมมือแน่นเหมือนเดิม"ไม่ใช่เด็กก็จริง...แต่ก็ยังเป็นเด็กของพี่อยู่ดี"คำพูดนั้นทำเอาน้ำขิงหน้าแดงก่ำ เธอเม้มปากแต่ก็ไม่ได้ดึงมือออก มีเพียงหัวใจที่เต้นแรงจนเหมือนจะดังออกนอกอกพอมาถึงลานกว้างกลางทุ่งนา น้ำขิงก็ต้องหยุดหายใจไปเสี้ยววินาทีที่กลางลานนั้น...มีผ้าปูปิกนิกสีครีมอ่อนปูไว้เรียบร้อย มีตะกร้า

  • คุณอาขาเมื่อไรจะรัก   จีบได้ไม่ได้เป็นเด็กฝึกงานแล้ว(3)

    ..คาเฟ่เล็ก ๆ กลางอำเภอช่วงสายของวันหยุดคนไม่เยอะเท่าไร น้ำขิงนั่งกอดแก้วโกโก้เย็นไว้แน่น แก้มขึ้นสีระเรื่อ ๆ โดยไม่รู้ว่าตัวเองเผลอยิ้มออกมาบ่อยแค่ไหน มุกดาเพื่อนสนิทแค่เห็นท่าทางก็ยักคิ้วให้ทันที"อือหือ ยิ้มแบบนี้คือเรื่องมันดีมากสินะยะนังขิง" น้ำขิงหลบสายตา ทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่อง แต่ปลายหูแดงแจ๋จนมุกดาเห็นชัด"อย่ามาทำเนียนนะคะคุณหนูน้ำขิง เล่ามาเดี๋ยวนี้ เร็ว!" น้ำขิงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วก็ยกแก้วขึ้นมาจิบ ก่อนจะหลุดยิ้มกว้างจนคุมไม่อยู่"ก็...ก็คบกันแล้วล่ะ พี่วาก็ดูแลฉันดีมากด้วย..." มุกดาส่งเสียง "ฮู้ววววว" แบบแซว ๆ "ในที่สุด! ปลัดกับเพื่อนข้าก็กลับมาเป็นคู่ขวัญอำเภออีกครั้ง!" เธอพูดพลางตบโต๊ะจนแก้วน้ำไหวจนน้ำขิงรีบห้าม"อย่าเสียงดังสิ! เดี๋ยวคนได้ยินหมด" แต่รอยยิ้มก็ยังซ่อนในแก้มไม่ได้ มุกดาเทข้อศอกพิงโต๊ะ ยิ้มเจ้าเล่ห์"เล่ามาเลย ว่ากลับไปดีกันยังไง ทำไมถึงได้ออร่าหวานขนาดนี้ เดี๋ยวนี้เดินยังฟีลนางเอกขึ้นเยอะเลยนะยะ"น้ำขิงทำท่าจะตีเพื่อนแต่ที่สุดก็ยอมเล่า น้ำเสียงอ่อนลงเหมือนหัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด"คือ...พอกลับมาที่บ้านพักน่ะ ทุกอย่างมันเหมือนเดิมเลย แล้ว..." เธอหลุบตา "

  • คุณอาขาเมื่อไรจะรัก   จีบได้ไม่ได้เป็นเด็กฝึกงานแล้ว(2)

    แสงเย็นของยามค่ำทอดลงมาบนบ้านพักหลังเล็ก ความเงียบสงบที่น้ำขิงคุ้นเคยเต็มไปทั่วบริเวณ แม้ใจของเธอจะเต็มไปด้วยความคิดถึงและความสับสน แต่ที่นี่ยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม เหมือนเวลาที่เธอเคยนั่งอยู่คนเดียวหลายครั้ง หัวใจได้พักพิงในมุมเล็ก ๆ แห่งนี้น้ำขิงเดินเข้าไปหน้าบ้าน ตั้งใจว่าจะเข้าไปหาคุณแม่ของเขาสักหน่อย แต่ปลัดวายุเดินตามมาไม่ไกลนัก"น้ำขิง...แม่ไปหาหลานที่บ้านหมอองศาแล้วครับ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความอ่อนโยนน้ำขิงหยุดก้าวนิ่งอยู่สักครู่ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วค่อยเดินไปนั่งที่ม้านั่งหินอ่อนมุมเดิมที่เธอชอบนั่งเมื่อก่อน สายตาของเธอจับจ้องไปยังบ้านพักความทรงจำเก่า ๆ หลายเรื่องไหลย้อนกลับมา"ที่นี่ยังเหมือนเดิมเลยนะคะ" น้ำขิงพูดเบา ๆ ราวกับเอ่ยกับตัวเอง น้ำเสียงแผ่วบาง แต่เต็มไปด้วยความคิดถึง ปลัดวายุเดินเข้ามาใกล้ทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ เธอไม่เร่งร้อน ไม่พูดอะไรสักครู่เพียงแต่สายตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ"ก็รอหนูกลับมาอยู่ที่นี่ไง" เขาพูดเสียงนุ่มทำเอาน้ำขิงหลับตา ยิ้มบาง ๆ "จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงกัน...อย่าพูดอะไรแบบนั้นเลยค่ะ" ปลัดวายุเงียบแล้วเอื้อมมือไปจับมือเธอ มือของเขา

  • คุณอาขาเมื่อไรจะรัก   13 จีบได้ไม่ได้เป็นเด็กฝึกงานแล้ว

    ตอนที่ 13 จีบได้ไม่ได้เป็นเด็กฝึกงานแล้วหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ ที่น้ำขิงย้ายกลับมาบรรจุ ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเดินหน้าได้ด้วยดี ถ้าไม่นับว่าปลัดวายุทำตัวแปลกไปมาก...มากจนคนทั้งอำเภอเริ่มซุบซิบกันเบา ๆ ถึงความสัมพันธ์ของเขากับน้ำขิงน้ำขิงพยายามหลบแล้ว หลบทุกทางเท่าที่จะหลบได้ แต่ผู้ชายอย่างปลัดวายุน่ะ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนสุขุม ใจเย็น ไม่ค่อยใช้คำพูดพร่ำเพรื่อ แต่พอจะเอาจริงขึ้นมา ก็กลายเป็นคนดื้อด้านที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จักเขามาตามเธอถึงงานเอกสาร มาที่ห้องสาธารณสุข มาที่ประชาสัมพันธ์ มาที่โรงอาหารตอนพักเที่ยง มาที่ระเบียงอาคารช่วงบ่าย ยันทางเดินหลังสำนักงานตอนเลิกงาน เหมือนเขามีเซนส์พิเศษรู้ว่าน้ำขิงจะไปไหนตอนไหนทุกครั้งที่เจอ เขาจะพูดแค่ประโยคเดิม ๆ เบา ๆ แต่จริงจังจนเธอใจสั่นทุกที"น้ำขิง... พี่ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมครับ" แต่น้ำขิงก็ยังหน้านิ่งเหมือนเดิม ใจสั่นแต่จำเป็นต้องเก็บไว้ข้างใน เพราะเธอกลัวว่าตัวเองจะหวั่นไหวและเจ็บซ้ำอีกวันนี้ก็เหมือนกัน...หลังประชุมใหญ่ที่ห้องประชุมอำเภอ เธอรีบเก็บแฟ้มแล้วเดินออกมาโดยตั้งใจว่าจะไปกินข้าวกับพี่มุกดาเพื่อหลบหน้าเขา ทว่ายังไม่พ้นประตูดี เสียงทุ้ม

  • คุณอาขาเมื่อไรจะรัก   การกลับมาเจอกันอีกครั้ง(2)

    ..ค่ำคืนนั้นลมเย็นพัดผ่านศาลาหน้าบ้านกำนัน แต่ความหนาวที่สัมผัสผิวกลับไม่เท่ากับความเย็นวาบที่วิ่งเข้าไปในอกปลัดวายุหลังกลับมาเจอน้ำขิงในห้องประชุมตอนเช้าปลัดวายุเทเหล้าขาวลงแก้วอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งดื่มหมดไปเมื่อกี้ เสียงน้ำใสไหลกระทบแก้วใสทำให้กำนันเหน่งที่นั่งอยู่หัวโต๊ะหัวเราะหึ ๆ แบบคนเมา"โอ๊ย! ไอ้วายุ มึงนี่มันอกหักหนักว่ะ ฮ่าๆๆ" กำนันพูดยืดยาวตามประสาคนเมา ทว่าปลัดวายุที่นั่งตรงข้ามก็ไม่คิดจะปฏิเสธ"ก็ใช่...อกหักดังเป๊าะเลยพ่อกำนัน...""หน้าหล่อเสียเปล่ามึงนี่ ไร้น้ำยาจริง ๆ""โถ่! พ่อกำนันก็พูดไป แต่ว่า...ก็ไร้น้ำยาจริง ๆ นั่นแหละ เด็กมันถึงวไม่ติดใจ อึก!""ฮ่า ๆ ๆ"ทั้งสองคุยกันไปมาตามประสาคนเมา ไม่นานนักกำนันก็ฟุบหลับคาเก้าอี้ ทิ้งให้ปลัดนั่งอยู่คนเดียวกับยาดองและความรู้สึกผิดที่ไม่จางหายเสียงช้อนกระทบจานทำให้เขาเงยหน้าขึ้นเห็นมะนาววางกับแกล้มตรงหน้า เธอมองกำนันที่หลับลึกไม่น่าฟื้นแล้วก็ถอนหายใจ"พี่ปลัด...พอได้แล้วมั้งคะ พ่อกำนันน็อกไปแล้วนะคะ ถ้าปลัดกินต่อเดี๋ยวก็เมาเหมือนกัน""เมาไปก็ดี" วายุก้มหน้า "เมาไปจะได้ไม่คิดมาก..."มะนาวเม้มปาก เธอไม่ชอบเห็นเขาเป็นแบบนี้เลย

  • คุณอาขาเมื่อไรจะรัก   12 การกลับมาเจอกันอีกครั้ง

    ตอนที่ 12 การกลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว...แต่สำหรับปลัดวายุ มันคือหนึ่งปีที่ยาวนานที่สุดในชีวิตหนึ่งปีที่เขาตามเฝ้าน้ำขิงทั้งเงียบ ๆ หนึ่งปีที่เขาหันไปทางไหนก็มีแต่ความว่างเปล่าที่เธอเคยอยู่ หนึ่งปีที่เขาต้องทนกับความจริงว่า เขาทำคนสำคัญที่สุดในชีวิตหลุดมือไปเขายังคงทำงานที่อำเภอดอนเจดีย์เหมือนเดิม บ้านหลังเดิม โต๊ะทำงานเดิม ถนนเส้นเดิม แต่ทุกอย่างเหมือนถูกทิ้งร้างในใจเขาไม่มีใครมาเรียกเขาว่า "อาวาคะ" ด้วยเสียงอ้อน ๆ ไม่มีใครมาเดินตามหลังให้เขาหันไปบ่น ไม่มีคนตัวเล็ก ๆ ที่มักเดินถือแฟ้มเอกสารสูงกว่าหน้าแล้วบ่นเบา ๆ ว่า "มันหนักค่ะปลัด"ทุกความเคยชินกลายเป็นบาดแผลที่เขาไม่รู้วิธีรักษา จนกระทั่ง...วันหนึ่งในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ตอนเช้าแดดจัดแสบตา แต่ลมกลับเย็นแปลก ๆ เหมือนฝนกำลังจะตก วันนี้มีประชุมประจำเดือนของเจ้าหน้าที่อำเภอ ทุกคนทยอยเข้าห้องกันเต็มแล้วปลัดวายุเดินเข้ามาช้าเพราะติดประชุมกับนายอำเภอ เขาดันประตูห้องประชุมเปิดออก...แล้วภาพที่เห็นตรงหน้า เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปทันทีคนที่นั่งท้ายแถวฝั่งซ้ายสุด หญิงสาวผมยาวรวบหางม้าเรียบร้อย แต่งชุดข้าราชการใหม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status