เข้าสู่ระบบพ่อบ้านพูดว่า “เรื่องสั่งขนมไหว้พระจันทร์นี้จัดการง่าย ซินซินอยากสั่งให้ใคร แล้วอยากได้รสอะไรครับ?”เฟิงจิ่งซินพูดขึ้นทันทีว่า “สั่งให้คุณแม่ค่ะ! แต่เรื่องรสชาติ...”เธอเหมือนจะไม่รู้ว่าแม่ชอบกินขนมไหว้พระจันทร์รสอะไร“ที่แท้สั่งให้คุณนายนี่เอง?” พ่อบ้านได้ยินว่าสั่งให้หรงฉือ ก็ดีใจมาก “ผมรู้ว่าคุณนายชอบรสอะไร เดี๋ยวผมให้คนส่งภาพตัวอย่างมาให้ซินซินลองเลือกดูดีไหม?”เฟิงจิ่งซินพยักหน้า “ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณปู่พ่อบ้าน”พ่อบ้านรีบไปจัดการทันทีภาพตัวอย่างมีเยอะมาก พ่อบ้านบอกว่าสามารถสั่งมาหลาย ๆ รสชาติ เพื่อจะได้คำนึงถึงความชอบของคนอื่น ๆ ในตระกูลหรงด้วยเฟิงจิ่งซินคิดว่ามีเหตุผล และรู้สึกว่าดีทุกแบบ จึงอยากจะสั่งมาอย่างละหนึ่งกล่อง พ่อบ้านรีบห้ามไว้ “เยอะเกินไปแล้วครับ พวกคุณนายกินเยอะขนาดนี้ไม่ไหวหรอก สั่งสักห้าหกกล่องก็พอแล้ว”เฟิงจิ่งซิน “...ก็ได้ค่ะ”เธอเลือกได้พอสมควรแล้ว ก็ส่งไอแพดคืนให้พ่อบ้าน กำลังจะขึ้นไปชั้นบน พอหันกลับมาก็เห็นเฟิงถิงเซินที่ยืนอยู่หน้าโถงบันไดแล้วไม่รู้ว่าเฟิงถิงเซินยืนอยู่นานแค่ไหนแล้ว เห็นเธอหันหลัง จึงจะเอ่ยปากขึ้น “สั่งขนมไหว้พระจันทร์? ไม่มีส่วนของ
เฟิงจิ่งซินถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าว เว้นระยะห่างกับหลินอู๋ “หนูไม่อยากไปค่ะ หนูอยากกลับบ้านไปทานข้าว”หลินอู๋ยิ้ม “โอเคจ้ะ งั้นน้าไปกับหนู...”“หนูอยากกลับบ้านเองค่ะ” กลัวว่าเธอจะไม่เข้าใจ เฟิงจิ่งซินมองเธอ แล้วพูดซ้ำอีกครั้ง “หนูจะกลับเองค่ะ”หลินอู๋แววตามืดมน ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว “ซินซิน...”ทว่า ทันทีที่เธอเอ่ยปาก คนขับรถของเฟิงจิ่งซินก็เข้ามาขวางเธอ “คุณหลิน หยุดก่อนครับ”หลินอู๋มองไปทางเฟิงจิ่งซิน เอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง “ซินซิน...”เฟิงจิ่งซินไม่ตอบกลับ หันหลังก็เปิดประตูแล้วขึ้นรถไปเห็นเฟิงจิ่งซินขึ้นรถ คนขับก็หันหลังขึ้นรถตามไปมองดูรถของเฟิงจิ่งซินหายลับไปท่ามกลางกระแสรถบนท้องถนน หลินอู๋ก็เม้มริมฝีปากแน่นแม้ว่านับตั้งแต่งานเลี้ยงของดร.ลู่ เฟิงจิ่งซินจะไม่เคยรับสายหรือส่งข้อความตอบกลับเธอเลย แต่จริง ๆ เธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเธอเชื่อว่าพอเธอมีเวลาแล้ว เจอเฟิงจิ่งซินสักครั้ง ง้อเธอสักหน่อย ก็จะดีขึ้นเองแต่ตอนนี้...อีกด้านหนึ่งเฟิงจิ่งซินนิ่งเงียบตลอดทางกลับบ้านหลังจากทางครัวทำอาหารเย็นเสร็จ เธอลงไปกินข้าวที่ชั้นล่างอย่างเชื่อฟัง พอกินเสร็จก็ขึ้นไปทำธุระของตัวเองอี
หากยอมแพ้แล้ว พวกเขาไม่เพียงแต่จะไม่เหลืออะไรเลยเท่านั้น แถมยังต้องแบกรับภาระหนี้สินด้วยดังนั้น พวกเขาต้องจับเฟิงถิงเซินให้อยู่หมัดให้ได้ซุนเยว่ชิงมองหลินอู๋ “เสี่ยวอู๋ ทางถิงเซิน...”หลินอู๋ยังคงพูดคำนั้น “หนูรู้ค่ะ หนูจะติดต่อไปเอง”ซุนเยว่ชิงพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรอีกเธอคิดว่าตัวเองเก่งเรื่องรับมือผู้ชาย และเข้าใจความคิดของผู้ชายดี ทว่า...ต้องยอมรับเลยว่าตั้งแต่งานเลี้ยงของดร.ลู่จนถึงตอนนี้ ปฏิกิริยาต่าง ๆ ของเฟิงถิงเซินแทบจะอยู่เหนือความคาดหมายของเธอทั้งหมดแม้แต่เธอก็ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเดินไปทางไหนต่อ หลินอู๋ทานอาหารเช้าเสร็จก็ไปบริษัทแล้วตอนนี้ความคืบหน้าของงานที่ซวิ่นตู้ติดขัดอยู่บ่อยครั้ง เธอยุ่งมากจนแทบไม่ได้พัก ขณะที่เธอกำลังคุยกับคนอื่นเรื่องงาน ซุนลี่เหยาก็โทรศัพท์หาเธอ “พี่ พี่เขยไปทำงานต่างเมืองกลับมาแล้ว! เมื่อกี้เขาเพิ่งไปร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของเฟิงซื่อ ฉันเห็นวิดีโอจากในงานเปิดตัวแล้ว”หลินอู๋ชะงักเล็กน้อย พูดว่า “ได้ ฉันเข้าใจแล้ว”หลังจากวางสาย หลินอู๋เข้าไปดูในอินเทอร์เน็ต พบว่าที่ซุนลี่เหยาพูดนั้นเป็นความจริงเฟิงถิงเซินนั่งอยู่ด้านล่างเวที กล้องแพน
เฟิงถิงเซิน “แน่ใจนะ? ไม่อยากเจอคุณแม่เหรอ?”เฟิงจิ่งซินเบือนหน้าหนี “ถ้าหนูอยากเจอจะติดต่อหาคุณแม่เองค่ะ ไม่ต้องให้คุณพ่อนัดหรอก”เฟิงถิงเซินได้ยินแบบนั้น ก็มองไปทางเธอ กำลังจะพูดอะไร โทรศัพท์ของเฟิงจิ่งซินก็ดังขึ้นมาเสียก่อนเป็นสายเรียกเข้าของหรงฉือเฟิงจิ่งซินดูหน้าจอ ผ่านไปไม่กี่วินาทีจึงจะกดรับสาย “คุณแม่”“จ้ะ แม่เอง” ที่ปลายสาย หรงฉือพูดว่า “อยากมาฉลองวันไหว้พระจันทร์กับแม่ไหม?”ตอนนี้เฟิงจิ่งซินไม่อยากใกล้ชิดกับหรงฉือเท่าไร เธอไม่รู้ว่าเฟิงจิ่งซินจะยอมกลับมาฉลองเทศกาลกับเธอที่บ้านตระกูลหรงหรือเปล่า แต่สิ่งที่ควรถามก็ต้องถามสักหน่อยเฟิงจิ่งซินลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า “หนูไม่แน่ใจ อีกเดี๋ยวหนูลองถามคุณพ่อดู ถึงตอนนั้นค่อยบอกคุณแม่ได้ไหมคะ?”“ได้จ้ะ” หรงฉือพูดว่า “ถ้าแน่ใจแล้วก็บอกแม่”“ค่ะ หนูรู้แล้ว” เฟิงจิ่งซินพูดว่า “บ๊ายบายค่ะคุณแม่”“...บ๊ายบายจ้ะ”หลังจากที่หรงฉือพูดจบ เฟิงจิ่งซินก็วางสายไปภายในรถเงียบมาก บทสนทนาระหว่างเฟิงจิ่งซินกับหรงฉือ เฟิงถิงเซินแทบจะได้ยินทุกคำ เขาพูดว่า “พ่อแล้วแต่หนู”ความหมายคือไม่ว่าเธอจะไปฉลองกับหรงฉือ ฉลองกับเขา หรือว่าฉลองด้วย
ในความคิดของฉีอวี้หมิง เฟิงจิ่งซินมีความสุขในทุก ๆ วัน หากเจอเรื่องอะไรที่ไม่มีความสุข ก็น่าจะบอกเฟิงถิงเซินเป็นคนแรก แล้วเธอยังจะมีเรื่องอะไรให้ไม่มีความสุขได้อีกล่ะ?เฟิงจิ่งซินสไลด์หน้าจอไอแพดอยู่ ไม่ได้เงยหน้าขึ้น พูดว่า “หนูไม่ได้ไม่มีความสุขค่ะ”ปกติเจอหน้ากัน ใบหน้าของเฟิงจิ่งซินมักจะมีรอยยิ้มอยู่ตลอด มองแวบเดียวก็ดูออกว่ามีความสุขหากถูกหยอกล้อ ก็คงโต้กลับอย่างมีชีวิตชีวาทันทีอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ถูกแซวกลับนั่งเงียบ ๆ ไม่คิดจะสนใจคนอื่นแบบนี้ แม้แต่ฉีอวี้หมิงยังดูออกเลยว่าเฟิงจิ่งซินกำลังอารมณ์ไม่ดีจริง ๆเขากำลังคิดจะหยอกล้ออีกสักหน่อย ถามเฟิงจิ่งซินว่ามีเรื่องอะไรกวนใจ เฮ่อฉางปั่วก็กระแอมไอเบา ๆ “ถึงตานายแล้ว สั่งอาหารสิ” “ฉันสั่งไปแล้ว”“สั่งอีกสองอย่าง”ฉีอวี้หมิงประหลาดใจ “วันนี้นายเจริญอาหารขนาดนี้เลยเหรอ?”เฮ่อฉางปั่วไม่พูดอะไรครั้งก่อนที่พวกเขาออกไปเที่ยวทะเลด้วยกัน จริง ๆ เฮ่อฉางปั่วก็สังเกตเห็นแล้วว่า เฟิงจิ่งซินมีเรื่องกลุ้มใจอยู่ ตอนนั้นเขาก็คาดเดาไว้แล้วว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงของดร.ลู่วันนั้นนั่นก็หมายความว่า อาจเป็นเพราะเรื่อ
ในช่วงหลายวันต่อมา หรงฉือยุ่งอยู่กับงานที่บริษัทวันนี้ จู่ ๆ อวี้มั่วซวินก็พูดกับเธอว่า “ระยะนี้ซวิ่นตู้เสียบุคลากรหลักสายเทคนิคไปอีกหลายคน”“อืม” หรงฉือพูดว่า “ฉันก็ได้ยินแล้ว”“นักลงทุนหลายคนถอนตัวไปแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ถอนทุน คาดว่าคงอยากรอดูก่อนละมั้งว่าทางเฟิงถิงเซินจะลงมือหรือเปล่า” พูดถึงตรงนี้ อวี้มั่วซวินก็หัวเราะเล็กน้อย ก่อนเสริมว่า “ได้ยินมาว่าหนึ่งในบริษัทที่ถอนทุนยังมีจ้งสิงด้วย”จ้งสิงเป็นบริษัทของเหรินจี่เฟิงหรงฉือพยักหน้าอวี้มั่วซวินอดพูดไม่ได้ว่า “จากที่เห็นก่อนหน้านี้ เหรินจี่เฟิงหลงใหลในตัวหลินอู๋มาก เขาถอนทุนดื้อ ๆ แบบนี้ ผมก็แอบแปลกใจอยู่เหมือนกัน”หรงฉือไม่สนใจเรื่องของเหรินจี่เฟิง ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอวี้มั่วซวินพูดอีกว่า “เฟิงถิงเซินไปทำงานต่างเมืองยังไม่กลับมาอีกเหรอ?”หรงฉือส่ายหน้า “ไม่รู้”สามสี่วันมานี้ เธอกับเฟิงจิ่งซินไม่ได้ติดต่อกัน แล้วเธอก็ไม่ได้สนใจติดตามข่าวคราวของเฟิงถิงเซินด้วยว่าเขาจะกลับมาจากการทำงานต่างเมืองหรือยัง เธอเองก็ไม่รู้จริง ๆ “นี่ก็เกือบเดือนแล้ว วันขึ้นศาลของหลินซื่อเทคโนโลยีใกล้เข้ามาทุกที ซวิ่น
“พี่ฉางปั่ว”เมื่อเห็นเฮ่อฉางปั่วกลับมา ซุนลี่เหยาก็เอ่ยเรียกเสียงอ่อนเสียงหวานเฮ่อฉางปั่วพยักหน้าอย่างเย็นชาเห็นว่าเฟิงถิงเซินชะเง้อมองหาคนอยู่ ซุนเยว่ชิงจึงกล่าว “เมื่อกี้มีสายโทรเข้ามา เสี่ยวอู๋เลยออกไปคุยโทรศัพท์น่ะค่ะ”เฟิงถิงเซินกล่าว “ครับ ผมทราบแล้ว”เพิ่งจะสิ้นเสียงของเขา ก็มีเสียงฮื
บุคคลสำคัญแบบนี้ กลับเป็นฝ่ายพูดคุยกับหรงฉือก่อน ดูไปแล้วเหมือนจะชอบหรงฉือมากด้วย...อย่าว่าแต่ซุนลี่เหยาเลย แม้แต่ประธานเฉิงและคนอื่น ๆ ต่างก็มึนงงไปหมดถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าอวี้มั่วซวินเป็นลูกศิษย์ของหนานจื้อจือ แต่พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าหรงฉือจะอาศัยอวี้มั่วซวิน ถึงขั้นเข้าไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนของหน
หลังจากงานเลี้ยงจบลง เหรินจี่เฟิงพูดกับอวี้มั่วซวินว่า “ประธานอวี้ ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม?”เรื่องที่ก่อนหน้านี้หรงฉือกับเฟิงถิงเซินสองพ่อลูกออกไปด้วยกันถูกเหรินจี่เฟิงบังเอิญเห็นเข้า หรงฉือไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้กับอวี้มั่วซวิน อวี้มั่วซวินจึงไม่รู้จริง ๆ ว่าเหรินจี่เฟิงต้องการคุยอะไรกับเขากันแน่เขา
หรงฉือชะงักไปเล็กน้อย หลังจากนั้นสักพักหนึ่ง ก็ตอบกลับไปว่า “สุขสันต์วันปีใหม่”พอเธอเตรียมจะปิดเครื่องเข้านอน เวลานี้ อวี้มั่วซวินก็ส่งข้อความมาหาเธอ ชวนเธอพรุ่งนี้เช้าไปที่บ้านหนานจื้อจือ เพื่อเข้าไปสวัสดีปีใหม่ให้หนานจื้อจือสองสามีภรรยาด้วยกันหรงฉือตอบกลับ [โอเค]หลังจากนั้น หรงฉือจึงจะวางโทร







